ชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่42 ข้าไม่ได้ตั้งใจ


            “วันนี้มันเกิดอะไรขึ้นเหตุใดถึงมีการทะลวงขั้นด้วยกันถึงสองคนในเวลาไล่เลี่ยกันขนาดนี้!” ผู้เข้าร่วมต่างพากันซุบซิบ

             

            ไม่นานทั้งสองก็เข้าปะทะกันใหม่ หนิงเฟยหลงแกล้งเข้าปะทะอยู่หลายกระบวนท่า กระแสพลังสีเขียวและแดงสลับไปมาทั้งสองสีล้วนมาจากพลังกระบี่ของอีกฝ่ายสีเขียวมาจากกระบี่สายลม สีแดงนั้นย่อมมาจากกระบี่ฝ่าพิภพทำให้ลานทดสอบละลานตาไปด้วยแสงสีที่สลับทับซ้อนกัน

             

            บัดนี้ลานประลองเกิดร่องรอยบุบสลายรอยขีดข่วนไปทั่วทว่าชายหนุ่มทั้งสองก็ยังต่อกรกันไม่จบ นั่นแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของทั้งคู่

             

            แต่อันที่จริงแล้วหนิงเฟยหลงกำลังหยอกเล่นกับถูหย่งเฮ่าก็เท่านั้นมันตั้งใจจะให้การต่อสู้นี้ยืดเยื้อเพื่อที่เวลาชนะจะได้ไม่เป็นจุดเด่นจนเกินไปข่าวจะได้ตีแผ่ออกไปว่า ‘ทั้งสองต่อสู้ได้อย่างสูสี’

             

            และนี่ก็ผ่านพ้นมาได้สิบกระบวนแล้ว แต่ละกระบวนท่าที่ถูกใช้ออกไปต้องทำให้ถูหย่งเฮ่ารู้สึกหนักอึ้งมันรู้สึกได้ว่าแรงของชายหนุ่มเบื้องหน้าของมันยิ่งมาก็ยิ่งรุนแรงยิ่งมาก็ยิ่งแข็งกร้าวและความแข็งกร้าวนี้ยังแฝงไปด้วยความเฉียบคม สีหน้าของมันไม่เพียงจะเคร่งเครียดเท่านั้นยังเกิดใบหน้าที่บูดเบี้ยวอัปลักษณ์คล้ายไม่อยากจะเชื่อ

             

            “เจ้า...แท้จริงแล้ว....มีฝีมือระดับใดกันแน่!”ถูหย่งเฮ่าเค้นเสียงจากร่องฟันอย่างยากลำบาก มันกัดฟันกรอดอย่างลืมตัวอยู่นานแล้วจึงไม่สามารถกล่าวออกมาอย่างปกติได้ อารมณ์มันในยามนี้ทั้งสับสน ทั้งหวาดกลัวแต่ก็ยังแสดงความหาญกล้าอยู่บ้าง ไหนเลยที่คุณชายแห่งตระกูลถูจะยอมพ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดายไม่มีทาง!

             

            แต่หนิงเฟยหลงตั้งใจจะจบการประลองแล้ว ถูหย่งเฮ่าก็เช่นกันหากยืดเยื้อไปมากกว่านี้คงต้องเสียทีให้กับหนิงเฟยหลงเป็นแน่!

             

            “กระบี่ฝ่าพิภพ!!”

             

            ถูหย่งเฮ่าลงมืออย่างเด็ดขาดอีกครั้ง! มันวาดกระบี่จากบนลงล่างเกิดลำแสงรูปวงรีสีแดงพวยพุ่งออกมาเคลื่อนเข้าหาชายหนุ่มอาภรณ์ขาวอย่างรวดเร็ว ลำแสงนี้ดูรุนแรงกว่าครั้งก่อนมากถึงขั้นอากาศรอบข้างเกิดลมกระโชกแรงบิดเบี้ยวไป คล้ายจะก่อเกิดพายุหมุนตามไปสมทบแหวกอากาศไปตามทางคล้ายคลื่นยักษ์ถาโถมเข้าใส่ ยากจะต้านทาน!

             

            ผู้คนรอบลานประลองเกิดอาการสั่นสะท้าน! พลังนี่รุนแรงเกินไปหากเป็นพวกมันที่ยืนอยู่ยากจะต้านทานได้ คงได้ตายเป็นผุยผงแล้วเป็นแน่! ใครไหนเลยจะต้านทานลำแสงที่ทรงพลังที่มีกดดันจากยอดวิชาระดับปฐพีได้และนี่ยังมีพายุหมุนวนตามมาติดๆ หากต่อกรได้ก็คงต้องบาดเจ็บสาหัสพลังระดับนี้สมควรจะต่อกรกับระดับกำเนิดพลังขั้นต้นได้อย่างไม่ยากเย็น

             

            แม้ว่าขั้นที่สิบของขอบเขตแดนกายและขั้นที่หนึ่งของระดับกำเนิดพลังจะอยู่ห่างกันแค่หนึ่งขั้นแต่อย่าลืมว่าหนึ่งขั้นนั้นห่างไกลกันถึงขอบเขต หากจะเปรียบวัดพลังกันก็สมควรที่จะเทียบได้กับการเอาจ่าฝูงสุนัขตัวหนึ่งมาสู้กับพยัคฆ์ไหนเลยที่สุนัขตัวนั้นจะหาญสู้กับพยัคฆ์ แม้จะมีความกล้าแต่ไหนเลยจะชนะพละกำลังแห่งพยัคฆาได้!

             

            ทว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้หนิงเฟยหลงแปลกใจแต่ประการใด เพียงแค่แสร้งทำเป็นตกใจ! เซถอยหลังหนึ่งก้าวคล้ายว่าจะโดนอิทธิพลของปราณกระบี่นั้น  ระหว่างนั้นชายหนุ่มก็ได้ลอบขับเคลื่อนกระแสลมรอบกายสร้างเป็นกระแสพลังหมุนวนเป็นกำแพงแสงสีเขียวอ่อนจางๆกระพริบไปมา

             

            เมื่อพลังกระบี่ของถูหย่งเฮ่ามาถึงหนิงเฟยหลงก็ทำทีเป็นฝืนต้านรับไว้ทำพลังกระบี่กระแทกใส่หน้าอกกระอักโลหิตออกมา ‘พลั่ก!’

             

            “ไม่เลวเลยพี่ถู ต่อไปท่านก็เตรียมรับกระบี่ของข้าบ้าง!!”

             

            หนิงเฟยหลงกล่าวพร้อมกับใช้ท่าสับเปลี่ยนสายลมซึ่งเป็นท่าหลบหลีกพลังกระบี่ได้อย่างดีกระโจนขึ้นท้องฟ้าแล้วใช้ท่าสายลมทะลุทะลวงอย่างต่อเนื่อง ปราณกระบี่สายลมเสือกแทงออกเป็นพลังกระแสลมที่คมกริบบวกกับกระแสพลังที่ลอบขับเคลื่อนกับสายลมก่อนหน้าเคลื่อนรวมเข้ากับปราณกระบี่ก่อเกิดเป็นรูปลักษณ์กระบี่สีเขียวอ่อนมีกระแสลมหมุนวนรอบตัวกระบี่สายลมพร้อมที่จะทำลายล้างกระบี่ฝ่าพิภพที่เหลือของถูหย่งเฮ่าที่โจมตีมาก่อนหน้า

             

            แคว๊ก!!!!

             

            เสียงพลังกระบี่ทั้งสองปะทะกัน กระบี่ฝ่าพิภพถูกผ่าออกราวกับใช้มีดหั่นเต้าหู้ทว่าเสียงที่ออกมากลับบาดหูนัก เนื่องจากกระบี่สายลมทะลุทะลวงของหนิงเฟยหลงได้แหวกทำลายกระบี่ของถูหย่งเฮ่าแล้วดูดกลืนเสริมพลังเข้าไปอีกแต่เดิมที่มันมีรูปร่างขนาดใหญ่อยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งใหญ่เข้าไปอีก กลายเป็นกระบี่ยาวยักษ์ยาวกว่าสิบจั้งแต่นั่นไม่ได้ลดทอนความเร็วไปแม้แต่น้อย กลับกันมวลพลังกระบี่เคลื่อนที่รวดเร็วกว่าเดิม!!

             

            ถูหย่งเฮ่าไม่ทันจะได้ตกใจก็พบว่ากระบี่นั้นได้มาถึงตัวมันแล้ว! ไหนเลยจะป้องกันทันอย่าว่าแต่ป้องกันเลยแม้เพียงเอี้ยวตัวหลบก็ยังทำไม่ได้!

             

            เมื่อกระบี่ไปใกล้ถึงตัวของคุณชายถูหนิงเฟยหลงก็ถอนพลังคืนกลับมาหลายส่วนไม่อยากจะให้การปะทะในครั้งนี้นั้นถึงความตาย

             

            แต่ด้วยพลังสายลมทะลุทะลวงที่ใช้ในครั้งนี้รุนแรงเกินไปผ่าทำลายพลังกระบี่อีกฝ่ายไม่มีเหลือ! ไม่เพียงเท่านั้นยังเปล่งอานุภาพทำลายล้างคล้ายเข้าสู่เจตจำนงแห่งกระบี่ ทำให้เกิดคลื่นพลังที่ทรงพลังมากกว่าเดิมหลายสิบเท่า! แม้จะไม่ใช่กระบวนท่าที่รุนแรงที่สุด แต่ใช้ได้ถูกช่วงเวลาที่สุดและยังเฉียบคมกว่าเก่าเรียกได้ว่าในครั้งนี้ใช้ออกได้ดีเทียบเท่าผู้บรรลุเข้าถึงกระบี่เลยก็ว่าได้

             

            ผู้ฝึกฝนกระบี่ในทวีปชิงเฉวียนแบ่งออกเป็น ห้าระดับคือ ระดับกระบี่สามัญกระบี่แม่ทัพ ผู้เข้าถึงกระบี่ จิตกระบี่ และกระบี่ใต้หล้า ผู้ฝึกฝนสูงส่งส่วนใหญ่มักจะมาหยุดอยู่ที่จิตกระบี่ไปต่อไม่ได้ทว่าแม้จะอยู่จิตกระบี่ก็สามารถท่องเที่ยวไปทั่วทวีปได้แล้ว

             

            ส่วนผู้ที่อยู่ระดับกระบี่ใต้หล้านั้นไม่ปรากฏมานานมากแล้วนับได้หลายร้อยหลายพันปีหากแม้นใครอยู่จุดสูงสุดของวิถีกระบี่นี้ได้ก็สมควรจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตแดนสวรรค์แล้วหรือหากไม่เช่นนั้นเพียงแค่ครึ่งก้าวก็สมควรถึง!

             

            ตอนนี้ระดับความเข้าใจในกระบี่ของหนิงเฟยหลงเข้าใกล้ผู้เข้าถึงกระบี่มากแต่ยังไม่เข้าถึงในทีเดียวยังต้องขัดเกลาอยู่อีก หากได้รับการชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญกระบี่ก็สมควรจะเลื่อนเข้าสู่เข้าถึงกระบี่ได้ทันที

             

            พลังกระบี่ของหนิงเฟยหลงที่แทงออกไปในครานี้ทั้งรวดเร็วทั้งรุนแรงยากที่ถูหย่งเฮ่าจะต้านทานได้! สายลมก่อตัวเป็นวายุที่รวมตัวอัดแน่นเป็นกระบี่พุ่งเข้าใส่ถูหย่งเฮ่าแม้จะลดทอนพลังจนเปิดโอกาสให้คุณชายถูได้ขับเคลื่อนพลังหยวนออกจากกระบี่มาต้านรับไว้

             

            ทว่านั่นก็ไม่พียงพอและไม่ทันการเสียแล้ว กระบี่เขียวอ่อนได้ฉีกกระชากทำลายร้างพลังปราณสีแดงจนสิ้นซากถูหย่งเฮ่าเผยให้เห็นใบหน้าที่แตกตื่นยากจะสงบใจได้!

             

            อ๊าก!!!!

     

            และแล้วปราณกระบี่ที่คมกริบก็วาดผ่านแขนขวาของถูหย่งเฮ่าไปท่อนแขนกระเด็นหลุดลอยเคว้งขาดออกจากหัวไหล่ ดวงตาที่หดเล็กอยู่แต่เดิมกลับเบิกกว้างขึ้นความเจ็บปวดพุ่งพล่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว

             

            ถูหย่งเฮ่าล้มลงกับพื้นด้วยแรงปะทะจากกระบี่ลงไปนอนกลิ้งเกลือกอยู่ที่พื้นดิ้นทุรนทุราย แผดเสียงร้องครวญครางออกมา มองดูน่าเวทนานักท่ามกลางผู้คนมากมายที่จดจ้องอยู่ต่างอ้าปากค้าง ทั้งตกตะลึงทั้งหวาดกลัวในเวลาเดียวกันมีเพียงคนของตระกูลถู และพวกของหนิงเฟยหลงเท่านั้นที่มีอาการแตกต่างไป

             

            “เจ้า!เจ้ากล้าทำร้ายคุณชาย!” ถูกังแผดเสียงร้องด้วยความตกใจออกมา มันทั้งโกรธแค้นทั้งหวาดกลัวไหนเลยที่มันจะไม่รู้ว่าตัวมันเองไม่สามารถต่อกรกับชายผู้ที่ตัดแขนของนายน้อยมันได้เพียงแค่ต่อสู้กับนายน้อยมันก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะชนะได้แล้วคงไม่หาญกล้าจะไปสู้กับปีศาจนั่นหรอกเพียงแต่ต้องรักษาหน้าตาของตระกูลอันดับหนึ่งไว้!

             

            หนิงเฟยหลงได้ฟังก็แกล้งทำเป็นตกใจ! รีบวิ่งเข้าไปหาถูหย่งเฮ่าแกล้งดูอาการแล้วสกัดจุดไว้ จากนั้นก็หยิบเอาโอสถเม็ดหนึ่งออกมาตบเข้าปากถูหย่งเฮ่าไม่นานคุณชายตระกูลถูก็สลบไป ก่อนที่จะสลบไปหนิงเฟยหลงก็ได้พบกับสายตาที่แดงก่ำคาดว่าอยากจะฉีกกระชากทำลายคนที่อยู่เบื้องหน้าจากถูหย่งเฮ่า

             

            ทว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกหวาดกลัวกลับเผยรอยยิ้มที่เย้ยหยันออกมา และกระซิบไปที่คุณชายแห่งตระกูลถูผู้นี้ว่า “นี่สำหรับน้องสาวข้า”ถูหย่งเฮ่าได้ฟังก็เบิกตาโพลง!

             

            มันไม่คาดคิดมาก่อนว่าหนิงเฟยหลงจะเก็บกิริยาที่ล่วงเกินน้องสาวมาใส่ใจจนกระทั่งลงมือกับมันแต่ที่ไหนได้คนผู้นี้ช่างอำมหิตนัก! เก็บคุณความแค้นได้อย่างเงียบเชียบหากใครล่วงเกินมันหรือคนรักของมันละก็สมควรจะมีจุดจบที่น่าอนาถกว่านี้เป็นแน่!

             

            หนิงเฟยหลงแสร้งรีบสาวเท้าไปหยิบแผ่นป้ายไม้ไผ่ที่อยู่กึ่งกลางลานมาถือครองไว้หวังจะไม่ให้ผู้อื่นรับรู้ว่าที่จริงแล้วมันไม่ได้สนใจป้ายไผ่นี้แต่แรกแต่ที่มันสนใจก็คือลงทัณฑ์ถูหย่งเฮ่าก็เท่านั่น!

             

            เพียงแค่ถูหย่งเฮ่ามีสายตาละลาบละล้วงน้องสาวของมันก็เท่านั้นแต่เพียงเท่านี้ก็นับว่าล่วงเกินแล้วสำหรับมันและยิ่งด้วยมันรักน้องสาวคนนี้มากไหนเลยจะยอมปล่อยคุณชายถูผู้โชคร้ายผู้นี้ไปได้ อันที่จริงแล้วหากบริเวณนี้ไม่มีผู้อาวุโสฝ่ายนอกอย่างถูลู่หลิ่งมันก็คงไม่ต้องมาเสียเวลาเสแสร้งเช่นนี้ระหว่างนั้นก็ได้มีหน่วยโอสถของสำนักยุทธ์หลวงออกมาปฐมพยาบาลคุณชายถู

             

            ก่อนที่หนิงเฟยหลงจะเดินออกจากลานทดสอบก็ได้หันไปทางด้านคนตระกูลถูแล้วจึงกล่าวขึ้น“ขออภัยด้วย ข้านั้นไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายพี่ถู เพียงแต่ยั้งมือไว้ไม่ทัน ข้านั้นมีฝีมืออ่อนด้อยพึ่งจะสำเร็จวิชากระบี่ได้ไม่นานจึงไม่อาจกะเกณฑ์พลังได้ขออภัยๆ ไว้มีโอกาสจะข้าจะเข้าไปขอขมาที่ตระกูลถูเป็นแน่”ชายหนุ่มแสร้งแสดงสีหน้าเศร้าสลดอย่างแนบเนียน จนผู้คนมากมายคิดว่าเป็นเรื่องจริง

             

            ส่วนเรื่องที่มันพึ่งสำเร็จวิชากระบี่นั้นเป็นเรื่องจริงแม้มันจะคอยชี้แนะให้กับหนิงอันอันก่อนหน้าแต่อันที่จริงแล้วมันยังไม่สำเร็จวิชากระบี่ด้วยซ้ำ นั่นเป็นเพราะมันยังไม่เคยใช้กระบี่ต่อกรกับผู้ใดยาวนานเช่นการต่อสู้นี้ยิ่งต่อสู้ยิ่งเข้าใจในกระบี่มากยิ่งขึ้น มันเลื่อนจากกระบี่สามัญเข้าสู่กระบี่แม่ทัพอย่างรวดเร็วและกำลังจะเข้าสู่ระดับเข้าถึงกระบี่แล้ว

             

              “หึ เช่นนั้นข้าจะจดจำความไม่ตั้งใจของท่านไว้เป็นอย่างดีและจะนำเรียนท่านประมุขตระกูล!” ถูกังกล่าวตอบสีหน้าท่าทางของมันบ่งบอกถึงความไม่พอใจและแค้นเคือง!แต่มันก็ทำอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้จึงจำใจยอมรับ



     

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้าลิขิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน