เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 105

    บริเวณจมูกของชายคนหนึ่งมีเลือดไหลออกมาเป็นทางยาว สีหน้าที่แสดงถึงความหื่นกระหาย เขาใช้สายตาคู่นั้นจ้องมองหน้าอกของผู้กองสาว ส่วนผู้ร้ายคนอื่นเองก็ไม่ได้ต่างอะไรกันมากนัก พวกมันต่างมองไปทางหญิงสาวที่เหลืออีกสามคนเช่นกัน  สถานการณ์ในจุดนี้เริ่มจะเป็นจุดจนตรอกสำหรับตำรวจสาวหรือมิ้งเอามากๆ เธอทำได้เพียงแค่หวังว่าหน่วยสนับสนุนจะมาถึงที่นี่ได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นพวกเธอก็คงเสร็จพวกโจรหื่นๆนี้แน่นอน ในระหว่างที่กำลังกัดฟันใช้ความคิดเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้อยู่นั้นเอง หางตาของเธอก็มองเห็นบุคคลที่แต่งชุดเหมือนกับนินจาสองคนบนระเบียงชั้นสอง“MI ช่วยเราเบี่ยงความสนใจของพวกมันหน่อย..” เสียงผู้หญิงดังขึ้นมาที่แว่นตาของมิ้ง มันเป็นความโชคดีของเธอที่ไม่ได้ถอดมันทิ้งไปก่อน ไม่อย่างนั้นก็คงจะสื่อสารกับพวกเขาไม่รู้เรื่องแน่นอน และพวกเขาก็คือหน่วยที่ 0 ของหน่วยข่าวกรองลับ มิ้งพยักหน้าเล็กน้อยราวกับจะบอกว่าเธอเข้าใจแล้ว ปฏิบัติการการช่วยเหลือก็เริ่มขึ้นในทันที“เรามีคนเจ็บ และคนที่ไม่เกี่ยวข้อง พวกแกปล่อยพวกเธอไปซะ..” มิ้งเริ่มกล่าวออกมาเพื่อเบนความสนใจของพวกผู้ก่อการร้าย แน่นอนว่าเธอกล่าวเสียงดังพอประมาณเพื่อที่พวกมันทุกคนจะได้ยิน และหันมาให้ความสนใจในตัวเธอ“นางนี่ เธอคิดว่าตัวเองเป็นซุปเปอร์ฮีโร่หรือยังไงกัน.. เสร็จจากตรงนี้ แกก็เป็นได้แค่นางบำเรอเท่านั้นแหละ รวมถึงพวกแกด้วย.. ใช่ไหมพี่น้อง ฮ่าๆ” ตัวของหัวหน้าผู้ก่อการร้ายกล่าวกับทั้งสี่สาว ก่อนจะหาพวกให้หัวเราะไปตามจิตวิตถารของมัน ในขณะที่โจรเหล่านี้กำลังหัวเราะเสียงดังอยู่นั้นเอง มันก็เป็นเวลาที่เหมาะสมกับการฆ่าปิดปากของโจรที่อยู่ด้านหลังสุด และตอนนี้พวกมันสองคนก็สิ้นใจไปแล้วโดยฝีมือของหน่วยลับที่ 0 เสียงหัวเราะนั้นมันกลบเกลื่อนเสียงร้องของทั้งสองโจรนั้นได้เป็นอย่างดี“ชิ! ก็นึกว่าพวกแกจะเก่งเรื่องอย่างว่าซะอีก สิ่งที่ฉันกำลังเสนอคือให้พวกแกมาเล่นกับฉันแค่คนเดียวก็พอ หรือว่าพวกแกไม่มั่นใจว่าจะทำให้ฉันคนเดียวเพลียได้กันล่ะ โธ่! ไอ้พวกกระจอกอ่อนแอเอ้ย..” มิ้งกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าท่าทางออกมาราวกับดูถูกพวกมันทุกคนที่อยู่ตรงนี้“ฮั่นแน่!.. แกกล้ามาดูถูกพวกเราอย่างนั้นเหรอ ได้! พวกข้าจะเล่นกับแกให้หนำใจเลย คอยดูเถอะ แกจะได้เห็นว่าเจ้าลูกๆของพวกข้าแข็งแรงแค่ไหน ดูสิ! ว่าแกจะทันได้สักกี่น้ำ ถ้าแกยังไม่หนำใจพอล่ะก็ เพื่อนๆของแกก็จะเป็นรายต่อไป ฮ่าๆๆ” เหล่าโจรที่ถูกตั้งชื่อใหม่ว่ากลุ่มผู้ก่อการร้าย ‘ขายหัวเราะ’ ก็ยังคงหัวเราะของมันไปเรื่อย แน่นอนว่าพวกมันทีละ 2 ถึง 4 คนค่อยๆหายไปทุกๆครั้งที่มันหัวเราะ“เหอะ! ฉันจะบอกอะไรให้พวกแกรู้นะ ต่อให้พวกแกมีสัก 20 ไม่สิ! 30 คนก็เอาฉันคนเดียวไม่ลงหรอก” มิ้งกล่าวออกมาพร้อมกับมองลงต่ำ และเบะปากทำสีหน้าเหยียดหยามออกมา ราวกับจะบอกว่าของพวกมันไม่มีน้ำยาสักเท่าไร“กูจะดูซิว่ามึงจะเจ๋งอย่างที่มึงพูดไหม.. พวกเรา! ...” ตัวหัวหน้าพูดออกมาอย่างโมโห มันหันกลับไปเพื่อเรียกให้ลูกน้องของมัน เพื่อที่จะได้เริ่มจัดการกับเจ้าผู้หญิงโอหังคนนี้ แต่แล้วมันก็ต้องตกใจ เพราะว่าลูกน้องกว่า 10 คนของมันต่างหายหัวไปหมด และเมื่อมองดีๆอีกครั้ง พวกมันต่างก็เป็นศพนอนกองอยู่กับพื้น และด้วยสัญชาตญาณบอกว่าบุคคลคนชุดสีดำนั้นเป็นคนฆ่า ในใจบ่งบอกให้พวกมันยกปืนขึ้นมายิงตัวอันตรายสองคนนี้ซะ ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! หัวหน้าผู้ก่อการร้ายขายหัวเราะนี้ยิงกระสุนออกจากรังเพลิงหมดแม็ก ลูกน้องอีกสองคนที่อยู่ข้างๆเองก็เช่นกัน เมื่อได้ยินเสียงปืนพวกมันก็หันกลับมายิงบ้าง สามสาวหนึ่งคนที่ปลอดภัยอยู่ในจุดกำบังแต่บาดเจ็บ กับอีกสองสาวที่ต่างก็ก้มหมอบอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน สถานการณ์อย่างนี้พวกเธอไม่ควรจะตื่นตูม แม้ในใจจะหวั่นๆ แต่ก็ถือว่าพวกเธอปลอดภัยดี กระสุนปลิวว่อนทั่วอากาศพุ่งตรงไปที่บุคคลทั้งสองอย่างแม่นยำ แต่มันเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ และสร้างความตกใจให้กับผู้คนที่พบเห็น เพราะว่ากระสุนพวกนั้น ถูกปัดด้วยดาบที่อยู่ในมือของทั้งสอง ทุกๆนัด แม้แต่ตัวของมิ้งเองก็ยังตกใจไม่น้อยเช่นกัน แต่หน้าที่ของเธอก็ต้องมาก่อน มิ้งกระโดดไปทางที่เธอทิ้งปืนเอาไว้“พวกมันเป็นฮันเตอร์?....” หัวหน้าผู้ก่อการร้ายกล่าวออกมาอย่างตกใจ เขารู้ชะตากรรมแล้วว่าเขาไม่สามารถต่อกรกับพวกมันได้เลยแม้แต่น้อย แต่เหล่าลูกน้องอีกสองคนยังไม่ยอมถอดใจแต่อย่างใด“โธ่เว้ย พวกมันเป็นสัตว์ประหลาดหรือยังไงกัน แม่....ง! ใช้ดาบปัดกระสุนเนี่ยนะ..” ผู้ก่อการร้ายคนหนึ่งกล่าวออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนที่มันจะรีบเปลี่ยนแม็กกาซีนในปืนของมันเพื่อรับมือกับสองนักฆ่านี้ และเป็นจังหวะเดียวกับที่มิ้งกล่าวออกมาด้วยความแค้นเช่นกัน“เฮ้ย! พวกแกน่ะ หันไปทางไหนกัน ศัตรูของแกน่ะ คือฉันคนนี้... ปัง! ปัง! ปัง!” แน่นอนว่ากระสุนทั้งสามนัดของมิ้งเจาะทะลุศีรษะของผู้ก่อการร้ายทั้งสามคนอย่างแม่นยำ พวกมันยังไม่ได้ร้องอะไรออกมา ก็ต่างตกตายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมันทำให้คนในหน่วยลับต้องส่ายหน้ากับทั้งสองคน“MI ผมก็อยากจะชื่นชมความแม่นของคุณอยู่หรอกนะ แต่ว่าครั้งนี้คุณไม่น่าจะยิงแม่นขนาดนั้น น่าจะเหลือพวกมันไว้สักคนก็ยังดี..” หน่วยลับผู้ชายกล่าวออกมาอย่างเหนื่อยใจ ส่วนมิ้งที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับทำหน้างงไปเลย เพราะเธอคิดว่าครั้งนี้เธอทำได้ดีมากเลยทีเดียว“ที่เขาพยายามจะบอกก็คือ น่าจะเหลือไว้สักคนเพื่อทำการสอบสวนต่อไป คุณเล่นฆ่าพวกมันทั้งหมด ทุกอย่างที่เราทำมาก็สูญเปล่าน่ะสิ ประมาณนี้แหละมั้ง..ฮ่าๆ” หน่วยลับผู้หญิงอีกคนกล่าวสิ่งที่กวนใจของมิ้งออกมาอย่างชัดเจน มิ้งที่ได้ยินก็ถึงกับทำหน้าเศร้าไปเลยทีเดียว เธอต้องยอมรับว่าเธอไม่ทันคิดเลย รู้แต่ว่าเธอจะต้องจัดการพวกมันให้หมด“ช่างเถอะ เราควรไปดูคนเจ็บก่อน ฉันคิดว่าคุณอนุวัฒน์คงจะโวยวายน่าดู..” หน่วยลับผู้ชายกล่าวอย่างเหนื่อยใจเช่นเดิม มันเป็นเพราะว่าบิวตี้ที่ถูกยิงไปที่ขาของเธอ หลินฟางฟางกับปังปอนพวกเธอเองก็ขวัญเสียไม่น้อย ถึงจะเคยเจอเรื่องที่มันตื่นเต้นมาแล้วในชีวิต แต่ก็มีไม่กี่ครั้งที่ต้องหวาดกลัว พวกเธอทั้งสองก็วิ่งเข้าไปดูบิวตี้ในทันทีหลังจากเหตุการณ์สงบลง“เป็นยังไงบ้างคะพี่บิวตี้ รออีกสักแป๊บนะคะ ฟางฟางเรียกพ่อบ้านหลินมาแล้ว..” หลินฟางฟางกล่าว“จ้ะ! แค่นี้มันไกลหัวใจ.. แต่ก็เจ็บไม่น้อยเลยแฮะ” บิวตี้ที่เห็นว่าทุกอย่างสงบลงแล้ว เธอก็เบาใจขึ้นมาบ้าง แม้ว่ายังจะมีความสงสัยเกี่ยวกับพวกเขาเหล่านั้นทั้งสามคน แต่ตอนนี้เธอยังจะเอาตัวไม่รอดเลย สนใจแต่ตัวเองน่าจะเป็นเรื่องดีที่สุด“เราควรจะปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับพี่บิวตี้ก่อนนะฟางฟาง.. มาช่วยฉันหน่อย” ปังปอนกล่าว ก่อนที่เธอจะฉีกเสื้อผ้าของตัวเองเป็นเส้น และมาพันรอบขาบริเวณที่ถูกยิงทันที“ขอโทษ.. แต่ว่าฉันทำไม่เป็น” ฟางฟางกล่าว“ไม่เป็นไร เธอช่วยกดตรงนี้เอาไว้ มันจะช่วยห้ามเลือดของพี่บิวตี้ได้ .. พี่คะ อดทนเอาไว้หน่อยนะคะ” ปังปอนขอให้ฟางฟางทำการช่วยเหลือ เพราะเธอไม่สามารถทำเองได้คนเดียว ฟางฟางพยักหน้าเล็กน้อย และปังปอนก็หันมากล่าวกับบิวตี้เพื่อให้เธออดทนกับความเจ็บปวดนี้ ก่อนจะยัดผ้าอีกอันไว้ที่ปากของบิวตี้“ดูพวกเธอสิ!.. สาวน้อยคนนั้นมีความรู้ไม่น้อยเลยทีเดียว” หน่วยลับผู้ชายกล่าวออกมาอย่างชื่นชม เหตุผลที่ต้องกดแผลนั้นก็เพื่อไม่ให้เลือดไหลออกมามากเกินไป ไม่อย่างนั้นคนที่ถูกยิงจะเสียเลือดมาก และอาจจะทำให้ร่างกายเกิดสภาวะช็อกเอาได้ แต่ในขณะที่เขากำลังชื่นชมอยู่นั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังมาแต่ไกล หน่วยลับทั้งสองเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้นในทันที นั่นก็รวมถึงมิ้งผู้กองสาวด้วยอีกคน แต่หลินฟางฟางก็ตะโกนออกมาให้พวกเขารับทราบเสียก่อน“นั่นเป็นฮอล์ของตระกูลหลิน! หาพื้นที่ให้พวกเขาลงจอดเร็วเข้า เราต้องส่งตัวคนเจ็บ..” แม้ว่าหลินฟางฟางจะกล่าวอย่างลืมตัวด้วยภาษาจีน แต่สองหน่วยลับก็เข้าใจในสิ่งที่เธอกล่าว พวกเขาทั้งสองพยักหน้าให้กับเธอ ก่อนจะมองหาพื้นที่สำหรับลงจอดฉุกเฉินนี้ต่อไป

    คล้ายกับเรื่องเทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์ ที่คุณอ่าน