(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer

    บทที่ 80 เปิดเผยตัวตนเป็นการรับมืออย่างหนึ่ง

    บทที่ 80

    เปิดเผยตัวตนเป็นการรับมืออย่างหนึ่ง



    บาดแผลตามตัวของเด็กน้อยทั้งสองเริ่มทุเลาลงแล้ว น่าเสียดายที่พลังของคิทไม่ใช่พรที่ได้รับจากองค์ไวท์วิงส์โดยตรงมันเป็นการใช้กระแสมานาอันบริสุทธิ์ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูที่เขาร่ำเรียนมาจากฟาเธอร์แจคสันเท่านั้น แต่พลังดังกล่าวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ทั้งสองหายจากอาการสั่นเพราะความเจ็บปวดกลางแผ่นหลัง

    เจ้าตัวเล็กมองพี่ชายแปลกหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือด้วยตาที่เป็นประกาย พวกตนไม่เคยได้รับความอบอุ่นเช่นนี้มาก่อน ทว่าจิตใจที่ถูกทรมานพร้อมร่างกายมานานไม่อาจเปิดรับคนแปลกหน้าที่ตนไม่รู้จัก อย่างไรก็ตามคนที่ตรงหน้าในขณะนี้ก็ยังดีกว่าคนโกหกหลอกลวงคนนั้น... เมื่อสายตาเหลือบไปมองผู้กำลังแอบอ้างเป็นบิดา ทั้งสองก็เคลื่อนตัวเข้าหาพี่ชายคนใหม่อย่างรวดเร็ว


    “อ๊ะ ดูนั่นสิ เด็กพวกนั้นมีปฏิกิริยาแล้ว!”

    “จริงด้วย พวกเขาเกาะขาเจ้าหนุ่มคนนั้นแน่นเชียว...” ความสนใจของฝูงชนเริ่มเปลี่ยนทิศทาง กลุ่มคนที่กำลังทะเลาะกันจึงหันมามองเบื้องหลังที่มีภาพหนุ่มน้อยร่างสูงโปร่งกำลังทำการดูแลน้องทั้งสองที่ขี้กลัวไม่น้อยทีเดียว

    “อา... ในที่สุด! ข้านึกว่าจะทำเด็กกลัวจนเสียสติแล้วซะอีก” เจฟหน้าโหดถอนหายใจอย่างโล่งอก “เจ้าเป็นพี่ชายของพวกเขาหรือ? ทีหลังอย่าปล่อยน้องไว้แบบนี้สิ”

    “ข้าไม่ใช่พี่ของพวกเขาหรอกครับ” แม้จะพูดอย่างนั้น แต่เขาก็เป็นเพียงผู้เดียวที่เด็กทั้งสองยอมเข้าใกล้

    “เจ้าเด็กแอบอ้าง! ส่งลูก ๆ ของข้าคืนมาเดี๋ยวนี้!” ชายสูงวัยที่ดูร่ำรวยตะเบ็งเสียงอย่างเกรี้ยวกราด ใบหน้าแดงจัดด้วยความโกรธที่พุ่งสูง “เป็นพวกเดียวกับโจรเหล่านี้สินะ หน้าไม่อาย ไอ้พวกขโมยเด็ก! ฮารัส ฮาริน่า กลับมาหาข้าเดี๋ยวนี้!”


    แม้เจ้าตัวจะตะเบ็งเสียงหรือออกคำสั่งกับเด็กน้อยสองคนมากเพียงใด แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีท่าทีเชื่อฟังเหมือนเก่า เด็กหนุ่มคนนั้นดูเหมือนจะเริ่มจับพิรุธของเขาได้แล้ว สถานการณ์ช่างย่ำแย่นัก สายตาล่อกแล่กจึงรีบหาทางหนีทีไล่ แต่เพราะพฤติกรรมดังกล่าวไม่อาจเล็ดลอดสายตาของเหล่าทหารและฝูงชนไปได้ ทางออกจึงหายไปหมดสิ้น


    “น่าแปลกนะครับ ทำไมคนเป็นพ่อของเด็กพวกนี้ ถึงมีท่าทีลุกลี้ลุกลนได้ขนาดนี้...” หนุ่มน้อยเอ่ยอย่างด้วยเสียงเรียบเฉย “ที่ข้าสงสัยมากที่สุด คือ การตอบสนองของน้อง ๆ ทั้งสองเมื่อเห็นหน้าบิดา...”

    “เจ้าพวกชั่ว เมืองนี้ต้องมีกิจการขโมยเด็กและค้าทาสแน่ ๆ หรือนี่จะเป็นธุรกิจของลอร์ดแห่งเรดวู้ดและรัสเซล หากเจ้าทำอะไรข้าและเด็กนั่น... เรื่องจะต้องถึงหูองค์ราชาแน่”

    “นั่นสินะครับ ราชาเอริคคงจะสนใจเรื่องนี้ไม่น้อย อย่างไรก็ตาม...” คิทส่งสายตาไปให้เด็กสองคนที่กำลังเกาะขาเขาไว้แน่น “ข้าอยากจะให้ท่านตอบคำถามเสียหน่อย เพื่อลูกที่รักยิ่ง... คงจะไม่ยากเกินไปกระมัง”


    หนุ่มน้อยที่ดูธรรมดากลายเป็นจุดสนใจของทุกคนแล้ว เขาก้มลงไปคุยกับเด็กน้อยทั้งสองด้วยเสียงกระซิบที่ไม่มีผู้ใดทราบรายละเอียด หลังจากนั้นเด็กทั้งคู่ก็ทำทีเหมือนตกลงแล้วจับแขนเขาเอาไว้แบบไม่อยากปล่อยมือ อาการหวาดกลัวผู้ที่อ้างตนเป็นบิดาช่างเห็นได้ชัดนัก

    บาดแผลน่ากลัวที่เป็นรอยแดงจนช้ำบนต้นแขน น่องขา และแผ่นหลังถูกเปิดเผยให้ผู้คนที่ยืนโดยรอบได้ประจักษ์ หลายคนสูดหายใจเฮือกด้วยความตกใจ ในไม่ช้าทุกคนก็ต้องการคำตอบจากชายคนนั้นเช่นกัน หลักฐานทำร้ายร่างกายผู้เยาว์อันไม่น่าให้อภัยทำให้คนที่เคยโวยวายผงะถอยหลัง เขาพยายามดันตัวออกไปจากฝูงชนแต่ชาวบ้านโดยรอบก็ไม่ยินยอม ทหารจึงเข้ามารวบตัวอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันการหลบหนี


    “เป็นบิดาจริงหรือ? รูปร่างหน้าตาดูไม่คล้ายคลึงแม้แต่น้อย กับเด็กน้อยอายุเพียงสามสี่ขวบถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกายได้ขนาดนี้?”

    “ข้า... ข้าจะสั่งสอนบุตรอย่างไรมันก็เรื่องของข้า! เจ้าเป็นใคร? บังอาจก้าวก่ายเรื่องในบ้านของผู้อื่น”

    “ข้าก็แค่คนธรรมดา ปลูกต้นไม้ ทำการค้าขายไปวัน ๆ ...” คิทตัดสินใจอุ้มน้องน้อยขึ้นมาด้วยอ้อมแขนทั้งสองข้างแล้ว แม้อีกฝ่ายจะมีท่าทางไม่คุ้นเคยอยู่บ้างแต่พวกเขาก็สงบลงอย่างรวดเร็ว ร่างมอมแมมจึงหันมากอดอีกฝ่ายไว้แน่นเพื่อหลบสายตาฝูงชน “งานของข้านั้นสุจริต แล้วเจ้าล่ะ... จะไปชี้แจงที่อาคารผู้ตรวจการไหม? เรื่องนี้จะได้กระจ่างเสียที”


    ความเห็นของผู้คนเริ่มเปลี่ยนทิศไปสนับสนุนหนุ่มน้อยจนไม่อาจย้อนกลับมาเห็นใจชายคนนั้นได้อีกแล้ว ตอนนี้เขาตกเป็นจำเลยที่อาจมีความผิด แถมยังเป็นผู้ที่ทำร้ายร่างกายของเด็กตัวเล็ก ๆ ได้อย่างโหดเหี้ยมนัก ฝูงชนกำลังเริ่มตัดสินเรื่องวุ่นวายนี้อย่างเผ็ดร้อน


    รอยพวกนั้น... มิน่าเด็กถึงตัวสั่นไม่พูดไม่จา จะว่าไปเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เป็นเช่นนี้หรือ เจ้าจำได้หรือเปล่า...

    บิดาอย่างนั้นรึ? เหอะ โหดเหี้ยมขนาดนี้ ถ้าข้าเป็นลูกคงไม่อาจยอมรับพ่อแบบนี้เช่นกัน

    พ่ออะไรกันเล่า รูปร่างหน้าตาแตกต่างได้เช่นนี้เชียวหรือ? เด็กได้เชื้อแม่มาหมดหรืออย่างไร?

    ข้าว่า... รอยรัดที่แขนและขาพวกนั้น เหมือนรอยจากตรวนล่ามทาสแถบแดนใต้มากทีเดียว ไม่ใช่ว่าแดนเหนือห้ามการซื้อขายมนุษย์และมีทาสเพียงประเภทเดียวคือทาสเมืองหรอกหรือ...


    ฝูงชนที่นี่ ไม่ใช่พวกไร้หัวคิด เมื่อพวกเขาได้รับรู้ข้อมูลมากขึ้น เสียงเล่าลือก็เริ่มแพร่สะพัดจนชายผู้นั้นไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป คนอ้างตัวเป็นบิดาจึงเริ่มมีท่าทีขัดขืนระหว่างการคุมตัวของเหล่าทหาร ปากตะโกนด่าทออย่างเกรี้ยวกราด


    “ทหารแห่งลอร์ดทำร้ายร่างกายประชาชน! ไอ้พวกทุเรศ ข้าจะเรียกร้องความเป็นธรรมได้ที่ไหน ปล่อยข้า... ปล่อยสิโว้ย” เมื่อการต่อต้านไม่ได้ผล มันก็หันมาตะเบ็งเสียงใส่เด็กหนุ่มซึ่งเป็นคนพลิกสถานการณ์ครั้งนี้ “ไอ้คนชั้นต่ำ ถุย... กลุ่มการค้าของข้าจะต้องส่งข่าวนี้ถึงองค์ราชาแน่ แล้วข้าจะรอดูบทลงโทษของคนชั้นต่ำที่เมืองแห่งนี้ทั้งหมด”

    “ชั้นต่ำ... หึ ๆ ๆ” คิทหลับตาลงไตร่ตรองครู่หนึ่ง สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ถ้าหากเขาเปิดเผยตัวจะเป็นประโยชน์ไหมหนอ...


    ข้อมูลเกี่ยวกับเขาที่มีความสามารถในการแปลงกายคงจะถูกเผยแพร่ออกไป แต่มันคงไม่ส่งผลด้านลบเพราะทักษะนี้เขาได้รับถ่ายทอดมาจากเทพีฝาแฝดโดยตรง เกรงว่าต่อให้นักบวชระดับคาร์ดินัลมายืนในระยะประชิดด้วยตนเองก็คงไม่อาจมองผ่านภาพลวงตาของเขา ประชาชนคงรู้สึกแปลกใจและคงประพฤติตัวดีมากขึ้นเมื่อคนแปลกหน้าอาจจะเป็นท่านชายตัวน้อยออกมาเดินเล่นก็ได้ เหล่าทหารน่าจะทำงานอย่างขันแข็งขึ้นเช่นกัน

    ที่สำคัญ... ผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังคงจะไม่กระทำการอุกอาจเช่นนี้อีก แม้จะเป็นเพียงช่วงสั้น ๆ เพราะคนเหล่านั้นต้องหาหนทางโจมตีอีกแน่นอน แต่มันก็จะซื้อเวลาให้กับแดนเหนือได้อีกระยะหนึ่ง หน่วยลับคอยหาข่าวและสอดส่องดินแดนคงจะแล้วเสร็จทันใช้งานพอดี


    “ชั้นต่ำแล้วอย่างไร จะมีพรระดับไหน ทุกชีวิตก็มีคุณค่าทั้งนั้น” ดวงตาที่ปิดอยู่ค่อย ๆ เปิดออก รูปลักษณ์ภายนอกเริ่มเปลี่ยนไป ผมที่เคยสั้นกลายเป็นผมยาวที่ถูกมัดไว้ด้านหลังอย่างเป็นระเบียบ สีของมันสะท้อนแสงแดดพร้อมกับดวงตาสีสวยที่ผิดแปลกไปจากคนธรรมดาทั่วไป เครื่องแต่งกายดูมีภูมิฐาน เรียบง่ายแต่รัดกุมเรียบร้อยเช่นกัน

    “ลอร์ดเดวิด!” คนในเมืองที่จำใบหน้าของเขาได้พูดโพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจ พลังมานาที่แผ่ออกมาจากร่างนั้นช่างสูงส่งเกินกว่าคนธรรมดา เหล่าคนต่างเมืองจึงไม่มีข้อกังขาใด ๆ พวกเขารู้สึกเลื่อมใสเพราะพึ่งเคยเห็นชนชั้นลอร์ดออกมาเดินเตร็ดเตร่ดูแลเมืองโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว

    “อเล็กซ์ คุมตัวเจ้านั่นไว้ แล้วส่งข่าวให้หน่วยตรวจการเข้าจับกุมคณะเดินทางของเขาทั้งหมด ข้าจะคุมการไต่สวนด้วยตนเอง” หัวหน้าหน่วยตรวจการที่กำลังอ้าปากค้างรีบทำความเคารพอย่างรวดเร็ว มือขวากำลังทาบอกซ้ายเพื่อขออภัยจากความไร้มารยาท ก่อนจะพูดตะกุกตะกักด้วยความตื่นเต้น

    “ขะ... ขอรับ มะ... มายลอร์ด”


    เขาทำงานที่นี่มาสองปี แต่เพิ่งจะมีโอกาสได้ยืนใกล้นายน้อยขนาดนี้

    สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความประทับใจและเลื่อมใสทำให้อีกฝ่ายเริ่มตากระตุก


    “คุณเจฟ เอ่อ... และพวกพ้อง เข้ามาหาข้าหน่อยสิครับ” กลุ่มคนหน้าโหดมีท่าทีเลิกลักเมื่อผู้สูงศักดิ์เรียกให้เข้าใกล้ ขาทั้งสองข้างจึงก้าวเข้าไปอย่างเชื่องช้าและไม่มั่นใจ

    “ฮารัส กับฮาริน่าใช่ไหม?” ท่านชายหันไปคุยกับเด็กสองคน พวกเขาพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “พี่ชายคนนี้ชื่อเจฟ เขากับพวกพ้องเป็นคนใจดีที่อยากช่วยเหลือพวกเจ้าในตอนแรกเชียวนะ” เด็กหญิงน้อยมีท่าทีเขินอายนิดหน่อย ทว่าพี่ชายกลับมองอีกฝั่งด้วยตาเป็นประกาย

    “พวกเขาเป็นผู้มีพระคุณนะ พวกเจ้าควรทำอย่างไร รู้ไหม?” เจ้าตัวเล็กส่ายหัวดุกดิกน่ารัก “พูดคำขอบคุณอย่างไรเล่า ลองพูดดูซิ...”

    “เจฟ!” ฮารัสพูดโพล่งจนชายร่างใหญ่สะดุ้ง มือของเด็กชายตัวน้อยอ้าออกเหมือนอยากให้อีกฝ่ายอุ้ม เขาจึงต้องทำตามแต่โดยดี จิตใจของคนหน้าโหดที่ภายในช่างอ่อนโยนเริ่มสั่นสะท้านเมื่อเจ้าตัวน้อยกอดคอเขาแน่น


    (ฮึก... ข้าอยากมีลูก...) ทว่าปัญหาใหญ่คือเขายังหาแม่ของเด็กไม่เจอ... หรือบางที อีกฝ่ายก็ยังไม่เกิด หรือไม่ก็ตายไปแล้ว


    น้องสาวที่ชื่อฮาริน่าเหล่ตามองพี่ชายของตนในอ้อมกอดของคนตัวใหญ่ ก่อนจะหันมามองพี่ชายรูปหล่อสลับกันไปมาหลายครั้ง แต่เธอกลับเลือกไม่ถูกว่าอยากถูกใครอุ้มดี... ทว่าสิ่งที่พี่ชายใจดีสอนคือเธอควรจะกล่าวคำขอบคุณ ที่ฮารัสทำอยู่คือการขอบคุณไหมหนอ?

    หลังจากตัดสินใจได้ เธอก็กอดขอบคุณพี่ชายใจดีอย่างสุดแรงหนึ่งที ก่อนจะหันไปอ้าแขนเพื่อให้อีกคนรับเธอไปอยู่กับฮารัสด้วย สหายในกลุ่มชายฉกรรจ์ล้อเลียนเจฟหน้าโหดไปหลายทีจนเขาเริ่มหันไปค้อนขวับอย่างหงุดหงิด


    “เจฟ... แต่งงานหรือยัง?”

    “ยังขอรับท่านชาย ข้าเพิ่งจะมีอายุได้ยี่สิบปีเองนะขอรับ” คิทมองอีกฝ่ายด้วยตาเบิกกว้าง ในใจเริ่มจินตนาการไปต่าง ๆ นานา อายุสิบแปดแต่สูงเท่าเจมส์และเจสันเนี่ยนะ เป็นไปได้อย่างไร... แถมใบหน้านั่น ช่างดูกร้านโลกเหลือเกิน

    “เกี่ยวกับอายุไหม? น้องเจ้ามีเมียตั้งแต่สิบเจ็ด น้องข้ามีลูกตั้งแต่สิบหก พวกเรามันหน้าโหดจนสาวกลัวต่างหาก”

    “เจฟไม่โหด เจฟตัวใหญ่แข็งแรง” ฮารัสเชียร์ผู้มีพระคุณพร้อมกับเถียงสหายของเจฟที่ชื่อเดวี่อย่างรวดเร็ว สร้างเสียงขบขันได้มากทีเดียว

    “ข้าก็นึกว่ามีลูกมีเมียแล้ว ฮะ ๆ ข้าอยากจะไหว้วานหน่อยนะครับ ช่วยพาเจ้าตัวเล็กสองคนนี้ไปที่โบสถ์บนเขาให้ข้าหน่อยได้ไหม”

    “ได้ขอรับท่านชาย ข้าจะจัดการให้โดยเร็วที่สุด”


    กลุ่มชายหนุ่มหน้าโหดจากไปพร้อมกับเด็กน้อยทั้งสองแล้ว ท่าทีใจดีเป็นกันเองจึงค่อย ๆ จางหายไป เขากล่าวขอบคุณชาวบ้านทั้งหลายที่ให้ความสนใจกับสถานการณ์นี้ แถมยังให้ข้อคิดอีกหลายอย่างเพื่อให้พวกเขาลดการตัดสินใจผู้อื่นแต่เพียงภายนอกลงเสียบ้าง

    เมื่อลอร์ดเดวิดพูดคุยกับทุกคนเสร็จแล้ว เขาก็ออกเดินทางไปยังอาคารผู้ตรวจการกลางเมือง ประชาชนเริ่มแยกย้ายไปจัดการธุระของตนเองเช่นกัน การเดินทางจึงไม่ติดขัดมากนัก


    หลังจากนี้ ข่าวลือเกี่ยวกับเขาคงเริ่มกระจายออกไปแล้ว ตอนนี้จึงได้แต่หวังว่าอเล็กซ์จะดำเนินการตามคำสั่งได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

    เรื่องโหด ๆ เขาไม่สันทัดนักหรอก…

    แต่ก็ผ่านประสบการณ์ชีวิตและอ่านบทความในประวัติศาสตร์มามากเหมือนกัน

    ไม่น่าเชื่อ... ว่าเรื่องที่อ่านมาจะได้ใช้ประโยชน์เร็วขนาดนี้

    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer ที่คุณอ่าน