ณ หมู่บ้านตระกูลหยาง ความมืดยามค่ำคืนย่างกรายเข้ามาทั้งหมู่บ้านเงียบสงัด
ตามความทรงจำของหลิงมู่เอ๋อร์คนในหมู่บ้านตระกูลหยางชอบเลี้ยงสุนัขเป็พิเศษ ดังนั้นหลายครอบครัวจึงมีสุนัขเมื่อก่อนตอนที่นางตามหยางซื่อมาบ้านท่านยาย ก็จะได้ยินเสียงสุนัขเห่ามาจากที่ไกลๆทว่าการมาครั้งนี้นางไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยแม้แต่เสียงเดียว เื่นี้แสดงให้เห็นอย่างหนึ่งว่าชาวบ้านของหมู่บ้านตระกูลหยางเองก็ถึง่ที่เข้าตาจนแล้วสุนัขท้องถิ่นเ่าั้ก็กลายเป็อาหารที่อยู่ในท้องของพวกเขาแทน
ตามความทรงจำที่ค้นเจอที่อยู่ของถังซื่อคือกระท่อมหลังน้อยที่มุงด้วยหญ้าคาทรุดโทรมและเก่า กระท่อมน้อยถูกหิมะปกคลุมท่าทางโครงเครงเหมือนจะพังลงมา
มีเสียงไอของหญิงชราดังออกมาจากในนั้นเสียงนั้นแหบชราเป็อย่างยิ่ง นางจงใจที่จะกลั้นเอาไว้ ลมหายใจติดขัดเล็กน้อย
หลิงมู่เอ๋อร์และหลิงจื่อเซวียนเดินเข้าไปคนหนึ่งอยู่ด้านหน้าคนหนึ่งอยู่ด้านหลัง รั้วด้านนอกขวางทางเดินของพวกเขาประตูรั้วเพียงแค่ผลักก็พังลงแล้ว แต่พวกเขายังไม่รีบถลันเข้าไป
“ท่านยายขอรับ”หลิงจื่อเซวียนะโเรียกเข้าไปด้านใน “ข้าคือเซวียนจื่อข้าและมู่เอ๋อร์มาเยี่ยมท่าน ขอเข้าไปได้หรือไม่ขอรับ?”
มีเสียงวุ่นวายดังออกมาจากด้านในก่อนจะตามด้วยคนที่วิ่งก้าวใหญ่ๆ ออกมา คืนวันนี้ไม่มีพระจันทร์ มืดมิดไปรอบด้านมีเพียงสีเงินของหิมะที่ส่องสว่างเล็กน้อยในยามค่ำคืนแสงที่สะท้อนออกมาจากหิมะทำให้เห็นบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินออกมาบุรุษผู้นั้นสวมใส่เสื้อผ้าบางเบา ผมยุ่งเป็กระเซิง หน้าตาก็สกปรกมอมแมมเดินออกมา
“เซวียนจื่อ?นางหนูมู่?เป็พวกเ้าจริงๆ หรือ?” คนคนนั้นก็คือท่านลุงของพวกเขาหยางต้าหนิวกล่าวอย่างตื่นเต้น “พวกเ้ามาได้อย่างไร?ดึกดื่นขนาดนี้อันตรายยิ่งนัก!ปากทางของหมู่บ้านไม่ใช่ถูกปิดกั้นอยู่หรือ?พวกเ้าผ่านเข้ามาได้อย่างไร?”
หลิงจื่อเซวียนและหลิงมู่เอ๋อร์สาวเท้าก้าวยาวๆเข้าไปในลานบ้าน หลิงจื่อเซวียนฟังคำพูดของหยางต้าหนิว แล้วกล่าวเบาๆ“ข้าและน้องสาวข้ามูเามาขอรับ ท่านแม่เป็ห่วงท่านยายกับท่านลุงนักถ้าหากไม่ได้เห็นว่าพวกท่านปลอดภัยไร้โรคภัยไข้เจ็บ นางก็จะกินน้ำตาต่างข้าวทุกวันอย่าพูดว่าเป็ูเาธรรมดา แม้จะเป็ูเาไฟ พวกข้าก็จะข้ามมาดูพวกท่านให้ได้ขอรับ”
“พวกเ้าช่างน้ำใจนัก”หยางต้าหนิวทอดถอนหายใจยาวแล้วกล่าว “ข้ารู้นิสัยของน้องสาวผู้นั้นพวกเ้าทั้งสองล้วนมีใจกตัญญูจริงๆ ”
“ต้าหนิวเหตุใดข้าถึงได้ยินเสียงของเซวียนจื่อเล่า?” ถังซื่ออายุเยอะมากแล้วหูไม่ค่อยดี เกรงว่าเมื่อสักครู่ที่หลิงจื่อเซวียนะโเรียกเสียงดังขนาดนั้นนางยังได้ยินไม่ชัด
หยางต้าหนิวพาสองพี่น้องเข้ามาในบ้านเขาหันหน้าไปพูดกับถังซื่อที่อยู่ในห้องว่า “ท่านแม่เซวียนจื่อกับนางหนูมู่มาเยี่ยมท่านแล้วขอรับ”
“เด็กน้อยสองคนนี้ช่างมีน้ำใจจริงๆหิมะตกหนักเช่นนี้ พวกเขามาได้อย่างไร?ปากทางของหมู่บ้านไม่ใช่ถูกปิดกั้นอยู่หรือ?” เสียงแหบแห้งดังแว่วออกมาจากห้องข้างๆ
“ใช่ขอรับ!พวกเขาข้ามูเามา”หยางต้าหนิวสะอื้นพร้อมกล่าว “เด็กน้อยสองคนนี้ตัวแข็งไปหมดแล้ว”
“เด็กดี…เด็กดีของข้า…รีบมาให้ข้าดูหน่อยเถิด”ถังซื่อลงมาจากเตียง เดินลากขาเข้ามา
ตอนนี้นางไม่เพียงแต่หูไม่ดีสายตายังไม่ดีอีกด้วย ตอนนี้ยิ่งไม่มีแสงสว่าง นางจึงต้องคลำกำแพงเดินออกมา
หลิงมู่เอ๋อร์รีบร้อนเข้าไปรับนางประคองถังซื่อไว้ พูดด้วยเสียงดัง “ท่านยาย ท่านพักผ่อนให้ดีก่อนเถิดพรุ่งนี้พวกเราค่อยคุยผลลัพธ์ก็เหมือนกันเ้าค่ะ”
“นั่นจะเหมือนกันได้อย่างไร?ยายไม่ได้พบหน้าพวกเ้ามานานมากแล้วมา ให้ยายจับสักหน่อย เด็กน้อยมู่เอ๋อร์ของพวกเราผอมลงหรือไม่?” ถังซื่อตัวสั่นขณะััที่แก้มของหลิงมู่เอ๋อร์และกล่าวด้วยเสียงที่เจือแววสะอื้น “ดี ดี…ดูมีเนื้อหนังขึ้นบ้างเล็กน้อยตลอดเวลาที่ผ่านมานี้ ข้าเป็ห่วงพวกเ้ามาโดยตลอด พวกเ้ามาแล้วก้อนหินในใจของข้าก็วางลงได้แล้ว เด็กดี ดูแลแม่เ้าให้ดีๆ นางเป็คนที่มีชีวิตทุกข์ระทมตอนนั้นยายคิดว่าให้แม่เ้าไปแต่งแบบถงหย่างสีนางก็จะได้ใช้ชีวิตแบบไร้กังวลเื่อาหารและเสื้อผ้าไม่เคยคิดว่าเกือบจะทำร้ายนางไปชั่วชีวิต ยายละอายใจต่อแม่ของเ้าจริงๆ!”
หลิงมู่เอ๋อร์ไม่ใช่แค่หนึ่งครั้งที่ได้ยินถังซื่อกล่าวถึงเื่นี้ในความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ถังซื่อดูเหมือนจะทุกข์ใจเป็อย่างยิ่งยามที่เวลาผ่านไปสักระยะ นางก็จะหยิบออกมาพูดอยู่ตลอด
“ท่านยายเื่เ่าั้ไม่ต้องคิดถึงแล้ว ตอนนี้ท่านแม่ข้าสบายดียิ่งนักขอรับ”หลิงจื่อเซวียนพูดปลอบอยู่ข้างๆ “อากาศหนาวเกินไปแล้วท่านยายรีบกลับห้องไปเอนกายเถิด”
“ข้าไม่หนาวข้ายังอยากคุยกับพวกเ้าอยู่!” ถังซื่อจับมือหลิงจื่อเซวียนแล้วกล่าว“จือเซวียน เ้ารังเกียจที่ยายพูดมากใช่หรือไม่?”
“จะเป็อย่างนั้นได้อย่างไรขอรับ ?ข้าชอบฟังท่านยายพูดที่สุดแล้วท่านอยากจะพูดก็ได้ แต่กลับไปเอนกายบนเตียงเสียก่อน ข้าจะฟังท่านพูดอยู่ข้างๆ ”หลิงจื่อเซวียนกล่าวยิ้มๆ
“เช่นนั้นก็ได้!ยายฟังเ้า”ถังซื่อยิ้มตาหยีแล้วกล่าว “ยังคงเป็จื่อเซวียนของพวกเราที่มีใจกตัญญูรู้จักมาเยี่ยมยาย แต่ว่าพวกเ้าสองพี่น้องข้ามเขามาเช่นนี้อันตรายเกินไปแล้วบนเขามีสัตว์ป่าที่กินคน ถ้าหากพวกเ้าสองพี่น้องถูกสัตว์ป่าคาบไปยายจะบอกพ่อกับแม่เ้าอย่างไร?”
หลิงมู่เอ๋อร์มองหลิงจื่อเซวียนที่ประคองถังซื่อกลับเข้าไปในห้องของถังซื่อบ้านหลังทรุดโทรมหลังน้อยนี้มีเพียงสองห้องนอน ห้องหนึ่งเป็ของถังซื่ออีกห้องหนึ่งเป็ของหยางต้าหนิวและลูกชายหลิงเสี่ยวหู่
หลิงมู่เอ๋อร์วางตะกร้าสะพายหลังลงแสร้งทำเป็ล้วงสิ่งของ แท้ที่จริงแล้วกำลังเอาเนื้อหมีดำออกมาจากมิติ
“ท่านลุงข้าไม่รู้ว่าพวกท่านมีอาหารเหลือมากน้อยเพียงใด พวกเราด้านนั้นแม้แต่เปลือกไม้ก็ไม่เหลือให้กินแล้วนี่เป็เหยื่อที่ข้าช่วยนายพรานในหมู่บ้านล่ามา เพราะว่าข้าคอยช่วยอยู่ข้างๆดังนั้นเขาเลยแบ่งให้ข้าส่วนหนึ่ง ครอบครัวของพวกข้ามีพอกินแล้วพวกนี้คือสิ่งที่มอบให้ท่านลุงหวังว่าพวกท่านจะผ่าน่เวลาที่ยากลำบากพวกนี้ไปได้เ้าค่ะ”
หลิงมู่เอ๋อร์นำเนื้อหมีดำวางบนมือของหยางต้าหนิว
หยางต้าหนิวมองไม่เห็นว่าคืออะไรแต่สามารถดมได้ถึงกลิ่น เขาคลำดู พูดอย่างใอย่างยิ่ง “เหตุใดถึงเยอะขนาดนี้?นางหนูมู่พวกข้ารับไว้ไม่ได้ ครอบครัวของพวกเ้าเองก็ลำบาก เนื้อพวกนี้สามารถทำให้ครอบครัวพวกเ้าอยู่ได้สิบวันถึงครึ่งเดือนเลยทีเดียว”
“เมื่อครู่ข้าได้พูดไปแล้วว่านายพรานท่านนั้นแบ่งให้ข้าส่วนหนึ่งส่วนนั้นข้าเหลือเพียงพอให้ครอบครัวของพวกข้ากินแล้วพวกนี้ให้ท่านลุงกับท่านยายเ้าค่ะ” หลิงมู่เอ๋อร์กล่าวอีกครั้ง“พวกท่านก็น่าจะอาหารหมดแล้วใช่หรือไม่?ตอนนี้หิวหรือไม่เ้าคะ?ไม่เช่นนั้นข้าไปตุ๋นน้ำแกงเนื้อให้พวกท่านสักหน่อยดีหรือไม่เ้าคะ?”
“อ่า…ตอนนี้มืดไม่มีแสงไฟแล้ว”หยางต้าหนิวพูดอย่างเกรงอกเกรงใจ “ไม่เช่นนั้นเป็พรุ่งนี้เถิด!”
หยางต้าหนิวไม่เกรงใจหลิงมู่เอ๋อร์อีกต่อไปนี่เป็หลานสาวของตระกูลตนเอง นางพูดถึงขนาดนี้แล้วถ้าหากเขาไม่รับความหวังดีนี้ไว้ นั่นก็เท่ากับว่าเห็นนางเป็คนนอกแล้ว
“ตุ๋นน้ำแกงไม่ต้องใช้แสงไฟเ้าค่ะข้าทำให้พวกท่านกินก่อนสักหน่อย ถึงแม้ท่านจะพอทนไหวแต่ท่านยายกับเสี่ยวหู่ทนได้ไม่นานขนาดนั้นแน่เ้าค่ะ”หลิงมู่เอ๋อร์พูดว่าจะทำก็จะทำ
เมื่อก่อนนางเจอเื่ที่ลำบากกว่านี้มามากแล้วเพียงแค่ตุ๋นน้ำแกงในที่มืด นี่จะไปยากอะไร?
เสียงดังมาจากห้องครัวถังซื่อได้ยินเสียงพวกนั้น จึงกล่าวถามหลิงจื่อเซวียนที่อยู่ตรงหน้า “เซวียนจื่อท่านลุงกับน้องสาวเ้าทำอันใดกันอยู่หรือ?”
“ครั้งนี้น้องสาวนำเนื้อหมีดำสามสิบชั่งมาตอนนี้พวกเขาน่าจะกำลังทำอาหารกันอยู่ขอรับ!” หลิงจื่อเซวียนพูดอย่างนุ่มนวล“ท่านยาย ท่านลำบากแล้ว”
ถังซื่อได้ยินว่าพวกเขาไม่เพียงแต่มาเยี่ยมนางแต่ยังนำอาหารที่ล้ำค่าเช่นนี้มาให้ด้วย ดวงตาที่แก่ชราเต็มไปด้วยน้ำตาที่เอ่อคลอ
“เด็กดีอย่าเอาแต่ดูแลยาย พวกเ้าเองก็ห้ามหิวเช่นกัน”ถังซื่อจับมือหลิงจื่อเซวียนแล้วกล่าว “พวกเ้าล้วนจิตใจดีเหมือนแม่เ้า ”
“คุณยายท่านแม่ข้าเหมือนท่าน ท่านดีต่อพวกข้า พวกข้าล้วนจดจำไว้ในใจ”หลิงจื่อเซวียนพูดอย่างยิ้มๆ “หนาวหรือไม่ขอรับ?หลานชายจะได้เป่าลมอุ่นให้ท่าน”
เสียงร้องของเด็กน้อยดังมาจากห้องนอนข้างๆเด็กผู้นั้นก็คือหยางเสี่ยวหู่ หยางเสี่ยวหู่เติบใหญ่มากับท่านย่าและท่านพ่อนิสัยค่อนข้างเก็บตัว
ถังซื่อได้ยินเสียงของหยางเสี่ยวหู่ก็ค่อยๆ ลงจากเตียง หลิงจื่อเซวียนประคองถังซื่อเดินไปที่ห้องข้างๆ
“หู่จื่ออยากปัสสาวะใช่หรือไม่?” ถังซื่อถามอย่างห่วงใย
หยางเสี่ยวหู่ไม่เห็นเงาคนได้ยินเพียงแต่เสียงของถังซื่อ พูดด้วยเสียงสะอื้น “ท่านย่า ท่านพ่อข้าล่ะขอรับ?เหตุใดท่านพ่อไม่อยู่แล้ว?”
“พ่อเ้าอยู่ห้องครัวลูกพี่ลูกน้องเ้ามาเยี่ยม พวกเขายังนำอาหารมาด้วย หู่จื่อเด็กดีรออีกครู่หนึ่งก็จะมีของกินแล้ว” ถังซื่อเดินเข้ามา นั่งลงบนเตียงลูบที่หัวของหยางเสี่ยวหู่พร้อมกล่าว
หยางเสี่ยวหู่ได้ยินว่ามีอาหารกินจึงพูดอย่างแปลกใจ“จริงหรือขอรับ?ท่านย่าพวกเรามีอาหารกินแล้วหรือ?”
“แน่นอน!อีกสักครู่ก็ขอบคุณลูกพี่ลูกน้องเ้าเสียพวกเขาข้ามูเามาจากสถานที่ไกลๆ บนูเามีแต่สัตว์ป่า พวกนั้นสามารถกินคนได้ ลูกพี่ลูกน้องเ้ามาเยี่ยมพวกเราต้องเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต ในภายหลังเ้าต้องดีกับลูกพี่ลูกน้องและต้องกตัญญูต่อท่านอาหญิงของเ้าด้วย”ถังซื่อปลูกฝังความคิดให้เสี่ยวหู่รู้จักตอบแทนบุญคุณ
“ข้าจะกตัญญูต่อท่านอาหญิงแน่นอนและจะเชื่อฟังลูกพี่ลูกน้องด้วยขอรับ” หยางเสี่ยวหู่พูดอย่างตื่นเต้น “ท่านย่ายังอีกนานหรือไม่? ข้าหิวมากๆ เลย”
ในใจของหลิงจื่อเซวียนรู้สึกเ็ปใจเด็กตัวเล็กขนาดนี้ ในวัยที่ไร้กังวล กลับต้องทนทุกข์ทรมานกับความหิว
“ใกล้แล้ว”หลิงจื่อเซวียนลูบหัวหยางเสี่ยวหู่พร้อมกล่าว “รออีกสักครู่เสี่ยวหู่จะต้องกินให้หมดเกลี้ยงไม่อย่างนั้นญาติผู้พี่ชายจะโกรธ”
“ข้าจะกินให้หมดเกลี้ยงแน่นอนขอรับ”หยางเสี่ยวหู่พูดรับปากเสียงดัง
ผ่านไปไม่นานหลิงมู่เอ๋อร์ก็ยกน้ำแกงเนื้อเดินเข้ามา
ครั้งนี้นำเนื้อมาสามสิบชั่งเมื่อครู่นางตุ๋นเนื้อไปแค่ครึ่งชั่ง นางตักเนื้อให้กับถังซื่อหยางต้าหนิวและหยางเสี่ยวหู่
นางกับหลิงจื่อเซวียนไม่ได้กินอาหารเย็นเวลานี้ก็หิวมากๆ เช่นกันทว่าถ้าเทียบกับคนในตระกูลหยางสามคนแล้วนั้นความหิวของพวกเขาสองคนก็ไม่นับว่าเป็อันใด ดังนั้นนางกับหลิงจื่อเซวียนจึงดื่มแค่น้ำแกง
“นางหนูมู่เซวียนจื่อ พวกเ้าไม่กินหรือ?” ถึงแม้ว่าถังซื่อจะแก่ชราแล้วแต่ก็รู้ทุกสิ่ง นางคีบเนื้อในถ้วย ยื่นไปทางหลิงจื่อเซวียน “ยายอายุมากแล้วกินได้ไม่เยอะ พวกเ้ากำลังเป็หนุ่มเป็สาวควรจะกินให้เยอะหน่อยเช่นนี้ถึงจะได้มีแรงทำสิ่งต่างๆ ”
“ข้ากับพี่ชายกินมาก่อนแล้วเ้าค่ะ”หลิงมู่เอ๋อร์พูด “ท่านยายท่านถึงจะต้องกินให้เยอะหน่อย!อากาศยามนี้หนาวนักดื่มน้ำแกงร้อนๆ ร่างกายจะได้อบอุ่นขึ้น วันนี้ตอนกลางคืนก็จะได้นอนหลับสบายแล้ว”
“คืนนี้พวกข้าต้องนอนหลับฝันดีแน่นอน”ถังซื่อพูดอย่างซาบซึ้งใจ “พวกข้าไม่ได้กินอาหารดีๆ มาห้าวันแล้วตอนนี้นั่งอยู่ยังรู้สึกเวียนหัว มีน้ำแกงถ้วยนี้แล้วพวกข้าจะสามารถอยู่ได้อีกสองสามวัน”
“ไม่ใช่มีน้ำแกงถ้วยนี้จะทนอยู่ได้สองสามวันแต่ว่ามีเนื้อกว่าหลายสิบชั่ง พวกท่านต้องผ่าน่ฤดูหนาวนี้ไปได้อย่างแน่นอนครั้งหน้าข้ากับพี่ชายล่าเหยื่อมาได้ก็จะนำมามอบให้กับพวกท่านอีกเ้าค่ะ”หลิงมู่เอ๋อร์กล่าวอยู่ข้างๆ “คนในหมู่บ้านของพวกเราร่วมมือกันจัดการปากทางที่ถล่มลงมาขอเพียงแต่ทำให้ปากทางผ่านไปได้ ก็สามารถไปซื้อของในเมืองได้แล้วเ้าค่ะ”