ท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับถูกย้อมไปด้วยสีแดงหม่น ราวกับโลหิตที่เจือจาง แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาดูอ่อนแรงและไร้ชีวิตชีวา เมฆดำทะมึนก่อตัวเป็นปื้นหนา บดบังทัศนียภาพของเมืองที่เคยคึกคักให้ดูอึมครึมและวังเวง เสียงหวีดหวิวของสายลมที่พัดผ่าน ฟังดูคล้ายเสียงคร่ำครวญของวิญญาณที่กำลังทุกข์ทรมาน
บรรยากาศที่ตึงเครียดปกคลุมไปทั่วทุกหนแห่ง ผู้คนต่างจับกลุ่มพูดคุยกันด้วยสีหน้าวิตกกังวล ข่าวลือแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว ราวกับไฟลามทุ่ง ข่าวลือถึงการรวมตัวของมอนสเตอร์จำนวนมหาศาลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ข่าวลือถึงภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาเยือน
ณ ใจกลางเมืองหลวง อาคารที่สูงตระหง่านเสียดฟ้าเป็นที่ตั้งของ "หอบัญชาการจักรพรรดิ" สถานที่ที่เหล่าผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกมารวมตัวกันเพื่อหารือถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ ภายในห้องประชุมขนาดใหญ่ โต๊ะกลมทำจากหินแกรนิตสีดำสนิทตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง เก้าอี้สิบตัวล้อมรอบโต๊ะตัวนั้น แต่ละตัวถูกจองไว้สำหรับหนึ่งในสิบจักรพรรดิ
บรรยากาศในห้องประชุมเงียบสงัด มีเพียงเสียงถอนหายใจหนัก ๆ ของบางคนที่ดังขึ้นเป็นครั้งคราว แสงสลัวจากโคมไฟคริสตัลที่ห้อยลงมาจากเพดาน ช่วยขับเน้นให้เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเหล่าจักรพรรดิแต่ละคน
หลงเทียนอี้ จักรพรรดิคนที่ 1 ผู้มีฉายา "แสง" นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ดวงตาสีทองของเขาเปล่งประกายเจิดจ้า แต่แฝงไว้ด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เสวี่ยหลันซิน จักรพรรดิคนที่ 2 "ตะวันฉาย" นั่งอยู่ข้าง ๆ เขา ใบหน้าสวยของเธอเคร่งขรึม ริมฝีปากเม้มแน่น
จิ่นหวงหลี่ จักรพรรดิคนที่ 3 "น้ำแข็ง" นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาสีฟ้าของเขาเย็นชาและเฉียบคม เซี่ยหวู่จุน จักรพรรดิคนที่ 4 "สายลม" ยืนพิงผนังด้วยท่าทางสบาย ๆ แต่สายตาของเขาจับจ้องไปยังแผนที่ขนาดใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะอย่างไม่วางตา
อี้เฟยหลง จักรพรรดิคนที่ 5 "มังกร" นั่งกอดอกอยู่เงียบ ๆ เกล็ดมังกรสีทองที่ปกคลุมร่างกายของเขาเปล่งประกายภายใต้แสงไฟ มู่หรงจิน จักรพรรดิคนที่ 6 "พงไพร" นั่งตัวตรง มือประสานกันบนตัก ดวงตาสีเขียวของเขาจดจ่ออยู่กับการประชุม
หมิงเจิ้นเทียน จักรพรรดิคนที่ 7 "เงา" ยืนอยู่มุมห้องในเงามืด ร่างกายของเขาแทบจะกลืนหายไปกับความมืดมิด ฉินซื่อหวง จักรพรรดิคนที่ 8 "ไฟ" นั่งเท้าคางด้วยท่าทางเบื่อหน่าย แต่ดวงตาสีแดงของเขากลับเต็มไปด้วยความกระหายในการต่อสู้
เฟิ่งหลินเยียน จักรพรรดิคนที่ 9 "อสูร" นั่งกอดเข่าอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาสีม่วงของเธอเปล่งประกายดุร้าย เจิ้นหยางเจี่ย จักรพรรดิคนที่ 10 "ยักษ์" นั่งตัวตรงอย่างสง่าผ่าเผย รูปร่างที่สูงใหญ่น่าเกรงขามของเขาทำให้เก้าอี้ที่นั่งดูเล็กลงไปถนัดตา
"สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่เราคาดการณ์ไว้มากนัก" หลงเทียนอี้เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมห้องประชุม เสียงของเขาหนักแน่นและจริงจัง "รายงานจากทั่วทุกสารทิศยืนยันตรงกันว่า มอนสเตอร์กำลังรวมตัวกันเป็นจำนวนมหาศาล พวกมันเคลื่อนที่อย่างมีระเบียบแบบแผน ราวกับถูกบงการโดยสิ่งใดสิ่งหนึ่ง"
"และสิ่งนั้นคืออะไรกันแน่?" เสวี่ยหลันซินถามเสียงเครียด "พวกเราไม่เคยเจอมอนสเตอร์เคลื่อนไหวเป็นกลุ่มใหญ่ขนาดนี้มาก่อน"
หมิงเจิ้นเทียนก้าวออกมาจากเงามืด ร่างกายของเขาปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนภายใต้แสงไฟ "ข้าได้ทำการสืบสวนเรื่องนี้อย่างลับ ๆ มาสักระยะหนึ่งแล้ว" เขากล่าวเสียงต่ำทุ้ม "และข้าได้ค้นพบสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก"
เหล่าจักรพรรดิหันมามองหมิงเจิ้นเทียนเป็นตาเดียว รอคอยให้เขาเปิดเผยสิ่งที่ค้นพบ
"ข้าเรียกมันว่า 'เงาแห่งหายนะ'" หมิงเจิ้นเทียนกล่าว "มันคือพลังงานมืดที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกหนแห่ง บงการมอนสเตอร์ให้เคลื่อนไหวตามความต้องการของมัน"
"พลังงานมืด?" จิ่นหวงหลี่เลิกคิ้วด้วยความสงสัย "เจ้าแน่ใจได้อย่างไรว่ามันมีอยู่จริง?"
"ข้าสัมผัสได้ถึงมัน" หมิงเจิ้นเทียนตอบ "มันแผ่ซ่านอยู่ในอากาศ ในดิน ในทุก ๆ ที่ มันคือต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมด"
"แล้วเจ้าคิดว่ามันต้องการอะไร?" เซี่ยหวู่จุนถาม
"ข้าไม่รู้" หมิงเจิ้นเทียนส่ายหน้า "แต่ข้ารู้ว่าถ้าเราไม่หยุดมัน โลกของเราจะต้องพบกับหายนะอย่างแน่นอน"
บรรยากาศในห้องประชุมกลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง เหล่าจักรพรรดิต่างครุ่นคิดถึงคำพูดของหมิงเจิ้นเทียน ความวิตกกังวลเพิ่มพูนขึ้นในจิตใจของพวกเขา
"เราต้องทำอะไรสักอย่าง" อี้เฟยหลงเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบ "เราไม่สามารถปล่อยให้มอนสเตอร์บุกโจมตีเมืองของเราได้"
"ข้าเห็นด้วย" มู่หรงจินกล่าว "เราต้องวางแผนรับมืออย่างรอบคอบ"
"ข้ามีแผน" หลงเทียนอี้กล่าว "เราจะแบ่งกำลังพลของเราออกเป็นสี่ส่วน แต่ละส่วนจะรับผิดชอบในการป้องกันเมืองสำคัญในแต่ละทิศ"
"แล้วใครจะเป็นผู้นำในแต่ละส่วน?" ฉินซื่อหวงถาม
"ข้าจะนำทัพไปทางทิศเหนือ" หลงเทียนอี้ตอบ "เสวี่ยหลันซินจะนำทัพไปทางทิศใต้ จิ่นหวงหลี่จะนำทัพไปทางทิศตะวันออก และเซี่ยหวู่จุนจะนำทัพไปทางทิศตะวันตก"
"แล้วพวกเราล่ะ?" เฟิ่งหลินเยียนถาม
"พวกเจ้าจะคอยสนับสนุนพวกข้า" หลงเทียนอี้ตอบ "พวกเจ้าจะเคลื่อนที่ไปตามสถานการณ์ และเข้าช่วยเหลือในจุดที่ต้องการ"
"ข้าไม่เห็นด้วย" เจิ้นหยางเจี่ยกล่าว "ข้าต้องการที่จะอยู่แนวหน้า และบดขยี้พวกมอนสเตอร์ด้วยมือของข้าเอง"
"ข้าเข้าใจความรู้สึกของเจ้า" หลงเทียนอี้กล่าว "แต่เราต้องการให้เจ้าคอยสนับสนุนพวกเรา เจ้ามีพลังที่ยิ่งใหญ่ และสามารถพลิกสถานการณ์ได้ในพริบตา"
เจิ้นหยางเจี่ยขบกรามแน่น แต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไรอีก
"เอาล่ะ" หลงเทียนอี้กล่าว "พวกเรามีแผนแล้ว พวกเราจะเริ่มดำเนินการทันที"
เหล่าจักรพรรดิพยักหน้าด้วยความเห็นพ้อง พวกเขาลุกขึ้นยืนและเดินออกจากห้องประชุมด้วยท่าทางแน่วแน่
เมื่อเหล่าจักรพรรดิเดินออกจากห้องประชุมไปแล้ว หมิงเจิ้นเทียนก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมในเงามืด เขามองไปยังแผนที่บนโต๊ะด้วยสายตาที่ลึกล้ำ
"เงาแห่งหายนะ..." เขาพึมพำกับตัวเอง "เจ้าคืออะไรกันแน่?"
ในขณะเดียวกัน ทั่วทั้งโลกกำลังตกอยู่ในความวุ่นวายและความหวาดกลัว ผู้คนต่างพากันอพยพออกจากเมืองใหญ่ มุ่งหน้าไปยังที่ที่ปลอดภัยกว่า ท้องถนนเต็มไปด้วยรถยนต์ที่ติดขัด ผู้คนเดินกันขวักไขว่ แบกสัมภาระติดตัวมาเท่าที่จำเป็น
เสียงไซเรนดังระงมไปทั่วเมือง เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารพยายามควบคุมสถานการณ์ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถต้านทานความโกลาหลที่เกิดขึ้นได้
"เกิดอะไรขึ้น?" เด็กชายคนหนึ่งถามแม่ของเขาด้วยเสียงสั่นเครือ
"แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันจ้ะ" แม่ของเขาตอบ พร้อมกับกอดลูกชายไว้แน่น "แต่ไม่ต้องกลัวนะ แม่จะปกป้องลูกเอง"
แต่ในใจของเธอเองก็เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น เธอไม่รู้ว่าเธอจะสามารถปกป้องลูกชายของเธอจากภัยพิบัติที่กำลังจะมาถึงได้หรือไม่
ทั่วทุกหนแห่ง ผู้คนต่างภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพวกเขา พวกเขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร พวกเขารู้เพียงแต่ว่าโลกของพวกเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว