ตอนที่ 116 มือที่ใช้แทนเครื่องสแกน
ตอนที่ 116 ดนัยใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็แบกมิยามาโตะวิ่งมาถึงคลินิกของยานางีตะ ครืด !! ไม่รอช้าดนัยเปิดประตูพร้อมตะโกนเรียกมิยามาโตะทันที “หมอมิยามาโตะ !!” เสียงเรียกของดนัยทำให้ทุกคนหันมามองตอนนี้ภายในคลีนิกไม่ได้มีเพียงยานางีตะเท่านั้นแต่ยังมีเหล่าชาวบ้านในระแวกใกล้คลีนิกอีกหลายคนที่มาทำแผลแน่นอนแผลทุกคนไม่ได้หนักขนาดนั้นหนักสุดก็เป็นแผลหัวแตกจากมีของหล่นใส่หัวนั่นแหละนะ “อ้าวดนัยทำไมเธอยังอยู่อีกล่ะไม่กลับไปที่โรงพยาบาลเหรอ !!” ยานางีตะพูดหลังจากเห็นดนัยกลับมา “ก็กำลังกลับครับแต่พอดีเจอเรื่องไม่คาดฝันเข้าเสียก่อน” ดนัยพูดออกมาทำให้ยานางีตะสังเกตเห็นคนที่ดนัยแบกอยู่บนหลัง “นั่นมันพาเข้ามาไว้บนเตียงก่อนแล้วเล่ารายละเอียดมาซิ !!” ยานางีตะพูดพลางก่อนจะให้ดนัยรีบพาคนเจ็บเข้ามา “ผมเจอเขาที่อาคารที่กำลังก่อสร้างไม่ไกลจากที่นี่ครับเขาตกลงไปในช่องลิฟท์ถูกเหล็กเสียบอยู่ผมได้ทำการตัดเหล็กออกพยายามจะพาเขาไปโรงพยาบาลแต่พอจับเขาลุกขึ้นนั่งก็พึ่งจะรู้ว่าเขาหัวแตกด้วย” ดนัยบอกอาการคร่าวๆ “หัวแตกอย่าบอกนะว่ามีเลือดคั่งในสมอง” ยานางีตะมองดูอาการคนไข้ที่หมดสติและกำลังชักกระตุกอยู่ “ครับน่าจะเป็นอย่างนั้น” ดนัยพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็พาไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลสิไอ้เจ้าบ้าจะพามาที่คลินิกทำไม !!” ยานางีตะตวาดใส่ดนัยเพราะถ้าเป็นที่โรงพยาบาลจะรักษาอาการเลือดคั่งในสมองง่ายกว่านี้เพราะที่นั่นมีอุปกรณ์ครบครัน “ก็อยากพาไปหรอกครับแต่พอดีว่ามันก็เกิดอะไรขึ้นหลายๆเรื่องทำให้จำเป็นต้องพามาผ่าตัดที่คลินิกรบกวนช่วยเปิดห้องผ่าตัดให้หน่อยครับ” ดนัยบอก “เอาจริงสิคลีนิกฉันไม่มีเครื่องสแกนสมองนะเฮ้ย !!” ยานางีตะมองหน้าดนัยและก็ดูเหมือนเขาจำเป็นจะต้องเปิดห้องผ่าตัดจริงๆ “แต่ฮิคาริบอกว่าคุณหมอสามารถตรวจหาเลือดคั่งในสมองด้วยมือได้นี่ !!” ดนัยบอกข้อมูลที่ฮิคาริบอกมา “บ้าเอ้ยยัยหนูนั่นปากสว่างอีกแล้ว...เออก็ได้เปิดห้องผ่าตัดฉันจะตรวจหาเลือดคั่งให้เองแ!!” ยานางีตะพูดก่อนจะไปเปิดห้องผ่าตัดให้จากนั้นดนัยและยานางีตะก็ช่วยกันย้ายมิยามาโตะไปที่ห้องผ่าตัดทันที ห้องผ่าตัด “รีบทำแผลที่ขาซะเดี๋ยวฉันจะตรวจหาเลือดคั่งก่อน” ยานางีตะบอก “ครับ” ดนัยพยักหน้าจากนั้นเขาก็หยิบมีดผ่าขาเพื่อเอาเหล็กเส้นที่เสียบทะลุขาออกทันทีและเมื่อดนัยเริ่มผ่าเอาเหล็กเส้นออกเลือดก็พุ่งออกมาจากขาทันที “เย็บเร็วเข้าอย่าให้เลือดออกไปมากกว่านี่ฉันไม่มีเลือดสำรองที่คลินิกนะ !!” ยานางีตะบอก ไม่ต้องบอกก็จะรีบเย็บอยู่แล้วล่ะน่า ดนัยคิดในใจก่อนรีบจัดการเย็บเส้นเลือดและเย็บแผลให้เรียบร้อยซึ่งนั่นใช้เวลาไม่นานแต่ในระหว่างที่เย็บแผลดนัยก็คอยแอบเหล่มองยานางีตะเมื่อมีโอกาส ซึ่งที่ดนัยเห็นนั้นก็คือยานางีตะกำลังใช้นิ้วมือของตนค่อยๆไล่เคาะไปที่หัวของมิยามาโตะเบาๆทันใดนั้นเองยานางีตะไล่เคาะไปเรื่อยๆและในตอนนั้นเองยานางีตะก็อุทานออกมา “เจอแล้ว !!” เสียงยานางีตะอุทานออกมา “เจอจุดที่เลือดคั่งแล้วเหรอครับ” ดนัยเบิกตากว้างเพราะนึกไม่ถึงว่ายานางีตะจะตรวจเจอเลือดคั่งในสมองด้วยมือเปล่าได้จริงอย่างที่ฮิคาริบอก “ใช่อยู่ที่ด้านหลังหัวฉันจะเอาปากกามาจุดแต้มเอาไว้ก่อน” ยานางีตะเดินไปหยิบปากกามาขีดจุดเอาไว้ส่วนทางด้านดนัยเองนั้นก็ทำแผลที่ขาเสร็จไปแล้ว จากนั้นการผ่าตัดเอาเลือดคั่งออกจากสมองก็เริ่มต้นขึ้น “เอาล่ะเริ่มล่ะนะ” ยานางีตะพูดก่อนจะใช้มีดในมือผ่าบริเวณหลังหัวของผู้บาดเจ็บทันที กรีด !! ทันทีที่มีดถูกกรีดลงไปหนังศรีษะก็เปิดออกเผยให้เห็นกะโหลกขาวๆทันที “ขอสว่านผ่ากะโหลก” ยานางีตะขอสว่านที่วางอยู่บนโต๊ะ “นี่ครับ” ดนัยหยิบสว่านผ่ากะโหลกขึ้นมาและยื่นให้ยานางีตะ วี๊ด !! ยานางีตะพอรับสว่านผ่ากะโหลกมาก็เปิดเครื่องและเริ่มผ่าทันที “หมอยานางีตะรู้ได้ไงเหรอครับว่าจุดไหนเป็นจุดที่เลือดคั่งอยู่” ดนัยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพราะกะโหลกจุดที่กำลังผ่าเปิดอยู่นั้นไม่ใช่จุดที่มีรอยแตกหรือร่องรอยถูกกระแทกอะไรเลย ถ้าเราได้เรียนรู้ในเรื่องนี้ไม่แน่ว่าบางทีในอนาคตมันอาจจะมีประโยชน์ ดนัยคิดในใจและยานางีตะเองก็ไม่คิดจะปิดบังวิธีการของเขา “หาโดยการใช้นิ้วมือเคาะลงไปบนกะโหลกน่ะ” ยานางีตะบอก “ใช้นิ้วมือเคาะงั้นเหรอครับ !!” ดนัยอุทานออกมาเพราะไม่เคยได้ยินวิธีนี้มาก่อน “ใช่กะโหลกของมนุษย์เรานั้นมีหลายชั้นซึ่งชั้นแรกสุดคือผิวหนังหรือหนังศรีษะชั้นต่อมาคือกะโหลกศรีษะจากนั้นก็จะเป็นเยื้อหุ้มใต้สมองที่คอยปกป้องสมองชั้นสุดท้ายอยู่” ยานางีตะพูด “อันนั้นผมทราบครับเคยได้เรียนตอนปีสองตอนนั้นนั่งท่องแทบตาย” ดนัยพูดพลางนึกถึงสมัยเรียนที่มีเรียนเกี่ยวกับโครงสร้างของร่างกาย “ถ้าอย่างนั้นก็รู้ใช่มั้ยว่าแต่ละชั้นมีความหนาเท่าไหร่” ยานางีตะถาม “ครับก็พอจะจำได้” ดนัยพยักหน้าตอบ “อืม...แล้วถ้าจู่ๆความหนาของชั้นต่างๆเกิดเปลี่ยนไปล่ะเวลาเคาะสัมผัสเธอคิดว่าสัมผัสที่ได้เวลาเคาะจะเปลี่ยนไปด้วยมั้ย” ยานางีตะอธิบายไปด้วยผ่ากะโหลกไปด้วยอย่างชำนาญ หือจริงด้วยวัตถุที่มีมวลหนาแน่นมากๆเวลาเคาะลงไปเสียงหรือสัมผัสที่สะท้อนกลับมาจะแตกต่างจากวัตถุที่มีมวลหนาแน่นน้อยกว่า ดนัยคิดในใจพลางนึกไปถึงพวกแม่ค้าพ่อค้าขายทุเรียนที่ไทยที่เขาจะใช้ไม้ที่หุ้มด้วยยางเคาะไปตามพูทุเรียน ซึ่งนั่นดนัยก็เคยสงสัยว่าพ่อค้าแม่ค้าทุเรียนเคาะไปทำไมแต่พอไปถามจึงได้รู้ว่าเคาะเพื่อดูเนื้อทุเรียนว่ามันสุกดีหรือยังตอนแรกดนัยก็ไม่เชื่อหรอกว่ามันสุกดีมั้ยแต่พอพ่อค้าแม่ค้าลองเคาะแล้วแกะเนื้อให้ดูสรุปว่าเนื้อทุเรียนที่ได้มันเป็นไปตามที่พ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นบอกเลย ไม่ว่าจะเนื้อทุเรียนแบบสุกที่เริ่มนิ่มหรือเนื้อทุเรียนห่ามๆนี่กรอบๆเพียงแค่เคาะฟังเสียงพ่อค้าแม่ค้าทุเรียนก็สามารถรู้ได้หมดเลย “หมอยานางีตะค่อยๆเคาะเพื่อหาสัมผัสที่สะท้อนกลับมาสินะครับจุดไหนที่มีเลือดคั่งอยู่สัมผัสที่สะท้อนกลับมาเวลาเคาะลงไปจะแตกต่างจากจุดนั้นใช่มั้ยครับ” ดนัยพูดตามความเข้าใจ “ใช่แล้วจุดที่มีเลือดคั่งอยู่เวลาเคาะลงไปมันจะไม่เหมือนจุดอื่นแต่วิธีนี้ก็ไม่แม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกนะให้ดีใช้เครื่องสแกนสมองนั่นแหละชัวร์ที่สุดเพราะว่ามันสามารถเห็นเป็นภาพสามมิติแบบเรียลไทม์ได้เลยดูอย่างกรณีนี้สิถ้าพาไปโรงพยาบาลบางทีคงไม่ต้องผ่าเปิดกะโหลกเลยด้วยซ้ำ” ยานางีตะพูดเพราะถ้าพาไปโรงพยาบาลที่มีเครื่องมือพร้อมบางทีเพียงแค่สแกนก็สามารถใช้สว่านเจาะกะโหลกให้เป็นรูแล้วใช้เข็มแทงเข้าไปดูดเลือดคั่งออกมาจากสมองได้โดยตรงเลย แต่ในกรณีของเขาที่ไม่มีเครื่องสแกนจึงจำเป็นต้องผ่าเปิดกะโหลกเพื่อค่อยๆเอาเลือดคั่งออกมาด้วยตนเอง “ถ้ามีทางเลือกผมก็พาไปโรงพยาบาลอยู่แล้วล่ะครับ” ดนัยเองก็ไม่ใช่ว่าอยากพามาคลีนิกแต่ทว่าเขานั้นไม่มีทางเลือกนั่นเอง วี๊ด !! เสียงสว่านผ่ากะโหลกยังคงทำงานขั้นตอนนี้สำคัญมากจะต้องละเอียดและแม่นยำเพราะถ้าพลาดสว่านอ่านจะผ่าไปโดนเนื้อสมองเสียหายได้และแล้วในที่สุดยานางีตะก็ผ่าเปิดกะโหลกสำเร็จ “เจอเลือดคั่งจริงด้วย !!” ดนัยอุทานออกมาเมื่อยานางีตะใช้คีมคีบกะโหลกที่ผ่าเปิดออกมาเผยให้เห็นเนื้อสมองด้านในที่ซึ่งมีลิ่มเลือดที่คั่งค้างอยู่ภายในเส้นเลือดในสมองเต็มไปหมด “เส้นเลือดในสมองเริ่มบวมเพราะเลือดคั่งแล้วแฮะถ้าผ่าเปิดช้ากว่านี่สักยี่สิบนาทีมีหวังเส้นเลือดในสมองแตกแนถ้าเป็นแบบนั้นล่ะก็ต่อให้เป็นเทวดาก็ช่วยไม่ได้แล้วดูเหมือนเธอจะตัดสินใจถูกนะที่พามาผ่าตัดในคลินิกแทนที่จะรอรถพยาบาลอีกหลายสิบนาที” ยานางีตะเงยหน้าขึ้นมองดนัยอย่างชื่นชมที่ตัดสินใจได้ถูกต้อง “ไม่ขนาดนั้นหรอกครับผมก็แค่โชคดีที่ตัดสินใจถูกว่าอาการของคุณมิยามาโตะอยู่ในขั้นวิกฤติต้องผ่าตัดด่วน” ดนัยพูด “อืมจะคิดงั้นก็แล้วแต่เธอแล้วกันเอาล่ะเรามารีบรักษากันดีกว่าข้างนอกยังมีชาวบ้านรอให้ฉันออกไปทำแผลให้อีกหลายคนแถมต้องระวังอาฟเตอร์ช็อกไว้ด้วยเพราะแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดนั้นอาจจะมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาถ้ามีอาฟเตอร์ช็อกก็จะมีผู้บาดเจ็บเพิ่มอีกแต่ก็ถือว่ายังโชคดีที่ไม่มีประกาศเตือนสึนามิไม่งั้นเรื่องใหญ่แน่” ยานางีตะบอก อ๊ะจริงด้วยแผ่นดินไหวรุนแรงปกติจะมีอาฟเตอร์ช็อกตามมานี่นาเราอยู่ในประเทศที่แทบไม่เคยเจอแผ่นดินไหวก็เลยไม่ทันนึกถึงเรื่องนี้ ดนัยคิดในใจจากนั้นการผ่าตัดรักษาเลือดคั่งในสมองก็เริ่มขึ้น จบ...