47 2-2
ตอนที่80 ผลกำไร
ระดับความแกร่งกล้าลมปราณของเซียถงอยู่เหนือกว่าทั้งเขาและไป๋หลี่เย่ดังนั้นทั้งสองไม่สามารถทำอะไรกับนางได้เลย เพราะแบบนี้เองเซี่ยหลู่เฟิงจึงสูดหายใจเข้าแช่มลึก พยายามเข้าประณีประนอม ไป๋หลี่เย่ที่ได้ยินแบบนั้นก็ยกมือหยุดการเคลื่อนไหวของชายคนอื่นๆที่อยู่เบื้องหลังของเขาหันกลับมามองเซี่ยหลู่เฟิงเล็กน้อยและเค้นน้ำเสียงเย็นเอ่ยขึ้นว่า
“เซี่ยหลู่เฟิงอย่าลืมสถานะจองตนไปเสียเจ้าคือบ่าวคนหนึ่งที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเราองค์รัชทายาทผู้นี้ อย่าได้หลงลืมหน้าที่ของตัวเองไป”
“ข้าน้อยตระหนักทราบถึงสถานะของตนดีจึงต้องขออภัยแทนน้องสาวคนนี้ของข้าด้วยหลังจากนี้ข้าน้อยขอสัญญาจะพานางไปลงโทษตักเตือนเป็นอย่างดีโปรดให้โอกาสพวกเราด้วยเถิด”
เซี่ยหลู่เฟิงโค้งศีรษะกล่าวตอบอีกฝ่ายไปอย่างมิได้ใส่ใจนัก
เมื่อบรรดาสาวๆ เห็นไป๋หลี่อวี๋อิงชักสีหน้าไม่พอใจและหมุนตัวเดินจากไปทันทีพวกนางทั้งหลายก็ยกมือไม้ขึ้นปิดป้องใบหน้า และต้องการจะจากไปตามเช่นกัน แต่จู่ๆเงาร่างสีม่วงสายหนึ่งก็โฉบเข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าต่อตาและขวางเส้นทางของพวกนางเอาไว้
“ท่านอาจารย์หยุนซี!ท่านต้องช่วยพวกเรา! นังอัปลักษณ์เซียถงมันทำใช้มีดเฉือนหน้าพวกเรา!แถมยังแทงตาของจื่ออี้ สาวรับใช้คนสนิทขององค์หญิงอวี๋อิงจนบอด!”
พอเห็นว่าผู้ใดกันที่เข้าขวางเบื้องหน้าบรรดาสาวๆ ทั้งหลายต่างพากันร้องห่มร้องไห้ จับชายเสื้อผ้าของหยุนซีเขย่าไปมาต้องการจะร้องขอความเป็นธรรม
หยุนซีรู้สึกหงุดหงิดใจมิใช่น้อยที่พวกนางมาดึงเสื้อผ้าจนยืดย้วยเช่นนี้นางรีบก้าวสะบัดตัวสืบเท้าก้าวถอยเพื่อเว้นระยะห่างออกมาจากนั้นก็ใช้มือข้างหนึ่งล้วนเข้าไปในกระเป๋าที่เตรียมมาชูขวดโอสถสีม่วงขึ้นต่อหน้าทุกคนและกล่าวว่า
“นี่คือผงโอสถสมานผิวของข้าเองสรรพคุณช่วยให้ลบเลือนรอยแผลเป็นจากอาวุธมีคมใช้ได้ผลดีเยี่ยมสำหรับแผลจำพวกรอยมีดบาด ข้ารับประกันเลยว่าแผลเป็นบนใบหน้าของพวกเจ้าจะหายเป็นปลิดทิ้งทันทีภายในวันสองวันนอกจากนี้ยังชช่วยบำรุงผิวพรรณให้นุ่มเนียนกว่าเดิมเสียอีก!ราคาต่อขวดเพียงยี่สิบเหรียญทองเท่านั้น มีจำนวนจำกัด ช้าหมด อดสวย!”
“โอ้วว...”
“ข้าต้องการหนึ่งขวด!ข้าด้วยท่านอาจารย์!....”
พอได้ฟังคำสาธยายเกี่ยวกับสรรพคุณของผงโอสถชนิดนี้สาวๆ ทั้งหลายแห่กันพุ่งเข้าใส่หยุนซีอย่างไม่คิดชีวิต
“อย่าแย่งกัน!อย่าแย่งกัน! ไปต่อแถวกันดีๆ!”
หยุนซีสั่งให้พวกนางไปยืนต่อแถวอย่างเป็นระเบียบทะยอยหยิบขวดโอสถสีม่วงส่งให้พร้อมรับเงินมาครั้งแล้วครั้งเล่าสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ตอนที่เซียถงพุ่งเข้าโจมตีประเคนคมมีดปาดลวดลายบนใบหน้าของบรรดาสาวๆ พวกนี้หยุนซีเองก็อยู่แถวนั้นพอดีเช่นกัน ก่อนจะฉุกคิดถึงโอกาสการทำกำไรขึ้นได้ และรีบวิ่งไปหยิบขวดโอสถสีม่วงมาเตรียมจัดจำหน่ายทันที
เซี่ยหลู่เฟิง ฉีหมิงเยว่และเซียถงต่างยืนนิ่ง ตัวแข็งค้างประดุจรูปปั้นหินจับจ้องไปยังภาพฉากความวุ่นวายตรงหน้า มุมปากของทั้งสามถึงกับกระตุกไม่หยุดพูดไม่ออกบอกไม่ถูกสักคำ การกระทำเช่นนี้มัน...ไม่กระทบกับภาพลักษณ์อาจารย์ในสถานศึกษาเซิงหมิงเกินไปหน่อยเหรอ? โดยเฉพาะกับเซียถงไม่ทราบเพราะเหตุใด แต่นางเสมือนรู้สึกโดนหลอกใช้?
หลังจากขายผงโอสถสมานผิวจนเกลี้ยงกระเป๋าที่นำมาหยุนซีก็หอบเอาเหรียญทองกองเท่าภูเขายัดลงในกระเป๋าทันทีคลี่ยิ้มกว้างอย่างมีคาวมสุขเหลือเกิน นี่หาใช่โชคดีเล็กๆ น้อยๆ เลย
แต่ทันทีทันใดราวกับว่านางเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้โดยพลันจึงก้าฉับเดินไปหยุดต่อหน้าทั้งสาม กล่าวน้ำเสียงเข้มว่า
“ข้าไม่อนุญาตให้พวกเจ้านำสิ่งที่เห็นทั้งหมดในวันนี้ไปบอกเล่ากับใครต่อเด็ดขาดหากเมื่อใดที่ข้าทราบ คงตระหนักถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาใช่หรือไม่?”
หยุนซีไม่ลืมที่จะกวาดสายตาเชิงข่มขู่ใส่ทั้งสามไปปราดหนึ่ง
สองสาวหนึ่งชายหนุ่มพยักหน้างกๆครั้งแล้วครั้งเล่า ภายใต้สายตาที่จับจ้องแฝงภัยคุกคามของหยุนซีไม่มีใครกล้าฮือกับนางเลยจริงๆ หยุนซีค่อนข้างมีอำนาจมิใช่น้อยในสถานศึกษาเซิงหลิงผู้ใดทำให้นางขุ่นเคือง โทษที่ได้รับกลับทรมานเสียยิ่งกว่าความตาย
หยุนซีพยักหน้าด้วยสีหน้าพึงพอใจคลี่ยิ้มกว้าง พร้อมใช้มือควักอะไรบางอย่างออกมาจากใต้อกเสื้อพร้อมโยนให้ฉีหมิงเยว่
“ดีมากส่วนเจ้านำขี้ผึ้งโอสถกระตุกนี้ไปใช้เถอะ”
เห็นภาพฉากดังนั้น ความรู้สึกดีๆของเซียถงที่มีต่อหยุนซีนางนี้ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นภายในใจ เห็นได้ชัดว่านางยังมีความเป็นห่วงพวกเขาอยู่ไม่น้อยและเป็นเซี่ยหลู่เฟิงที่ก้าวย่างออกไปเบื้องหน้าประสานมือขอบคุณส่งให้หยุนซีพร้อมกล่าวว่า
“ขอบพระคุณอาจารย์หยุนซีที่ช่วยเหลือหากครั้นหน้าท่านเดือดร้อน สามารถมาเรียกข้า...”
“ใครที่ไหนบอกกันว่าข้าต้องการคำขอบคุณ?เพื่อตอบแทนความเมตตาที่ข้าได้ช่วยเหลือในครั้งนี้จ่ายมาสิบเหรียญทอง”
หยุนซีกล่าวขัดจังหวะขึ้นในทันใดฝ่ามือขาวผ่องเสมือนหยกขาวบริสุทธิ์ของนางแผ่กางออกมาพร้อมกระดิกปลายนิ้วกวักเรียกเล็กน้อย สบสายตากับเซี่ยหลู่เฟิงอย่างสงบเสงี่ยม
เหม่อมองฝ่ามือน้อยๆสีขาวผ่องตรงหน้า รอยยิ้มบนใบหน้าเซี่ยหลู่เฟิงถึงกับแข็งค้างไปชั่วขณะคราวนี้เขาเข้ามาในสถานศึกษาเซิงหมิงเพื่อเรียนเป็นเพื่อนกับองค์รัชทายาท และไม่ได้พกเหรียญทองติดตามมาด้วยเลยคล้อยหลังยิ้มแห้งด้วยความละอาย เขาเอ่ยปากกล่าวกับหยุนซีว่า
“มาในครั้งนี้ข้ากลับมิได้พกเหรียญทองติดตัวมามากมายนักจะเป็นไปได้หรือไม่ที่...ข้าขอติดหนี้อาจารย์ไว้ก่อน คราวหน้าจะมาจ่ายคืนแน่นอน”
“ห่ะ? ไฉนพวกเจ้าสองพี่น้องถึงชอบติดหนี้กันนัก? ถามจริงๆเถอะ ครอบครัวของพวกเจ้ายากจนกันมากรึ?”
ประโยคคำกล่าวนี้ของเซี่ยหลู่เฟิงได้สร้างความไม่พอใจแก่หยุนซีอย่างมากปลายคิ้วถึงกับกระตุกหลายทีเนื่องด้วยความหงุดหงิดจากนั้นนางก็เหลือบสายตาเคลื่อนไปมองเซียถง ก่อนจะหันกลับมามองเซี่ยหลู่เฟิงและกล่าวอีกครั้งว่า
“ไม่ว่าสถานะทางการเงินของครอบครัวของพวกเจ้าจะขัดสนเพียงใดแต่นั่นกลับเป็นเรื่องของพวกเจ้าข้าไม่รับติดหนี้ไว้ก่อน หากวันนี้ไม่มีเงินจ่าย ก็อย่าคิดจะจากไป!”
อันที่จริงหากเป็นเซียถงที่ได้รับคำแนะนำจากอาจารย์ในหอทะเบียน ในกรณีนี้หยุนซียังพอยอมให้ติดหนี้ไปก่อนได้แต่ทำไมนางต้องอนุญาตให้เซี่ยหลู่เฟิงติดหนี้ตนได้ด้วย?
เซี่ยหลู่เฟิงเหลือบมองไปทางเซียถงในอีกด้าน เซียถงเองก็ได้แต่ส่ายหน้าตอบอย่างช่วยไม่ได้เช่นกัน นางยาจกขนาดนี้จะไปมีเงินมากถึงสิบเหรียญทองได้ยังไง?พอเห็นแบบนั้น เขาถึงถอนหายใจเฮือกใหญ่กับตัวเองอย่างลับๆอาจารย์ภายในสถานศึกษาแห่งนี้ก็มีมากมายหลายหลากแต่ไฉนถึงซวยเหลือเกินที่ต้องเป็นอาจารย์หยุนซีที่มาเห็นเหตุการณ์? ในวันข้างหน้า เซี่ยหลู่เฟิงจำต้องหลบเลี่ยงพยายามอย่าเจอหน้าอาจารย์คนนี้ให้ได้มากที่สุดเท่านั้น
หยุนซียังคงกวักมือรอเงินจากเซี่ยหลู่เฟิงอย่างไม่ย่อท้อสีหน้าการแสดงออกของเขายิ่งดูปั้นยากเจือความละอายใจมากยิ่งขึ้น
พอเห็นแบบนั้นฉีหมิงเยว่จึงหยิบเงินจำนวนสิบเหรียญทองออกมาจากใต้แขนเสื้อของนางและวางลงบนฝ่ามือของหยุนซีโดยตรง
“ท่านอาจารย์นี่เป็นเงินจำนวนสิบเหรียญทอง”
เซี่ยหลู่เฟิงหันขวับจับจ้องฉีหมิงเยว่ด้วยแววตาเปี่ยมล้นความขอบคุณส่งยิ้มกล่าวกับนางว่า
“พรุ่งนี้ข้าจะจ่ายเงินจำนวนสิบเหรียญทองคืนแก่เจ้าโดยเร็วที่สุด!”
ฉีหมิงเยว่เม้มริมฝีปากเล็กน้อยและมิได้กล่าวอันใดต่อ
นับเหรียญทองบนฝ่ามือเบ็ดเสร็จหยุนซีก็พยักหน้าอีกครั้งอย่างพึงพอใจก่อนจะกางนิ้วทั้งห้ายื่นไปทางฉีหมิงเยว่อีกหนึ่งรอบ และกล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า
“เช่นนั้นแล้วพอจะใจดีช่วยจ่ายหนี้ที่เซียถงติดข้าไว้เป็นจำนวนยี่สิบเหรียญทองหรือไม่?”
ฉีหมิงเยว่ก้มหน้าก้มตาลงทันทีด้วยความละอายใจแล้วส่ายหัวกล่าวว่า
“ศิษย์ไม่มีเหรียญทองเหลือแล้ว”
หยุนซีถอดถอนหายใจเล็กน้อยเจือแววเศร้าก่อนจะหยิบขวดโอสถสีม่วงออกมาจากใต้แขนเสื้อของนางและส่งให้ฉีหมิงเยว่
“นี่สำหรับเจ้า”