“พวกมึงก็พูดได้ดิ ไม่ได้เป็กูนี่ ไอ้เด็กเหี้ยนี่มันเป็ใครวะแม่งมาสอนกู”
ทินภัทรมองเพื่อนทั้งสี่คนตาเขม็งที่พวกมันบอกให้เขาใจเย็นๆ ใครมันจะเย็นได้ คำพูดคำจาโคตรกวนตีนถ้ามันขอร้องดีๆอาจจะเห็นใจอยู่บ้างเพราะอย่างน้อยก็เป็น้องสาวของทีน่า แต่แม่ง….. รู้อย่างงี้ก็ดี จะทำให้มันกระอักเืสุดๆไปเลย
“กูขอพูดอะไรหน่อยได้ไหมไอ้ทิน มึงอย่าโกรธกูละกัน”บาสมองหน้าทินภัทรด้วยความครุ่นคิด
“จะพูดเชี่ยไรอีกละ” เขาหงุดหงิดเกินกว่าจะพูดดีๆได้
“มึงควรจะปล่อยน้องเขาไป ถ้ามึงไม่ได้จริงจัง สงสารน้องวะ”บาสจริงจังกับคำพูด สายตาของเขาขอร้องไปในตัว กลุ่มเขาที่คบกันไม่ได้มีใครดีกว่าใครหรอก แต่บางอย่างพวกเขาก็รู้ว่าไม่ควรยุ่ง เช่นผู้หญิงดีๆดูก็รู้ว่าน้องยังเด็กไร้เดียงสา ไม่อยากให้เพื่อนทำลายเธอ
“สัส กูไม่เอา คนอื่นเอาไหมละ น้องเขาชอบกูมานาน กูจะทำให้เค้าสมหวังพวกมึงมาเสือกอะไร” คำพูดของทินทำเพื่อนถึงกับพูดไม่ออกรู้ว่ามันไม่ได้แสนดีเหมือนหน้าตา แต่ไม่นึกว่าจะเชี่ยๆสุดพวกเขาทั้งหมดได้แต่มองหน้ากัน จนใจที่จะเตือนสติ
“ที่กูห้ามเพราะหวังดี กลัวว่าท้ายที่สุด การกระทำของมึงจะย้อนมาหามึงเอง”
“ช่างแม่ง กูไม่สน”คำพูดของบาสไม่ได้ซึมเข้าในสมองของทินภัทรแม้แต่น้อย ออกจะขำมากกว่า มึงก็ไม่ดีไปกว่ากูทำให้ผู้หญิงเสียใจมานักต่อนักแล้วเป็เชี่ยไรนึกอยากเป็คนดีตอนนี้
เสียงโทรศัพท์ที่ดังรัวๆจากกระเป๋ากางเกงของทินภัทร เขาหยิบขึ้นมาดู พอเห็นเป็เบอร์วานิกาเขาจึงยิ้มหยัน กดรับเสียงหวานแว่วมาให้ได้ยินก็เขาสั่งเธอเองว่าเลิกเรียนให้โทรหา และเธอเป็เด็กดีซะด้วย เขาดูนาฬิกาข้อมือตรงเวลาเป๊ะ
“ครับ รอตรงนั้นเดี๋ยวพี่ไปรับ” ทินภัทรกดปิดสาย
“กูไปก่อน” ทินภัทรบอกทุกคนพยายามข่มใจไม่ให้หงุดหงิดกับเพื่อนเพราะรู้ถึงความหวังดีที่พวกมันมีให้ พวกมันมองตาม ไม่บอกก็รู้ว่าน้องคนนั้นโทรหา บาสได้แต่ถอนหายใจ
“ช่างมัน ไอ้บาส คนอย่างไอ้ทินเคยฟังใครที่ไหน ก็อย่างที่มันบอกเื่ของมันอย่ายุ่งเลย” แชมป์ตบบ่าเพื่อนเขาเป็คนไม่ชอบยุ่งเื่คนอื่นอยู่แล้ว
“คนจะเอากัน จะขวางยังไงไหว”ขุนทัพเอ่ยเสียงเข้ม เขาก็เป็เหมือนทินภัทร เมื่อผู้หญิงเต็มใจไม่เอาก็โง่แล้ว มีเพียงต้นที่ไม่พูดอะไรเขาเป็ทั้งเพื่อนของเชและทินภัทร ก็เห็นอยู่ว่ายุ่งผู้หญิงคนเดียวกันจึงไม่มีความเห็นอะไร
“หิวไหม” ทินภัทรถามวานิกาเมื่อรถแล่นมาได้สักห้านาที
“ไม่หิวคะ ปกติทานข้าวเกือบทุ่ม”เธอเหลือบมองหน้าคนถามเห็นความห่วงใยเต็มใบหน้า อดที่จะดีใจไม่ได้ พี่ทินช่างใส่ใจเธอเหลือเกิน
“วาอยากไปไหนดี ดูหนังกันไหม”ชายหนุ่มพูดเอาใจเธอตอนนี้เธออยากทำอะไรเขาตามใจหมดแหละ ทำไงได้ อยากได้เขานี่ แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่รู้เหมือนกันความคิดชั่วๆเขาผุดขึ้นมา
“พี่ทินอยากไปหรือเปล่าคะ”เธอเอียงหน้าถามเสี้ยวหน้าด้านข้างไม่มีที่ติ ใบหน้าที่เรียบเนียนขาวผ่องจมูกโด่งเป็สันรับกับใบหน้ารูปไข่ผู้หญิงคนอื่นที่เคยผ่านว่าน่ารักแล้วแต่สู้สาวน้อยตรงหน้าไม่ได้เลย เส้นผมสลวยที่ทิ้งตัวลงมาปรกใบหน้าบางเบาอดไม่ได้ที่จะปัดให้พ้นอย่างเบามือ
การกระทำของชายหนุ่มทำความประทับใจให้วานิกา พี่ทินทำอะไรให้ก็ใจเต้นแรงได้ทุกเมื่อรอยยิ้มน้อยๆจึงประดับไว้มุมปาก แสดงออกถึงการขอบคุณ
“ก็แล้วแต่วา พี่ยังไงก็ได้” เสียงนุ้มทุ้มของเขาเอ่ยบอกอย่างใจดี
“ว่าอยากอ่านหนังสือมากกว่า มีบางวิชาที่วาต้องทำรายงาน”เธอบอกเสียงใส วานิกาเป็เด็กดีอย่างที่เพื่อนเขาเตือนแต่ทำยังไงได้เหยื่อมาถึงที่
“รีบส่งเหรอ”เขาก็อดแปลกใจว่าทำไมเธอไม่เลือกดูหนังฟังเพลงหรือว่าทำอะไรที่มันใกล้ชิดเขามากกว่านี้ จูบหวานๆที่เขาได้รับนั่นก็พิสูจน์แล้วว่าเธอเต็มใจ
“ไม่รีบคะ ส่งอาทิตย์หน้า อาจารย์ค่อนข้างละเอียดพี่รหัสเคยบอกว่าแก้แล้วแก้อีก วาก็เลยอยากทำให้เสร็จั้แ่เนิ่นๆ” เธออธิบายเสียงใส เป็ธรรมชาติ น่ามองทุกอย่างที่ออกมาจากผู้หญิงตรงหน้ามันคือเสน่ห์อย่างหนึ่ง
“ไปทำห้องพี่ไหม เดี๋ยวพี่ช่วยดูให้”ถึงจะเรียนคนละคณะ แต่ชายหนุ่มมั่นใจว่าเขาช่วยได้คำพูดของทินภัทรแทบทำให้เธอกรี๊ดในใจที่เดียว พี่ทินชวนเราไปห้อง
“ก็ดีคะ มีคนช่วยดู เผื่อผิดพลาดตรงไหนจะได้แก้ไขทัน”มันเข้าทางเธอ เื่อะไรจะปฏิเสธไอ้เื่ที่คิดว่าพี่ทินจะทำอะไรเธอหรือเปล่า เธอมั่นใจว่าเขาเป็คนดีก็พี่ทินบอกเองว่าถ้าเราไม่ยอมจะไม่ทำอะไร
“เดี๋ยวแวะซื้อของสดเข้าตู้เย็นหน่อยละกัน เผื่อวาจะทำอะไรให้พี่ทาน”
“พี่ทินอยากทานไรคะ เดี๋ยวว่าทำให้ ”
“พี่กินไม่ยากหรอก ถ้ากินกับวายังไงก็ได้” วานิกาถึงกับใบ้กินพี่ทินหยอดเธอตรงๆไม่ได้เกรงใจหัวใจน้อยๆของเธอเลยที่มันเกินจะรับไหวตอนนี้แทบจะเต้นไม่เป็จังหวะ
“พูดแค่นี้ถึงกับหน้าแดงเชียว แต่น่ารักดี พี่ชอบ” ประโยคท้ายเท่ากับเขาชมเธอ และจับมือเรียวเล็กมากุมไว้ทั้งสองต่างมองหน้ากัน
ทินภัทรแวะซูปเปอร์มาร์เก็ตใกล้คอนโด เขากับเธอช่วยกันเลือกผักสด และ อาหารทะเลหลายอย่าง ทินภัทรจ่ายเงินเสร็จและช่วยกันหิ้วไปใส่ในรถแล้วเขาจึงมุ่งหน้ากลับคอนโด
“เชิญครับ” พี่ทินเปิดประตูห้องและทำท่าล้อเลียน วานิกามองรอบๆห้องด้วยความตื่นเต้น ห้องกว้างมากตกแต่งทันสมัยทุกอย่างได้ออกแบบอย่างลงตัวมีรสนิยม และราคาคงแพงเวอร์ ก็พี่ทินเขารวยนี่น่า เขาจะแต่งห้องยังไงก็ได้
ทินภัทรถือถุงอาหารไปเก็บในตู้เย็นโดยมีวานิกาช่วย หญิงสาวคิดรายการอาหารไว้แล้วเธอสำรวจเครื่องปรุง เมื่อมีสิ่งที่้าจึงลงมือทำอาหาร โดยมีทินภัทรเป็ลูกมือท่าทางของหญิงสาวคล่องแคล่ว หยิบจับอะไรก็ดูง่ายดาย ไม่รุงรังเหมือนที่เขาเคยทำเป็ภาพที่ดูเพลิดเพลินสำหรับเขา ไม่ช้าอาหารหอมกรุ่นตรงหน้าจึงพร้อมสำหรับทั้งคู่
ต้มยำทะเล ผัดฉ่าปลาหมึก และไข่เจียวอาหารง่ายๆทั้งสามอย่างที่วานิกาใช้เวลาทำแค่ครึ่งชั่วโมง ปรากฎอยู่ตรงหน้าชายหนุ่ม ทั้งกลิ่นและหน้าตาของอาหารดูน่ากิน ครั้งแรกที่ตักเขาปากเขาแปลกใจเช่นกัน ไม่คิดว่ามันจะอร่อยได้มากเท่านี้เพราะเท่าที่เห็น เธอก็แค่ใส่เครื่องปรุงอย่างละเล็กละน้อยเธอไม่ได้พิถีพิถันอะไรมาก ไม่นึกว่ามันจะอร่อยเท่ากับร้านอาหารในโรงแรมห้าดาว
“เป็ไงคะ พอถูกปากไหม” เมื่อเห็นพี่ทินทำท่าแปลกใจเธอจึงอดที่จะถามไม่ได้
“อร่อยมาก ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเราจะมีความเป็แม่บ้านแม่เรือนสูง”
“อย่าหลอกให้วาดีใจเล่นๆ ถ้าถูกปากพี่ก็ทานให้หมดด้วยนะคะ”
“จริงจัง อร่อยมาก ขอบคุณนะครับ” ทั้งสองคนต่างคุยกันถูกคอและมีความสุขในการกินข้าวด้วยกัน ทินภัทรไม่ปฏิเสธว่าลึกๆเขาเองก็ชอบเธอได้ไม่ยาก
วานิกาล้างจานโดยทินภัทรช่วยเอาไปเก็บ แม้เธอจะห้ามเ้าของห้องแต่เขาก็ไม่ยอมทั้งที่ความจริงชายหนุ่มไม่เคยทำแบบนี้กับใครเลยอยู่ที่บ้านเขาแทบไม่เคยหยิบจับอะไรพวกนี้ มีแต่แม่บ้านที่ทำให้ทุกอย่างเขาเองก็แปลกใจตนเอง ไม่น่าเชื่อว่าเขาทำไปแล้ว
วานิกานั่งทำรายงานโดยมีทินภัทรนั่งเล่นโทรศัพท์ใกล้ๆอย่างเงียบๆ บางครั้งเธอไม่เข้าใจก็ถามเขาพี่ทินตอบทุกอย่างได้ดี ไม่น่าเชื่อว่าเด็กวิศวะจะเข้าใจเื่นี้ได้แสดงให้เห็นถึงมันสมองที่เฉียบคม
สายตาที่วานิกาทอดมองชายหนุ่มปลาบปลื้มอย่างปิดไม่มิดพอชายหนุ่มหันมาสบตาดวงตาหวานคู่นั้น เขาชะงักทันที มองริมฝีปากเธอเนิ่นนาน
ก่อนที่จะค่อยๆโน้มตัวลงไปปิดปากแดงสดเขาใช้ความช่ำช่องขบเม้มเรียวปากอวบอิ่ม ดูดเรียวปากหอมหวานอย่างช้าๆค่อยเป็ค่อยไปก่อนที่จะแทรกลิ้นอุ่นๆเข้าไปในโพรงปาก ปลายลิ้นพันทั้งสองพันกัน เขากวาดต้อนลิ้นเล็กอย่างชำนาญปลายลิ้นของเธอโดนดูดจนร้อนวูบวาบ ต้องใช้มือโอบรอบคอเขาไว้ความรู้สึกเหมือนจะขาดใจ
# รออยู่ใช่ไหมคะ อยากเสียตัวให้พี่ทินหรือยัง #