อันซิ่วเอ๋อร์ซึ่งไม่รู้เรื่องราวใดๆกำลังหอบหิ้วถังน้อยกลับบ้านอย่างมีความสุขพลางคิดถึงซุปปลาไหลใส่ไข่เค็มที่จะได้ลิ้มรสตอนเที่ยง ก็นึกยินดีอยู่ในใจแต่แล้วก็อดคะนึงหาจางเจิ้นอันขึ้นมาไม่ได้
ดูเหมือนว่านางจะยังไม่เคยทำอาหารจานนี้ให้เขาชิมเลยสักครั้งน่าเสียดายที่เขาไม่ได้อยู่กินด้วยกัน แต่ก็ช่างเถอะ ตอนนี้นางจะฝึกฝีมือให้ชำนาญรอเขากลับมาเมื่อใด จะทำให้เขาทานเอง
ขณะคิดเพลินๆ นางก็เดินมาถึงหน้าประตูบ้านแต่กลับเห็นเกวียนม้าคันหนึ่งจอดเด่นอยู่หน้าเรือน รอบข้างมีเด็กๆในหมู่บ้านกำลังมุงดูกันอยู่ นางประหลาดใจนัก พลางคาดเดาในใจ หรือว่า...จางเจิ้นอันกลับมาแล้ว?
ถึงเขาจะเพิ่งจากไปไม่กี่วันแต่หากคำนวณเวลาเดินทางไปกลับจากเมืองหมิ่นเยว่ ก็อาจเป็นไปได้
"ท่านพ่อ ท่านแม่" นางก้าวข้ามธรณีประตูพลางส่งเสียงเรียก หากจางเจิ้นอันได้ยินเสียงนางเขาต้องรีบออกมาดูแน่ๆ ทว่าเมื่อเดินเข้ามาในลานบ้าน กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาดูท่าคงไม่ใช่เขากลับมาเสียแล้ว แต่นางก็ยังแอบหวังอยู่เล็กน้อย
พอเดินมาถึงหน้าเรือนนางจึงสังเกตเห็นความผิดปกติ ในห้องโถงมีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งนั่งอยู่เขาสวมอาภรณ์ผ้าไหมสีเทาเข้ม สวมหมวกผ้าหกเหลี่ยมเป็นคนแปลกหน้าที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อน
"ท่านพ่อ ท่านแม่" อันซิ่วเอ๋อร์หิ้วถังน้อยเดินเข้าไปเห็นพ่อเฒ่าอันและเหลียงซื่อต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด นางจึงยิ่งสงสัย เอ่ยถามว่า"เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ ท่านลุงผู้นี้เป็นใคร?"
"ซิ่วเอ๋อร์ เป็นความผิดของแม่เอง"เหลียงซื่อเอ่ยขึ้น น้ำตาก็พลันไหลริน
"เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะท่านแม่?"อันซิ่วเอ๋อร์วางถังลง ดึงผ้าเช็ดหน้าจากอกเสื้อมาซับน้ำตาให้มารดา
"นี่คือบุตรสาวของท่านรึ?"
ขณะนั้นเองชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ก็ใช้สายตาพิจารณาอันซิ่วเอ๋อร์ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าเมื่อเห็นนางสวมเสื้อผ้าสีมอซอ ผมเผ้ายุ่งเหยิง ชายกางเกง แขนเสื้อและทั่วร่างเปรอะเปื้อนดินโคลน แม้แต่บนใบหน้าก็ยังมีรอยเปื้อนเขาก็อดแสดงความดูแคลนออกมาทางน้ำเสียงและสีหน้าไม่ได้
สมแล้วที่เป็นหญิงสาวบ้านป่าเช่นนี้สตรีเช่นนี้รึจะคู่ควรกับคุณชายของตน? ไม่รู้ว่าคุณชายคิดอะไรอยู่ถึงได้แต่งงานกับนาง หรือคงทำไปเพื่อประชดท่านผู้เฒ่าเป็นแน่
ความคิดของพ่อบ้านหลิวไม่ต่างจากคนอื่นๆในตระกูลจางที่ได้ยินข่าวนี้พวกเขาล้วนคิดว่าจางเจิ้นอันแต่งงานกับอันซิ่วเอ๋อร์เพียงเพื่อต้องการประชดท่านผู้เฒ่าหรือไม่ก็คงถูกผีเข้าสิงไปแล้ว
"ท่านเป็นใคร?" เมื่อน้ำเสียงของอีกฝ่ายไม่เป็นมิตร อันซิ่วเอ๋อร์ก็ย่อมไม่ญาติดีด้วยนางจึงเอ่ยถามกลับไปโดยไม่มีแววอ่อนหวานเช่นกัน
ชายวัยกลางคนผู้นั้นกลับสะบัดชายเสื้อเล็กน้อยยกขาไขว่ห้าง กล่าวด้วยท่าทางโอหังว่า "เจ้ารู้จักตระกูลจางหรือไม่?ข้าคือพ่อบ้านผู้ดูแลของตระกูลจาง แซ่หลิว"
"ไม่รู้จัก" อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้า "ท่านพ่อท่านแม่ข้าเป็นเพียงชาวไร่ชาวนาธรรมดาใช้ชีวิตอยู่แต่ในหมู่บ้าน ไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับคนนอก ท่านคงมาผิดบ้านแล้วกระมัง"
"แม้แต่ตระกูลจางแห่งเมืองหมิ่นเยว่เจ้าก็ไม่รู้จักรึ?"ชายผู้นั้นมองอันซิ่วเอ๋อร์ด้วยสีหน้าดูแคลนยิ่งกว่าเดิม"แต่เอาเถอะ ไม่รู้จักตระกูลจางก็ไม่เป็นไรแล้วจางเจิ้นอันเล่า เจ้าย่อมต้องรู้จักกระมัง?"
"เขาคือสามีข้า มีเรื่องอันใดหรือ?"ทีแรกอันซิ่วเอ๋อร์ไม่ได้เชื่อมโยงจางเจิ้นอันกับตระกูลจางที่เขาเอ่ยถึงเพราะคนแซ่จางมีอยู่มากมาย แต่พอได้ยินชื่อสามีนางจึงรู้ว่าจุดประสงค์ของบุรุษผู้นี้เกี่ยวข้องกับพวกเขา
"เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาคือคุณชายใหญ่แห่งตระกูลจางของเรา" พ่อบ้านหลิวเหลือบมองอันซิ่วเอ๋อร์ด้วยหางตาสีหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
"ไม่รู้" อันซิ่วเอ๋อร์ส่ายหน้า"เขาจะเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลจางของพวกท่านหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับข้า ข้ารู้เพียงว่าเขาคือสามีข้า"
"เจ้ามันก็แค่เด็กบ้านนอกข้าพูดไปเจ้าก็คงไม่เข้าใจ เจ้าคงไม่รู้ถึงอำนาจของตระกูลจางเราตระกูลจางของเรานั้น ผู้คนในเมืองหมิ่นเยว่ต่างขนานนามว่า 'จางครึ่งเมือง'เชียวนะ"
พ่อบ้านหลิวรู้สึกว่าคนบ้านนอกเช่นอันซิ่วเอ๋อร์ช่างโง่เขลาและดื้อด้านที่สุดเขาเริ่มหมดความอดทน จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"เมื่อครู่ข้าก็ได้แจ้งกับท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าไปแล้วเรื่องที่คุณชายใหญ่ของเราแต่งงานกับเจ้านั้น ท่านผู้เฒ่าหาได้ทราบเรื่องไม่ดังนั้นการแต่งงานครั้งนี้จึงถือเป็นโมฆะท่านผู้เฒ่ายินดีจะชดเชยให้พวกท่านเป็นเงินสิบตำลึงถือว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นอันยกเลิกไป"
"เงินสิบตำลึง?" อันซิ่วเอ๋อร์พลันหัวเราะออกมา "พวกท่านเห็นข้าเป็นขอทานหรืออย่างไร?ตัวข้า อันซิ่วเอ๋อร์ มีค่าเพียงสิบตำลึงเงินเท่านั้นรึ?"
"แม่นางอัน อย่าได้ปากดีไป"เดิมทีพ่อบ้านหลิวยังรู้สึกว่าพูดเช่นนี้ออกจะโหดร้ายไปบ้างแต่พอได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ น้ำเสียงของเขาก็ยิ่งเย็นชาลงหลายส่วน "ในชนบทของพวกเจ้า เงินสิบตำลึงนับว่าไม่น้อยแล้ว ในเมืองเราเงินแค่เจ็ดแปดตำลึงก็ซื้อหญิงสาวหน้าตาน่ารักได้คนหนึ่งแล้ว"
"แม่นางอัน รับเงินนี้ไปจัดเตรียมข้าวของแต่งงานใหม่เสียเถิด เจ้ายังสาวนัก ทั้งยังไม่มีบุตร การจะหาคนแต่งงานด้วยใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องยากอันใด!"พ่อบ้านหลิวคิดว่าตนเองได้หยิบยื่นความเมตตาให้อันซิ่วเอ๋อร์อย่างที่สุดแล้วทว่านางฟังแล้วกลับรู้สึกขบขันยิ่งนัก
"การแต่งงานของเรามีหนังสือสัญญามีแม่สื่อ มีการกราบไหว้ฟ้าดิน มีเทพจันทราเป็นพยาน พวกท่านเป็นใครมีสิทธิ์อันใดมาบอกว่าเป็นโมฆะ?"
อันซิ่วเอ๋อร์พยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้คำพูดของตนเองดูมีพลังแต่ขณะที่เอ่ยออกมา ดวงตากลับแดงก่ำ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยแฝงความขุ่นเคืองนางเบือนหน้าหนี ไม่อยากแสดงความอ่อนแอต่อหน้าพ่อบ้านหลิว
"แม่นางอันท่านพ่อท่านแม่ของเจ้าต่างก็ยินยอมแล้ว" พ่อบ้านหลิวหมดความอดทนโดยสิ้นเชิงกล่าวเสียงเย็น "หรือว่าเจ้าคิดว่าเงินน้อยเกินไป?"
อันซิ่วเอ๋อร์หันขวับกลับมามองพ่อเฒ่าอันและเหลียงซื่อ "ท่านพ่อ ท่านแม่เขาพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?"
"ซิ่วเอ๋อร์" พ่อเฒ่าอันเงยหน้าขึ้น ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองบุตรสาว "พ่อกับแม่ก็ไม่อยากทำเช่นนี้ แต่ตระกูลจางเป็นตระกูลใหญ่ จะเข้าไปได้ง่ายๆได้อย่างไร? ในตระกูลใหญ่เช่นนั้นย่อมมีเรื่องราวโสมมซ่อนอยู่มากมาย พ่อกับแม่ไม่อยากให้เจ้าต้องเข้าไปทนทุกข์ทรมาน"
"ทุกข์ทรมานอันใดกัน?" อันซิ่วเอ๋อร์จ้องมองบิดามารดาด้วยความเหลือเชื่อราวกับไม่เคยรู้จักพวกเขามาก่อน "เพียงเพราะเงินสิบตำลึงท่านทั้งสองก็คิดจะยอมรับเรื่องนี้หรือ?"
"ไม่ใช่! ไม่เกี่ยวกับเงินเลยซิ่วเอ๋อร์ เจ้าอย่าเข้าใจผิด ถึงพวกเขาไม่ให้เงินสักอีแปะเดียวพ่อกับแม่ก็ไม่ยอมให้เจ้าไป" เหลียงซื่อรีบปฏิเสธ"ในใจพ่อกับแม่ เจ้าคือแก้วตาดวงใจ พ่อแม่ไม่ได้โลภเงินทองแค่หวังให้เจ้าอยู่อย่างสุขสบายเท่านั้น"
"หนทางที่ดีที่สุดที่ข้าจะสุขสบายได้คือการอยู่กับสามีของข้า" อันซิ่วเอ๋อร์สูดลมหายใจลึกพยายามควบคุมอารมณ์ "คืนเงินให้เขาไปเรื่องนี้ข้าไม่เห็นด้วย! ทำไมทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่ตระกูลจางของพวกท่านต้องการข้าแต่งงานกับเขาแล้ว ข้าคือภรรยาของเขา ข้าไม่ได้ทำผิดอะไรพวกเขามีสิทธิ์อันใดมาบอกว่าการแต่งงานนี้ใช้ไม่ได้!"
"ซิ่วเอ๋อร์ เจ้าอย่าดื้อรั้นเลยตระกูลสูงศักดิ์เช่นนั้น มิใช่สิ่งที่พวกเราจะเอื้อมถึงได้นะลูก" เหลียงซื่อกล่าวเกลี้ยกล่อมทั้งน้ำตา
"ตกลงข้ายังเป็นลูกของท่านทั้งสองอยู่หรือไม่?"อันซิ่วเอ๋อร์โกรธขึ้นมาจริงๆนางคาดไม่ถึงว่าพ่อกับแม่ผู้ซึ่งรักใคร่นางมาตลอดจะยอมรับเรื่องนี้ง่ายดายถึงเพียงนี้ ซ้ำยังมาเกลี้ยกล่อมนางอีก
"อันซิ่วเอ๋อร์คนนี้มีสิ่งใดไม่ดีหรือ?ข้าไม่เคยคิดจะปีนป่ายไปสู่ที่สูง แต่ข้าต้องการสามีของข้า!"อันซิ่วเอ๋อร์เงยหน้าขึ้นจ้องมองพ่อบ้านหลิว กล่าวซ้ำเสียงดังฟังชัด"เรื่องนี้ ข้าไม่เห็นด้วย"
เมื่อกล่าวจบ นางก็หันไปทางเหลียงซื่อ"ท่านแม่ นำเงินมาให้ข้า"
เหลียงซื่อไม่ขยับอันซิ่วเอ๋อร์จึงกล่าวอีกครั้ง น้ำเสียงเย็นชาลงหลายส่วน"เอาเงินออกมาเจ้าค่ะ!"
เหลียงซื่อตกใจรีบล้วงเงินออกมาใส่มืออันซิ่วเอ๋อร์ "ซิ่วเอ๋อร์อย่าโกรธเลยแม่ก็แค่คิดถึงอนาคตของเจ้า ถึงได้รับเงินนี้ไว้"
อันซิ่วเอ๋อร์รับเงินมาโยนคืนให้พ่อบ้านหลิว "เงินนี่คืนให้ท่านไปคำพูดของท่านพ่อท่านแม่เมื่อครู่ถือเป็นโมฆะ ลูกสาวแต่งออกไปก็เหมือนน้ำที่สาดทิ้งเรื่องของข้า พวกเขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทน"
พ่อบ้านหลิวกำลังจะเอ่ยปากตำหนิว่านางไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอันซิ่วเอ๋อร์ก็กล่าวต่อไปว่า "ข้ากับสามีรู้จักกันในยามยากสามีข้าเป็นเพียงชาวประมงแห่งแม่น้ำชิงสุ่ย ไม่ใช่คุณชายใหญ่ตระกูลจางข้าแต่งงานกับเขามิใช่เพราะทรัพย์สินเงินทองแต่ก็มิใช่ว่าจะไม่ต้องการเงินทองเช่นกัน อย่างไรก็ตามท่านจงกลับไปแจ้งท่านผู้เฒ่าของพวกท่านเถิด หากต้องการหย่าขาดจากข้าก็จงให้จางเจิ้นอันมาพูดต่อหน้าข้าด้วยตนเอง มิเช่นนั้นการแต่งงานครั้งนี้ก็ยังคงมีผลอยู่!"
"เหตุใดเจ้าจึงดื้อด้านถึงเพียงนี้?"พ่อบ้านหลิวกล่าวเสียงเย็น "เจ้าเป็นแค่สตรีบ้านนอกคนหนึ่งยังคิดจะก้าวเข้าสู่ตระกูลจางของเราอีกรึ?"
"ข้าไม่คิดจะก้าวเข้าสู่ตระกูลจางของพวกท่านแต่ข้าจะรอเขาอยู่ที่นี่ ข้าเชื่อว่าสามีของข้าจะกลับมา" อันซิ่วเอ๋อร์กล่าวด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง "เอาล่ะท่านกลับไปได้แล้ว บ้านนอกของเราข้าวปลาอาหารมีราคาแพง คงมิอาจเลี้ยงรับรองท่านได้"
เมื่อกล่าวจบ นางก็ลุกขึ้นหิ้วถังไม้มุ่งหน้าไปยังห้องครัว โดยไม่ชายตามองผู้ใดในห้องโถงอีก
ทว่าพอเดินมาถึงห้องครัวน้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมา นางรู้สึกเจ็บปวดเหลือเกินทั้งโกรธที่เขาหลอกลวงนาง ทั้งเจ็บใจที่ตนเองอาจไม่คู่ควรกับเขาจริงๆ
"แม่นางอันหากคุณชายของเราอยู่กับเจ้า ก็จะเป็นได้แค่ชาวประมงไปตลอดชีวิตมีเพียงการกลับไปตระกูลจางเท่านั้น เขาถึงจะเป็นคุณชายใหญ่ผู้สง่างามเจ้าแน่ใจรึว่าจะขวางอนาคตของเขา?" พ่อบ้านหลิวยังไม่ยอมแพ้ตะโกนตามหลังมา
อันซิ่วเอ๋อร์ไม่ตอบเพียงแต่ตักน้ำใส่กะละมัง เทปลาไหลในถังลงไป จากนั้นก็ล้างถังให้สะอาดเปลี่ยนน้ำใหม่ นางจุ่มมือทั้งสองข้างลงไปเล่นกับปลาในกะละมังไม้หยาดน้ำตาหยดลงผสมกับน้ำในกะละมัง
"ท่านอา" อันหรงเหอเดินเข้ามาอันซิ่วเอ๋อร์รีบปาดน้ำตา ส่งยิ้มให้เขา "เจ้ามาทำไมรึ?"
"ข้ามาดูท่านอาขอรับ ท่านอาวางใจเถอะท่านอาเขยไม่ใช่คนเช่นนั้นแน่ พ่อบ้านหลิวผู้นี้ ดูอย่างไรก็ไม่น่าใช่คนดี"ถึงจะอายุน้อย แต่เรื่องราวเมื่อครู่ เขาก็พอจะเข้าใจได้
"อืม อาเชื่อเช่นนั้น" อันซิ่วเอ๋อร์พยักหน้า "ขอบใจนะที่มาปลอบอา"
อันหรงเหอยิ้มออกมา"ท่านอาไม่เสียใจก็ดีแล้วขอรับ"
“ข้าไม่เสียใจหรอกพ่อบ้านหลิวนั่นไม่ใช่ท่านอาเขยของเจ้าเสียหน่อย เขาจะพูดอะไรก็ได้ตามใจรึ?บางทีเขาอาจมีจุดประสงค์อื่น ข้าไม่ยอมตกหลุมพรางของเขาเด็ดขาด”อันซิ่วเอ๋อร์เชิดหน้าขึ้นอย่างทระนง