" แค่นี้เองน่ะเหรอ ทำไมถึงกล้าเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ ความสามารถของพวกแกก็แค่นี้เอง "
น้ำเสียงหวานสดใส ที่อยู่ในเงามืด สร้างความหวาดกลัวให้กลับ ชายชุดดำทั้ง 3 ที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอม และตัวแทบไม่อยู่ในสภาพดีเลย เสื้อผ้าขาดสกปรก พร้อมกับใบหน้าที่เขียวช้ำ เนื้อตัวที่เคยสะอาดสะอ้าน เต็มไปด้วยโคลนตมก้นทะเลสาบบ้าง ร่างพวกเขาแทบแหลกสลายเพราะวิ่งหนี บางสิ่งบางอย่างค่อนคืน และสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่าคืออะไรสัมผัสก็ไม่ได้ ตามองไม่เห็น เสียงก็ไม่ได้ยิน จะมีอะไรซะอีกและนอกจาก
"" ผีหลอก ""
หมู่บ้านแห่งนี้ผีดุจริงๆ แถมสามารถหลอกหลอนผู้คนที่รวมตัวกันอย่างคึกคักโดยไม่รู้จักความกลัว ที่ต้องเผชิญหน้ากับมนุษย์เลย
" คุณหนูน้อยปล่อยพวกเราไปเถอะ อยู่ไม่ได้ๆแล้วจริงๆ พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลยนะ "
" ใช่ๆพวกเราแค่มาสังเกตการณ์ คุณหนูเท่านั้นเอง ไม่ได้จะทำอะไรอันตรายเลยสักหน่อย "
" ฉันโง่หรือไง ฉันมีอายุมาตั้ง 10 ปีเรื่องแค่นี้จะดูคนไม่ออกหรือ ยังไงไม่ได้รับข่าวสารที่ส่งไปหรือไง "
" เธอมันก็แค่เด็กบ้านนอกไม่สมควรจะเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่หรอก " ชายอีกคนพูดคงออกมาอย่างไม่กลัวความตาย ก็แค่เด็กหญิงคนหนึ่ง พวกมันจะกลัวทำไมก็ไม่รู้ กำจัดทิ้งไปก็ไม่มีใครสามารถสืบได้แล้ว
" อ๋อหรือเด็กบ้านนอกคนนึงที่ไม่สมควรเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ อย่างนี้นี่เองสินะ " น้ำเสียงและรอยยิ้มที่ผ่านเงาอันเลือนลาง ทำให้พวกมันต่างกลัวจนเขาทรุดลงกับพื้นกับภาพตรงหน้า
ซ่งซิงเหลียนออกจากมุมมืดมองพวกคนไม่รู้จักตายทั้ง 3 แล้วยิ้มให้กับพวกเขาอย่างสดใส แต่ดวงตาที่ฉายชัดออกมาแสดงถึงความอาฆาตและความต้องการเอาชีวิตอย่างเต็มเปี่ยม นี่คือแววตาของเด็กหญิงอายุ 10 ขวบจริงๆหรือ
ผ่านความตายมานับไม่ถ้วนอย่างพวกมันจะสู้เด็กหญิง ที่ดูนุ่มนิ่มราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยของราชวงศ์ที่สูญสิ้นไปแล้วได้
" " ผลั่กก "" ตุ๊บ ""
นี่...นี่มันอะไรกัน ทั้งสามต่างตื่นตกใจเมื่อขาของพวกเขาทรุดลงกับพื้น โดยมือที่มองไม่เห็นพวกเขาเจอของแข็งแตะเกร็ดย้อนมังกรเข้าแล้วจริงๆ
แค่ได้รับข่าว และคำสั่งมาว่าให้กำจัดเด็กหญิงคนหนึ่งที่หมู่บ้านแห่งนี้ พวกเขาก็รีบรับงานทันทีโดยไม่สืบสาวราวเรื่องอะไร ดูเหมือนว่าข่าวที่ส่งไปจะไม่ได้มีเรื่องที่เหนือการคาดหมายและคาดเดาของพวกเขาเลย ไม่อย่างนั้นต่อให้ค่าจ้างถึงพันล้านพวกเขาจะก็ไม่กล้ามีเรื่องกับพวกมีวิชาแบบนี้
เหมือนว่าจะรู้ตัวช้าไปซะแล้วสิ ว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่
" พวกเจ้านายของแกไม่ได้สอนหรือว่า ความประมาทเป็นหนทางสู่ความตาย " ซ่งซิงเหลียนใช้มือข้างหนึ่งจับริบบิ้นสีแดงอย่างสนุกสนาน ในการใช้ความคิดจะทรมานพวกมันยังไงดี แต่ก็ไม่สามารถคิดออกได้เลยว่าจะเอาวิธีการแบบซียนเทพที่เคยใช้ดี
" คุณหนูปล่อยพวกเราไปเถอะพวกเราไม่กล้าแล้วจริงๆ "
" ถ้ารู้อย่างนี้ พวกเราไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลย ปล่อยพวกเราไปเถอะ "
" วันนี้วันดีวันตรุษจีนวันแห่งโชคลาภและการขอพรมือของฉันก็สกปรกไม่ได้จริงๆนั่นแหละ "
" ขอบคุณ ขอบคุณครับ คุณหนูขอบคุณ "
" แต่ว่านะ มือของฉันเปื่อนไม่ได้ แต่ใช่ว่ามือของคนอื่นจะเปื้อนไม่ได้เหมือนกัน "
ซ่งซิงเหลียนมีรอยยิ้มให้พวกมัน ที่ตกใจจนฉี่ราดออกมานี่ไม่ใช่รอยยิ้มของเด็กอายุ 10 ขวบอย่างแน่นอนพวกมันสาบาน ที่มันคือรอยยิ้มของปีศาจ ที่อยู่ใต้หน้ากากอันบอบบางนี้ และรอยยิ้มนี้ก็สร้างความหวาดกลัวฝังใต้จิตสำนึกของพวกมันไม่รู้ลืม แม้แต่ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตพวกมันก็ยังขอร้อง ว่าอยากจะลืมภาพรอยยิ้มนี้
ดูเหมือนว่า สายเลือดชนชั้นไม่ว่าจะเติบโตที่ไหนก็ยังเป็นชนชั้นสูงอยู่วันยังค่ำ เป็นสายเลือดที่ไม่อาจแปดเปื้อนได้เลย
" ลากมันไปให้คนพวกนั้นจัดการ แล้วอย่าลืมล่ะ บอกด้วยว่าถ้าเรื่องแค่นี้จัดการไม่ได้ ตำแหน่งคุณหนูใหญ่ในบ้านหลังนั้น ฉันไม่รับ ใครอยากได้ก็ให้เลย "
เพราะแม้แต่เรื่องเล็กๆน้อยๆแค่นี้ก็ยังสามารถปล่อยผ่านให้เข้ามาถึงตัวเธอได้แสดงว่า คนพวกนั้นก็ไม่ได้มีความสำคัญของเธอเท่าที่ควร หรือไม่ก็ เจ้านายร้องลูกน้องไม่รับ นี่มันไม่ต่างกับการที่ไม่สามารถควบคุมคนของตัวเองได้เลย
มีอำนาจแต่ไร้ประโยชน์ในการใช้สอย
" ปล่อยฉันปล่อยฉันไปเถอะ ผีหลอกผีหลอกช่วยฉันด้วยปล่อยฉันไป "
ชายทั้ง 3 ที่ถูกมือไร้ตนลากตัวออกไป ทิศทางที่อยู่อีกฝั่งของทะเลสาบฝ่าสายน้ำของน้ำแข็งที่ละลายลง ทำเอาพวกมันต้องสั่งตัวสันงกกับความน่าหวาดกลัวที่จะต่อสู้ก็ไม่ได้ ไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้เลยเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งที่ทำร้ายพวกเขา สิ่งที่ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ก็ดวงตาปูดโปนที่จดจ้องหน้าพวกเขาอยู่นี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันได้รับ
แตะเกล็ดย้อนของคนที่ไม่ควรในโลกใบนี้ไปซะแล้วพวกเขาจะมีชีวิตอยู่รอดหรือ
อย่าว่าแต่มีชีวิตรอดจากผีพวกนี้ได้เลย แต่ชีวิตของพวกเขาจะสามารถอยู่รอดจากคนอีกกลุ่มหรือ
"" ตุ๊บบ "" โครมมม "'
เสียงเนื้อกระทบพื้นหิน ดังสนั่นขึ้นเมื่อคน 3 คนถูกเขวี้ยงอย่างรุนแรงลงพื้น ทำให้ 5 คน ที่นั่งพักและรวบรวมข่าวสารอยู่ถึงกับชะงักลง กับการปรากฏตัว ที่ไร้สัญญาณใดๆของทั้งสามนี้ พวกเขาสังเกตดีๆก็พบว่าใช้ทั้งสามนี้ ไม่ใช่คนที่อยู่ในหมู่บ้านหรือคนที่มาท่องเที่ยวงานประจำปีแห่งนี้ แต่เป็นพวกที่มีประสบการณ์การต่อสู้อย่างแข็งขัน
ดูเหมือนว่าจะถูกเล่นงานมาหนักเลยทีเดียว ในหัวใจของชายทั้ง 5 คนไม่ได้มีความสงสารเลยแม้แต่น้อยแต่กลับมีความหวาดกลัวเกิดขึ้นในหัวใจ นี่ไม่ใช่ว่าพวกเขาทำงานผิดพลาดขัดคำสั่งเจ้านายที่สั่งลงมาลงมาหรือ
เมื่อเห็นชายทั้ง 5 คนที่ได้ยืนขึ้นอยู่กับที่พร้อมกับมือเตรียมพร้อมจะชักอาวุธ ที่อยู่ด้านหลังออกมาใช้ทั้งกับฝ่ายตรงข้ามก็ แต่อีกฝ่ายการกลิ้งเข้าหาชายทั้ง 5 คนอย่างไม่กลัวความตาย
เขาย่อมกลัวตายแต่กลัวตายแบบ ไร้ศพกับกลัวตายแบบมีศพพวกเขาขอเลือกอย่างแรกดีกว่า
" แค่นี้ก็กลัวแล้วหรือ " เสียงเงามืดจากด้านหลังต้นไม้ที่ ชายทั้งหมดในบริเวณนั้นเห็นคือชายแก่คนหนึ่ง ที่เป็นเจ้าของหัวหน้ากลุ่ม และชายเหล่านั้นต่างมีดวงตาที่ลึกบนดวงหน้าซีดขาวและแต่งตัวแบบคนโบราณ บรรยากาศที่น่าวังเวงปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่กดข่มพวกเขาให้ต้องถอยรถยอมจำนนทันที
เหมือนว่าพวกเขาจะเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติก็แล้วจริงๆ พวกเขาจะตกใจขนาดไหนแต่ก็ต้องควบคุมสติให้ดี และนี่ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกที่พวกเขาเจอกับการเจอเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ เพราะพวกเขาก็เคยเจอมาแล้ว แต่มันก็ยังอดทำให้พวกเขาหวาดกลัวกับสิ่งที่มองไม่เห็นแบบนี้ได้อยู่ดี
" ท่านอาจารย์น้อยสั่งมา ฟังให้ดีๆล่ะ " น้ำเสียงยืนยะเยือก ก้องกังวาลทั่วชายป่าของหมู่บ้าน ทำเอาพวกเขาที่กำลังจะชักปืนสู้ต้องว่างมือลง ถึงจะสู้ยังไงก็คงจะสู้พวกนี้ไม่ได้แน่ๆ เสียเวลาเปล่า
" เชิญท่าน พูดมาเถอะ " ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าท่านอาจารย์น้อยที่กลุ่ม ที่ไร้ตัวตนเหล่านี้พูดถึงจะเป็นใคร แต่ก็ฟังไว้ดีกว่าที่ต้องไม่รู้เรื่องอะไรเลยไม่ใช่หรือ
" ท่านอาจารย์น้อยสั่งมา ถ้าเรื่องแค่นี้ยังจัดการไม่ได้ ตำแหน่งคุณหนูใหญ่บ้านนั้นเธอจะไม่รับ ใครอยากได้ก็เอาไป "
" เอื้กกกก "
เสียงกลืนน้ำลาย ด้วยความตกใจและหวาดกลัวของชายหนุ่มทั้ง 5 สร้างความครื้นเครงในหัวใจให้กับเหล่าวิญญาณเป็นอย่างมาก
" สร้างความเคืองใจให้ท่านอาจารย์ แถมยังดันไปเล่นเล่ห์กับท่านอาจารย์น้อยเป็นลูกน้องไม่ชอบชอบเป็นทาสก็งี้แหละ "
ชายทั้ง 5 ต่างหวาดกลัวกับประโยคเรียบร้อยของ เหล่าสิ่งที่ไร้ตัวตนนี้แต่พวกเขากับโต้เถียงไม่ได้เลย และเหมือนว่าสติของพวกเขาจะยังล่องลอยไปกับประโยคที่ว่าแค่เรื่องแค่นี้ยังจัดการไม่ได้ ตำแหน่งคุณหนูใหญ่ในบ้านนั้น ก็ไม่ต้องการ
พวกเขาได้ไปแตะเกล็ดย้อนของคนที่ไม่ควรจะแตก แถมยังขัดคำสั่งเจ้านายใหญ่ที่สั่งการลงมาอีก ถอยหลังก็ไม่ได้เดินหน้าก็ไม่ไหว พวกเขาควรทำยังไงต่อดี
" การทำงานครั้งนี้ล้มเหลวไม่เป็นท่าเพราะความหยิ่งผยองของตัวเองล่ะสิ "
" อยากจะให้พวกข้าแนะนำอะไรไหม "
เฉินเย่มองชายชราหัวหน้ากลุ่มตรงหน้าที่เริ่มจะเลือนลางลงจากสายตาเขา ด้วยสายตาที่ขอร้อง อยากเห็นได้ชัดใช่ตอนนี้พวกเขาต้องการคำแนะนำจริงๆ และดูเหมือนว่าคำแนะนำจากผู้มีมากประสบการณ์แบบนี้จะเป็นประโยชน์ ยิ่งกว่าครูฝึกของพวกเขาซะอีก
" ถอยหลังก็ไม่ได้เดินหน้าก็ไม่ไหว สู้เดินหน้าก่อนแล้วค่อยถอยหลัง ก็ได้นี่นา
"
ช่างเป็นคำแนะนำ ที่ควรจะปฏิบัติตามอย่างยิ่ง เดินหน้าก่อน เพราะยังไงซะก็ต้องเดินต่อไป