จอมอักขระ จ้าวศาสตรา

    บทที่ 33 การประลองที่ดุเดือด

    เมื่อเสียงกลองศึกสงบลง บรรยากาศในลานประลองก็เปลี่ยนไปทันทีความคึกคักเสียงดังจากฝูงชนค่อยๆ สงบเงียบลง เหลือแต่เสียงลมเพียงเบาๆพัดผ่านลานประลองหิน ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังทางเข้าลานประลอง รอคอยการปรากฏตัวของผู้ที่จะมาตัดสินชะตากรรมในวันนี้

    ฝั่งหนึ่งของลานประลอง บรรดาศิษย์ห้าสำนักใหญ่เดินเข้ามาอย่างมั่นใจหลี่เจี้ยนจากสำนักเงาจักรพรรดิ์นำหน้า ตามด้วยศิษย์จากสำนักหมื่นพิรุณวิหารหลอมจิต อารามจันทรา และสำนักไร้พรมแดนใบหน้าของพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แต่ก็แฝงความกังวลเล็กน้อยเมื่อนึกถึงคำเตือนของรองเจ้าสำนักในเมื่อเช้า

    "ไอ้เอี้ยเสวียนนั่นยังไม่มาอีกเหรอ?" ศิษย์สำนักหมื่นพิรุณกระซิบ"อย่าบอกนะว่ามันกลัวจนหนีไปแล้ว"

    "เป็นไปไม่ได้หรอก"หลี่เจี้ยนตอบเสียงเบา "ไอ้เจ้าเอี้ยเสวียนนั่นอย่างน้อยก็ยังมีศักดิ์ศรีมันจะไม่หนีแน่"

    ทันใดนั้น เสียงเท้าเดินช้าๆดังก้องจากทางเข้าอีกด้านหนึ่งของลานประลอง เสียงฝีเท้าแต่ละก้าวช้าและหนักราวกับแต่ละก้าวกำลังเตรียมนำพาความตายมาสู่ใครบางคนบรรยากาศทั้งลานประลองเปลี่ยนไปทันที ความเงียบที่หนักอึ้งปกคลุมไปทั่วทั้งลาน

    เงาดำทะมึนปรากฏขึ้นจากทางเข้า และค่อยๆ เดินออกมาสู่แสงแดดจ้า เอี้ยเสวียนในชุดคลุมสีดำสนิทที่ปกปิดร่างกายทั้งหมด ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าแสงอาทิตย์ที่สาดส่องจากด้านหลังทำให้เงาของเขาที่ทอดยาวไปบนพื้นเวทีดูราวกับมือที่มองไม่เห็นกำลังพยายามคว้าจับพวก หลี่เทียน

    ด้านหลังของเอี้ยเสวียนมีดาบโค้งสั้นคู่ใจของเขาคือ เขี้ยวเงิน และเคียวอัสนีเหน็บอยู่ ส่วนในมือของเขากำลังถือบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ไม่มีสิ่งใดบ่งบอกตัวตนภายใต้เสื้อคลุมนอกจากดวงตาเพียงคู่เดียวที่เผยให้เห็นซึ่งว่างเปล่าและเย็นชา ราวกับการจ้องมองของยมทูต

    ขณะที่เขาเดินผ่านทาง บรรดาชาวบ้านและทหารที่นั่งอยู่ใกล้ๆต่างรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่กัดกินไปถึงกระดูกสันหลังโดยไม่ทราบสาเหตุ

    "นั่น...นั่นคือคุณชายเอี้ยเสวียนเหรอ?" ชาวบ้านคนหนึ่งกระซิบเบาๆเสียงสั่นเครือ

    "ทำไมท่าทางถึงได้น่ากลัวขนาดนี้..."อีกคนหนึ่งตอบ

    เอี้ยเสวียนเดินเข้าไปยังกลางลานประลองอย่างช้าๆแต่ละก้าวที่เขาเดินไป บรรยากาศรอบกายก็หนักอึ้งมากขึ้น ราวกับความตายกำลังค่อยๆแผ่ขยายออกไป เมื่อเขาไปยืนอยู่ตรงกลางลานประลอง เขาช้าๆหันไปมองบรรดาศิษย์ห้าสำนักที่ยืนรออยู่

    "ข้ามาแล้ว" เอี้ยเสวียนกล่าวด้วยเสียงเย็นชาบนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่เย็นชานัยน์ตาสีดำราวกับบ่อน้ำโบราณที่ไร้ระลอก

    บรรดาศิษย์ห้าสำนักที่เพิ่งจะเต็มไปด้วยความมั่นใจบัดนี้ต่างรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวแววตาและท่าทางของเอี้ยเสวียนในวันนี้ต่างไปจากที่เคยเห็นอย่างสิ้นเชิงนี่ไม่ใช่เด็กหนุ่มผู้มีใจดีที่เคยช่วยเหลือชาวบ้านแต่เป็นบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้นมาก

    ก่อนที่หลี่เจี้ยนจะเดินออกมาพร้อมตวาดกลับไป”ใครจะตายไปได้นอกจากเจ้าเอี้ยเสวียน เศษสวะอย่างเจ้าก็เป็นได้แค่หินรองเท้าสำหรับพวกข้าเท่านั้นวันนี้พวกข้าจะทำให้เจ้าตกนรกทั้งเป็นเหมือนที่เจ้าเคยทำกับคนอื่น”

    ณ ที่นั่งพิเศษเหนือลานประลองบรรดารองเจ้าสำนักทั้งห้าต่างเปลี่ยนสีหน้าทันที

    "บัดซบ เจ้าหลี่เทียนพวกข้าพยายามไกล่เกลี่ยกับแม่ทัพลู่แทบตายมันกลับไปปากดีใส่...กลัวตายช้าหรือไง?"เสวี่ยเทียนเหลย กระซิบเสียงสั่น ภาพความทรงจำจากปีที่แล้วถาโถมเข้ามาในใจเอี้ยเสวียนที่ยืนท่ามกลางผู้แข่งขันที่นอนราบ เสียงครวญครางที่ดังระงมกลิ่นเหล็กคาวของเลือดที่ฟุ้งไปทั่วลานประลอง

    "ข้าจำได้...ตอนนั้นมันเดินออกมาจากลานประลองด้วยท่าทางแบบนี้เป๊ะ"เยี่ยเสียนหยวนถือหน้าอกแน่น "คราวนี้พวกนั้นไปแตะโดนเกล็ดย้อนของเจ้าเอี้ยเสวียนอีกแล้วหวังว่าครั้งนี้จะต้องไม่เหมือนคราวที่แล้ว"

    "เฮ้อ...คราวนี้พวกเราต้องขอร้องแม่ทัพลู่ยอมออกปากเพื่อให้เอี้ยเสวียนยอมออมมือให้ไม่งั้นข้าว่าพวกข้างล่างนั่นจมลานประลองแน่ๆ" ปี้หลานหันไปมองหลิวเปี่ยนหลิง

    หลิวเปี่ยนหลิงจับจ้องไปยังเอี้ยเสวียนด้วยแววตาเดียวกับที่เคยเห็นในคืนนั้น"ดูเหมือนเจ้าเด็กนั่นจะยังคงเป็นปีศาจร้ายเหมือนเดิม" เขากล่าวเสียงต่ำ"ถ้าครั้งนี้เกิดเหตุการณ์เหมือนปีที่แล้วอีกเราจะเอาหน้าไหนไปเจอท่านเจ้าสำนักกัน"

    รองเจ้าสำนักเงาจักรพรรดิ์ที่ปกปิดใบหน้าไว้ใต้หน้ากากนั่งเงียบไม่ได้พูดอะไร แต่ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเครือเล็กน้อยและไม่ใช่เพราะความกลัว

    ฝั่ง แม่ทัพลู่เส้าเทียน และบรรดารองแม่ทัพ รวมถึง หัวหน้านักจารึกอักขระและ หัวหน้าหน่วยหลอมสร้าง ที่ได้รับอนุญาตให้มาสังเกตการณ์การประลองต่างแปลกใจกับสิ่งที่เห็นจนแทบไม่เชื่อสายตา พวกเขาเคยเห็น เอี้ยเสวียน ในหลากหลายสถานการณ์—ยามที่เขายิ้มแย้มและสุภาพกับผู้คนในด่าน, ยามที่เขาตั้งใจจารึกอักขระบนอาวุธด้วยความมุ่งมั่น, แม้กระทั่งยามที่เขากำลังต่อสู้กับกองทัพอสูรอย่างดุเดือดในสนามรบหรือเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรขนาดมหึมาอย่างไม่เกรงกลัว

    แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลย... ที่ บรรยากาศรอบกายของเขาจะกดดันและเยือกเย็นถึงเพียงนี้!ไม่เคยมีครั้งไหนที่แววตาของเขาจะว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้!

    "เอี้ยเสวียนเดิมไม่ใช่แบบนี้นี่"รองแม่ทัพจางเสี่ยวหลิง กระซิบ เสียงของเขาแฝงความตื่นตระหนกเล็กน้อย"ตอนที่ข้าเห็นเขาครั้งแรก เขาดูเป็นเด็กหนุ่มธรรมดาที่มีจิตใจดีทำไมวันนี้ถึงได้..."

    "ท่าทางน่ากลัวแบบนี้" รองแม่ทัพเหวินจิ้นขมวดคิ้วแน่น "และสีหน้าของบรรดารองเจ้าสำนัก...พวกท่านดูกลัวมากยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับราชาอสูรเสียอีก"

    แม่ทัพลู่ช้าๆ ลุกขึ้นยืน สายตาจับจ้องไปยังบรรดารองเจ้าสำนัก"ท่านรองเจ้าสำนักทั้งหลาย ข้าเห็นท่านดูไม่สบายใจ มีอะไรหรือเปล่า?"

    เสวี่ยเทียนเหลยหันมามองแม่ทัพลู่ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล"ท่านแม่ทัพ...ข้าคิดว่าท่านต้องได้รับรายงานเรื่องที่เอี้ยเสวียนโดนเนรเทศมาที่ด่านซีเหมินแล้วว่าด้วยเหตุใด”

    “ใช่...ข้าอ่านแล้วและรู้ว่าเรื่องที่เอี้ยเสวียนทำรุนแรงมากแต่ว่าปฎิกริยาของพวกท่านมันแปลกไปมาก มีอะไรที่ปกปิดพวกข้าหรือเปล่า”แม่ทัพลู่เส้าเทียนขมวดคิ้วพร้อมทั้งกล่าวถามด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

    “ในรายงานนั่นเพียงบอกว่าเค้าฝ่าฝืนกฎการประลองและทำร้ายคนเป็นจำนวนมากด้วยวิธีที่อำมหิตเท่านั้น!ใช่หรือไม่ท่านแม่ทัพ?”เสวี่ยเทียนเหลยเอ่ยขึ้นมา

    "ใช่ หรือว่ารายงานนั้นไม่เป็นความจริง?" แม่ทัพลู่ถามกลับ

    "รายงานนั่นเป็นความจริงท่านแม่ทัพ"เยี่ยเสียนหยวนตอบทันที เสียงสั่นเครือ "แต่เป็นความจริงเพียงเสี้ยวเดียวของสิ่งที่เอี้ยเสวียนกระทำ”

    “เพียงเสี้ยวเดียวหมายความว่าอย่างไร..ในรายงานบอกว่าปีที่แล้วในการประลองระหว่างสำนักเขาทำร้ายผู้แข่งขันกว่าร้อยคน ทำให้บางคนเป็นพิการ จนไม่สามารถจัดการแข่งขันได้"รองแม่ทัพจางเสี่ยวหลิงร้องเสียงหลงเมื่อได้ยิน

    ” จริงแล้วคือการแข่งขันครั้งนั้น มีคนร่วมการแข่งขันร่วมหมื่นชีวิตมีคนเสียชีวิต 17 คน คือคนตระกูลเอี้ยนั่นคือสาเหตุที่ทำให้เอี้ยเสวียนก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกขานว่า “สงครามแห่งความโกลาหล”เพราะว่าผู้เข้าแข่งขันไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใหนอย่างไรต่างโดนเอี้ยเสวียนใช้วิธีต่างๆนานาดึงเข้ามาร่วมในสงครามครั้งนี้ดังนั้นในการประลองครั้งนี้นอกจากตระกูลเอี้ยที่เสียชีวิตแล้วผู้เข้าแข่งขันอีกหมื่นกว่าคนมีอาการบาดเจ็บขั้นต่ำคือแขนขาหัก หนักที่สุดคือเส้นเอ็นและชีพจรทั้งร่างกายถูกทำลายและบางคนเสียสติและทั้งหมดนี่ เป็นเพราะ เอี้ยเสวียนเพียงคนเดียว”เยี่ยเสียนหยวนพูดถึงเหตุการณืในครั้งนั้นด้วยน้ำเสียงที่หวาดผวาและพรั่นพรึง

    "ข้าจำได้ว่าตอนที่เขาเดินออกจากลานประลองเสื้อผ้าเปื้อนเลือด ใบหน้าเย็นชา แววตาว่างเปล่าเหมือนคนตายและเสียงเขาแหบแห้งเหมือนปีศาจจากนรก" ปี้หลานเสริม"ตอนนั้นมีผู้แข่งขันที่ไม่สามารถลุกขึ้นเดินได้เป็นเดือนมีคนบ้าจนต้องล่ามโซ่ไว้ มีคนกลัวจนไม่กล้าออกจากบ้าน"

    แม่ทัพลู่และบรรดารองแม่ทัพต่างตกตะลึงโดยเฉพาะรองแม่ทัพจางเสี่ยวหลิงถึงกับอ้าปากค้างส่วนหัวหน้านักจารึกอักขระจิวฮุยและหัวหน้านักหลอมศาสตราเจิ้งจวิ้นหันมามองหน้ากันพร้อมทั้งกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ เมื่อได้ยินดังนั้น ส่วนหัวหน้านักจารึกอักขระ9 ดาวทอง เหมียวเยิ่นเฟิงถึงกับหน้าเสียเมื่อได้ยินเรื่องที่เหล่าผู้อาวุโสของสำนักต่างๆเล่ามา

    “บาดเจ็บ หมื่นกว่าคน, ขั้นต่ำคือแขนขาหัก,หนักสุดคือเส้นชีพจนและเส้นเอ็นทั่วร่างเสียหายจนฝึกวิชาไม่ได้ และบางคนเสียสติด้วยฝีมือคนๆเดียว เป็นไปได้ยังไง” รองแม่ทัพหลี่เหวินหง ถึงกับหลุดเสียงต่ำออกมา

    ด้านล่าง ณ เวทีประลอง เอี้ยเสวียนในชุดดำที่เผชิญหน้ากับหลี่เทียนและพวกทั้งห้าคนบรรยากาศที่คุกรุ่นพร้อมที่จะระเบิดทุกเมื่อหลังจากที่หลี่เทียนตะโกนจบ

    “ดีถ้างั้นพวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันจะได้ไม่ต้องเสียเวลาข้ามีเรื่องอื่นที่ต้องทำ”เอี้ยเสวียนกล่าวเสียงเย็น พร้อมกับขยับมือขวาที่ถือวัตถุในมือขึ้นมา“หน้ากากสู่วิถี” ศาสตราวุธที่เอี้ยเสวียนหลอมเป็นชิ้นแรกและใส่มันเมื่อครั้งก่อสงครามแห่งความโกลาหล ทันทีที่หน้ากากใส่ลงบนหน้าเสมือนฟ้าดินตอบรับเกิดลมกรรโชกแรง มีเมฆมาบังดวงอาทิตย์ทำให้เกิดความมืดมาชั่วขณะ

    การต่อสู้เริ่มเข้มข้นขึ้น เมื่อ ซูหลิง จากวิหารหลอมจิตลงมือก่อนเธอร่ายรำมืออย่างรวดเร็ว ปลายนิ้ววาดอักขระสีทองกลางอากาศแล้วรวมพลังส่งไปยังยันต์ศาสตราที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แสงสีแดงสว่างวาบก่อนที่อักขระจะขยายตัวกลายเป็นกรงอัคคีขนาดใหญ่พุ่งเข้าโอบล้อมเอี้ยเสวียนอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชนราวกับต้องการจะเผาผลาญทุกสิ่งที่อยู่ภายใน

    ในขณะที่เอี้ยเสวียนถูกกักขังอยู่ในกรงอัคคี หนานกงเฟย จากสำนักหมื่นพิรุณก็ไม่รอช้าเขาคำรามต่ำ ปล่อย "อาวุธลับหมื่นพิรุณ"ออกมาจากทุกส่วนของร่างกาย! เข็มขนาดเล็กนับพันดอกพุ่งออกมาจากแขนเสื้อดาวกระจายขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือหลุดออกจากชายกางเกง หอกสั้นคมกริบปลิวออกจากด้านหลังอาวุธลับเหล่านี้พุ่งเข้าใส่กรงอัคคีจากทุกทิศทาง ด้วยความเร็วที่แตกต่างกันบางชิ้นเร็วราวสายฟ้า บางชิ้นเคลื่อนที่ช้าเป็นเส้นโค้งที่คาดเดายากสร้างม่านอาวุธลับที่แทบไม่มีช่องว่างให้หลบหนี

    ขณะที่เอี้ยเสวียนกำลังรับมือกับการโจมตีของกรงอัคคีและห่าอาวุธลับ มู่หานแห่งสำนักเงาจักรพรรดิ์ก็อาศัยจังหวะนี้ เขาหลับตาลงชั่วครู่พลังควบคุมเงาพลุ่งพล่าน เงาของมู่หานที่ทอดยาวบนพื้นเวทีค่อยๆยืดออกไปราวกับแขนขาที่มองไม่เห็น มันเลื้อยอย่างรวดเร็วเข้าหาเอี้ยเสวียนพร้อมที่จะรัดพันร่างของเขาให้ตรึงอยู่กับที่เปิดโอกาสให้การโจมตีที่เหลือทำงานได้อย่างเต็มที่

    ไป๋หลง ที่เห็นว่าเอี้ยเสวียนกำลังถูกรุม ก็พุ่งเข้าประชิดดาบยาวสีเงิน "จันทราพิฆาต" ในมือของเขาถูกสะบัดออกเป็นกระบวนท่า "จันทราพิฆาตแปรผัน" คมดาบเปล่งประกายสีเงินวูบวาบแปรเปลี่ยนเป็นเงาดาบที่หลากหลาย ทิ่มแทง ฟัน เฉือนโจมตีเข้าใส่เอี้ยเสวียนด้วยความเร็วและรุนแรงสูงสุดหวังจะปิดฉากการต่อสู้ในคราวเดียว

    และสุดท้าย หลี่เทียน หัวหน้ากลุ่มจากสำนักไร้พรมแดน ก็ไม่พลาดที่จะใช้โอกาสนี้เขาประสานมือเข้าหากัน พลังปราณสีแดงฉานก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วกลางฝ่ามือก่อนจะพุ่งเข้าใส่เอี้ยเสวียนด้วย "พลังปราณอัคคีสังหาร"พลังปราณร้อนแรงราวกับเพลิงนรกพุ่งเข้าโอบล้อมร่างของเอี้ยเสวียนเป็นการโจมตีสุดท้ายที่หวังจะบดขยี้ทุกสิ่ง

    นี่คือค่ายกลประสานที่ศิษย์ทั้งห้าสำนักได้ฝึกซ้อมมาอย่างดีทุกการเคลื่อนไหวเชื่อมโยงถึงกันอย่างสมบูรณ์แบบราวกับเป็นร่างเดียวที่มีหลายแขนขา

    เอี้ยเสวียนภายใต้หน้ากากดำยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงเขาไม่ได้ใช้ดาบเขี้ยวเงินหรือเคียวอัสนีที่อยู่ด้านหลัง แต่กลับอาศัยเพียง "ท่าเท้าจตุลักษณ์" ร่างของเขากลายเป็นเงาที่เคลื่อนไหวไปมาระหว่างเปลวเพลิงของกรงอัคคีสายฝนอาวุธลับ เงาที่รัดพัน และคมดาบที่ฟาดฟันเขาหลบหลีกทุกการโจมตีได้อย่างเหลือเชื่อ ราวกับมองเห็นทุกท่วงท่าทุกวิถีของอาวุธลับ และทุกเส้นทางการโจมตีที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดวงตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากจับจ้องทุกกระบวนท่าของศิษย์ทั้งห้าอย่างไม่วางตาราวกับกำลังศึกษาและจดจำทุกรายละเอียด

    หลี่เทียนที่เห็นว่าเอี้ยเสวียนเอาแต่หลบหลีก ไม่มีการตอบโต้ก็อดทนไม่ไหว ถึงกับตะโกนด้วยความหงุดหงิด"เอี้ยเสวียนเจ้าเป็นหนูหรือไงถึงได้หนีเป็นอย่างเดียวหรือ!"

    เสียงของเอี้ยเสวียนลอดออกมาจากใต้หน้ากาก "หนู? งั้นเจ้าลองดูหนูตัวนี้ลงมือหน่อยไหมล่ะ?"

    ทันใดนั้นเอง เอี้ยเสวียนก็เริ่มลงมือ!

    สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงก็คือ การเคลื่อนไหวของเอี้ยเสวียน!เขาชักดาบสั้นเขี้ยวเงินขึ้นมาและฟันเข้าใส่หลี่เทียนแต่ที่ทำให้ทุกคนตื่นตกใจนั่นคือ วิชาดาบที่เอี้ยเสวียนใช้คือกระบวนท่า"จันทราพิฆาตแปรผัน" ของอารามจันทรา! เขาใช้มันสกัดการโจมตีของหลี่เทียนได้อย่างง่ายดายพร้อมทั้งโจมตีกลับจนหลี่เทียนต้องหลบหลีกเป็นพัลวัน

    ในขณะเดียวกัน เอี้ยเสวียนก็พลิกร่างหลบคมดาบจันทราพิฆาตของไป๋หลงอย่างฉิวเฉียด พร้อมกับใช้กระบวนท่าดาบ"จันทราพิฆาต" ที่เหมือนกันกับที่ไป๋หลงใช้เป๊ะๆ ราวกับถอดแบบมาแถมยังสอดมือซ้ายฟาดไปที่หน้าอกของไป๋หลงอย่างแรง มันคือ"พลังปราณอัคคีสังหาร" ของสำนักไร้พรมแดน ทำให้ไป๋หลงถึงกับรู้สึกว่าอวัยวะภายในของตนถูกไฟเผาและกระดูกทั่วร่างแตกร้าว

    ในขณะนั้นเอง "อาวุธลับหมื่นพิรุณ"ของหนานกงเฟยพุ่งเข้าใส่ทันทีเอี้ยเสวียนหันกลับมาใช้นิ้วดีดไปที่เข็มที่เล็กที่สุดตรงหน้าทำให้มันเปลี่ยนวิถีไปชนกับเข็มอีกเล่มและเหมือนกับลูกคลื่นเมื่ออาวุธลับเหล่านั้นพุ่งชนกันเองก่อนที่จะร่วงลงสู่พื้นด้านหน้าของเอี้ยเสวียนพร้อมกับเสียงแผ่วเบาจากเอี้ยเสวียน "เจ้านี่เหมือนเม่นเลย...ข้าสงสัยว่าเจ้าเอาอาวุธพวกนี้ไปใส่ไว้ตรงใหน"

    หลังจากนั้นเอี้ยเสวียนก็หันไปสะบัดมือวาดเป็นอักขระใส่มู่หานแห่งสำนักเงาจักรพรรดิ์แล้วบอกว่า "ยันต์ศาสตราข้าก็มี!" ก่อนที่เอี้ยเสวียนจะเหมือนเล่นมายากลเมื่อเขาสะบัดมือไม่หยุดแล้วมียันต์หลากสีลอยไปล้อมรอบพวกหลี่เทียน

    ทันทีที่ยันต์เหล่านั้นลอยอยู่บนอากาศเอี้ยเสวียนทำมุทราพร้อมทั้งตวาดว่า "พินาศ!"

    ทันใดนั้นเองเหมือนงานเทศกาลดอกไม้ไฟ เมื่อยันต์ต่างๆระเบิดออกมามีทั้งยันต์อัคคี ยันต์อัสนี ยันต์คมวายุ ยันต์อุกกาบาต ดูสีสันสวยงามแต่พวกหลี่เทียนทั้งหมดหน้าซีดเหมือนคนตายเมื่อยันต์ทั้งหมดระเบิดขึ้นพร้อมกันรอบๆ ตัวจนไม่สามารถมองเห็นทั้ง 5 คนได้เนื่องจากแสงจากการระเบิดและควันไฟที่พุ่งออกมา

    บนอัฒจันทร์เหนือเวทีประลอง

    รองเจ้าสำนักทั้งห้าที่กำลังเฝ้าดูการประลองถึงกับขยี้ตาด้วยความไม่เชื่อ!พวกเขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครสามารถใช้วิชาของสำนักพวกเขาได้เชี่ยวชาญและลึกซึ้งยิ่งกว่าศิษย์เอกของตนเองและที่สำคัญคือเอี้ยเสวียนกำลังใช้ทุกวิชาพร้อมกันอย่างไม่ติดขัด!

    "บัดซบนี่มันยังเป็นคนอยู่หรือสามารถมองเห็นวิถีการเคลื่อนไหวของอาวุธลับทั้งหมดแล้วใช้พลังที่พอดีในการทำลายกระแสพลังของอาวุธลับให้สะท้อนกันไปมาจนหมดคนธรรมดาที่ใหนเค้าทำกัน !" รองเจ้าสำนักหมื่นพิรุณอุทานเสียงหลง

    "เจ้าเป็นใครกันแน่!เจ้าทำอะไรกับวิชาสำนักข้า “จันทราพิฆาต” มันใช้แบบนี้ได้ด้วยหรือหา !" รองเจ้าสำนักอารามจันทราโวยวายด้วยความสับสนเมื่อเห็นว่าเอี้ยเสวียนพลิกแพลงวิชาของสำนักตนจนก้าวเหนือต้นตำรับไปแล้ว

    "พลังปราณอัคคีพิฆาตต้องเป็นศิษย์เอกเท่านั้นถึงจะฝึกได้นี่เจ้าเอี้ยเสวียนแค่มองก๊ใช้ได้ ใครมามองก็คิดว่าเจ้าเป็นศิษย์ของพวกข้า!" รองเจ้าสำนักไร้พรมแดนถึงกับชี้หน้าด้วยความโมโหปนงงงวย

    "แล้วเจ้าจะมาสมัครสอบเข้าสำนักพวกข้าทำไม...หา!?ในเมื่อยันต์ศาสตราที่เจ้าใช้บางอันข้ายังไม่รู้จักเลย! เจ้าสัตว์ประหลาดวิปริต!" รองเจ้าสำนักวิหารหลอมจิตตะโกนลั่นอย่างหมดท่า

    แม่ทัพลู่มองไปยังเหล่ารองเจ้าสำนักด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแล้วเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย "ตกลงเอี้ยเสวียนเป็นศิษย์ที่พวกท่านสั่งสอนมาเป็นการลับใช่หรือไม่?"

    “ไม่ใช่! ”เสียงตะโกนของรองเจ้าสำนักทั้งห้าหันมามองหน้าแม่ทัพลู่แล้วพูดออกมาพร้อมกัน

    ด้านข้าง รองแม่ทัพจางเสี่ยวหลิง บ่นพึมพำกับตัวเองด้วยสีหน้าซีดเผือด "ข้าบอกแล้ว...ข้าบอกแล้วว่าพวกเราควรระดมกำลังป้องกันความเสียหายเปิดใช้มาตรการป้องกันขั้นสูงสุด... ทหารทุกคนต้องใส่เกราะพร้อมรบตลอดเวลา!ไอ้เด็กบ้านั่นเล่นระเบิดซะแบบนี้"เขาแทบอยากจะวิ่งไปสั่งการเดี๋ยวนี้

    ในขณะที่เสียงระเบิดยังไม่จางหาย หัวหน้านักจารึกอักขระ 9 ดาวทอง เหมียวเยิ่นเฟิง ถึงกับยิ้มไม่หุบร่างสั่นเทิ้มด้วยความตื่นเต้นสุดขีดพร้อมทั้งหัวเราะเสียงดังสนั่นไปทั่วลานประลอง"บ๊ะแล้ว! นี่มันงานประลองหรือเทศกาลดอกไม้ไฟกันแน่ ฮ่าๆๆๆ!"

    นิยายแนะนำ

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    THe Superman

    THe Superman

    นิยาย แฟนตาซี
    333K 566
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271