ตอนที่แปดสิบเจ็ด Sherlock Holme’s fight
คุณคิดว่าเป็นคุณคนเดียวเท่านั้นหรือที่ใช้วิธีการคาดกาณณ์ล่วงหน้าได้?
สองมือไม่สามารถจับอาวุธ
ทั้งเวเฮเมียร์และดยุกอูลริกประลองกันในความคิดราวกับเชอร์ล็อคโฮล์ม
หรืออันที่จริง precognition การมองเห็นล่วงหน้า
คือทักษะของในเกมส์ที่จะสามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวล่วงหน้าของศัตรูเพิ่มโอกาสหลบหลีกได้
แต่พอมาอยู่ในโลกความเป็นจริง
มันมีรายละเอียดเยอะกว่านั้น
หลังจากผมศึกษาการต่อสู้และทักษะต่างๆมากขึ้น
เทียบความรู้ของตนเองในเกมส์กับโลกความเป็นจริง
ผมก็เข้าใจได้ระดับหนึ่งว่าเวเฮเมียร์ที่เคลื่อนไหวได้เร็ว ทั้งที่ทางเทคนิคร่างกายควรจะอยู่ในระดับมนุษย์ไม่ใช่มอนสเตอร์ที่มีพลังและความเร็วเหนือมนุษย์ก็น่าจะเพราะเหตุนี้
เขาสามารถเคลื่อนไหวได้ก่อนที่อีกฝ่ายจะเคลื่อนไหวคือทักษะที่ฝึกมาอย่างชำนาญแล้วในการล่าเงินรางวัลและค่าหัวของทั้งมอนสเตอร์และมนุษย์
ไม่แตกต่างกันในการมีทักษะที่โจมตีจุดอ่อนเช่น
Joint attack การโจมตีข้อต่อ
ที่ในเกมส์มันจะทำให้เราเลือดไหลเสียพลังชีวิตเรื่อยๆหากไม่หยุดสถานะผิดปรกติ หรือถืออาวุธไม่ได้พลังโจมตีของอาวุธเราที่ถือจะหายไป
นับเป็นศัตรูที่น่ากลัวมากๆหากเตรียมตัวมาไม่พร้อมที่จะต่อสู้ด้วยนั่นเอง
อีกอย่างหนึ่งที่ผมรู้ตัวคือ ที่พลังดยุกอูลริกในเกมส์นั้นมีปริมาณมากไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ราวกับฟรีซเซอร์ที่ทั้งชีวิตไม่เคยฝึกการต่อสู้จริงจังจากสเกลพลังช่วงดาวนาเม็กของโกคูกลายเป็นสเกลพลังสู้กับเหล่าผู้แข็งแกร่งในจักรวาลอื่นๆได้ทันทีนั่นเอง
คนบางคนมันก็มีพรสวรรค์เหนือกว่าคนอื่นจริงๆร่างกายของดยุกอูลริก เป็นความโกงในทางที่แตกต่างไปจากมาเรียที่มีพลังเหมือนกันแต่ไม่มากเท่าดยุกอูลริกแต่สามารถใช้คาถาระดับสูงๆได้ยิ่งกว่านักบวชชั้นสูง
นั่นคือคุณสมบัติของ[นักบุญหญิงศักดิ์สิทธิ์] นั่นเอง
เราจะพบว่ามีตัวละครที่มีคุณสมบัติแปลกๆหรือจ็อบอาชีพแปลกๆที่ต่างจากคนทั่วไปที่มีความพิเศษกว่าจ็อบอาชีพอย่างอื่นๆ
เวเฮเมียร์ก็เป็นเช่นเดียวกันแม้จะมีพื้นฐานเหมือนนักดาบแต่อาชีพและสกิลของเขามีสีสันแตกต่างจากนักดาบธรรมดาและมีสกิลมากกว่าคนอื่นๆที่มีอาชีพในทางสายเดียวกัน
[ปาขวดใส่ดยุก]
[หลบอยู่หลังมูมักไมเนอร์]
[พุ่งเข้าไปด้วยท่าdashingsword]
[ปามูมักไมเนอร์ใส่เวเฮเมียร์]
พวกเราสองคนประลองด้วยกลยุทธที่เหนือความคิดของคนทั่วไปด้วยความสามารถในการมองเหตุการณ์ล่วงหน้าของพวกเราสองคนจนกระทั่ง
[Holy Wall]
มาเรียได้แทรกเข้ามาในการต่อสู้ทางความคิดของผมกับเวเฮเมียร์
“สนใจชั้นหน่อสิคะนายท่าน”
เธอใช้ฟันขบใบหูของผมด้วยท่วงท่า
[Dash]ที่สามารถวิ่งเข้ามาใกล้ผมได้ด้วยความรวดเร็ว
นอกจากเซบาสเตียน บาบารัสและเหล่าพี่กล้ามแล้วมาเรียก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ดูออกว่าผมต่อสู้กับเวเฮเมียร์ทางความคิดและพยายามหยุดผมก่อนที่จะเป็นอันตราย
เซบาสเตียนรับรู้ได้จากประสบการณ์ส่วนบาบารัสและเหล่าพี่กล้ามรู้ได้จากสัญชาตญาณของนักรบคลั่ง
ที่การพวกเขาไม่เคยใช้สมองในการแก้ปัญหาเลยแม้แต่ครั้งเดียวอันเป็นความภาคภูมิใจของพวกเขาเพราะเพียงแค่สัญชาตญาณและกำลังก็เพียงพอจะแก้ปัญหาทุกอย่างที่พวกเขาพบเจอได้แล้วนั่นเอง
ผมจึงหยิบเหล้าอีกขวดจากกระเป๋าเก็บของมาดื่มแก้เขิน
“ข้าคงเป็นเจ้านายที่เจ้าพอใจจะรับใช้ได้สินะ”
เวเฮเมียร์ลดมือลงและดื่มเหล้าที่โยนมาพร้อมกับกล่าวว่า
“ตราบใดที่ท่านจ่ายเงินข้าครบล่ะก็นะ”
“เอาล่ะพวกเราพิสูจน์ฝีมือกันพอหอมปากหอมคอแล้ว พวกเรามาเริ่มสร้างการฝึกซ้อมแบบใหม่ด้วยฝีมือของพวกเจ้ากันเถอะ”
อย่างที่บอกผมไม่คิดจะเอาพวกนี้ไปเสี่ยงอันตรายหรอก
เอาพกวกเขาไว้เป็นครูฝึกและผลิตยอดฝีมือออกไปสู้กับศัตรูเรื่อยๆยังดีกว่าที่จะให้พวกเขาเสี่ยงอันตรายด้วยตนเอง
แม้พวกเขาจะเป็นระดับมินิบอสและรองบอสก็ตามแต่ทำไมต้องเสี่ยงด้วยล่ะ?