ตอนที่71 ออกเดินทางเพื่อฝึกฝน
อีกเจ็ดวันผ่านไป......
หลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในครั้งนั้นนี่ก็ผ่านไปแล้วเจ็ดวัน ซึ่งภายในเจ็ดวันที่ผ่านมานี้ทุกอย่างดูสงบสุขเป็นอย่างมาก เพราะเหล่าสัตว์ป่าและสัตว์ร้ายทั้งหมดที่อยู่รอบๆเขตอาศรมต่างก็รับรู้ว่ากล้วยได้จัดการกับไอ้ลายที่เป็นพี่ใหญ่ในเขตพื้นที่แถวนี้ไปแล้วดังนั้น มันจึงไม่มีสัตว์ตัวใดกล้าเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้กับกล้วยและไอ้จ๋ออีก.......
และด้วยความเงียบสงบเช่นนี้กล้วยจึงใช้เวลาที่มีค่านี้ในการฝึกควบคุมการอัญเชิญวิญญาณของยักษ์วิรุฬกัณฐ์ให้ชำนาญมากยิ่งขึ้นรวมถึงการปรับสภาพร่างกายของตัวเองใหม่ด้วย เนื่องจากกล้ามเนื้อและกระดูกที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันมันจึงทำให้กล้วยรู้สึกติดๆ ขัดๆ เมื่อเขาต้องขยับตัวในท่วงท่าต่างๆบางครั้งก็ทำให้เขาก้าวเดินเร็วบ้างช้าบ้าง กระโดดสูงกว่าที่คิดใช้กำลังมากเกินไปกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้นกล้วยจึงต้องปรับสมดุลของร่างกายตัวเองใหม่.......
จนในที่สุดเขาก็สามารถทำให้ตัวเองคุ้นชินกับสภาพร่างกายและพละกำลังที่เปลี่ยนแปลงไปก่อนหน้านี้จนได้ในตอนนี้ ไม่ว่าจะวิ่ง เดิน กระโดดหรือจะทำอะไรกล้วยสามารถกะแรงให้เหมาะสมกับการกระทำเหล่านั้นได้แล้ว.......
“กว่าจะทำปรับสมดุลให้คงที่ได้ เราต้องเสียเวลาไปถึงเจ็ดวันเชียวหรือเนี่ย?เฮ้อ.......ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกในครั้งหน้าเราคงต้องเตรียมตัวเอาไว้รับมือกับมันเสียแล้ว”
หลังจากที่กล้วยต้องเสียเวลาไปถึงเจ็ดวันเพื่อปรับสมดุลของร่างกายกล้วยก็คิดได้ว่าเขาควรที่จะหาวิธีรับมือกับเหตุการณ์ที่คล้ายๆกันนี้ ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตเอาไว้เพราะในอนาคตยังไงเขาก็จะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นกว่านี้ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหรือกระดูกพวกมันล้วนแล้วแต่ต้องได้รับการพัฒนาเพิ่มให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นอยู่แล้วถ้ารับมือให้ดีๆ เขาอาจจะพบเจอปัญหาได้........
กล้วย!
กล้วยโว้ย!!
แอ๊ดดดดดดดดด!
“มีกระไรรึไอ้จ๋อ? ส่งเสียเอะอะโว้ยวายอยู่ได้!”
“จักมิให้ข้าส่งเสียงร้องตะโกนโวยวายได้เยี่ยงไรก็นี่มันเจ็ดวันเข้าไปแล้วนะที่เอ็งไม่ได้ออกมาจากอาศรมเลยถ้าเกิดว่าวันนี้เอ็งไม่ออกมา ข้าคงคิดว่าเอ็งตายเสียแล้วและถ้าเป็นเช่นนั้นข้าคงรู้สึกเสียใจมากแน่ๆ เพราะเอ็งเป็นเพื่อนของข้าข้าคงทนไม่ได้ที่ต้องเสียเพื่อนแท้เช่นเอ็งไป และข้า......”
ฟิ้ววววววว!!
ตุบ!!
โอ้ยยยยยยยยย!!
“หุบปากเน่าๆ ของเอ็งไปเลยไอ้จ๋อ ถ้าขืนเอ็งยังพูดอีกคนที่ตายจักเป็นเอ็งนั่นแหละ!”
อุ๊บ!!
เมื่อไอ้จ๋อได้ยินคำพูดของกล้วยที่ดูจริงจังแล้วมันก็รีบยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้ในทันทีในตอนแรกมันก็แค่กะว่าจะพูดหยอกล้อเล่นๆ เท่านั้นแต่พอได้พูดแล้วมันกลับจริงจังและเล่นมากเกินไปหน่อย จนมันไม่อาจที่จะหยุดพูดได้ถ้าหากว่ากล้วยไม่พูดดักไว้ละก็ มันจึงพูดต่อไม่รู้จบแน่.......
“เอ็งนี่มันจริงๆ เลยนะไอ้จ๋อ ขนาดข้ายังไม่ตายเอ็งยังพูดมากขนาดนี้แล้วถ้าข้าตายไปจริงๆ เอ็งจะพูดมากขนาดไหนกัน? แต่เอาเถอะเพราะเยี่ยงไรเอ็งก็ต้องตายก่อนข้าอยู่แล้วไว้เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะไปร้องไห้หน้างานศพเอ็งก็แล้วกันนะ เพื่อนยาก!”
เอ็ง!
ไอ้จ๋อถึงกับหน้าแดงด้วยเมื่อได้ยินคำพูดยอกย้อนของกล้วยมันไม่คิดว่ากล้วยจะพูดย้อนได้เจ็บแสบเช่นนี้ แต่เมื่อมันคิดย้อนกลับไปก่อนๆหน้านี้ ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่มันจะสามารถเอาชนะกล้วยได้ ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้การพูด หรือเรื่องอื่นๆ ที่เคยแข่งกันมา ทุกครั้งมันจะเป็นคนแพ้เสนอและเมื่อมันยิ่งคิด สีหน้าของไอ้จ๋อก็ยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ ........
หลังจากที่คุยกันได้สักพักกล้วยกับไอ้จ๋อก็พากันไปหาอะไรกิน เพราะตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมากล้วยกินเพียงผลไม้และผักที่อยู่ในอาศรมเท่านั้น ดังนั้นในวันนี้เขาจึงรู้สึกหิวมากกว่าที่เคย และเพื่อที่จะเติมเต็มความหิวกระหายในครั้งนี้กล้วยได้คิดเมนูอาหารเอาไว้แล้วโดยเมนูในวันนี้ของเขาก็คือเนื้อไอ้ลายย่างหมักเกลือกับผัดเนื้อไอ้ลายใส่สมุนไพรวิเศษระดับต่ำเจ็ดชนิด........
ปกติแล้วเนื้อของไอ้ลายก็มีคุณค่าและช่วยเพิ่มพลังให้กับผู้ที่กินมันเข้าไปอยู่แล้วและยิ่งผสมกับผักกับสมุนไพรวิเศษเข้าไปด้วยแล้วคุณค่าทางอาหารและประโยชน์ที่จะได้รับจึงมีมากขึ้นไปอีกเท่าตัวเลยแต่ถึงมันจะให้คุณค่าและประโยชน์ที่มากแค่ไหน มันก็ส่งผลต่อกล้วยเพียงเล็กน้อยเท่านั้นต่างจากไอ้จ๋อที่ได้รับผลประโยชน์จากอาหารมื้อนี้ไปเต็มๆ ........
“กล้วย! สรุปแล้วเอ็งจักเอาเยี่ยงไรต่อ? เอ็งจะออกเดินทางเพื่อไปฝึกฝนเลยหรือไม่?”
“ข้าคิดว่าจักออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ ส่วนสถานที่ที่จักไปนั้นข้าเองก็ยังคิดมิตกเช่นกัน บางทีข้าอาจจะเดินทางขึ้นเหนือเพราะที่นั่นน่าจะเป็นสถานที่ที่มีสงครามมากที่สุด”
กล้วยคิดอยู่ครู่หนึ่งกับคำถามของไอ้จ๋อก่อนที่เขาจะตอบกลับและบอกความคิดของเขาออกไปซึ่งเขาคิดว่าการเดินทางขึ้นเหนือนั้นน่าจะเหมาะสมที่สุดเพราะจากที่เขาได้ฟังพันลำบอก ทางเหนือของดินแดนมนุษย์นั้นมีสงครามมากที่สุดและรุนแรงมากที่สุดด้วย........
“ขึ้นเหนืออย่างนั้นรึ? แต่เอ็งมีเวลาเหลือแค่ครึ่งปีกว่าๆเท่านั้นนะถ้าเกิดเอ็งเดินทางขึ้นเหนือแล้วต้องพบเจอกับสงครามใหญ่ที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จนทำให้เอ็งต้องเสียเวลามากๆแล้วเอ็งจะสามารถกลับมาตามกำหนดเวลาที่เอ็งตั้งเป้าเอาไว้ได้กระนั้นรึ?”
ไอ้จ๋อไม่เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องทิศทางมากนักเพราะมันอยู่แต่ในป่าแถบนี้เท่านั้น ถึงแม้ว่ามันจะเคยดูแผนที่กับกล้วยมาแล้วก็ตามแต่มันก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับมันมากนัก ที่มันให้ความสนใจก็คือเรื่องกำหนดเวลากลับของกล้วยที่เหลือเวลาอีกแค่หกถึงเจ็ดเดือนเท่านั้น.......
“ข้ารู้ นั่นเป็นเพียงแค่ความคิดและตัวเลือกหนึ่งของข้าเท่านั้น อีกอย่างการขึ้นภูมิภาคเหนือของข้าก็ใช่ว่าเป้าหมายของมันจึงเป็นสงครามในสนามรบเพียงแค่ว่า............”
ไม่ใช่ว่ากล้วยไม่เป็นกังวลเขาเองก็เป็นกังวลเรื่องนี้เช่นกัน ถึงแม้ว่าเขาจะมีความสามารถแต่เขาก็เป็นเพียงแค่เด็กที่อายุสิบสี่ปีเท่านั้นหากจะบอกว่าเขาเด็กมันก็บอกได้ไม่เต็มปาก หากจะบอกว่าเขาโตแล้วมันก็ยังไม่ใช่ถ้าเขาขึ้นเหนือและพบเจอกับสงครามเข้าจริงๆ พวกผู้ใหญ่คงไม่ให้เขาเข้าร่วมสงครามด้วยแน่แม้ว่าจะมีความสามารถก็ตามแต่.....
“เอาเยี่ยงนี้เป็นเช่นไร พวกเราเดินทางไปภูมิภาคตะวันออกกันว่ากันว่าภูมิภาคตะวันออกนั้นเป็นแหล่งที่อยู่ของสัตว์ร้ายน้อยใหญ่มากมายแถมยังมีพวกโจรป่าอยู่แถวนั้นก็มากถ้าพวกเราอยากจะฝึกฝนเพื่อหาประสบการณ์จริงในการต่อสู้ละก็ข้าว่าที่ภูมิภาคตะวันออกก็ไม่เลวเช่นกันนะ!”
แม้ไอ้จ๋อจะไม่ได้รู้เรื่องแผ่นที่มากนักแต่มันก็พอเข้าใจและรู้บางอย่างมากเช่นกันโดยเฉพาะเพื่อที่ในภูมิภาคตะวันออกที่มันเลือกจะจดจำเป็นพิเศษไม่ใช่เพราะว่าที่นี่มีสัตว์ป่าหรือพวกโจรอยู่เยอะอย่างที่มันพูดแต่เป็นเพราะว่าภูมิภาคตะวันออกของอาณาจักรอโยตะคีรีนั้นอยู่ใกล้กับดินแดนอาณาจักรวาตะไพรนครของพวกเผ่าวานรต่างหาก......
หือ?
“ภูมิภาคตะวันออกกระนั้นรึ? อ่า! ก็ดีเหมือนกันนะถ้าพวกเราไปเดินทางลงไปที่นั่น พวกเราก็จักมิต้องกังวลเรื่องกำหนดเวลาที่ตั้งเป้าเอาไว้ด้วยแถมตอนนี้พวกเราก็อยู่ใกล้กับภูมิภาคตะวันออกแค่วันหรือสองวันเดินทางเท่านั้น”
เมื่อกล้วยได้ยินคำพูดของไอ้จ๋อเขาก็พลันนึกขึ้นมาได้ก่อนที่เขาจะเห็นด้วยกับความคิดของไอ้จ๋อและเลือกที่จะเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกเพื่อหาประสบการณ์โดยที่มีเหตุผลอยู่สามประการด้วยกันที่เขาคิดเช่นนั้น.....
ประการแรกหมู่บ้านท่าเสด็จอยู่ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งใกล้กับภูมิภาคตะวันออกอย่างมาก ทำให้การเดินทางไปกลับไม่ยุ่งยากเกินไป.....
ประการที่สองที่ภูมิภาคตะวันออกนั้นไม่ได้มีสงครามที่รุนแรงของภาคเหนือซึ่งทำให้กล้วยลดโอกาสที่จะพบเจอกับสงครามติดพันไปได้อย่างมากถึงจะไม่ได้ประสบการณ์ในการต่อสู้ที่สนามรบแต่ที่ภูมิภาคตะวันออกนี้ก็มีกลุ่มโจรป่าและพวกสัตว์ร้ายอยู่มากมายให้เขาได้สู้แถมยังมีกองกำลังยักษ์ปักหลักอยู่ที่ภูมิภาคนี้ด้วย......
ประการที่สามระยะเวลาในการเดินทางครั้งนี้ของเขามีน้อย หกถึงเจ็ดเดือนอาจจะมองว่านานแต่แท้จริงแล้วมันไม่ได้นานเลย แค่เดินทางก็หมดช่วงเวลาแล้ว ดังนั้นการเดินทางจากภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือลงได้ที่ภูมิภาคตะวันออกนั้นคงดีที่สุดเพราะมันจะทำให้เขาเดินทางกลับมาได้ทันเวลาหรืออาจจะเลยกำหนดเพียงไม่นาน........
“สรุปแล้วเอ็งเลือกที่จะเดินทางลงไปยังภูมิภาคตะวันออกใช่หรือไม่?”
ไอ้จ๋อถามกล้วยย้ำอีกครั้งหนึ่งเพื่อความแน่ใจ......
“ถูกต้อง ทำไม? หรือว่าเอ็งมิอยากจะไป? ถ้าเอ็งมิอยากไปจะอยู่รอข้าที่นี่ก็ได้นะ ข้ามิว่ากล่าวเอ็งดอกไอ้จ๋อเพราะข้าเข้าใจว่าเอ็งนั้นยังไม่พร้อมที่จักออกไปผจญภัยในโลกกว้างตอนนี้ อ้า!มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆ เลยใช่ไหม? เฮ้อ........เอ็งกับข้าฝึกกันมาตั้งนานแล้วแต่เอ็งกลับ........”
ไอ้บ้าเอ้ย!
“นี่เอ็งจักมีสักวันไหมที่เอ็งจักไม่พูดจาเสียดแทงข้าเช่นนี้? มันจักตายหรือเยี่ยงไรกันห๊ะ! แล้วใครบอกว่าข้าจักมิไป? ลิงอย่างข้าไม่เคยกลัวอยู่แล้ว กะอีแค่ออกเดินทางเอง แบบนี้สบายมาก!”
ไอ้จ๋อพยายามที่จะสะกดข่มอารมณ์โมโหของมันเอาไว้เพราะมันรู้ดีว่ากล้วยแค่ต้องการหยอกล้อและกระตุ้นให้มันตามไปด้วยแม้ว่ามันจะพูดตะคอกกลับไปและแสดงท่าทางไม่พอใจแต่ภายในใจของมันกลับรู้สึกอบอุ่นและขอบคุณกล้วยไม่น้อยเลย........
ดี!
“ถ้าเยี่ยงนั้นพวกนี้เอ็งก็กลับไปพักผ่อนเอาแรงเสียก่อนเถอะพรุ่งนี้พวกเราจักได้มีแรงมากๆ ไว้เดินทางกัน!”
เออ........
เมื่อทั้งสองคนตกลงกันได้แล้วกล้วยและไอ้จ๋อก็แยกย้ายกันไปทำธุระของตัวเองแน่นอนว่าพรุ่งนี้พวกเขาจะออกเดินทางกันแล้ว ดังนั้นทั้งคู่จึงไม่คิดที่จะฝึกซ้อมการต่อสู้ใดๆ ในวันนี้ให้เสียแรงแต่เลือกที่จะนั่งสมาธิเพื่อเพิ่มพลังให้กับพลังชาญเสียมากกว่า.........
เช้าวันถัดมา.......
“เป้าหมายแรกของพวกเราคือหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอม ถ้าพวกเราเร่งเดินทางพวกเราจักไปถึงที่หมายในช่วงเย็นของวันนี้พอดี แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นพวกเราคงต้องพักกันในป่า”
เป้าหมายแรงที่กล้วยเลือกเอาไว้ก็คือหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมหมู่บ้านนี้อยู่ห่างไกลจากเขตพื้นที่อาศรมราวๆ สองวันสำหรับคนทั่วๆ ไปที่เดินเท้าแต่สำหรับนักรบของอย่างและไอ้จ๋อ พวกเขาสามารถใช้เวลาเพียงแค่วันเดียวเท่านั้นเหมือนกับการเดินทางไปยังหมู่บ้านป่าโมกก่อนหน้านี้ที่ใช้เวลาเพียงครึ่งวันแต่คนทั่วๆ ไปต้องใช้เวลาเป็นวันๆ ........
“เอาตามที่เอ็งต้องการเลย ข้าเป็นเพียงผู้ติดตามเอ็งก็เท่านั้นเอ็งว่าเยี่ยงไรข้าก็ว่าเยี่ยงนั้นแหละ!”
แน่นอนว่าไอ้จ๋อไม่คิดมากและไม่ยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่แล้วถ้ากล้วยว่าเป้าหมายแรกเป็นที่แห่งนี้ มันก็จะเอาตามที่กล้วยว่าเพราะยังไงมันก็แค่ผู้ติดตามที่เดินทางไปด้วยเท่านั้น......
ดี!
“เช่นนั้นพวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ!”
อ้า........
การเดินทางของกล้วยกับไอ้จ๋อในครั้งนี้พวกเขาไม่ได้เอาอะไรติดตัวไปมากนัก นอกจากอาหารที่จำเป็นและของใช้ไม่กี่อย่างแน่นอนว่ากล้วยจะต้องเอาเงินทั้งหมดของเขาไปได้เพราะอย่างไรการเดินทางก็จำเป็นที่จะต้องใช้เงินบ้างอย่างน้อยก็เป็นค่าอาหารและที่พัก หรืออาจจะมีบางอย่างที่จำเป็นจะต้องใช้เงินออกไปก็ได้.....
ดังนั้นแล้วกล้วยจึงต้องเอาเงินทั้งหมดที่เขามีไปด้วยแต่ว่าครั้งนี้กล้วยไม่ได้พกมันแบบทั่วๆ ไปเหมือนกับตอนที่พึ่งได้รับเงินมาใหม่เพราะในเวลานี้เขาสามารถสร้างคาถาพื้นที่เก็บของขนาดเล็กที่สามารถทำให้เขาเก็บถุงเงินสามถึงสี่ถุงได้แล้วดังนั้น กล้วยจึงไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับถุงเงินของเขาว่าจะหายหรือถูกขโมยไป......
แต่ที่เขาต้องระวังก็คือการใช้อาคมพื้นที่เก็บของนี้เนื่องจากว่ากล้วยพึ่งจะคิดค้นขึ้นมาได้และเขาก็ไม่รู้ว่ามีคนอื่นอีกไหมที่สามารถใช้อาคมเช่นนี้ได้ ดังนั้น ถ้าหากไม่จำเป็นจริงๆเขาจะไม่ใช้มันต่อหน้าคนอื่นๆ เป็นอันขาด.......
นอกจากเงินแล้วกล้วยก็เอาดาบคู่ของเขาติดตัวไปด้วยเพราะการเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์นี้อาจจะต้องได้ต่อสู้จริงที่อาจถึงตายถ้าเขาไม่มีอาวุธที่มีคมไปด้วย การต่อสู้มันจะยากลำบากขึ้น และเพื่อไม่ให้ประสบปัญหาเช่นนี้การพกดาบไปด้วยนั้นย่อมดีที่สุดแล้ว.......