“อะไรนะ” แม่ทัพชิงสีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อยเขาประสานสายตากับฟ่านเสวี่ยหลีและรู้สึกร้อนใจอย่างไร้ที่มา
แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกโกรธเล็กน้อยฟ่านเสวี่ยหลีที่อยู่ตรงหน้าเป็นแค่ทาสมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น เขาจะมีสายตาระดับนี้ได้อย่างไร!
เขาจึงพูดอย่างเย็นชาว่า “หรือเจ้าคิดว่าตนเองเก่งกว่าผู้นำมนุษย์เงือกชุดเทา”
หัวใจของเขาคุกรุ่นไปด้วยจิตสังหารเดิมทียังคิดไว้ชีวิตชายหนุ่มผู้นี้อีกสักหนึ่งชั่วยาม แต่คาดไม่ถึงว่าชายหนุ่มผู้นี้กลับกล้าตั้งคำถามต่อเขาช่างสมควรตายเสียจริง
“เก่งกว่าหรือไม่นั้นยังบอกไม่ได้แต่ถ้าเจ้ารู้แจ้งถึงจิตวิญญาณได้จริงๆ เส้นลมปราณในตัวเจ้าคงไม่แปรปรวน จุดเทียนทูคงไม่ปูดนูนและคงไม่รู้สึกเจ็บปวดในยามดูดซับแสงจันทราบริสุทธิ์” ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเฉยเมย
เขายังคาดเดาได้ว่าสิ่งที่แม่ทัพชิงพูดเมื่อครู่นี้เป็นสิ่งที่เกสรดอกหิมะจันทราเตือนเขาแต่น่าเสียดายที่แม่ทัพชิงไม่มีปัญญาพอที่จะเข้าใจ
“เจ้า...”ในที่สุดแม่ทัพชิงก็สติหลุด สีหน้าทั้งโกรธทั้งหวาดกลัว ชายหนุ่มตรงหน้าทำได้อย่างไรกันสายตาเฉียบแหลมดุจคบเพลิง มองเห็นจุดบกพร่องในตัวเขาอย่างหมดจด!
เมื่อคนอื่นๆได้ยินเช่นนี้และเห็นสีหน้าของแม่ทัพชิงก็ถึงกับใจสั่น ‘หรือว่าสิ่งที่ชายหนุ่มผู้นี้พูดจะเป็นความจริง?’
ทันใดนั้นแม่ทัพชิงก็หัวเราะเสียงดังแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “ปากดียิ่งนัก! เผ่ามนุษย์ช่างมากเล่ห์จริงๆข้าเกือบถูกเจ้าหลอกเสียแล้ว เกรงว่าเจ้าคงซุ่มอยู่ข้างกายข้ามาเป็นเวลานานแล้วสินะถึงได้รู้ว่าจุดเทียนทูของข้ามีปัญหา แต่เจ้าหารู้ไม่ว่าเกสรดอกหิมะจันทราถูกข้าขัดเกลาแล้วหากถูกส่องโดยเกสรดอกหิมะจันทรา เจ้าก็จะเผยร่างที่แท้จริง!”
เขาชูเกสรดอกหิมะจันทราขึ้นสูงแล้วชี้ไปที่ฟ่านเสวี่ยหลี!
เกสรดอกหิมะจันทรามีพลังล่อลวงจิตใจเมื่อใช้พลังของมันในการโจมตีจะทำให้อีกฝ่ายสูญเสียสติ และตกอยู่ภายใต้การควบคุม ถูกเขาสั่งการได้ตามใจชอบ
หลังจากที่จับตัวฟ่านเสวี่ยหลีได้ค่อยสอบสวนฟ่านเสวี่ยหลีว่ารู้เรื่องจุดเทียนทูของเขาได้อย่างไร!
แต่ภายใต้การโจมตีของเกสรดอกหิมะจันทราฟ่านเสวี่ยหลีกลับยืนนิ่งมิไหวติง
แม่ทัพชิงตกตะลึงในทันที‘นี่เป็นไปได้อย่างไร’
“ปีศาจแห่งดอกจันทราล้วนเกิดขึ้นจากจิตใจมนุษย์”ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเฉยเมย “ชาติหนึ่งเกสรดอกจันทราหิมะนี้เคยสถิตอยู่ในร่างเจ้าเมืองคนหนึ่งและหวังครอบงำจิตใจของเจ้าเมืองผู้นั้น แต่เจ้าเมืองผู้นั้นมีจิตใจที่หนักแน่นและมัธยัสถ์ทุกเดือนเขาจะเหลือเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นค่าเดินทางกลับบ้านต่อให้เกิดเหตุฉุกเฉินก็ไม่ใช้เงินก้อนนั้น เตรียมพร้อมสำหรับการพ้นตำแหน่งทุกเมื่อจิตใจของเขาไร้จุดบกพร่อง เกสรดอกหิมะจันทราจึงไม่สามารถลงมือ”
เขาอ่านพบสิ่งเหล่านี้จากบันทึกมหัศจรรย์โดยบังเอิญเมื่อพันปีก่อนซึ่งในนั้นได้กล่าวถึงเกสรดอกหิมะจันทราไว้ด้วย
ฟ่านเสวี่ยหลีชะงักเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “หลังจากเจ้าเมืองพ้นจากตำแหน่งด้วยอาการป่วย ระหว่างทางเขาเห็นหญิงชราคนหนึ่งที่มาพร้อมกับหญิงสาวรูปงามสองคนแต่เขากลับไม่เหลียวตามองแม้แต่น้อย หลังจากที่เขาไปถึงลำธารภูเขาแห่งหนึ่ง พวกนางกลับมีท่าทีราวกับหลีกเลี่ยงเขาเขาจึงรู้สึกประหลาดใจ ตอนนั้นหญิงชราพูดว่าเพราะตัวท่านมีไอต้านทานสิ่งชั่วร้าย พวกข้าจึงไม่กล้าทำร้ายท่านตอนนี้ข้าจะพาลูกจากไป ท่านโปรดอย่าเข้าใกล้จนทำให้พวกนางเป็นกังวลเลย”
“จึงกล่าวได้ว่าตราบใดที่มีจิตใจหนักแน่นต่อให้เกสรดอกหิมะจันทราอยากทำร้ายเขาก็ไม่อาจทำได้ โชคและเคราะห์ล้วนเกิดจากบุคคล”เสียงของฟ่านเสวี่ยหลีเคร่งขรึมยิ่งขึ้น “การศึกษาวิชาหาใช่การปล่อยตามวิถีแห่งธรรมชาติแต่เป็นความมุ่งมั่นในหนทาง ยึดมั่นในเส้นทางของตน จึงสามารถก้าวสู่หนทางแห่งอายุขัยอันยืนยาวได้แต่แม่ทัพมนุษย์เงือกอย่างเจ้ากลับอาศัยการกินโอสถและบ่มเพาะวิชามารชนิดต่างๆ การศึกษาวิชาจะราบรื่นได้อย่างไรหากเจ้าอายุยืน เกรงว่ากฎสวรรค์คงถูกทำลายแล้ว!”
ฟ่านเสวี่ยหลีพูดด้วยน้ำเสียงดุดันร่างกายมีความน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูก คำพูดสั่นคลอนไปทั่วสารทิศ
“เจ้า…”แม่ทัพชิงตกตะลึง เขาคาดไม่ถึงว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะเข้าใจเต๋าลึกซึ้งเช่นนี้เขาอยากจะโต้แย้ง แต่พบว่าทุกคำพูดของตนในตอนนี้ล้วนไร้น้ำหนัก หน้าผากของเขายังไหลชุ่มไปด้วยเหงื่อ
มนุษย์เงือกชุดเทาแทบทุกตนมองไปที่แม่ทัพชิงอย่างตกตะลึงพวกเขาคาดไม่ถึงว่าแม่ทัพชิงผู้ไร้ที่เปรียบ เมื่อครู่นี้กลับใช้วิธีการนี้หลอกลวงพวกเขาหากไม่ใช่เพราะฟ่านเสวี่ยหลี เกรงว่าพวกเขาทั้งหมดคงถูกอีกฝ่ายตบตาแล้ว
ตอนนี้สายตาของผู้นำมนุษย์เงือกชุดเทาเปี่ยมด้วยจิตสังหารและพูดกับแม่ทัพชิงอย่างเกรี้ยวโกรธว่า “เป็นเช่นนั้นจริงหรือ”
ส่วนเผ่ามนุษย์เงือกชุดเขียวเหล่านั้นที่แต่เดิมมีท่าทีได้ใจตอนนี้กลับตัวสั่นอย่างอดใจไม่ได้ หากเรื่องนี้เป็นความจริงและแพร่งพรายออกไป เกรงว่าเผ่ามนุษย์เงือกชุดเขียวของพวกเขาจะต้องเสียหน้าจนหมดสิ้น
ส่วนคนตระกูลเนี่ยก็ไม่กล้าเชื่อหูตนเองฟ่านเสวี่ยหลีมีความรู้ล้ำลึกเช่นนี้ได้อย่างไร เหตุใดจึงสามารถอธิบายวิถีที่มหัศจรรย์เช่นนี้ออกมา!
แม่ทัพชิงโกรธจนทนแทบไม่ไหวฟ่านเสวี่ยหลีเป็นเพียงทาสมนุษย์ผู้ต่ำต้อยคนหนึ่งเท่านั้น ความประมาทชั่ววูบของเขากลับทำให้ตนตกหลุมพราง
เขาเป็นถึงเผ่ามนุษย์เงือกผู้สูงส่งและเป็นที่เคารพที่สุดของเผ่าปีศาจทั้งหลายในไหลเสวียหลี่มนุษย์ที่สูญสิ้นตบะก็ควรเคารพบูชาเขาสิ แต่เขากลับถูกอีกฝ่ายบีบต้อนเช่นนี้!
เขาขมวดคิ้วแน่นสายตาประกายด้วยเพลิงโทสะ อับอายจนพาลโกรธ พลันพุ่งเข้าหาฟ่านเสวี่ยหลีทันที “ข้าจะถลกหนังเลาะเส้นเอ็นเจ้า ข้าจะทรมานสตรีของเจ้าด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยมที่สุดข้าจะทำให้เจ้าทั้งร้องขอชีวิตและความตายก็ไม่ได้!”
ร่างกายของเขาแผ่ขยายราวกับมังกรมัจฉาผิวหนังที่ผ่านการหลอมด้วยโอสถขัดเกลาร่างกายนับไม่ถ้วนก็ราวกับรูปปั้นหินที่กดทับใส่ฟ่านเสวี่ยหลี
ทันทีที่เขาโจมตีเข้าเป้าร่างกายของฟ่านเสวี่ยหลีจะพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ เหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายให้เขาทรมานได้ตามใจชอบเมื่อถึงเวลานั้นเขาจะใช้วิธีนี้ข่มขวัญทุกคน ให้รู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นราชันของที่แห่งนี้!
ถึงเวลานั้นใครเล่าจะกล้ามาวิจารณ์เขา
เมื่อรับรู้ถึงความน่ากลัวของการโจมตีนี้ทุกคนก็ถึงกับสีหน้าเปลี่ยน ราวกับได้เห็นภาพที่ฟ่านเสวี่ยหลีตายอย่างอนาถด้วยความโกรธของแม่ทัพชิงแล้ว
แต่ท่ามกลางความมืดกลับมีแสงเปล่งประกายขึ้นในเวลานี้ราชาบัลลังก์ทมิฬพลันปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าเกรงขามออกมา ลงมือราวกับเคียวยมทูตในความมืด
“บูม!”อากาศเกิดเสียงราวกับฉีกขาด
แม่ทัพชิงรู้สึกเหมือนตนชนเข้ากับกำแพงเหล็กจากนั้นมีลมกระโชกพุ่งเข้าหาเขาอย่างรุนแรง ตะขอปะการังราชาในมือบุคคลในความมืดฟันลงมาด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อและตัดแขนของเขา
เลือดพุ่งกระฉูดออกมา
ทุกคนต่างตะลึงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีบุคคลแบบนี้คอยปกป้องฟ่านเสวี่ยหลีอยู่ในความมืด!
คนตระกูลเนี่ยทั้งหลายสีหน้าหวาดกลัวถึงขีดสุดโดยเฉพาะเนี่ยมู่ที่สีหน้ายิ่งซีดเผือด
แม่ทัพชิงบินถอยหลังจ้องราชาบัลลังก์ทมิฬเขม็งและพูดอย่างโกรธเคืองว่า “ที่แท้ก็ซ่อนองครักษ์แบบนี้เอาไว้ มิน่าเจ้าถึงมั่นใจเช่นนี้ แต่เจ้าคงทำได้แค่นี้สินะข้าจะแสดงให้พวกเจ้าได้รู้ว่ากระบวนท่านี้จะถลกหนังเลาะเส้นเอ็นพวกเจ้าอย่างไร!”
เขาทนต่อความเจ็บปวดชูเกสรดอกหิมะจันทราขึ้นสูงและฉีกกลีบดอกไม้ออก มันเปล่งประกายไปด้วยแสงเย็นเยือกนับไม่ถ้วนประหนึ่งเยือกแข็งไปทั่วพันลี้ น้ำแข็งนับไม่ถ้วนห้อมล้อมฟ่านเสวี่ยหลีไว้
มันคือวิชาที่ทรงพลังที่สุดของเขาผนึกน้ำแข็งพันลี้ เมื่อแสดงพลังออกมาถึงขีดสุด แม้อยู่ห่างถึงสิบจั้งร่างกายก็จะกลายเป็นน้ำแข็งแล้วแตกสลาย!
เมื่อแสงจันทร์ปกคลุมลงมาร่างกายของราชาบัลลังก์ทมิฬก็แข็งทื่อจนไม่สามารถเคลื่อนไหว
“มันคือวิชาธาตุน้ำแข็งพลังกึ่งศักดิ์สิทธิ์!” ผู้นำมนุษย์เงือกชุดเทาสีหน้าเปลี่ยนทันที!