ตอนที่ 55 ปลดปล่อยพลัง
อี้หลงหู่ไขกุญแจขนาดใหญ่ที่หน้าบานประตูด้านในของห้องพบชั้นเก็บตำรา และบันทึกประวัติของพรรคมากมายนับหมื่นเล่มอี้หลงหู่หยิบตำราจากหีบขนาดเล็กด้านในสุดของห้องออกมาหยิบยื่นให้แก่เล้งซาน
"เหลือเวลาอีกแค่คืนเดียวแม้นี่จะมีความหวังเพียงแค่น้อยนิดแต่ข้าหวังว่าเจ้าจะสามารถนำมันมาใช้ประโยชน์ได้ในการประลอง"อี้หลงหู่ตบที่บ่าของเล้งซานเบาๆ
"ขอบคุณท่านผู้นำข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง" เล้งซานเก็บตำราเข้าไปในเสื้อและทั้งสองก็เดินออกจากห้องลับนี้
เล้งซานมานั่งอ่านตำราที่ลานฝึกยุทธที่ประจำของพรรควิชาในตำรานี้ชื่อว่า ปราณกระบี่จักรพรรดิ์ เป็นวิชาระดับสูงของพรรคมังกรเหินในอดีตถูกคิดค้นโดย ปรมาจารย์เล้งกี้จง ผู้ก่อตั้งพรรคมังกรเหินและเคยเป็นผู้ใช้ลมปราณระดับสูงในตระกูลเล้ง ก่อนจะก่อตั้งพรรค
ในคราแรกมันมั่นใจว่าถึงมีตำราเพียงครึ่งเล่มแต่อย่างน้อยก็สามารถใช้วิชานี้ให้ ห้าในสิบส่วนแต่พออ่านตำราไปซักระยะมันพบว่ามันคิดผิดอย่างมหันต์เพราะตำราเล่มนี้เป็นครึ่งส่วนหลัง!!นั้นหมายความว่ามันไม่ได้บอกวิธีโคจรพลังในช่วงแรกเลยแม้แต่น้อย!!
เล้งซานเกาศีรษะอย่างจนปัญญาจากนั้นก็ลองโคจรพลัง ในลักษณะต่างๆไม่ว่าจะเป็นของตระกูลเล้งหรือของพรรคกระบี่เหิน แต่ก็ไม่ได้มีความใกล้เคียงกับลักษณะของวิชานี้ แม้แต่น้อย
"ยากชะมัด!!วิชานี้แข็งแกร่งพอๆกับ เทพพิโรธถล่มฟ้า เลยทีเดียวหรือมันจะใช้การโคจรพลังแบบพิเศษกันนะ ถึงจะสามารถก่อรูปปราณกระบี่ ออกมาได้"เล้งซานส่ายหน้าอย่างจนใจ
"เจ้าเด็กโง่!!มันแข็งแกร่งพอๆกับวิชาของเผ่าเทพและทำไมเจ้าไม่คิดว่ามันเป็นวิชาเผ่าเทพกันล่ะ" เสียงของเฟรย่าดังขึ้นพลางขบขันในใจ
เล้งซานขมวดคิ้วเล็กน้อยและลองหลับตาอีกครั้งโคจรพลังไหม่ เพียงเวลาไม่นาน ปราณกระบี่สีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของมัน
"ใช่จริงๆด้วย!!มันมีลักษณะการโคจรพลังแบบเดียวกันกับวิชาของเผ่าเทพ!!"
และก็เป็นจริงดังที่เฟรย่าคาดการณ์ในอดีต เล้งกี้จง ได้มีสหายหนึ่งคนเป็นคนของเผ่าเทพและได้สอนเล้งกี้จงโคจรพลังแบบพิเศษทำให้มันสามารถบัญญัติวิชานี้ขึ้นมาได้แต่เนื่องด้วยการทำเช่นนี้นับว่าผิดต่อกฏของเผ่าเทพที่ห้ามถ่ายทอดวรยุทธแก่เผ่าอื่นเล้งจี้กง จึงฉีกตำราครึ่งแรกเผาทิ้งไปเพื่อจะได้ไม่สร้างความลำบากในให้แก่สหายของมัน วิชานี้จึงไร้ผู้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน...
แววตาของเล้งซานฉายออกอย่างเปล่งประกายวิชานี้นับว่าร้ายกาจมาก กระบวนท่า เทพพิโรธถล่มฟ้านั้นจะใช้การระเบิดพลังที่รุนแรงจากลมปราณทั่วร่างมาที่จุดเดียวจึงมีพลังทำลายมหาศาลส่วน ปราณกระบี่จักรพรรดิ์นั้น จะขัดเกลาลมปราณทั่วร่างบีบอีดออกมาให้แหลมคมและมีพลังทะลุทะลวงอย่างมหาศาล...
ณ วันประลองวันถัดมาผู้คนกว่าครึ่งเมืองเมฆครามเข้ามาชมการประลองในครั้งนี้เนื่องจากข่าวที่แพร่สะพัดออกไปถึงการปรากฏตัวของ จูหยวนฟานและความอเนจอนาถของลี้เอียง ทำให้กระแสคนเข้าชมมากล้นขึ้นมาอีกหลายเท่า!!
การประลองรอบ 16 คนสุดท้ายดำเนินต่อไปโดยมีเล้งซาน และ จูหยวนฟาน เข้ารอบ 8 คนสุดท้ายรออยู่ก่อนแล้วจนได้ผู้ชนะในอีก 6 คนที่เหลือ ได้แก่
ตงซานจากพรรคอรุณสาดส่อง
เซี่ยวหลินจางจากพรรคตระกูลเซี่ยวหลิน
อี้หลงหวังจากพรรคกระบี่เหิน
ฟางมู่จากพรรคจันทราจรัส
อ้าวปิง จากหมู่บ้านปราณทอง
และ กวนซังเทียนจากพรรคพิรุณ
รอบ 8 คนสุดท้ายจึงเริ่มทันที...
"หม่าเฉินจากพรรคกระบี่เหิน และ จูหยวนฟาน แห่งพรรคป้อมอัคคี เชิญขึ้นเวที"กรรมการประกาศเรียก
เล้งซานเดินขึ้นเวทีด้วยความสง่า พลางชำเรืองมองผู้ชมด้วยแววตาที่ทรงเสน่ห์ สาวๆในเมืองเมฆครามตอนนี้มีไม่น้อยที่กล่าวถึงความหล่อเหลาของ หม่าเฉิน
ตามด้วย จูหยวนฟานที่เดินขึ้นเวทีด้วยใบหน้ายิ้มแย้มด้วยความที่เป็นสำนักจากที่ห่างไกลมันจึงไม่มีโอกาศออกมาสู่โลกภายนอกมากนักแววตาของมันจึงเต็มไปด้วยความสนุก
ทั้งคู่ต่างประสานมือและโค้งตัวให้อันอย่างมีมารยาท
"หวังว่าคุณชายจูจะออมมือให้ข้าบ้าง" เล้งซานแสยะยิ้มเล็กน้อย
"ฮ่าๆท่านหม่า กล่าวเกินไป ตัวข้านั้นเป็นเพียงคนบ้านนอกไม่จำเป็นต้องเรียกคุณชายก็ได้" จูหยวนฟาน ยิ้มรับด้วยใบหน้าระรื่น
"เริ่มการประลองได้"กรรมการประกาศ
เล้งซานใช้วิชาตัวเบาประจำพรรคกระบี่เหินทะยานพุ่งไปอย่างรวดเร็วเพลงหมัดหลายสิบกระบวนถูกปล่อยออกมาด้วยความดุดันจูหยวนฟานตั้งรับไว้ได้อย่างทุลักทุเล เล้งซานแสดงให้เห็นถึงความเร็วที่มากกว่าศิษย์จากพรรคตระกูลเซี่ยวหลินเมื่อวานนี้อย่างเห็นได้ชัด
จูหยวนฟานขมวดคิ้วทันทีโดยคราแรกมันไม่คิดว่าจะมีใครเป็นคู่ต่อสู้ให้มันได้ในเมืองเมฆครามนี้เพราะทิศเหนือของทวีปเต่าทมิฬนั้น โดยรวมแล้วถือว่าอ่อนแอกว่าทิศใต้ ทิศตะวันออกและทิศตะวันตกอยู่มากพอสมควร
เหตุผลเพราะในทิศเหนืออยู่ติดกับมหาสมุทรไม่มีการต่อสู้ระหว่างทวีปเกิดขึ้นที่นี่!! ผิดกับทิศใต้ที่ติดกับทวีปหงศาเพลิงจึงมีการปะทะกับของทั้งสองทวีปอยู่บ่อยครั้งทิศตะวันออกก็เช่นกันเพราะอยู่ติดกับทวีปมังกรฟ้า ทิศตะวันตกติดกับทวีปพยัคฆ์ขาวระดับฝีมือโดยทั่วไปของแต่ละพรรคจึงสูงกว่าด้านทิศเหนืออย่างมาก
และด้วยเหตุผลเหล่านี้จูหยวนฟานที่เป็นถึงนายน้อยของสำนักระดับต้นๆในดินแดนทิศใต้จึงย่อมต้องดูแคลนพรรคต่างๆในทิศเหนือพอสมควรแต่หลังจากประมือกับเล้งซานได้ไม่ถึงสิบกระบวนท่ามันรับรู้ได้ทันทีว่ามันคิดผิดมหันต์!!
ผัวะ!!
หมัดขวาของเล้งซานเข้าที่ใบหน้าของจูหยวนฟาน พลางต้องถอยออกไปถึง ครึ่งก้าวใบหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่ของมันเปลี่ยนไปทันที
"โอ้~เพลงหมัดบ้านนอกของท่าน ถือว่าเข้าขั้นเลยทีเดียวนะ"เล้งซานกล่าวพลางเชิดมุมปากขึ้นเล็กน้อย
"เจ้า!!"จูหยวนฟานแสดงสีหน้าปั้นยากขึ้นมา เพลิงโทสะของมันเริ่มจะรุกโชนออกมาในการปะทะกันครั้งนี้ มันกลับไปคนที่เสียท่าก่อนโดยผู้ใช้ลมปราณชั้นสีครามขั้นต้นมันจึงไม่อาจยอมรับในเรื่องนี้ได้
"นับว่าเจ้ามีฝีมือมากกว่าที่คาดไว้อาจเทียบเท่ากับศิษย์แกนหลักของสำนักข้า ก็ดี!! ข้าจะได้แสดงให้เห็นว่าระดับของเจ้ากับข้า ต่างกันเพียงใด!!" จูหยวนฟาน เปิดการปิดกั้นพลังออกมาออร่าสีน้ำเงินล้นทะลักออกมาจากร่างอย่างต่อเนื่อง ผู้คนรอบสนามถึงกับตื่นตะลึง!!
"เฮ้ย!!ชะ..ชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 2"
"บ้าน่า!!อายุไม่ถึง 18 แต่มันอยู่ชั้นลมปราณสีน้ำเงินแล้ว"
"อี้หลงหวังยังอยู่แค่ชั้นลมปราณสีครามขั้นที่ 9 เท่านั้นเอง"
"จบกัน!!ผู้ชนะการประลองเมืองเมฆครามคราวนี้ต้องถูกคนจากที่อื่นแย่งไปซะแล้ว"
แม้แต่เสวียนอู่จิงฉานกรรมการชี้ขาดที่มาจากวังหลวงยังลุกขึ้นจากที่นั่งของมัน
"ร้ายกาจมากอายุเพียงเท่านี้กลับสามารถเหยียบขึ้นชั้นลมปราณสีน้ำเงินแม้ในเมืองหลวงยังนับว่าหาได้ยาก!!"
จูหยวนฟานเชิดศีรษะขึ้นเล็กน้อย และชำเลืองมองเล้งซานด้วยสายตาดูแคลน แต่ทว่า!!เล้งซานกลับปรบมือ และหัวเราะออกมา
แปะ! แปะ! แปะ!
"ฮ่าๆยอดเยี่ยมมาก นึกว่าท่านจะไม่ยอมเปิดการปิดกันพลังมาสู้กับข้าเสียแล้วมิเช่นนั้นคงหมดสนุกกันพอดี"
จูหยวนฟานขมวดคิ้วทันทีพลางยกมือขึ้นชี้หน้าของเล้งซาน
"อย่าพูดเหมือนเจ้ารู้ระดับพลังของข้าอยู่แล้วเช่นนี้!!"
เล้งซานเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มของมันจากหายไป มันเกลียดที่สุดคือการที่มีคนมาชี้หน้าใส่มัน!!
"การปิดกั้นอ่อนหัดเช่นนั้นต่อให้ข้าหลับตาก็ยังรู้เลย เจ้าบอกว่าจะแสดงความต่างของระดับเจ้าและข้าให้ดูแต่ข้ากลับไม่เห็นว่ามันจะแต่งต่างกันซักเท่าไหร่เลยนะ?"
"บัดซบ!!ชั้นขยะสีครามขั้นต้นของเจ้าหน่ะหรือ บอกว่าไม่ต่างจากข้าเท่าไหร่"โทสะของจูหยวนฟาน พุ่งทะยานถึงขีดสุดอย่างไรซะมันเป็นถึงนายน้อยของสำนักชั้นนำการถูกยั่วยุหลายครั้งหลายครา ย่อมไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป
"ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ถ่างตาดูซะ!!"
เล้งซานเปิดการปิดกันพลังออกทั้งหมดออร่าสีน้ำเงินที่เข้นข้นกว่าของจูหยวนฟาน กระจายออกปกคลุมทั่วทั้งบริเวณแฝงไว้ด้วยแรงกดดันอีกมหาศาลที่พลุพร่านออกจากร่างของต่อเนื่อง!!
"ปะ..ปราณสีน้ำเงินขั้นที่สามมมมมม!!"
"เฮ้ย!!หม่าเฉิน ก็อยู่ในชั้นสีน้ำเงินเช่นกัน และระดับยังสูงกว่า จูหยวนฟานซะอีก"
รอบเวทีฮือฮาทันที พวกมันแทบไม่กล้ากระพริบตาเนื่องจากกลัวว่าจะพลาดฉากเด็ดเช่นนี้!!