นางลี่จูที่ยังอุ้มเด็กทารกตัวขาวอมชมพูนางค่อยๆใช้อีกมือเปิดผ้าที่ห่อหลานตัวน้อยออกเพื่อดูว่าจะเป็นเด็กหญิงหรือเด็กชายกันแน่
“น้องชายๆๆ”หมิงลู่ก็ลุ้นเต็มที่ จ้องมองน้องตัวเล็กตาเขม่งทีเดียว
“น้องสาวสิเสื้อผ้าเด็กผู้หญิงน่ารักมากเลยนะ” ชิงเถายังคงหวังว่าจะเป็นเด็กหญิงตัวน้อยเอามาทำไมน้องชาย แค่สองคนก็ดื้อพอแล้วนางต้องการน้องสาวที่จะจับทำผมและแต่งตัวสวยๆได้
‘พลึบบบ’
“อ้ากกกก”นางลี่จูเปิดผ้าออกมา หมิงลู่เป็นคนร้องคนแรกอย่างกับว่าเมื่อครู่นางลี่จูเปิดผ้าของตัวเองออกอย่างไรอย่างนั้นร้องโดยไม่อายน้องเอาเสียเลย
“แง้งๆๆๆ”เด็กชายตัวน้อยที่เนื้อยังยับย่น ใช่แล้วหละเป็นไปตามที่หมิงลู่อยากได้เป็นเด็กชายตัวน้อยจริงๆแต่เมื่อครู่หมิงลู่ร้องดังไปหน่อยจนตอนนี้ทารกน้อยตกใจร้องไห้อีกแล้ว
“ชู่ววว”นางลี่จูดุบุตรชายก่อนจะหันมาโอ๋ทารกน้อยให้หยุดร้องทั้งไกว้ไปมาเบาๆและใช้คำพูดเอ่ยปลอบ
“ข้าชนะแล้วนะขอรับ”หมิงลู่เอาตัวมาดันพี่สาวเบาๆอย่างผู้ชนะน้ำเสียงเหมือนคนเหนือกว่าอย่างไรอย่างนั้น ก็ได้นางจะยอมให้ไปก่อนเรื่องแค่นี้นางไม่ถือสาเจ้าน้องชายตัวแสบหรอก
“แล้วอย่างนี้ต้องฉลองหรือไม่ขอรับ” หมิงลู่ยังคงเข้าไปคลอเคลียมารดาและน้องชายตัวน้อยต่อเขาชอบงานฉลองเพราะจะมีอาหารหลากชนิดให้ได้กิน
“ไม่ต้องห่วงหรอกเจ้าตัวตะกละมีแน่นอน” แม้แต่จิ้นสิงยังว่าเขาตะกละเลย หมิงลู่ทำหน้าบึ้งใส่บิดาอย่างงอนๆ
“ว่าแต่เงินนั่นหนะ” หมิงลู่เอ่ยขึ้นพร้อมกับจ้องเงินที่ยังวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆและยังมีเหลือบตามองชิงเถาน้อยๆ เป็นการบอกว่าเขาหยิบได้หรือยัง
“ได้สิเป็นของเจ้าแล้วนี่นา” ชิงเถาตอบน้องชายอย่างเซ็งๆ อะไรกันนางทายผิดแพ้เจ้าหมิงลู่หรือเนี่ย
“ขอบใจนะเจ้าตัวน้อยพึ่งเกิดก็ให้โชคกับพี่ชายเสียแล้ว” หมิงลู่เอ่ยอย่างดีใจ เมื่อเก็บเงินเสร็จแล้วก็เอ่ยเล่นกับทารกตัวเล็กในห่อผ้าด้วย
“แอ้ๆๆๆฮ่าๆๆๆ” เจ้าตัวเล็กก็คิดว่ามีคนเล่นด้วยก็เปร่งเสียงรัวเราะร่าทีเดียว
“น้องน้องหัวเราะด้วยขอรับ” หมิงลู่เอ่ยอย่างดีใจที่ได้
“ฮ่าๆๆๆ”
“ไหนๆจ๊ะเอ๋ ซ้าย ขวา” พอน้องหัวเราะก็เล่นกับน้องใหญ่ คนอื่นเห็นก็ตามหัวเราะไปตามๆกันมีเด็กๆในบ้านมันก็จะร่าเริงแจ่มใส่เป็นพิเศษแบบนี้แหละ
“คุณหนูรองเจ้าคะมีแขกมาขอพบเจ้าค่ะ ตอนนี้รออยู่ที่ห้องรับแขกที่จวน”ครอบครัวเจี้ยนเฉิงที่ยังคงรั้งอยู่ที่จวนสกุลชงเพราะกำลังดูแลทารกน้อยอยู่เพราะผู้เป็นบิดาดูแลมารดาอยู่ในห้องหลังจากที่พึ่งจะทำคลอดไปไหนจะต้องตะเตรียมของใช้เด็กและยาบำรุงต่างๆอีก จึงยังไม่ได้กลับแต่เหตุผลจริงๆก็เห่อเด็กใหม่นี่แหละ จึงไม่อยากจะปลีกตัวไปไหน
“ข้าเช่นนั้นหรือใครมากัน”ชิงเถาที่กำลังพูดคุยขบขันกับคนอื่นอยู่จึงถามออกมาเมื่อมีคนงานที่บ้านมาตามตัว
“ข้าน้อยก็ไม่ทราบเจ้าค่ะแต่แต่งตัวแปลกๆ ข้าน้อยไม่กล้าปฏิเสธเพราะเห็นว่าคุณหนูอยู่ไม่ไกลเลยให้เขานั่งรอไปก่อน แล้วก็มาตามคุณหนูรองที่นี่เจ้าค่ะ”คนงานที่รีบมาตามชิงเถาถึงจวนสกุลชงซึ่งตัวนางเองเห็นว่าคนๆนั้นดูน่าเกรงขามไม่ต่างจากมี่หนิงหยางที่เคยมาที่จวนเลยไม่กล้าให้เขากลับเพราะอาจจะเป็นคนใหญ่คนโตสักคนก็ได้นางเป็นคนงานที่เจอแค่คนที่จวนกับที่ตลาดจึงไม่รู้จักใครมากนัก
“เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ ฝากลาพี่เขยและพี่สาวเยว่ซินด้วย”ชิงเถาเอ่ยบอกทุกคนและเดินตามคนงานกลับบ้านทันที จริงๆไม่ใช่เดินตามหรอกนางเดินนำหน้าหรือวิ่งแซงหน้ากลับไปด้วยซ้ำ ใครกันมาหานางแถมคนงานก็ไม่มีใครรู้จักด้วย คงไม่ใช่คนของจากทางการหรือกนะ นางก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นาเริ่งระแวงแปลกๆแล้วตอนนี้
ในห้องรับรองแขกเล็กๆของบ้านสกุลเจี้ยนเฉิงบนโต๊ะมีน้ำชาและของว่างอีกหลายอย่างมาต้อนรับแขกตามที่เจ้าของบ้านสั่งไว้ผู้ที่มาพบบุตรสาวเจ้าของจวนกำลังนั่งจิบชาและมองไปรอบๆห้องอย่างเงียบๆถึงห้องนี้จะไม่ได้ใหญ่นักแต่ก็กว้างขึ้นมากทีเดียวจากที่ชิงเถาได้ลงอักขระกับห้องนี้ลงไปในห้องตกแต่งตามแบบที่ชิงเถาชอบ คนอื่นที่พบเห็นจึงรู้สึกแปลกตาเป็นอย่างมากแต่ในความแปลกก็ยังมีความงดงามอยู่ทีเดียวดูเหมือนตั้งแต่เขาก้าวเข้ามาใจจวนแห่งนี้ จะพบเจอแต่อะไรแปลกๆ ทั้งนั้นเลยไม่ว่าจะเป็นกำแพง เรือน รอบๆเรือนที่ดูเหมือนจะถูกใช้ประโยชน์อย่างสูงสุดไม่เหลือให้ว่างเปล่าเลย อย่างน้อยๆก็ต้องมีผักมีดอกไม้ปลูกไว้ไม่ให้พื้นที่ว่างชายหนุ่มผู้ที่กำลังรอใครสักคนมาถึงได้แต่สงสัยว่าใครกันนะเป็นผู้ออกแบบสิ่งต่างๆเหล่านี้ไหนจะเรื่องราวที่เขาได้ฟังมาว่าครอบครัวนี้เป็นเจ้าของกิจการที่มีสินค้าดีๆหลายชิ้นทีเดียวแม้แต่ของล้ำค่าที่แคว้นฉวนอู่นำไปมอบให้แก่แคว้นเยว่อู่ก็มาจากร้านของครอบครัวนี้เสียหลายอย่างแล้วนับว่าพวกเขามีฝีมือ และมีอิทธิพลในด้านการค้ามากพอสมควร
“แขกรออยู่ในห้องเจ้าค่ะคุณหนู”ชิงเถาที่กลับมาถึงบ้าน ก่อนจะเดินเข้าไปก็มีคนงานอีกคนยืนรอนางด้วยความตั้งใจมากๆสงสัยกลัวนางจะกลับมาช้า
“ข้าทราบแล้วเจ้าไปทำงานต่อเถอะ” ชิงเถาพยักเข้าใจนางก้มมองตัวเองอีกครั้งเพื่อดูความเรียบร้อย จัดผมเผ้าเสื้อผ้าอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปยังห้องรับแขก ที่มีสักคนรอนางอยู่เรื่องแค่นี้นางไม่อยากรบกวนถามเชี่ยนเชี่ยนเลยต้องรอลุ้นเอง
ชิงเถาเดินเข้ามาในห้องที่มีแขกนั่งจิบชารออยู่เงียบๆนางเดินเข้ามาเห็นเพียงใครอีกคนนั่งหันหลังรอนางอยู่ดูจากข้างหลังก็ไม่ได้คุ้นนึกไม่ออกว่าเป็นใครไหนจะมีผู้ติดตามของเขายืนตัวแข็งอยู่ห่างออกไปอีกคนด้วย
“เห็นว่าคุณชายมาพบข้าน้อยหรือเจ้าคะ”ชิงเถาส่งเสียงออกมาก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าอีกคนแล้วทำความเคารพตามความเหมาะสม
“เป็นข้าเองข้ามารบกวนเจ้าหรือไม่” เขาเอ่ยขึ้นเมื่อชิงเถาเงยเงยหน้าขึ้นแล้ว
“ท่าน”ชิงเถาตาโตเล็กน้อยที่เห็นว่าเป็นใคร ชายหนุ่มที่มีอายุอยู่สักประมาณยี่สิบคนนี้นางเคยเจอเขาแน่ๆเมื่อหลายวันก่อนหลายวันที่อาจจะประมาณครึ่งเดือนก่อน
“ข้าเองเจ้าบ้านก็นั่งตามสบายเถิด” เขาขำชิงเถาออกมาน้อยๆ เมื่อเห็นว่านางยังยืนอยู่
“เจ้าค่ะ”แล้วนางก็นั่งลงบนเก้าอี้อีกฝั่งด้วยท่าทางที่รักษากริยาเป็นพิเศษเสียหน่อย
“ข้าคงไม่ได้มารบกวนเจ้าใช่หรือไม่ได้ยินว่าเจ้าไม่อยู่ที่จวน” เขาถามนางออกมาอย่างกังวลใจ
“ไม่ไม่เลยเจ้าค่ะ ข้าไปหาพี่สาวอยู่ใกล้ๆเองเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่าน เอ่อ”ชิงเถาตอบออกมาเพื่อไม่ให้แขกของนางต้องรู้สึกผิด แต่ก็ลืมอีกเรื่องไปเลยพูดกันมาตั้งหลายคำแต่นางลืมถามชื่อถามนามเขาก่อนเลย
“ซ่านจื่อนางของข้าคือเยว่ซ่านจื่อ” เยว่ซ่านจื่อตอบนาง
“อ่าคุณชายเยว่นั่นเอง เป็นข้าเองที่ทำให้ท่านรอนานแล้วไม่ทราบว่าที่คุณชายมาหาข้าถึงที่จวนวันนี้ เพราะว่า”ชิงเถาไม่รอให้ตัวเองสงสัยนาน นางเข้าเรื่องและถามออกไปเลย
“ฮ่าๆเร่งรีบจริง จะไม่แนะนำตัวให้เราได้รู้บ้างหรือ”
“เอ๊เอ่อ ข้าชิงเถา สกุลเจี้ยนเฉิงเจ้าค่ะ” ชิงเถาออกจะงงเล็กน้อยที่เขาทำเหมือนอยากรู้จักนางแต่กลับต้องมาหานางถึงเรือนแต่เอาเถอะแนะนำตัวเมื่อเจอกันครั้งแรกก็เป็นเรื่องที่ถูกแล้ว
“เช่นนั้นเราขอเรียกท่านว่าชิงเถาได้หรือไม่”
“ได้เจ้าค่ะแล้วแต่เลย” ชิงเถาตอบกลับไปแบบง่ายๆ ไม่ได้เรื่องมากในการที่ใครจะเรียกนางอย่างไรไม่เรียกนางว่าขี้ข้าก็เป็นอันใช้ได้แล้ว
“เช่นนั้นก็ชิงเถาเจ้าจำเราได้หรือไม่”เขายิ้มแล้วถามนางออกมา ชิงเถาหยุดคิดไปครู่หนึ่ง ย้อนกลับไปว่านางเจอเขาที่ไหน
“อ้อท่านคือคนที่ข้าเข้าไปช่วยตอนที่พลาดพลั้งให้กับคนร้าย แล้วก็แขนท่านบาดเจ็บ”ชิงเถาลองๆถามออกมาไปอย่างไม่แน่ใจ ก็ตอนนั้นมันตอนกลางคืนนี่นานางจำได้ขนาดนี้ก็ดีแล้ว อีกอย่างหลังจากครั้งนั้นนางก็ไม่เจอเขาอีกเลยนี่ขนาดเดินทางมาพร้อมกันนางยังไม่เคยพบเขาอีกเลย
“อืมใช่เราเอง ที่มาวันนี้ก็เพราะ”
“แล้วแขนท่านหายดีเอ่อ ขออภัยเจ้าค่ะที่พูดแทรก แฮ่ๆๆ”ชิงเถาพลั้งปากถามออกมาจนพูดขัดเขาจึงต้องเอ่ยขอโทษและทำหน้าสำนึกผิดอีกเล็กน้อยเสียมารยาทไปหน่อยแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอกอย่างน้อยเราก็รู้ว่าเจ้าเป็นห่วงเรา” เยว่ซ่านจื่อเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มส่งให้นาง
“แฮร่ๆเจ้าค่ะ” ทำอะไรไม่ได้นอกจากนั่งยิ้มแห้งๆส่งให้อีกฝ่าย
“ถ้าไม่ได้คุณหนูชิงเถาช่วยเราไว้เราอาจจะโดนทำร้ายหนักกว่านี้แล้วก็ได้ วันนี้จึงถือโอกาสมาขอบคุณเจ้าอีกครั้ง”
“ไม่ไม่ต้องลำบากเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ถือเป็นบุญคุณอะไร”ชิงเถารีบโบกมือเพื่อบอกว่านางไม่ได้ต้องการคำขอบคุณอะไรอีกจริงๆ ตอนนั้นเหล่าทหารก็เอ่ยคำนี้กับนางครั้งแล้วครั้งเล่า
“ได้อย่างไรกันเราตั้งใจมาเพื่อการนี้เลยนะ” เยว่ซ่านจื่อบอกชิงเถาด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
“เจ้าค่ะ”คงต้องตอบรับแล้ว ปฏิเสธหลายครั้งไปก็เป็นการไม่ให้เกียรติผู้ให้
“จริงๆเราไม่ได้มามือเปล่าหรอกนะมีน้ำใจเล็กๆน้อยๆมามอบให้แก่เจ้าด้วย” เยว่ซ่านจื่อบอกชิงเถาแล้วเอากล่องไม้เล็กๆมาวางไว้บนโต๊ะก่อนจะเลื่อนมันมาไว้ต้องหน้าชิงเถา
“ข้ารับเพียงน้ำใจก็พอเจ้าค่ะสิ่งของข้าไม่ต้องการ” ชิงเถารีบปฏิเสธเมื่อเห็นว่าอีกคนมีของอะไรสักอย่างมาให้นางและนางก็คิดว่ามันต้องมีราคาอย่างแน่นอน ขนาดกล่องด้านนอกยังดูแพงขนาดนี้