บทที่ 48 บริษัทเปลือก
“ฮ่า ๆ ๆ อย่างที่คิดบริษัทนี้แม้แต่ค่าธรรมเนียมยังไม่จ่าย! เป็นแค่บริษัทเปลือกชัด ๆ น่าขันสิ้นดี! สมแล้วที่เป็นตัวอัปยศของวงศ์ตระกูล หากไม่ไล่ออกไป ก็มีแต่จะขายหน้า! รู้งี้ตั้งแต่แรกปล่อยให้มันเปลี่ยนชื่อสกุลไปซะก็ดี! จะได้ไม่ต้องใช้นามสกุลลู่ของพวกเราอีก!”
ลู่กั๋วฟู่พูดไปพลางโมโหพลาง สุดท้ายก็ตะโกนออกมา
แต่ลู่เจียวเจียวกลับหัวเราะจนตัวโยน “ฮ่า ๆ บริษัทเปลือก ลู่ชิงเมิ่ง คงจะอยู่กับหลัวเซิงนานไปสมองเลยพังไปด้วยกันแล้วมั้ง!”
ณ ตระกูลโจว
โจวสุ่ยหนิวหน้าตึงเครียดมองบัญชีธนาคารของผู้จัดการหยาง สีหน้าก็ยิ่งเย็นชา “ผู้จัดการหยางนี่มันตะกละตระกลามจริง ๆ แค่แปปเดียวก็รับเงินจากตระกูลตู้ไปหลายล้าน! ไอ้คนทรยศ!”
กัวsว่านฉีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พูดเสริม “ดูเหมือนว่าครั้งนี้ ตระกูลตู้จะมุ่งมั่นที่จะเกาะตระกูลโจวให้ได้ แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่าทั้งหมดนี้พวกเรารู้เห็นหมดแล้วนะคะ”
“ใครใช้ให้พวกมันไปหาเรื่องบอสหลัวล่ะ!”
โจวสุ่ยหนิวเย้ยหยันคนที่หาเรื่องกับท่านหลัวมีแต่ทางตาย!
ไม่นานก็ถึงวันรุ่งขึ้น หลัวเซิงจัดงานของบริษัทชิงเมิ่งเสร็จก พอกลับถึงบ้านก็ได้ยินเสียงทะเลาะกัน เรารีบเปิดประตูเข้าไปก็เห็นหญิงชายวัยกลางยืนอยู่
“โอ้! ไอ้เด็กนี่กลับมาแล้วเหรอ!”
ผู้หญิงคนนั้น พูดขึ้นทันที
เห็นดังนั้นคิ้วของหลัวเซิงก็ขมวดเข้าหากันทันที เขาไม่รู้จักคนทั้งสอง
แต่ลู่ชิงเมิ่งกลับรีบพูดขึ้น “แม่! อย่าพูดแบบนั้นสิ!”
ได้ยินแบบนั้นหลัวเซิงก็เข้าใจทันทีคงจะเป็นพ่อแม่ของลู่ชิงเมิ่ง คือ
‘ลู่จวิ้นฉี’และ ‘เฉินหว่านเยว่’
“ฮึ่ม! ทำไมแม่จะพูดไม่ได้! ยัยเด็กคนนี้ แกยังคิดว่าทำให้พวกเราขายหน้าไม่พอยังไง? ไม่พูดถึงเรื่องที่โดนไอ้เด็กจน ๆ นี่เอาความบริสุทธิ์ไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้ยังกล้าแต่งงานกับมันจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ฉันกับพ่อแกไม่ได้ไปร่วมงานแต่ง แกก็ไม่สนใจ เก่งจริง ๆ เลยนะ!”
พอได้ยินลู่ชิงเมิ่งพูดขัดเฉินหว่านเยว่ก็ยิ่งโกรธมากขึ้น
“ใช่! แกดูสิหลังจากแต่งงานกับไอ้เด็กนี่ ยังถูกไล่ออกจากบริษัทลู่อีก! คราวนี้ฉันกับแม่แกก็ไม่กล้าสู้หน้าใครแล้ว!”
บนใบหน้าของลู่จวิ้นฉีก็เต็มไปด้วยความโกรธ พูดพลางมองหลัวเซิง เป็นระยะ ๆ ราวกับอยากจะฆ่าหลัวเซิงด้วยสายตา
“พ่อ แม่ การมีหลัวเซิงอยู่ที่บ้านมันก็ดีแล้วนะคะ…”
ลู่ชิงเมิ่งยังคงพยายามโต้แย้ง
“ฮึ่ม! ไอ้ขยะไร้ค่า มันมีอะไรดี! ไม่มีเงิน ไม่มีฝีมือจะกลับมาทำไม มากินนอนใช้เงินเมียหรือไง! นี่ไม่ได้ทำให้ลำบากกว่าเดิมเหรอ! ตอนนี้เธอก็ไม่มีรายได้แล้ว เหยาเหยาจะทำยังไง ฟังแม่นะ ตอนนี้เธอยังมีโอกาส หย่ากับไอ้ขยะนี่ซะ เธอสวยขนาดนี้หาเศรษฐีใหม่ไม่ยากหรอก”
เฉินหว่านเยว่ไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าหลัวเซิงยืนอยู่ตรงนี้ ยังคงพูดต่อ
ลู่ชิงเมิ่งยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่ทันใดนั้นเธอก็มองเห็นเอกสารปึกหนาในมือของหลัวเซิง เธอก็ถามขึ้นทันทีว่า “หลัวเซิง นั่นอะไรอยู่ในมือคะ?”
ได้ยินคำพูดของลู่ชิงเมิ่ง หลัวเซิงก็ยิ้มออก “ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้บอกว่าอยากเปิดบริษัทเหรอ? ฉันก็เลยเอาเงินเก็บทั้งหมดที่สะสมมาหลายปีนี้ไปจดทะเบียนบริษัทให้เธอไง นี่เอกสารทั้งหมด แล้วก็…เมื่อเร็ว ๆ นี้ตระกูลโจวกำลังเปิดประมูล ฉันก็เลยคิดว่าจะลองไปเข้าร่วมดู นี่แผนธุรกิจ”
“หา จริงเหรอคะ? หลัวเซิง…”
ลู่ชิงเมิ่งหลังจากที่ได้ยินก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาทันที สิ่งที่หลัวเซิงพูด เธอคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าผู้ชายคนนี้จะเอาใจใส่เธอขนาดนี้ เธอเพิ่งพูดไปเมื่อคืนเอง วันนี้หลัวเซิงก็จัดการให้เรียบร้อยแล้ว
เธอรีบหยิบเอกสารในมือหลัวเซิง มาดูคร่าว ๆ แล้วหันไปบอกพ่อของเธอว่า “พ่อคะดูสิ หลัวเซิงเก่งมากเลยนะ แผนธุรกิจนี้หนูว่าทำได้ดีเลยล่ะ”
“เหอะ ๆ แล้วมันจะทำอะไรได้ ตระกูลโจวเป็นถึงตระกูลเศษฐี คิดว่าเขาจะมาร่วมมือกับบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนอย่างเธอเหรอ! ยังไม่รู้เลยว่าไอ้นี่มันจ่ายค่าธรรมเนียมครบหรือยัง ไม่อย่างนั้นบริษัทเปลือกก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่!’
ลู่จวิ้นฉียิ่งดูถูกเหยียดหยาม มองหลัวเซิงด้วยหางตา
ตระกูลโจวมีฐานะแบบไหนคนตในเจียงหนานย่อมรู้ ต่อให้คิดฝันเขาก็ไม่กล้าคิดถึง!
“ฮึ่ม! แผนธุรกิจบ้าบออะไร ทำไปก็มีแต่จะทำให้ขายหน้า!”
เฉินหว่านเยว่เอ่ยปากขึ้น “พอแล้ว! พวกเราย้ายกลับมาอยู่บ้านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ส่วนไอ้เด็กนี่ แกรีบไสหัวออกไปจากบ้านเราซะ! ที่นี่ไม่ใช่ที่ของแก!”
“แม่!”
ได้ยินคำพูดของแม่ลู่ชิงเมิ่งก็รีบพูดขึ้นมาทันที แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์
หลัวเซิงได้แต่มองทุกอย่างด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยในใจ แค่ตระกูลโจว ต้องให้เขาลงมือจัดการเองเลยเหรอ?
ตลกสิ้นดี!
แต่เขาไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา เพราะเป็นพ่อแม่ของลู่ชิงเมิ่งแน่นอนว่าเขาต้องเคารพอยู่แล้วเขาจึงพูดขึ้นว่า “ผมแค่ลองทำดู เผื่อฟลุคสำเร็จขึ้นมา”
“ฮึ่ม! ไอ้ขยะ แกน่ะเหรอ ถึงตอนนั้นล้มเหลวขึ้นมาอย่ามาทำให้ตระกูลเราขายหน้าก็แล้วกัน!”
ลู่จวิ้นฉีไม่แม้แต่จะมองหลัวเซิงแม้แต่น้อย เขาโบกมือแล้วเดินเข้าบ้านไป
แต่สุดท้ายเขาก็ยังคงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ไอ้เด็กไม่มีเงินไม่มีอำนาจอย่างแก อยากร่วมมือกับตระกูลโจวอย่างนั้นเหรอ? ฝันกลางวันอยู่งั้นเหรอ?”
หลัวเซิงได้แต่รู้สึกตลก เรื่องเงินใครจะสู้ทรัพย์สมบัติมากมายบนเกาะของเขาได้?
ส่วนเรื่องสถานะ ใครจะเทียบเคียงกับประมุขของหลัวเซิงเหมิงได้?
ไม่มีเงินไม่มีอำนาจ?
ช่างน่าขันสิ้นดี!
แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะปริปากโต้ตอบอะไร คนพวกนี้ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรด้วย
“หลัวเซิง ถึงเวลานั้นฉันจะไปร่วมประมูลกับคุณ”
แม้ว่าลู่ชิงเมิ่งจะรู้ว่าความหวังริบหรี่แต่เธอก็ต้องสนับสนุนหลัวเซิง ทั้งหมดนี้หลัวเซิงทำเพื่อเธอ!
“ฮึ่ม! ฉันไม่ให้แกไปเด็ดขาด! ถึงตอนนั้น แม่จะหาเศรษฐีมาให้แกแล้ว! แกเชื่อฟังแม่ไปซะ!”
เฉินหว่านเยว่พูดอย่างไม่พอใจ
ส่วนหลัวเซิงแน่นอนว่าจะไม่ยอมให้ลู่ชิงเมิ่งไปด้วยอยู่แล้วจึงยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วงผม”
“หึ ไม่ต้องเป็นห่วงงั้นเหรอ? ฉันแค่ไม่อยากให้ลูกสาวฉันไปขายหน้ากับแก!”
เฉินหว่านเยว่กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
หลัวเซิงได้แต่ยักไหล่ เขาไม่อยากอธิบายอะไรมากนัก
ไม่กี่วัน หลัวเซิงก็มาถึงสถานที่ประมูลของตระกูลโจว ในตอนนี้ที่นี่เต็มไปด้วยผู้คน ทุกคนที่มุ่งหน้ามาที่นี่ต่างสวมใส่เสื้อผ้าที่เป็นทางการ ยกเว้นหลัวเซิงที่เพียงแค่แต่งกายเรียบง่าย
ทันทีที่ปรากฏตัวหลัวเซิงก็ดึงดูดสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วน
“เหอะๆ ไอ้เด็กนี่กล้ามาเข้าร่วมประมูลด้วยเหรอ? ดูจากการแต่งตัวแล้ว คงเป็นบริษัทที่ไม่มีศักยภาพแน่ ๆ”
“ใช่แล้ว! พวกเขาไม่รู้หรือไงว่านี่คือการประมูลของตระกูลโจว? แต่งตัวแบบนี้ยังกล้ามาอีก?”
ในชั่วพริบตา เสียงซุบซิบนินทาก็ดังขึ้น
แต่หลัวเซิงกลับแสดงท่าทีเฉยเมยต่อคำนินทาเหล่านี้ เขาไม่สนใจมันเลยแม้แต่น้อย คนที่มีความสามารถจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมากมาย