ตอนนี้สถานการณ์ภายในราชรัฐจิ้งจอกแดง เริ่มกลับเข้าสู่ความสงบ หลังจากเรนเดลใช้มาตรการบริหารบ้านเมืองที่เข้มงวดและเด็ดขาด แน่นอนว่าเหล่าขุนนางและเจ้าเมืองบางส่วน ไม่พอใจการปกครองของเขา แต่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะเรนเดลตอนนี้มีพลังที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่พวกเขาจะต้านทานโดยตรง จึงต้องทนเห็นประชาชนที่มีความสามารถบางคน รับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งมีตำแหน่งทัดเทียมกับเจ้าเมืองอย่างตนด้วยความอดกลั้นคั่นแค้น
ราชรัฐจิ้งจอกแดงที่เกิดใหม่ในตอนนี้ มีเขตปกครองพิเศษทั้งหมดห้าเขต ซึ่งถูกเรียกว่าจังหวัด ในตอนแรกเขาตั้งใจจะใช้เขตปกครองรูปแบบใหม่แค่เมืองเดียว แต่ด้วยความที่ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางย้ายมาอยู่เขตใหม่กันมากกว่าที่คิด เรนเดลจึงต้องเพิ่มเขตปกครองพิเศษขึ้นมาอีกสี่เมืองอย่างช่วยไม่ได้
ส่วนทางด้านกำลังทหาร รอนสัน ราฟบลัด ซึ่งเป็นปู่ของพรังซัวร์ เรนเดลอนุญาตให้เขาทำงานต่อไปได้ชั่วคราว ในฐานะผู้รักษาการตำแหน่งเจ้ากรมกลาโหม และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ถึงแม้จะดูเป็นตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ แต่เรนเดลได้ออกกฏไว้ว่าทุกการเคลื่อนไหวของกำลังพล ต้องมีลายเซนต์ของเขากำกับ คำสั่งจึงจะเป็นผล มิเช่นนั้นแล้ว ทหารทุกนายที่รับคำสั่งจากรอนสัน และตัวรอนสันเอง จะต้องโทษประหาร โดยเรนเดลได้สั่งให้ฟรังซัวร์ดูการทำงานของปู่เขาเอาไว้ เพราะในอนาคต เรนเดลคิดว่าจะให้ฟรังซัวร์ช่วยดูแลกำลังทหารแทนเขา
“เรนเดลคะ” โคโตโนฮะเอ่ยเรียกเรนเดลที่กำลังอ่านรายงานของบประมาณต่างๆ ของเหล่าผู้ว่าราชการจังหวัด และขุนนางอยู่ ในขณะที่เธอนำกาแฟมาให้เรนเดล เพื่อช่วยให้เขาทำงานข้ามคืนนี้ไปได้
“มีอะไรหรือ” เรนเดลเอ่ยถามขณะที่เขากำลังส่ายหน้า ก่อนจะกากบาทการของบของเจ้าเมืองคนหนึ่ง “กำลังสงสัยว่าทำไมฉันถึงไว้ใจตระกูลราฟบลัดสินะ”
“ไม่ใช่เรื่องนั้นค่ะ” โคโตโนฮะกล่าวก่อนจะนั่งลงข้างๆเขา พร้อมกับวางกาแฟไว้ด้านหน้า “เรนเดลลืมส่งใบลาพักร้อนกับทางโรงเรียนเกินมาสองวันน่ะค่ะ ฉันจัดการให้แล้วนะ”
“ขอบคุณมากนะ” เรนเดลเงยหน้าจากเอกสารของบประมาณ ก่อนจะส่งยิ้มให้กับโคโตโนฮะ แล้วยกกาแฟดื่มรวดเดียว แน่นอนว่าเรนเดลไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนของกาแฟ เพราะเขาใช้เวทธาตุน้ำลดอุณหภูมิของมันเรียบร้อยแล้ว
“เรนเดลน่ะ น่าสงสารจังเลยนะคะ” โคโตโนฮะกล่าวก่อนจะพิงที่ไห่ลของเรนเดล แล้วซบอยู่อย่างนั้น “เป็นเด็กอายุสิบสี่ที่น่าสงสารที่สุด เท่าที่ฉันรู้จักเลยล่ะค่ะ”
“เพราะฉันไม่มีมิตรใกล้ตัวเลยสินะ” เรนเดลกล่าว “ก็นะ...ตัวของฉันรายล้อมไปด้วยศัตรู และที่ฉันอยู่เหนือศัตรูได้ ก็เพราะฉันแข็งแกร่งกว่า แต่มันก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงไปได้ว่าฉันไม่มีมิตรเลย ภายในรั้วพระราชวังแห่งนี้”
“จะหยิบใช้งานใครในวัง ก็หามิตรสหายไม่เจอ” โคโตโนฮะกล่าวเสียงเครียดพลางถอนใจ “เรนเดลต้องเร่งพัฒนาบุคลากรที่จะนำมาใช้งาน และเป็นคนของเรนเดลให้ได้เร็วที่สุดนะคะ เพราะราฟบลัดในตอนนี้เขายอมสยบให้เรนเดล แต่ในอนาคตนั้นช่างยากจะคาดเดา”
“ฉันรู้” เรนเดลเอามือของเขาลูบหัวโคโตโนฮะที่กำลังพิงซบเขาอย่างแผ่วเบา ด้วยอารมณ์พาไปเรนเดลจึงทำเช่นนั้น ก่อนที่เขาและโคโตโนฮะจะได้สติ และเผลอถอยออกจากกัน ซึ่งเป็นจังหวะที่ฟรังซัวร์เปิดประตูเข้ามาพอดี
“ห้องสมุด...ยังคงเป็นที่ทำงานของนายสินะ” ฟรังซัวร์กล่าว ก่อนที่เขาจะเดินนำเข้ามา โดยมีไอรินเดินตามหลัง ไอรินนั้นไม่กล้าสู้หน้าเรนเดล เธอก้มหน้าเงียบ ก่อนจะนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเขา
“ฉันมีเรื่องจะขอร้องนายหน่อย เรนเดล” ฟรังซัวร์กล่าวก่อนจะหันไปมองทางไอริน “ช่วยรับฟังคำพูดของไอรินหน่อยสิ”
“ได้สิ” เรนเดลกล่าวพลางจ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นชา ไอรินมองเขาด้วยท่าทีอ้อนวอน ก่อนที่เธอจะเริ่มกล่าว
“เรนเดลคะ...ได้โปรดตัดสินคดีของพ่อฉันอย่างยุติธรรมด้วยเถอะค่ะ”
“ตัดสินหรือ” เรนเดลกล่าวทวนคำ “เรื่องที่พี่ชายของฉันสังหารพ่อเธอสินะ”
“ใช่ค่ะ” ไอรินกล่าว “พ่อของฉันตายอย่างน่าสงสาร ฉันอยากให้คนทำผิดได้รับการลงโทษค่ะ”
“เขาได้รับการลงโทษไปแล้ว” เรนเดลกล่าว “เวนเดลิน จะไม่ได้อะไรเลยจากราชรัฐแห่งนี้ แม้แต่สิทธิของพลเมือง และตอนนี้เขาก็เร่ร่อนเป็นคนเถื่อนเรียบร้อยแล้ว”
“ฉันอยากให้เขาตาย” ไอรินกล่าว “หากเรนเดลไม่คิดจะลงมือ ก็ได้โปรดให้ฉันออกไปล่ามันด้วยเถอะค่ะ”
“ไอริน” ฟรังซัวร์กล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ “นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราคุยกันนี่ เธอแค่จะมาขอให้เรนเดลประหารเวนเดลินเท่านั้นไม่ใช่หรือ”
“ฉันไม่อนุญาติ” เรนเดลกล่าวก่อนจะมองสร้อยข้อมือขนาดเล็ก ที่ติดที่มือซ้ายของไอริน เช่นเดียวกับฟรังซัวร์ มันคืออุปกรณ์เวทที่เรนเดลสร้างขึ้นมา เพื่อใช้กักกันทั้งสองคนโดยเฉพาะ “เพราะนอกจากเธอจะหาเขาไม่พบแล้ว ยังถือเป็นการหาเรื่องพ้นโทษกักกันของฉันอีก”
“ฉันไม่สนค่ะ” ไอรินกล่าวก่อนจะกระชากสร้อยนั้นออกมา แล้วทำลายทิ้ง ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอยังคงปกติดีหลังจากสร้อยถูกทำลาย “การหลบหนีจากนายน่ะมันง่ายนิดเดียว เพราะนายไม่กล้าฆ่าฉันหรือฟรังซัวร์ ดังนั้นให้ฉันไปเสียเถอะ เรนเดล”
“ยังไงฉันก็ไม่อนุญาติ” เรนเดลยังคงปฏิเสธตามเดิม “ไอริน ตัดใจซะเถอะ พี่ชายของฉันเขากลายเป็นคนนอกคอกไปแล้ว ไม่คุ้มที่จะเอาตัวไปเสี่ยงหรอกนะ”
“หรือเพราะเขาทำผลงานเป็นที่น่าพอใจกันแน่ เรนเดลถึงปกป้องเขา” ไอรินกล่าวเสียงสั่น “เรนเดลคงดีใจอยู่สินะคะ ที่เขาสังหารพ่อของฉันได้ โดยที่ตัวเองไม่ต้องลงมือ”
“ไอริน ใจเย็นๆ” ฟรังซัวร์กล่าวก่อนจะโอบใหล้ไอริน และดึงเธอออกมาให้ห่างจากเรนเดล “เรนเดล อย่าถือสาไอรินเลยนะ เธอเสียใจมากเรื่องพ่อของเธอน่ะ”
“ฉันไม่ถือสาหรอก” เรนเดลกล่าวพลางถอนใจ “พาเธอไปพักซะเถอะ อย่าเอาเรื่องปวดหัวเพิ่มมาให้ฉันเลยนะ ขอร้องล่ะ”
ฟรังซัวร์เป็นฝ่ายพยักหน้ารับ ก่อนที่เขาจะลากไอรินกลับห้อง ระหว่างที่ฟรังซัวร์ปิดประตู เรนเดลได้ยินเสียงไอรินร่ำไห้ และด่าทอเขาต่างๆนาๆ แต่เรนเดลเลือกจะไม่ใส่ใจ
“เป็นฝ่ายทำคนอื่นก่อนแท้ๆ” โคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธแทน “พอตัวเองได้ลิ้มรสการสูญเสียบ้าง กลับไม่สำนึก”
“นั่นแหละไอริน” เรนเดลกล่าวก่อนจะเริ่มอ่านรายงานงบประมาณต่อ “ถ้าเธอเข้าใจทุกอย่างแบบฟรังซัวร์ ก็คงไม่ใช่ไอรินแล้วล่ะ”
“เรนเดลคะ พรุ่งนี้เป็นงานพิธีเปิดการประลองชิงตำแหน่งเจ็ดดารานะคะ” โคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ เมื่อเห็นว่าเรนเดลยังคิดจะทำงานต่อ “ฉันเข้าใจว่าเรนเดลใส่ใจทั้งเรื่องเรียนและเรื่องงาน แต่อย่างน้อยพรุ่งนี้ก็ต้องไปด้วยสภาพที่สดชื่นสิ”
“ตื่นสายได้นิดหน่อยนะ” เรนเดลกล่าวพลางหาวหวอดๆ “เพราะงานมันจัดที่โรงเรียนเรานี่ กะว่าจะทำอีกสักชั่วโมงเสียหน่อย”
“ไปนอนค่ะ!!” โคโตโนฮะกล่าวเสียงดุ ก่อนที่เธอจะร่ายเวทเปิดวาร์ป ซึ่งปรากฏยังห้องนอนที่โรงเรียนของเรนเดล ทำเอาเรนเดลตาสว่างทันที
“เธอเปิดวาร์ปห้องนอนฉันได้ยังไง”
“ความลับค่ะ” โคโตโนฮะอมยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะผายมือให้เรนเดลเข้าไป
“แล้วเธอล่ะ จะทำอะไรต่อ ไม่มากับฉันหรือ” เรนเดลเอ่ยถามด้วยความสงสัย ทำเอาโคโตโนฮะหน้าแดงระเรื่อ
“นั่นหอพักชายนะ เกิดฉันตามเข้าไปแล้วใครเห็นเข้า คนจะพูดถึงฉันว่ายังไงกันล่ะ”
“จริงด้วย ขอโทษนะ” เรนเดลกล่าวก่อนจะเดินเข้าไปในวาร์ปทันที “เจอกันพรุ่งนี้นะ”
“เช่นกันค่ะ” โคโตโนฮะโบกมือส่งลาเรนเดล ก่อนที่เธอจะเปิดวงเวทของเธอ เพื่อกลับบ้านพักที่โรงเรียนเช่นกัน
เช้าวันต่อมา กลุ่มเพื่อนห้องหนึ่งทุกคนมาที่หอประชุมโดยไม่ได้นัดหมาย เหล่าสภานักเรียนของโรงเรียนเวทมนตร์มาเกียต่างมาคอยดูแลความสงบเรียบร้อย เนื่องจากงานจับสลากเพื่อคัดเลือกสายการประลองนั้น ได้จัดขึ้นที่โรงเรียนมาเกียแห่งนี้
เหล่าผู้ผ่านการประลองรอบคัดเลือกจำนวนห้าสิบกว่าคน จากสนามประลองทั่วทั้งเครือจักรภพ ต่างเดินทางมาที่โรงเรียนแห่งนี้ กลุ่มของเรนเดลพบว่าผู้ผ่านการคัดเลือกโดยส่วนใหญ่ เป็นนักเรียนจากโรงเรียนเวทมนตร์ พวกเขาสวมเครื่องแบบชุดนักเรียนจากสถาบันของตัวเอง น้อยมากที่จะพบสามัญชนที่ร่ำเรียนเวทด้วยตัวเองผ่านเข้ามาได้
“ให้ผมช่วยนะครับ” เรียวจิกล่าวกับรุ่นพี่สภาหญิงคนหนึ่ง ซึ่งกำลังใช้เวทยกขนมและเครื่องดื่มไว้รอต้อนรับผู้ที่จะมาจับสลากสายประลอง เรนเดลจึงแยกตัวออกจากกลุ่มของเขา เพื่อไปช่วยงานของสภาบ้าง เรนเดลถือโอกาสนี้ตรวจดูรายชื่อของผู้ผ่านเข้ารอบทั้งห้าสิบกว่าคน และเขาก็พบรายชื่อที่คุ้นหูคุ้นตาอย่างมากจนได้
“เมกุมิ...เธอลงประลองตอนไหนกันนี่ ทำไมฉันไม่รู้”
เมื่อเรนเดลเงยหน้าขึ้น เขาก็พบว่าเมกุมิกำลังเดินมาพร้อมกับกลุ่มคนที่ผ่านการคัดเลือก เพื่อมานั่งในห้องประชุม เมกุมิอยู่ในชุดกาวของแพทย์ ทำให้รู้ว่าเธอออกมาระหว่างทำงาน เธอโบกมือทักทายให้เรนเดลก่อนจะเลือกนั่งตรงด้านหน้าสุดของห้องประชุม เรนเดลจึงตามไปนั่งด้วย
“เมกุมิ...เธอลงคัดเลือกตอนไหนน่ะ” เรนเดลเดินเข้าไปใกล้เมกุมิที่เริ่มลงมือดื่มเครื่องดื่มเพื่อดับกระหาย เธอหันมาส่งยิ้มให้เขาก่อนจะตอบ
“จะเอาตำแหน่งของตัวเองคืน ก็ต้องเริ่มลงคัดเลือกสิคะเรนเดล นายไม่รู้เพราะมัวแต่ดูแลแฟนคนปัจจุบันสินะคะ”
“ใครว่า ช่วงนี้ฉันยุ่งกับการบริหารประเทศมากกว่าน่ะสิ” เรนเดลเอ่ยก่อนจะนั่งข้างๆเมกุมิ เขาเองก็จัดว่าเป็นผู้ร่วมประลอง จึงสามารถเลือกที่นั่งได้ “งานพยาบาลที่โรงเรียนหนักมั้ย เห็นว่าเธอต้องดูแลคนที่โดนคำสาปตลอดทั้งวันทั้งคืน ถึงพวกนั้นจะดีขึ้นมากก็เถอะ”
“สบายมากเลยล่ะ” เมกุมิกล่าว “ด้วยฝีมือของฉัน ตอนนี้พวกเขาตัดสินใจจ้างฉันเป็นพนักงานประจำแล้ว ฉันกำลังจะทำเรื่องสอบเป็นอาจารย์ที่นี่น่ะ...ถือว่าเริ่มต้นได้ไม่เลว สำหรับชีวิตใหม่”
“ระดับเธอเป็นครูได้สบายอยู่แล้วล่ะ” เรนเดลกล่าว “ฉันดีใจนะ ที่เธอมีความสุขกับงานนี้”
“เรนเดลคะ อย่าเวอร์ไปเลย” เมกุมิกล่าวพลางอมยิ้ม “ฉันในโลกเก่าพึ่งเข้ามหาลัยเองนะ จะเอาความรู้ที่ไหนไปสอนเด็กกันล่ะ ตอนนี้ฉันกำลังอ่านตำราสอบเข้าเป็นครูของโรงเรียนอยู่ ความรู้ทางทฤษฏีในโลกนี้น่ะ ยากพอๆกับโลกของเราเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อนเลยทีเดียว”
ทั้งเรนเดลและเมกุมิหันไปมองด้านหลัง เพราะทั้งสองได้ยินเสียงฝีเท้าของโคโตโนฮะเดินมา โคโตโนฮะนั้นอยู่ในชุดนักเรียนของโรงเรียนแทนชุดมิโกะ ผมยาวของเธอถูกรวบไว้หางม้า และเธอเลือกที่จะนั่งข้างๆเรนเดล พลางแอบชำเลืองมองเมกุมิเล็กน้อย
“เรนเดลคะ ฉันหึงนะ” โคโตโนฮะแกล้งพูดทีเล่นทีจริง “มาแอบคุยกับแฟนเก่าแบบนี้ได้ยังไงกัน”
เมกุมิเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอจึงเกาะแขนเรนเดลทันที ก่อนจะหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ทำเอาโคโตโนฮะถึงกับผงะ ในขณะที่เธอกำลังหัวเราะเยาะกับความสำเร็จของตัวเอง ที่ปั่นหัวโคโตโนฮะได้
“นี่เธอ ทำอะไรหัดมียางอายบ้างสิ” โคโตโนฮะเผลอเสียงดังใส่ แต่ทว่าเมกุมิไม่ได้โกรธอะไร เธอกลับหัวเราะเบาๆ แต่ทว่าการหัวเราะของเธอดูเหมือนว่าจะไปขัดหูขัดตาใครเข้าให้…
“รำคาญไอ้พวกปัญญาอ่อนด้านหน้าว่ะ...”
เจ้าของเสียงคือนักเรียนชายจากโรงเรียนอื่น เขาเจาะหูและจมูก ไว้ผมทรงสกิลเฮด เขาสวมเสื้อเชิร์ตกางเกงยีน เขานั่งด้านหลังของพวกเมกุมิถัดลงมาหนึ่งแถว เมกุมิเปลี่ยนจากท่าทีร่าเริงเป็นท่าทีเอาเรื่อง แต่ก่อนที่เธอจะได้กล่าวอะไร การประชุมก็เริ่มขึ้นเสียก่อน
“ผู้ผ่านรอบประลองคัดเลือกทุกท่าน...ขอให้อยู่ในความสงบ และนั่งให้เป็นระเบียบ”
เจ้าของเสียงคือเรอา มาร์ดุค หรืออดีตจอมเวทเจ็ดดาราธาตุดิน เธอเป็นประธานจัดงานในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมจับสลากการประลองต่างมองเธอที่อยู่หน้าห้องประชุมทันที
“ดูสิ...เธอพูดเหมือนเราเป็นเด็กยังไงยังงั้น คงเพราะระบบของที่นี่ล่ะมั้ง” ผู้เข้าร่วมประลองคนหนึ่งกล่าวก่อนจะหัวเราะกับหนุ่มสกินเฮดที่หวิดมีเรื่องกับเมกุมิ เขาเป็นชายร่างผอมสูง แต่งกายคล้ายๆกัน ไม่มีรูปลักษณ์อะไรที่โดดเด่นเป็นพิเศษ นกจากใบหน้าของเขาที่สลักตราปีกตรงแก้มขวา
โต๊ะหน้าสุดที่เรนเดล โคโตโนฮะ และเมกุมินั่งนั้น ยังเหลือที่นั่งว่างอีกสองที่ จึงมีนักเรียนที่มาที่หลังมานั่งด้วย และดูท่าแล้วคงเป็นพวกกับคนข้างหลัง เพราะเครื่องแบบนั้นคล้ายๆกัน
“เอลวิส มาซะทีนะ”
ทันทีที่นักเรียนสองคนนั่งข้างๆโคโตโนฮะ นักเรียนไว้ทรงสกินเฮดเจาะจมูกก็เอ่ยทักคนข้างๆโคโตโนฮะทันที ระหว่างนี้เรนเดลชำเลืองมองเพื่อสังเกตุรูปร่างหน้าตาอีกฝ่าย
คนชื่อเอลวิสเป็นหนุ่มผมแดงเพลิง ผิวสีน้ำผึ้ง ดวงตาสีดำ ส่วนอีกคนนั้นเป็นผู้หญิงผมน้ำตาลยาวเป็นลอน เธอแต่งหน้าทาปากค่อนข้างจัด เล็บทั้งสิบของเธอทำเล็บแฟชั่นลายไม่ซ้ำกันสักแบบ
“มองอะไรไอ้หน้าจืด” เอลวิสกล่าวเสียงขุ่นใส่เรนเดล “ไม่เคยเห็นนักเรียนโรงเรียนเวทมนตร์จากอาณาจักรหมาป่าเทาหรือไง”
“ชุดนักเรียนมาเกียเหมือนพวกคุณหนูเลยนะคะ” เสียงจากหญิงสาวที่นั่งข้างๆเอลวิสเอ่ย เธอสำรวจการแต่งกายของเรนเดลและโคโตโนฮะ “หวังว่าโรงเรียนมาเกียจะไม่ได้มีดีแค่ชุดนะคะ”
“นั่นสิ” ชายที่ชื่อเอลวิสกล่าวสมทบ “ค่าเทอมแพง ชุดหรู คัดเลือกแต่เฉพาะคนรวยเข้า โรงเรียนนี้คงมีดีแค่นี้แหละ รอบลึกๆของทัวร์นาเมนท์คงไม่เจอคนจากมาเกียแล้วล่ะ”
คนที่เหลือรอดจากการคัดเลือก ซึ่งมาจากโรงเรียนมาเกีย มีเพียงกลุ่มห้องหนึ่ง กับห้องอื่นๆแค่ไม่กี่คน โคโตโนฮะจึงรู้ได้ทันที ว่าคนพวกนี้จงใจหาเรื่องพวกเธอ เรนเดลและเมกุมินิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ไม่ใช่กับโคโตโนฮะ เธอไม่ใช่คนใจเย็นขนาดนั้น
“ดูท่าจะอิจฉาพวกเรามากเลยนะคะ คุณนักเรียนจากหมาป่าเทา” โคโตโนฮะกล่าวตอบอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเดือด
“เธอว่าใครอิจฉา” หญิงสาวที่นั่งข้างๆเอลวิสกล่าวเสียงสั่น “โรงเรียนผู้ดีแบบนี้ คนของหมาป่าเทาไม่มีใครสนใจหรอกย่ะ”
“แน่ใจหรือคะ” โคโตโนฮะกล่าว “เจ้าชายนิโคลัส วูล์ฟซอนของพวกคุณ ก็เรียนที่นี่นะ”
คำพูดของโคโตโนฮะ ทำเอาฝ่ายหญิงเงียบทันที แต่เอลวิสกลับหัวเราะลั่น
“ปากเก่งจังเลยนะจ๊ะ แม่สาวน้อย” เอลวิสกล่าวพลางส่งสายตาแทะโลมมายังโคโตโนฮะ “ฉันชอบนะ หญิงปากร้าย เพราะบนเตียงหล่อนจะช่ำชองเป็นพิเศษยังไงล่ะ”
เอลวิสไม่เพียงแค่พูด มือของเขาอ้อมหลังเก้าอี้ของโคโตโนฮะ เขาตั้งใจจะโอบใหล่ของเธอ แต่ทว่าเขากลับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างแทน มันคือนกสี่ปีกสีขาวของโคโตโนฮะ เจ้านกนั้นใช้ปากของมันจิกที่มือของเอลวิสอย่างแรง
“ไอ้นกบ้า” เอลวิสกล่าวด้วยน้ำเสียงเดือด “เดี๋ยวก็จับทำนกย่างเสียหรอก”
“ถ้าไม่อยากโดนจิก” โคโตโนฮะกล่าว “คราวหลังก็อย่าเอามือโสโครกของนายมาใกล้ฉันก็แล้วกัน”
“เอลวิส สำรวมหน่อยสิแก” ชายผู้เจาะหูและจมูกเอ่ยตำหนิเอลวิสทันที น่าแปลกที่เอลวิสกับนอบน้อมและยอมทำตาม
มีเสียงปรบมือขึ้นระหว่างนั้น ทำให้พวกเขาไม่ได้คุยกันต่อ ดูเหมือนว่าจะได้เวลาประกาศคู่สายประลองเสียแล้ว ทำให้เรนเดลและโคโตโนฮะหมดความสนใจในชายที่เอลวิสให้ความเคารพทันที
ผู้เข้าร่วมการประลองทุกคนนั้นต่างเขียนกระดาษแล้วใส่ลงในกล่องตามธาตุของตัวเองที่เหล่าสภานักเรียนเอามาให้ถึงที่ ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปหยอดใบรายชื่อของตนลงในกล่อง
หลังจากนั้นเรอาก็ประกาศให้หัวแถวทางโต๊ะที่เรนเดลนั่งออกมาจับสลากก่อน แน่นอนว่าหญิงสาวผู้ทำเล็บแฟชั่น ซึ่งนั่งข้างๆเอลวิสถูกเรียกออกมาเป็นคนแรก
“เทเรซ่า แลนเซอร์ จากโรงเรียนเวทมนตร์หมาป่าเทา ผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุมืด จับได้รายชื่อของเรนเดล ฟอกการ์ด จากโรงเรียนเวทมนตร์มาเกียค่ะ ขอให้เรนเดลออกมาด้วยค่ะ”
เรนเดลลุกขึ้นทันที ก่อนจะไปยืนข้างๆเทเรซ่า ระหว่างนี้เอลวิสยิ้มเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันมาหาโคโตโนฮะ
“เพื่อนของเธอคือเจ้าชายที่เขาล่ำลือกันสินะ ว่าไร้น้ำยาขนาดต้องยอมหมั้นหมายกับหญิงต่างชาติ เพื่อให้จักรวรรดิมังกรไฟช่วยเหลือ...ยัยเทเรซ่าเจอไก่อ่อนเข้าให้แล้วสิ ฮ่าๆๆ”
โคโตโนฮะกัดฟันแน่น ที่มีคนดูถูกเรนเดล เอลวิสยิ้มอย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะลุกออกไปจับฉลากรายชื่อต่อทันที
“เอลวิส เพรสเชอร์ จากโรงเรียนเวทมนตร์หมาป่าเทา ผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุแสง จับได้รายชื่อของ เมกุมิ นานะ เจ้าหน้าที่ของโรงเรียนเวทมนตร์มาเกียค่ะ”
โคโตโนฮะชำเลืองมองไปที่เมกุมิที่นิ่งเงียบมาตลอด เธอลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก่อนจะออกไปหาคู่ประลองของเธอ
“ฉันยังคุมพลังนอกพระเวทได้ไม่ดีนัก” เมกุมิกล่าวกับโคโตโนฮะด้วยน้ำเสียงเย็นชา “บางทีการประลองครั้งนี้ อาจพลั้งมือฆ่าคู่ประลองก็ได้นะคะ”
“ในสัญญาระบุแล้วนี่คะ” โคโตโนฮะกล่าว “ว่าพิการหรือเสียชีวิต ไม่อาจฟ้องร้องได้ เพราะเต็มใจลงประลองเอง”
หลังจากนั้นก็ถึงตาโคโตโนฮะ เธอเดินออกไปที่กล่องรายชื่อ ที่รวมรายชื่อผู้ใช้เวทธาตุสายฟ้าทั้งหมดเอาไว้ เธอสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะพ่นออกเพื่อไล่ความตื่นเต้น หลังจากนั้นเธอก็หยิบรายชื่อในนั้นทันที
“โคโตโนฮะ ไทจิ จากโรงเรียนเวทมนตร์มาเกีย ผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุสายฟ้า จับได้รายชื่อของ ม็อคค่า วูล์ฟซอนค่ะ จากโรงเรียนเวทมนตร์หมาป่าเทา”
“ตระกูลวูล์ฟซอนหรือ” โคโตโนฮะกล่าวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ ก่อนที่เขาจะพบว่าชายผู้ซึ่งเจาะจมูกและหู ลุกขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่จะเดินมายืนข้างๆเธอ
“ฉันมาเพื่อโค่นนิโคลัส และสังหารเขา” ชายหนุ่มที่นามสกุลเดียวกับนิโคลัสกล่าว “สาวน้อย ถ้าเธอไม่อยากตาย ก็สละสิทธิไปเสียนะ ฉันเตือนด้วยความหวังดี อย่ามาเกะกะฉัน”
“เกรงว่าจะไม่ได้ค่ะ” โคโตโนฮะตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะคุณจะตกรอบก่อนที่จะได้เจอกับนิโคลัส”
ณ แถวหลังสุด นิโคลัสซึ่งนั่งอยู่กับโจแอนนาแค่สองคน กำลังมีสีหน้ากังวล โจแอนนาเมื่อเห็นดังนั้นจึงเอ่ยถามทันที
“หมอนั่นใครน่ะ นามสกุลเดียวกับนาย...พี่น้องหรือ”
“ญาติของฉันน่ะ” นิโคลัสตอบเสียงเรียบ “หมอนั่นพึ่งออกจากคุกมา มันฆ่าครูฝึกในค่ายทหาร เลยโดนขังคุกและปลดเป็นสามัญชน ฉันแปลกใจจริงๆว่าทำไมเขาถึงลงการประลองครั้งนี้...ชักเป็นห่วงโคโตโนฮะแล้วสิ”
“นิโคลัสคะ” โจแอนนากล่าวพลางทำหน้ามุ่ย “กล้าพูดว่าเป็นห่วงหญิงอื่นต่อหน้าฉันหรือไงคะ แบบนี้มีแววนอกใจตั้งแต่ยังไม่ทันได้คบกันเลยนะคะเนี่ย”
นิโคลัสไม่ได้ตอบอะไร เขาจ้องมองไปยังหน้าห้องประชุม ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและเป็นกังวล พลางกล่าวกับตัวเองในใจ
“ม็อคค่า...ไม่สิ แม็กซิมิเลี่ยน แกมาทำอะไรที่นี่ ความจริงแกโดนสั่งห้ามไม่ให้ใช้เวทมนตร์แล้วไม่ใช่หรือไงกัน...แกต้องการอะไรกันแน่ ถึงลงมาประลองในสายเดียวกับฉัน ทั้งที่ผู้ใช้เวททวิธาตุอย่างแกถนัดเวทธาตุไฟที่สุด แต่กลับเลือกลงในธาตุสายฟ้า ซึ่งเป็นพลังรองของแก”