ครั้นเมื่อเหล่าพวกราชวงศ์ ออกไปภายนอกพระราชวังได้ ต่างไต่ถาม องค์หญิงเมิ่งอี้ในทันที เหมือนว่าองค์หญิงจะรู้จักกับผู้บุกรุกเป็นการส่วนตัว
"องค์หญิงเด็กหนุ่มผู้นั้น เขาเป็นใครกันแน่ แล้วเหตุใดเขาถึงต้องเข้ามาต่อสู้กับเทพสวรรค์"
องค์หญิง นางฝืนยิ้มขึ้นมาน้อยๆ "เขาก็คือคนที่แม่ทัพใหญ่เยี่ยหาญกวง จับมาจากศึกสงคราม ที่ถูกพวกเราดินแดนจันทราทมิฬ ทรมานจนเกือบตายภายในกรงขังเมื่อ2เดือนก่อน"
องค์จักรพรรดิ ถึงกับตกตะลึง "เมิ่งอี้ ลูกว่าอย่างไรนะ เด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นคนของฝั่งศัตรูงั้นหรือ"
เมิ่งอี้นางส่ายหัวขึ้นมาน้อยๆ "เกรงว่าในยามนี้ คงไม่มีมิตรหรือศัตรู หรอกท่านพ่อ ข้าที่เห็นแววตาของเด็กหนุ่มไม่ได้มีความแค้นเคือง ต่อดินแดนของเราอีกต่อไป ท่านสบายใจได้"
"แล้วเหตุใดเขาถึง เข้ามาต่อสู้กับเทพสวรรค์ละ มันไม่มีเหตุผลเลยไม่ใช่หรือ"
เมิ่งอี้ นางเพียงยกยิ้มให้เหล่าผู้คนที่อยากรู้เท่านั้น ตัวนางเองก็ไม่รู้เจตนาของอี้เฉิน ครั้นจะเอ่ยพูดออกไปก็คงไม่ใช่เรื่อง เหล่าผู้คนเองก็เข้าใจในตัวองค์หญิง ไม่คิดไต่ถามตัวนางอีกต่อไป
....ท่ามกลางฝนที่ตกโปรยปราย ในยามนี้ผู้คนเริ่มมองมาที่พระราชวังจักรพรรดิมากขึ้นเรื่อยๆ อยากจะรู้ในยามนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แม้แต่พิรุณที่ตกโปรยปรายลงมา ก็ไม่อาจหยุดยั้งความอยากรู้อยากเห็น ของพวกเขาได้อีกต่อไป
ทันใดที่ จิตสังหารทะลุทะลวงออกมาจากภายในพระราชวังจักรพรรดิ ผู้คนต่างตัวสั่นเทิ้ม ถอยหลังไปหลายก้าวอย่างไม่รู้ตัว ไม่คิดจิตสังหารจะโหมกระหน่ำ บ้าคลั่งถึงเพียงนี้ ช่างน่าพรั่นพรึงเสียยิ่งกว่าอะไร ประหนึ่งมารเทพ ลงมาจุติยังพื้นดินเบื้องล่าง
******
ภายในพระราชวังจักรพรรดิ อี้เฉินในยามนี้ ตัวเขาไม่ได้ปกปิดพลังไว้อีกต่อไป นำหน้ากากของเมี่ยนจือมาสวมใส่ไว้ หมายมั่นต่อสู้เต็มกำลัง ปะทะเข้ากับกงจักรสุริยันจันทรา อย่างบ้าคลั่ง ปีกสีดำที่แผ่นหลัง วูบไหวไปในทิศทางด้านหน้าไม่หยุด ดั่งร่างเงารายล้อมเข้าโจมตีเทพสวรรค์หลินเทียน อย่างบ้าคลั่ง
"ตู้ม!" "ตู้ม!" "ตู้ม!" ดังออกมาไม่หยุด เมื่อศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิ ทั้งสองปะทะกัน พระราชวังจักรพรรดิ ก็ราวกับถูกสั่นคลอน หยกสีขาวที่ว่าแข็งแกร่ง ก็ไม่อาจต้านทานความรุนแรงของ อาวุธทั้งสองได้อีกต่อไป ทุกพื้นที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าวในทันที
เสียง"ฆ่า"ถูกคำรามออกมาก้อง ฟาดฟันศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความไร้ปรานี กายาเริ่มมีบาดแผลขึ้นมาน้อยๆ เนื่องจากการปะทะของ ศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิ นั้นรุนแรงเกินไป กายาผู้ใช้งานทั้งสองเพียงถูกเศษคลื่นปราณพลัง ก็ทำให้กายาบาดเจ็บได้
สายแสงพุ่งเข้าใส่กันราวกับศรที่ถูกยิงออกไป ถึงการต่อสู้จะดูเรียบง่ายแต่ก็แฝงไปด้วยพลังโจมตีอันมหาศาล หมายมั่นบดขยี้อีกฝ่ายให้แตกสลายกลายเป็นอากาศธาตุ หมัดอี้เฉินที่อัดแน่นไปด้วย ปราณพลังสีดำทมิฬ หมุนควงต่อยไปในทิศทางด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง ราวกับสัตว์ร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน กายาเริ่มอาบย้อมไปด้วยเลือดที่หลั่งไหลจากการถูก เศษปราณพลังของศาสตราวุธ
เทพสวรรค์ หลินเทียน ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย ไม่คิดเด็กเมื่อวานซืนอย่างอี้เฉิน จะมายืนทัดเทียมกับตัวของเขาได้อย่างสู่สี เขาที่ปล่อยการโจมตีอย่าง กงจักรสุริยันจันทรา ออกไปด้วยความแข็งแกร่งดุดัน ก็ทำได้เพียงให้กายาเด็กหนุ่มถอยหลังไป 2-3ก้าวเท่านั้น
ทันใดที่ทั้งสองวัดพลังกัน กำปั้นของอี้เฉินก็เริ่มมีรอยแตกร้าวขึ้นมา จนทั้งแขนของเขาแดงฉาน ราวกับเหล็กร้อนที่โดนเผาไฟ ถอยกระเด็นออกไปหลายสิบก้าวในทันที
อี้เฉินถึงกับตกตะลึง ยิ่งเขาต่อสู้ เหมือนพลังของเขาค่อยๆ หดหายไปเรื่อยๆ แขนทั้งสองที่พุ่งออกไปโจมตีสั่นน้อยๆ ราวกับมันเริ่มทนต่อความเจ็บปวดไม่ไหวอีกต่อไป ไม่คิดการโจมตีของเทพสวรรค์แท้จริง จะมีอานุภาพการโจมตีที่น่าหวั่นเกรงถึงเพียงนี้ จนทำให้อี้เฉินมีท่าทีลนลานขึ้นมาเล็กๆ
พระราชวังจักรพรรดิ ในยามนี้เองก็ถูกทำลายไปจนสิ้น กลายเป็นเศษซากในทันที เมื่อศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิ ทั้งสองปะทะกันในไม่กี่กระบวนท่า พื้นที่แห่งนี้ก็กลายเป็นลานโล่งในทันใด
ครั้นที่ เทพสวรรค์ หลินเทียน เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มมีท่าที กังวล เขาเพียงเอ่ยประโยคสั้นๆ ขึ้นมา แต่ดังก้องฟ้าไปไกลสะท้านใจผู้คนที่ได้ยินมัน อี้เฉินที่รับรู้มันก็ทำให้ตัวเขาเดือดดาลขึ้นมา ไม่น้อย "เจ้ารู้หรือไม่ เมื่อข้าอยู่ดินแดนเบื้องบน ข้าก็เป็นได้แค่เทพสวรรค์ชั้นปลายแถว การที่เจ้าฆ่าสังหารเทพสวรรค์ไป3องค์ นั้นไม่ได้ทำให้เจ้าดูดีขึ้นมาเลยในสายตาข้า หากตัวเจ้าอยู่ดินแดนเบื้องบน ผู้คนเช่นเจ้าก็มีอยู่ด้วยกันดาษดื่น"
******
ในทันใดที่เสียงของเทพสวรรค์ดังก้องออกไปไกล สะท้านใจของเหล่าผู้คนไม่น้อย หลายๆ คนที่รับรู้ ต่างหายใจหนักถี่อย่างรุนแรง ไม่คิดเด็กหนุ่มที่รอยอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า กายาอาบย้อมไปด้วยเลือดในยามนี้ จะฆ่าสังหารเทพสวรรค์ไปถึง3องค์
บางคนที่รู้จากปากของเทพสวรรค์ หลินเทียน ต่างรู้ได้ในทันทีเด็กหนุ่มคิดจะปลดปล่อยคนดินแดนเบื้องล่างอย่างแน่นอน ดวงตาทอประกายขึ้นมาน้อยๆ ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเด็กหนุ่มผมขาว อย่างไม่รู้ตัว
แต่บางคนกลับมีสีหน้าที่มืดทะมึน เมื่อจดจำ ภาพของเด็กหนุ่มผมขาวที่เป็นเชลยศึกได้
ชายหนุ่มคนหนึ่ง พูด โพล่งขึ้นมาในทันที "หากเด็กหนุ่มผมขาวที่ยืนท่ามกลางสายฝน ชนะการต่อสู้ ดินแดนจันทราทมิฬของพวกเราจะไม่ถูกกวาดล้าง อย่างนั้นหรือ"
สายตาของเหล่าผู้คนในยามนี้เต็มไปด้วยความสับสน เมื่อได้ยินชายหนุ่มคนหนึ่งเอ่ยพูดขึ้นมา
******
อี้เฉินจ้องเขม็ง ไปที่เทพสวรรค์หลินซาน เอ่ยพูดออกมาแบบขอไปที "เจ้าต้องการจะบอกข้าถึงเรื่องอะไรกันแน่ ข้ารู้ตัวดี ข้าไม่ใช่อัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์"
เทพสวรรค์ หลินเทียน มองไปที่เด็กหนุ่มด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ก่อนเอ่ยพูดออกมา"เจ้าในยามนี้ ถึงจะชนะข้าได้ ดินแดนแห่งนี้ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างไรล่ะ มันก็เป็นเพียงการต่อลมหายใจของพวกเจ้า คนดินแดนเบื้องล่างไม่ให้ล่มสลายไปในเร็ววัน ก็เท่านั้น"
อี้เฉินเพียงส่ายหัวออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของเทพสวรรค์ 'ก็จริงอย่างที่เทพสวรรค์บอกกล่าว โลกเบื้องล่างแห่งนี้ ยังไม่พ้นจากวิกฤต ตราบใดที่ ดินแดนเบื้องบนยังคิดหมายตาสถานที่แห่งนี้อยู่ แต่ในยามนี้ทุกๆ อย่างถูกปิดกั้น คงใช้เวลาอีกนานกว่าปราณพลังของโลกแห่งนี้จะฟื้นฟู'
อี้เฉินคำรามออกมาด้วยความกราดเกรี้ยว "เจ้ากับข้า เรามาจบเรื่องนี้กันเถอะ"
เทพสวรรค์ หลินเทียน ส่ายหัวเขาไม่คิดเช่นอี้เฉิน เขาในยามนี้มองออกแล้วว่า เด็กหนุ่มกำลังจะสูญเสียปราณพลังของตัวเองไปทีละน้อย บาดแผลเองก็ไม่มีทีท่าว่าจะสมาน "ข้ามั่นใจ หากข้าไม่ทำอะไร อีกไม่ช้าตัวเจ้าก็จะตายอยู่ดี ใช่หรือไม่"
อี้เฉินได้ยินเขาถึงกับ เดือดดาลบ้าคลั่งในทันที ไม่คิดเทพสวรรค์ หลินเทียน ผู้นี้จะมองความลับของร่างกาย เขาในยามนี้ออก เขาไม่รั้งรออีกต่อไป หากเทพสวรรค์คิดหนีเกรงว่าจะกลายเป็นตัวเขาที่ตายเปล่า
อี้เฉิน ระเบิดปราณพลังสีดำทมิฬออกมาอย่างบ้าคลั่ง ยกมือขึ้นผสานอิน กลางอากาศในทันที ก่อนจะสำแดงวิชาโซ่สวรรค์พันธนาการ ยกมือชี้นิ้วมาที่เทพสวรรค์ หลินเทียน ดวงตาจ้องเขม็ง ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "จงพันธนาการ"
ทันใดที่อี้เฉิน เอ่ยประโยคนั้นออกมา โซ่สีดำทมิฬนับร้อยนับพันเส้นสาย แหวกฟ้าดินออกมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับดอกเห็ดที่เติบโต พุ่งเข้าใส่เทพสวรรค์หลินเทียน จนมืดฟ้ามัวดิน ท้องฟ้าต่างสั่นไหวไม่หยุด ดุจดั่งท้องฟ้าจะถล่ม ดวงดาวจะสิ้นแสง คิดจะกักขังเทพสวรรค์ไว้ภายในโซ่สวรรค์พันธนาการ ท้องฟ้าประหนึ่งถูกโซ่ยักษ์ล้อมพัน หมายมั่นฉุดรั้งเทพสวรรค์ไว้
เมื่ออี้เฉินเห็น ญาณวิเศษที่เขา สำแดงกำลังจะปิดกั้นทุกทิศทางของเทพสวรรค์หลินเทียน ตัวเขายกยิ้มขึ้นมาน้อยๆ มองออกไปด้วยดวงตาที่ทอประกาย
แต่ในทันทีอี้เฉิน ก็ต้องเบิกตาออกกว้าง ไม่อยากเชื่อภาพเบื้องหน้าที่เห็น ทันใดที่อี้เฉินบังคับโซ่หมายทิ่มแทงร่าง เทพสวรรค์ หลินเทียน ตัวอี้เฉินกลับเห็น รอยยิ้มของเทพสวรรค์ หลินเทียน ขึ้นมาแต่ไกล ก่อนที่เทพสวรรค์ หลินเทียน จะสะบัดฝ่ามือมาในทิศทางด้านหน้าอย่างรุนแรง ราวกับ ราชันย์หนุ่มที่ยืนท่ามกลางท้องฟ้า หาผู้ใดเปรียบได้ในยามนี้ กงจักรสุริยันจันทรา ที่รอยอยู่ด้านหลังของเขา ตัดผ่านโซ่ที่พุ่งเข้าใส่ทั้งหมดจนขาดสะบั้น
เสียง"เคร็ง" ดังออกมาก้องฟ้า หลายสิบครั้ง วิชาโซ่สวรรค์พันธนาการ ที่อี้เฉินสำแดงออกมา ถูกทำลายในชั่วพริบตา เศษซากโซ่ขนาดใหญ่ แตกกระจายทั่วผืนฟ้า ก่อนมันจะสลายหายไป
เทพสวรรค์ หลินเทียน เขาไม่ได้หยุดนิ่งแต่อย่างใด หายออกไปอย่างฉับพลัน ราวกับหมอกควัน มาอยู่ด้านข้างของอี้เฉินในทันที ประหนึ่งทวยเทพพร้อมจะลงทัณฑ์ ปล่อยกงจักรสุริยันจันทรา เข้าใส่อี้เฉิน ครั้นฆ่าสังหาร อี้เฉินให้ตายตก
เสียงคำรามกราดเกรี้ยวออกมาดังก้อง "เจ้าจงตายเสีย"
ในยามนี้อี้เฉินไม่สามารถ ขยับกายาได้อีกต่อไป มองดูภาพเบื้องหน้าช้าลงไปหลายสิบเท่า ราวกับตัวเขากำลังจะตายจาก แต่ในทันใด เมี่ยนจือนางก็ออกมาควบคุมร่างของอี้เฉิน สร้างระฆังสีดำทมิฬใบใหญ่ขึ้นมา ขวางกั้นการโจมตีไว้ในทันที
เสียงระฆัง ดังออกมาก้องฟ้า ตามมาด้วยรอยแตกร้าว ราวใยแมงมุม อากาศบิดเบี้ยวอย่างรุนแรงก่อเกิดเป็นหลุมมิติฉีกขาดเป็นทางยาว กายาอี้เฉินที่รอดพ้นจากความตายไปได้ ถึงกับรอยกระเด็นออกไปไกลหลายลี้ในพริบตา ริมฝีปากกระอักเลือด ออกมา เปรอะเปื้อนใบหน้าในทันที