อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด

    อย่างนายเหรอบอดี้การ์ด__35_ถ้าลูกไม่ตาย เขาต้องไม่บาดเจ็บเด็ดขาด!

    ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย มักจะมีโอกาสเกิดภาวะอวัยวะล้มเหลวเมื่อใดก็ได้ และเมื่อเกิดขึ้นจะต้องตกตายไปอย่างเจ็บปวดทรมาน!

    แม้ว่าจะได้รับการรักษาจาก เหยาฉีหวง 1 ใน 3 แพทย์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศก็ตาม แต่เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนลิขิตสวรรค์ได้ อย่างมากก็ทำได้แค่บรรเทาความเจ็บปวดของผู้ป่วยในแต่ละวันได้เท่านั้น!

    แต่ทว่ายามนี้ เซียวเฉิน กลับเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้ทุกคนตื่นตะลึง พูดออกมาว่าเขาสามารถยืดเวลาให้ได้อย่างน้อยถึง 3 ปี ช่างเป็นวิธีการที่เหมือนกับเปลี่ยนแปลงฟ้าสวรรค์เลยจริงๆ!

    “เธอสามารถยืดเวลาให้ยาวขึ้นได้อีก 3 ปี จริงเหรอ?” เหยาฉีหวง เบิกตากว้าง เอ่ยถามอย่างอดไม่ได้

    เซียวเฉิน พยักหน้า “ใช่ ผมทำได้ แต่ว่ามันไม่ง่ายนัก!”

    “เป็นไปได้อย่างไรกัน...” เหยาฉีหวง ถามขึ้น แต่จากนั้นเขาก็หัวเราะออกมา ความลับแบบนี้ใครจะพูดออกมากันได้เล่า?

    “เป็นวิชาฝังเข็ม”

    “วิชาฝังเข็มงั้นเหรอ?”

    เหยาฉีหวง ยิ่งตะลึงมากกว่าเดิม แม้ว่าเขาจะร่ำเรียนเกี่ยวกับแพทย์แผนจีนมาตลอดชีวิต และยังได้ศึกษาวิชาฝังเข็มมาอีกด้วย แต่การบอกว่าวิชาฝังเข็มจะช่วยรักษาโรคมะเร็งได้และยังสามารถยืดอายุขัยได้ด้วยนี่ เขายังไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยสักครั้ง!

    “ใช่ ในตอนที่ผมทำการรักษาให้คุณป้า ผมอาจจะต้องขอยืมแรงของอาจารย์เหยาด้วยนะครับ”

    เหยาฉีหวง ได้ยินคำนี้ เขาพลันเกิดอาการตื่นเต้นเต็มที่ “ฉันอยู่ด้วยได้งั้นเหรอ?”

    “เอ่อ ได้แน่นอนครับ” เซียวเฉิน ยิ้มขึ้น แน่นอนเขารู้ว่าทำไม เหยาฉีหวง ถึงตื่นเต้นขนาดนี้ เป็นเพราะว่าคนในวงการแพทย์แผนจีนล้วนมีวิธีการรักษาที่เป็นเอกลักษณ์ ในช่วงเวลาที่ทำการรักษาโรคบางอย่าง ส่วนใหญ่แล้วจะกรองคนอื่นให้ออกไปรวมถึงลูกศิษย์ของตน เพื่อจะได้รักษาผู้ป่วยด้วยตัวเองได้...

    ที่สถานการณ์เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่า วิธีการรักษาแบบโบราณสูญหายไปเนื่องจากอุบัติเหตุอยู่หลายครั้ง หายไปท่ามกลางแม่น้ำแห่งประวัติศาสตร์!

    “ได้ ๆ ฉันจะยินดีร่วมมือกันนาย!” เหยาฉีหวง พยักหน้าอย่างต่อเนื่อง

    ทางหลี่เซิ่ง ที่ยืนตะลึงอยู่ด้านข้างได้สติขึ้นมาแล้ว สิ่งที่เขาคิดแตกต่างจาก เหยาฉีหวง คือถ้า เซียวเฉิน สามารถช่วยยืดอายุขัยของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายให้เพิ่มขึ้นอีก 3 ปีได้จริงเขาก็คงสามารถสั่นคลอนโลกทั้งใบได้เลย!

    เมื่อถึงเวลานั้นย่อมต้องมีคนใหญ่คนโต คนร่ำรวยมากมายนำเงินมาเพื่อให้เขารักษาอย่างแน่นอน สำหรับการรักษาคนรวย ไม่ว่าจะกี่สิบหรือร้อยล้าน เขาก็สามารถเรียกได้? ยิ่งกว่านั้นบางทีอาจจะเป็นสกุลเงินดอลล่าห์เลยก็ได้!

    “พี่เซียว พี่สามารถยืดอายุขัยให้แม่ฉันได้อีก 3 ปี จริงเหรอ?” หลี่หานโฮ่ว ก็รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกัน เขาจับแขนของ เซียวเฉิน พร้อมกับเอ่ยตะโกนเสียงดัง

    “ได้..แต่ว่า นายปล่อยแขนฉันก่อนได้ไหม นายบีบแขนฉันแรงเกินไปแล้ว” เซียวเฉิน กัดฟันพูดขึ้นด้วยความเจ็บปวด

    “อ๊ะ ขอโทษที พี่เฉิน มาเดี๋ยวฉันนวดให้!”

    “อย่า ไม่ต้อง” เซียวเฉิน ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว เจ้าเด็กคนนี้มือหนักมาก ถ้ามานวดให้เขาสงสัยได้แขนหักกันพอดี เขาอยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก!

    “คุณป้าครับ คุณป้ากินยาชุดนี้ก่อน มันจะช่วยบำรุงร่างกาย จากนั้นเดี๋ยวผมจะช่วยรักษาให้คุณป้าทีหลัง!” เซียวเฉิน มองไปที่คุณนายหลี่ด้วยอาการตื่นเต้น พร้อมกับพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม

    “ใช่ แม่ รีบกินเร็วเข้า เดี๋ยวมันจะเย็นซะก่อน...พี่เฉินไปช่วยซื้อมาให้แม่เลยนะ มันหอมมากเลย!” หลี่หานโฮ่ว รีบยื่นห่อยาให้แม่ของตน

    “คุณเซียว...”

    “คุณป้าครับ ผมเป็นเพื่อนกับต้าหาน คุณอย่าเรียกผมว่าคุณเซียวเลย เรียกแค่ชื่อผมก็พอแล้ว!”

    “อื้อ เซียวเฉิน บุญคุณของเธอยิ่งใหญ่ล้นฟ้า พวกเรา 2 แม่ลูกคงไม่อาจจะตอบแทนเธอได้...”

    “คุณป้า ไม่จำเป็นต้องตอบแทนหรอกครับ ผมประทับใจในความกตัญญูของต้าหาน เขายอมอดข้าวถึง 2 วันเพื่อที่จะประหยัดเงินของตัวเอง”

    เมื่อคุณนายหลี่ได้ยินดังนี้ น้ำตาเริ่มไหลรินลงมา “ต้าหาน ลูกนี่ซื่อจริง ๆ ทำไมถึงไม่ยอมกินอะไรเลยละลูก?”

    “แม่ แม่อย่าร้อง ผมไม่หิวซะหน่อย ฮ่าๆ ” หลี่หานโฮ่ว ก้าวมาข้างหน้า ช่วยปาดน้ำตาออกจากแม่แล้วยิ้มขึ้น

    “ไม่ได้กินข้าวถึง 2 วันจะไม่หิวได้ยังไง? ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ที่บ้าน แค่มื้อเดียวลูกก็อดไม่ได้แล้ว...” คุณนายหลี่โอบกอดลูกชายพร้อมพูดขึ้นด้วยความปวดใจ

    “แม่อย่าร้อง ตอนนี้ผมไม่หิวแล้ว พี่เฉินเพิ่งเลี้ยงข้าวผมเมื่อเช้า ตอนนี้ผมอิ่มจนจะตายแล้ว”

    คุณนายหลี่ปาดน้ำตาออกจากใบหน้า เธอมองไปที่ เซียวเฉิน แล้วเอ่ยขอบคุณ “เซียวเฉิน ป้าขอบคุณเธอมากนะ การที่ต้าหานได้พบกับเธอ ต้องเป็นเพราะเทพเซียนบนฟ้าเมตตาแน่นอน...”

    “ฮ่าๆๆๆ คุณป้าครับ คุณป้าอย่าพูดอย่างนี้เลย” เซียวเฉิน ส่ายหน้า “ต้าหาน ทำไมยังไม่รีบป้อนข้าวให้แม่อีก”

    “ครับ ๆ ”

    หลังจากผ่านไป 20 กว่านาที คุณนายหลี่กินอาหารบำรุงจนหมด หลี่เซิ่ง ไปนำเข็มเงินสำหรับการฝังเข็มมา 1 ชุดตามที่ เซียวเฉิน มอบหมายงานให้ เขาส่งเข็มเงินให้กับ เซียวเฉิน แล้วพูดขึ้น “เซียวเฉิน ฉันจะรออยู่ที่หน้าประตู หากต้องการความช่วยเหลือก็ตะโกนเรียกฉันได้”

    “ฮ่าๆๆ พี่หลี่ พี่ไม่ต้องเคร่งมากขนาดนั้นหรอก พี่อยู่ที่นี่ก็ได้!” เซียวเฉิน หยิบชุดเข็มเงินมา แล้วเอ่ยขึ้นพร้อมหัวเราะ

    “ฉันก็อยู่ได้งั้นเหรอ?” หลี่เซิ่ง รู้สึกเซอร์ไพรส์

    “อื้อ ไปปิดประตูเถอะ ตอนนี้จะเริ่มขั้นตอนรักษาแล้ว” เซียวเฉิน กล่าวจบ เขาหยิบเข็มเงินขึ้นมาฆ่าเชื้อ จากนั้นมองไปที่คุณนายหลี่ซึ่งกำลังนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย “ต้าหาน ประคองแม่ของนายขึ้นมา แล้วหันหลังให้ฉัน”

    หลี่หานโฮ่ว ก้าวไปประคองแม่ขึ้น “พี่เฉิน แล้วเสื้อผ้าละ?”

    “ไม่ต้องถอด”

    “อ้อ”

    เซียวเฉิน นำเข็มขึ้นมา 2 เล่ม เขาดีดไปที่เข็มจนสั่นไหว จากนั้นรีบปักไปที่แผ่นหลังของคุณนายหลี่

    ด้านเหยาฉีหวงเองก็จ้องมองทุกการกระทำของ เซียวเฉิน ดวงตาของเขาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า มันยากมากที่จะใช้เข็มทีละ 2 เล่ม วิธีการนี้เรียกว่า 2 เข็มสกัดปราณ มันเป็นวิชาที่สูญหายไปเป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว!

    จากนั้นสิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงยิ่งขึ้นก็คือ 2 มือของ เซียวเฉินกำลังถือเข็มทั้งหมด 4 เล่ม การเคลื่อนไหวยิ่งมายิ่งไวขึ้นเรื่อย ๆ เข็มปักไปที่จุดลมปราณอย่างรวดเร็วและลื่นไหล เขาขยับคลื่นไหวราวกับหมู่เมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าก็ไม่ปาน!

    หลี่หานโฮ่ว กับ หลี่เซิ่ง จ้องมองอย่างตะลึง นี่คือการฝังเข็มอย่างงั้นเหรอ? ทำไมมันช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน!

    “คุณป้า อดทนหน่อยนะครับ มันจะรู้สึกเจ็บปวดมาก!” ทันใดนั้น เซียวเฉิน เอ่ยขึ้นมา ต่อมาเขาก็ปักเข็มเงินเข้าไปตรงตำแหน่งด้านหลังปอดของคุณนายหลี่

    “อ๊า...”

    พริบตาที่เข็มปักลงไป คุณนายหลี่ก็ส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวดออกมา ร่างกายที่อ่อนแอของเธอกำลังสั่นสะท้าน

    “แม่...แม่อดทนเอาไว้”

    เมื่อได้ยินเสียงคนเป็นแม่ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ชายผู้สังหารหมีด้วยมือเปล่าในป่าใหญ่ก็รู้สึกปวดใจจนดวงตาทั้งสองข้างแดงขึ้น

    เซียวเฉิน ปล่อยมือออก นิ้วทั้งสิบ เกิดอาการสั่น ส่วนใบหน้าของเขาซีดเผือดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เข็มสีเงินแต่ละเล่มล้วนถูกปักลงไปอย่างเป็นระเบียบ

    ด้านเหยาฉีหวง มองทุก ๆ การเคลื่อนไหวในการปักเข็มแต่ละเล่มของ เซียวเฉิน ดวงตาเขาหดตัวลง นี่คือวิชาเข็มเทวะในตำนานงั้นหรือ?

    “อาจารย์เหยา ช่วยผมปิดผนึกชีพจรที!”

    เมื่อเข็มเงินยิ่งสะท้านเร็วขึ้น ใบหน้าของเซียวเฉิน ก็ซีดมากกว่าเดิม เหงื่อของเขาหลั่งไหลออกมาราวกับสายน้ำ

    “ได้!” อาจารย์เหยาเตรียมตัวเอาไว้แล้ว เขาหยิบเข็มขึ้นมา 2 เล่มและขยับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ปักเข็มลงไปที่ร่างของคุณนายหลี่ เขาปักลงไปบนแผ่นหลังของ เซียวเฉิน แทน!

    เมื่อเข็มทั้ง 2 ข้างปักลงไป สภาพของ เซียวเฉิน ก็ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ใบหน้าซีดขาวของเขาเริ่มมีสีเลือดฝาด นิ้วของเขาที่สั่นอยู่เริ่มกลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง

    เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้ผ่านไปประมาณ 5 นาทีแล้ว เข็มที่อยู่บนหลังของคุณนายหลี่ได้หยุดสั่นลง!

    “คุณป้าครับ อดทนอีกหน่อยนะครับ!” เซียวเฉิน เอ่ยเตือนขึ้นมาอีกครั้ง เขาเริ่มดึงเข็มเงินออก หากมองอย่างใกล้ชิดจะสังเกตเห็นได้ว่าที่ส่วนปลายของเข็มเงินแต่ละเล่มถูกปกคลุมด้วยสีดำม่วง มันมีลักษณะเป็นเหมือนกับหยดเลือด...

    “ต้าหาน ประคองแม่นายนอนลงไป!” เซียวเฉิน ดึงเข็มเงินทั้งหมดออกมาแล้ววางลงไปบนพื้น จากนั้นเขาเทแอลกอฮอล์ลงไปแล้วจุดไฟขึ้น

    “อาจารย์เหยา ช่วยผมเปิดผนึกลมปราณ!”

    “ได้”

    อาจารย์เหยาถอนเข็มทั้งสองเล่มที่ปักอยู่บนแผ่นหลังของเซียวเฉิน เมื่อถูกถอนออกแล้ว เขาแทบจะล้มลงไปบนพื้น

    “พี่เฉิน พี่เป็นอะไร?”

    หลี่หานโฮ่ว พุ่งเข้าไปประคอง เซียวเฉิน อย่างว่องไว

    ใบหน้า เซียวเฉิน กลับซีดขาวมากกว่าเดิม ความเจ็บปวดจากจุดตันเถียนวิ่งไปทั่วร่าง เหมือนกับว่าร่างกายของเขากำลังจะระเบิดออก

    “ไม่เป็นอะไร แค่เพลียนิดหน่อย พักสักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง”

    เซียวเฉิน อดทนต่อความเจ็บปวด เขาพยายามฝืนยิ้ม เอาหลังพิงเก้าอี้พร้อมกับพูดอย่างอ่อนแรง

    “ฉันจะช่วยดูให้นายเอง” เหยาฉีหวง เข้าไปตรวจวัดชีพจรของ เซียวเฉิน เขาขมวดคิ้วขึ้น “มันไม่ใช่อาการอ่อนเพลียธรรมดา เธอเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว และตอนนี้มันก็กลับมากำเริบอีกครั้ง...”

    “ฮ่า ๆ ไม่เป็นไรหรอก ให้ผมพักสักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้น” เซียวเฉิน ยิ้มขึ้นแล้วถอนหายใจออกมาอย่างช้าๆ

    เมื่อคุณนายหลี่มองเห็นสีหน้าที่ซีดเผือดของ เซียวเฉิน หัวใจเธอก็สั่นไหว เธอถามขึ้นอย่างอิดโรย “พ่อหนุ่ม เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?”

    “คุณป้า ผมไม่เป็นไรหรอกครับ คุณป้ารู้สึกยังไงมั่ง?” เซียวเฉิน ส่ายหน้าตอบ เขารับรู้ได้ถึงความห่วงใยจากสายตาของ คุณนายหลี่

    “ฉันดีขึ้นมาก ไม่รู้สึกเจ็บแล้ว ร่างกายก็สบายขึ้นมาไม่น้อยเลย....”

    “งั้นก็ดีแล้ว คุณป้าต้องพักผ่อนเยอะ ๆ แล้วร่างกายของคุณป้าจะค่อย ๆ ดีขึ้น” เซียวเฉิน ยกยิ้ม แม้ว่าเขาจะต้องเจ็บตัว แต่เขาก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่คุ้มค่า

    ปั่ก

    ทันใดนั้น หลี่หานโฮ่ว คุกเข่าลงไปด้านหน้าของ เซียวเฉิน

    “ต้าหาน นี่นายกำลังทำอะไร!” เซียวเฉิน ตะลึง เขาอยากจะลงไปประคอง หลี่หานโฮ่ว ขึ้นมา แต่ร่างกายของเขาไม่มีแรงเหลือแล้ว

    “พี่เฉิน แม่สอนฉันมาตั้งแต่ยังเล็ก จะเป็นคนต้องรู้บาปบุญคุณโทษ....คุณช่วยชีวิตแม่ฉันเอาไว้ ชีวิตของฉัน ต้าหานได้เป็นของพี่ ชั่วชีวิตนี้พี่จะให้ฉันเป็นวัวเป็นควายก็ย่อมได้!” หลี่หานโฮ่ว หันไปมอง เซียวเฉิน แล้วเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง

    “ต้าหาน นายลุกขึ้นมาเถอะ...ที่ฉันช่วยแม่นายเอาไว้ ฉันก็ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน...”

    “เซียวเฉิน เธอช่างเป็นคนดีจริง ๆ ...พระคุณที่ช่วยชีวิตในวันนี้ จากนี้ไปก็ให้ต้าหานติดตามอยู่ข้างกายของเธอเถอะ” คุณนายหลี่ก็เปิดปากพูดขึ้นมาด้วยเช่นกัน

    “คุณป้า ไม่จำเป็นต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้.......”

    “ ป้ามองเธอออก เหมือนว่าเธอจะไม่ใช่คนธรรมดาๆนะ ให้ต้าหานติดตามอยู่ข้างกายของเธอเถอะ เขาจะได้ช่วยปกป้องความปลอดภัยของเธอได้...แม้ว่าเขาจะเป็นคนซื่อ แต่ทักษะของเขาก็ไม่เลวเลยนะ...”

    “แม่ ฉันได้สู้กับพี่เฉินมาแล้ว แต่ฉันเป็นฝ่ายแพ้” หลี่หานโฮ่ว ตอบแม่ตัวเอง

    คุณนายหลี่ตะลึง แพ้งั้นเหรอ? เธอรู้ถึงฝีมือของลูกชายตัวเองดี อีกแค่ก้าวเดียวเขาก็จะก้าวเข้าสู่ผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ แต่นี่เขาแพ้งั้นเหรอ?

    “ฮ่าๆ ตอนที่ต้าหานไปสมัคร ผมเป็นคนตรวจสอบ และเอาชนะเขามาได้” เซียวเฉิน ก็เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

    คุณานายหลี่ มอง เซียวเฉิน ด้วยสายตาที่ลึกล้ำ และได้ทำการตัดสินใจบางอย่าง “ต้าหาน!”

    “มีอะไรเหรอแม่?”

    “จำเอาไว้ว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลูกจะต้องคอยติดตามอยู่ข้างกายของ เซียวเฉิน แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่งกว่าลูก แต่เมื่อมีอันตราย ลูกจะต้องคอยคุ้มกันเขา ใช้ชีวิตของลูกปกป้องเขา ถ้าลูกไม่ตาย เขาต้องไม่บาดเจ็บเด็ดขาด เข้าใจไหม?” แม้ว่าคุณนายหลี่จะไม่ได้พูดดัง แต่ทว่ามันเต็มไปด้วยความจริงจัง

    “แม่ ผมจะจดจำเอาไว้!” หลี่หานโฮ่ว พยักหน้าแรง

    เซียวเฉิน ตะลึง นี่พวกเขาคิดจะทำอะไรกัน?

    แม้แต่ เหยาฉีหวง ก็เข้าใจความคิดของ คุณนายหลี่ดี

    “พ่อหนุ่ม เธอได้ประมือกับต้าหานแล้ว น่าจะรู้ว่าเขาฝึกฝนหมัดปาจี๋และฝ่ามือพีกว้ามา” คุณนายหลี่มองไปที่ เซียวเฉิน

    ด้านเซียวเฉิน พยักหน้า เขาไม่เข้าใจความหมายของเธอ

    “ความซื่อสัตย์ ลมปราณ และความกล้าหาญ จะทำให้ร่างกายเปลี่ยนเป็นเกราะ เสียสละชีวิตละทิ้งตัวตนเผชิญหน้ากับอันตราย นี่คือจิตวิญญาณของหมัดปาจี๋! เพราะเป็นเช่นนี้ จักรพรรดิผู่อี้ และ เจียงไคเช็ค ได้ถ่ายทอดมวยปาจี๋ ให้กับผู้คุ้มกันของตัวเอง!” คุณนายหลี่ เอ่ยออกมาอย่างจริงจัง

    เมื่อเซียวเฉิน ได้ยินก็เข้าใจ เขาหันไปมอง หลี่หานโฮ่ว จากนั้นกลับไปมองที่คุณนายหลี่อีกที แล้วกล่าวขึ้นว่า “คุณป้าครับ การจะให้ต้าหานมาติดตามอยู่ข้างกายย่อมไม่มีปัญหา ไม่ใช่ในฐานะผู้คุ้มกัน แต่เป็นพี่น้อง!”

    คล้ายกับเรื่องอย่างนายเหรอบอดี้การ์ด ที่คุณอ่าน