อสูรไร้เทียมทาน

    บทที่ 49 สังหารให้หมด

    บทที่ 49

    สังหารให้หมด

    จำนวนคนเหลืออยู่เพียงแค่เล็กน้อย ในตอนนี้ 2 กลุ่มของพวกนิกายมันลู่เฟิ่งมั่นใจว่าตนเองสามารถสังหารพวกมันได้ทั้งหมดด้วยกับดัก

     

    ในตอนนี้ก็เหลือเพียงทั้งกลุ่มใหญ่กลุ่มเดียวที่พวกมันกำลังเคลื่อนที่หาเขาอยู่ กลุ่มคนพวกนั้นเองก็เป็นเหมือนกับคนภายในนิกายคนอื่นๆ

     

    มันกำลังขยายขอบเขตการค้นหา และเพื่อที่จะรู้ให้ได้ว่าลู่เฟิ่งที่เป็นคนที่อยู่เบื้องหลังสถานการณ์ทั้งหมดของตัวอยู่ที่ไหน

     

    ลู่เฟิ่งมองดูพวกมันอยู่ภายในมุมมืด ภายในสถานที่แห่งนี้มีพวกมันอยู่ คนที่นำกลุ่มอยู่ก็เป็นผู้ดูแลนิกาย

     

    คนคนนี้ถ้ามองเปรียบเทียบภายในนิกายมาแล้ว ลู่เฟิ่งรู้ดีว่ามันไม่ได้มีตำแหน่งสูงอะไรเป็นเหมือนกับสิทธิ์ที่ถูกส่งมาบุกเบิก

     

    มองได้จากระดับของมัน มันอยู่ในระดับเชื่อมกระดูก เมื่อมองถึงระดับขั้นภายในนิกายมันก็อยู่ในระดับขั้นต้น

     

    ลู่เฟิ่งที่เคยเผชิญหน้าแล้วก็ปะทะกับพวกมันมาแล้วหลายสิบปี ตัวของเขานั้นรู้ดีถึงโครงสร้างภายในนิกายของพวกมัน

     

    “ จำนวนใกล้กันแต่ว่ามีคนที่มีฝีมือมากกว่า ”

     

    “ การจะสังหารพวกมันเองก็จำเป็นจะต้องใช้กำลังมากกว่า ”

     

    “ บริเวณนี้ไม่มีกับดักที่วางเอาไว้เพราะว่าเวลาในการเตรียมการไม่พอ ”

     

    “ ข้าทำการเตรียมการกับดักเพื่อที่จะสังหารพวกมัน 2 กลุ่ม เพื่อที่จะลดจำนวนพวกมันในการปะทะ ” 

     

    “ ในตอนนี้กับดักพวกนั้นสามารถทำงานได้เป็นอย่างดีสังหาร 2 กลุ่มไปได้เรียบร้อยแล้ว จำนวนที่เหลืออยู่ในตอนนี้ก็คือจำนวนที่ค่าจำเป็นจะต้องใช้กำลังของตนเองในการเข้าปะทะ ”

     

    ลู่เฟิ่งเขาไม่มีเวลาในการเตรียมการมาก แน่นอนว่าตัวของเขานั้นมีเวลาในการเตรียมการที่จำกัด 

     

    ในช่วงเวลาที่พวกมันกำลังจะเดินทางมาตามคำนัดหมาย  เขาคงจะไม่สามารถเตรียมการกับดักทั้งหมดเพื่อต้อนรับพวกมันได้ 

     

    ลู่เฟิ่งเลยทำการเตรียมการกับดักเอาไว้เพียงแค่ 2 กับดักเพื่อกำจัดพวกมัน คงไม่สามารถรับมือพวกมันจำนวนมากๆขนาดที่มีจำนวนนับร้อยคนได้

     

    แต่ในตอนนี้จำนวนของพวกมันลดลงเหลือเพียงแค่ 50 คน แน่นอนว่าจำนวนเพียงแค่นี้เขาสามารถรับมือพวกมันได้

     

    แม้ว่าจะมีผู้ดูแลของนิกายพวกมันที่เพิ่งเข้ามาภายในดินแดนแห่งนี้ แต่เจ้านั่นเองก็มีระดับอยู่เพียงแค่ระดับเชื่อมกระดูกเท่านั้น 

     

    ลู่เฟิ่งหมุนไหล่ของตนเองไปมา “ ได้เวลาแล้ว  ”

     

    ลู่เฟิ่งดึงกระบี่ของตนเองออกมาดวงตาของเขาจ้องมองลงไปที่พวกมัน แววตาของเขาฉายแววจิตสังหารออกมา

     

    ร่างกายทำการเตรียมการพร้อมที่จะพุ่งทะยานออกไป ในตอนนี้เขาพร้อมที่จะกระโจนใส่พวกที่อยู่บริเวณด้านหน้า

     

    ในขณะที่เตรียมตัวจะโจมตี สัตว์อสูรของเขาเองก็ถูกเรียกออกมา ก้อนจิตอสูรแปลงร่างกายเป็นสัตว์อสู

     

    ในตอนนี้ตะขาบอัสนีและก็หมาป่าทมิฬเตรียมพร้อม “ ลุยกันเลย ”

     

    ภายในความมืดมิดแสงไฟจะคบเพลิงสว่างไสว คนจากนิกายมารกันกำลังกระจายกำลังค้นหาเป้าหมายของพวกมัน 

     

    ในตอนนี้พวกมันกำลังค้นหาเป้าหมายของพวกมันที่อยู่บริเวณแถบ “ เจอหรือยัง ”

     

    “ ไม่ขอรับทางนี้ก็ไม่มี ” 

     

    “ บัดซบมันไปซ่อนอยู่ที่ไหน!!! ” ผู้ดูแลนิกายแสดงใบหน้าร้อนรน 

     

    แน่นอนว่ามันต้องทำการปิดบังเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะว่าถ้าเกิดว่าความลับเกี่ยวกับที่นิกายของพวกมันเข้ามาแฝงตัวภายในจักรวรรดิแห่งนี้รั่วไหลออกไปมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่

     

    ภายในอาณาจักรแห่งนี้หรือว่าจักรวรรดิแห่งนี้แน่นอนว่านิกายมารอย่างพวกมันถือว่าเป็นสิ่งที่ผู้คนนั้นปฏิเสธ

     

    ในตอนนี้มีคนที่รู้เกี่ยวกับตัวตนของพวกมัน แสดงว่าถ้าเกิดว่าความลับเกี่ยวกับเรื่องนี้รั่วไหลออกไป นิกายของมันที่พยายามจะขยายอำนาจภายในจักรวรรดิแห่งนี้ก็ต้องล่ม

     

    การขยายนิกายของมันเองก็จะไม่สามารถทำได้เหมือนเดิม เพราะแบบนั้นในตอนนี้มันเลยแสดงท่าทางร้อนรน

     

    ตัวของมันที่เป็นผู้ดูแลนิกายที่รับมอบหมายให้เดินทางมาบุกเบิกนิกายภายในจักรวรรดิแห่งนี้

     

    ถือว่าเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่และเป็นโอกาสที่มันได้รับด้วยเช่นเดียวกัน ถ้าเกิดว่ามันสามารถทำภารกิจนี้สำเร็จ

     

    มันก็สามารถเลื่อนระดับภายในนิกายได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าเกิดว่ามันผิดพลาดความผิดพลาดของคนภายในนิกายมารไม่พ้นความตายเพียงอย่างเดียว

     

    เพราะแบบนั้นมันต้องหยุดยั้งเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ให้ได้ ในขณะที่พวกมันกำลังร้อนรนค้นหา พรรคพวกของพวกมันที่กำลังค้นหาอยู่

     

    “ อ๊าก!!! ”

     

    เสียงร้องดังมาจากด้านหลัง พวกคนจากนิกายมารที่กำลังกระจัดกระจายค้นหาหันไปมองต้นตอของเสียงร้องอย่างรวดเร็ว

     

    ดวงตาของพวกมันที่หันมองไปพบเห็นร่างของสหายของพวกมันหายเข้าไปภายในความมืด

     

    “ อะไรกัน!!! ” ดวงตาของพวกมันเบิกกว้างขึ้น 

     

    ในตอนนี้พวกมันมองเห็นสหายของพวกมันหายไป พร้อมกับเสียงร้องอันหน้าแปลกประหลาด 

     

    “ เกิดอะไรขึ้น!!! ” พวกมันเริ่มแสดงท่าทางระวังตัว พ้นจากนิกายมารยกอาวุธของตนเองขึ้นมา 

     

    แต่ในขณะที่พวกมันกำลังกระจัดกระจายกันอยู่นั้น พวกมันเองก็โดนโจมตีจากภายในเงา ร่างของพวกมันโดนลากเข้าไปภายในความมืดทีละคน

     

    “ อะไรกัน ” 

     

    “ เกิดอะไรขึ้นจับกลุ่มกันเอาไว้ ” ผู้ดูแลของนิกายมันเอ่ยสั่งการออกมา 

     

    ดวงตาของมันลองไปบริเวณรอบๆ เห็นพรรคพวกของตนเองโดนลากเข้าไปภายในความมืดทีละคน สถานการณ์เช่นนี้พวกมันกำลังโดนโจมตี 

     

    มันรู้ได้ในทันทีว่ากำลังจะมีคนโจมตีพวกมัน อยู่ภายในเงามืดในสถานการณ์แบบนี้พวกมันควรจะรวมตัวและจับกลุ่มกันเอาไว้ 

     

    ในช่วงเวลาเพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจคนของนิกายมารภายในสถานที่แห่งนี้ลดลงไปกว่าครึ่ง มันเหลือจำนวนเพียงแค่ยี่สิบต้นๆเท่านั้น

     

    พวกมันเคลื่อนที่มารวมตัวและจับกลุ่มกัน มันใช้ดวงตาของตนเองมองไปบริเวณรอบ 

     

    “ เจ้าคนขี้ขลาด ”

     

    “ ข้ารู้นะว่าเป็นเจ้า!!! ”  ผู้ดูแลนิกายมารมันรู้ได้ในทันทีว่าคนที่กำลังโจมตีมันอยู่ ก็เป็นคนที่มันนั้นกำลังตามหาอยู่อย่างแน่นอน 

     

    ลู่เฟิ่งปรากฏกายออกมาภายในเงามืด เขาปรากฏกายอยู่ด้านหลังของมันพร้อมกับกระบี่ที่ตวัดตรงใส่คอของชายผู้นั้น

     

    ผู้ดูแลของนิกายมารสัมผัสได้ถึงการโจมตีจากด้านหลัง มันเอนร่างกายของตนเองจบการโจมตีนั้นได้อย่างฉิวเฉียด

     

    กระบี่ของลู่เฟิ่งผ่านคอของมันไปเพียงแค่เล็กน้อย แต่ว่าลู่เฟิ่งก็ไม่ได้หยุดกระบี่เพียงแค่นั้นกระบี่ของเขาพุ่งไปตัดคอของคนจากนิกายมารอีก 2 คน 

     

    ฉึบ!!! ฉึบ!! ศีรษะของคนจากนิกายมาร 2 คนลอยขึ้น ลู่เฟิ่งสะบัดกระบี่ของตนเองที่เปรอะเลือด

     

    “ เจอแล้ว  ” ผู้ดูแลนิกายมารดวงตาแดงก่ำ ในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความโกรธ 

     

    “ ตาย!!! ” ผู้ดูแลนิกายมารพุ่งทะยานเข้ามาฝ่ามือของมันชัดตรงเข้ามาปะทะกับกระบี่ของลู่เฟิ่ง 

     

    ลมปราณทั้งสองประทับเข้าหากันจนเกิดคลื่นปราณขนาดใหญ่ 

     

    ตรึง!!! ลมปราณของทั้งสองนั้นอยู่ในระดับไม่ธรรมดาลู่เฟิ่งเองก็อยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดาเช่นเดียวกัน 

     

    ลู่เฟิ่งยกยิ้มขึ้นที่มุมปากหลังจากที่ได้ปะทะกับผู้ที่อยู่ด้านหน้า “ ผู้ดูแลจากนิกายมันมีฝีมือเพียงแค่นี้อย่างนั้นหรอ เพียงแค่ร่างกายของข้ายังไม่สามารถทำให้ขยับได้เลย ”

     

    “ บัดซบ!!! ” ผู้ดูแลนิกายมารผู้นั้นระเบิดพลังออกมาออร่าพลังมารของมันปลดปล่อยออกมาจากร่างกาย ในตอนนี้กำลังปะทะกับคลื่นกระบี่ของลู่เฟิ่ง 

     

    “ วันนี้เจ้ากับข้าต้องตายกันไปข้างนึง ”

     

    จบบท