“ข้าไปแน่นอน!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์พยักหน้าตอบรับอย่างเสียไม่ได้ ใจคิดเพียงว่าหากออกจากที่บ้าๆ แห่งนี้ไปได้แล้ว เ้าจะมีปัญญาหาข้าพบอีกหรือไม่ หากเ้าหาได้ ข้าจะยอมเรียกเ้าว่าบิดาเลย!
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมาในหัว ชายหนวดเฟิ้มก็ยกมือตบศีรษะนางเบาๆ
เซียวจิ่วเอ๋อร์รู้สึกเหมือนมีบางอย่างแปะลงบนหัว แต่ความรู้สึกนั้นแค่ชั่ววูบก็หายไป
นางลูบศีรษะตัวเองพลางถามด้วยความสงสัย “เ้าทำอะไร”
“ไม่ได้ทำอะไร แค่ติดยันต์ติดตามไว้เท่านั้นเอง” ชายหนวดเฟิ้มตอบหน้าตาเฉย “ไว้เจอกันนะตาแก่ เดี๋ยวข้าจะส่งข่าวแจ้งเวลาและสถานที่ของงานพบปะให้เ้าอีกที!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์ยืนนิ่ง สีหน้าเรียบเฉย พยักหน้าเบาๆ อย่างคนหมดแรงใจ แม้แต่คำเดียวก็ไม่อยากเอ่ยออกมา
ยันต์ติดตาม? มันคืออะไรอีกล่ะเนี่ย
หลังจากพาซิงซิงออกจากถนนมืดได้ เซียวจิ่วเอ๋อร์รีบกลับมาที่จวนสกุลเจี่ยโดยไว ทันทีที่เข้ามาในห้อง นางก็ปิดประตูหน้าต่างทุกบาน แล้วลงมือสำรวจสมบัติล้ำค่าที่ซื้อมาทันที
เซียวจิ่วเอ๋อร์หยิบวัตถุดิบสำหรับหลอมโอสถที่เจี่ยจวงสั่งให้คนเตรียมไว้ให้ขึ้นมา จากนั้นเริ่มใส่ส่วนผสมต่างๆ ลงในเตาหลอมอย่างระมัดระวังตามลำดับขั้นตอนที่จำได้
ว่ากันว่าการหลอมโอสถจำเป็ต้องมีพลังธาตุลมและไฟอยู่ในร่างกายถึงจะสำเร็จ เซียวจิ่วเอ๋อร์เองก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายนางเป็ธาตุใด และก็ไม่รู้วิธีตรวจสอบด้วย
แต่นางกลับรู้สึกว่า การหลอมโอสถเป็สิ่งที่คุ้นเคยและง่ายดายสำหรับนางมาตลอด เื่ที่นางทำได้ั้แ่อายุสามขวบ จะเป็ปัญหากับนางได้อย่างไรกัน
ในห้องที่เงียบสงบ เซียวจิ่วเอ๋อร์เผยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้า
ข้อดีที่สุดของการพักอยู่ที่จวนสกุลเจี่ยคือความเงียบสงบ ด้วยคำสั่งของเจี่ยจวง ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเข้ามารบกวน แม้แต่เจี่ยเจิ้งชูลูกชายคนโตของเจี่ยจวงที่เคยถูกซิงซิงซัดไปหมัดหนึ่ง ก็ยังรู้จักทำตัวดี รออยู่ด้านนอกโดยไม่กล้าเข้ามาในเขตเรือนพักของนางเลย
เวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า สีหน้าของเซียวจิ่วเอ๋อร์ยิ่งดูไม่สู้ดี นางมองเตาหลอมที่ไฟเริ่มมอดดับ แล้วเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก
“ทำไมถึงดูเหมือน…ล้มเหลวนะ?”
“จิ่วเอ๋อร์ เ้าทำได้จริงหรือเปล่า” ซิงซิงวางคางลงบนฝ่ามือ ถามด้วยน้ำเสียงที่เหมือนเย้ยหยัน ทำให้เซียวจิ่วเอ๋อร์สะอึก
“ได้สิ! บุรุษเขาไม่พูดว่าตัวเองทำไม่ได้หรอก”
เซียวจิ่วเอ๋อร์กัดฟันปลอบตัวเอง นางเขย่าเตาหลอม พยายามคิดว่าปัญหาอยู่ตรงไหน
ทันใดนั้นเอง แรงดูดมหาศาลก็เกิดขึ้นในขณะที่มือของนางัักับเตาหลอม ร่างกายนางแข็งทื่อ และก่อนที่นางจะทันได้ตั้งตัว ก็รู้สึกถึงพลังิญญาในร่างกายถูกดูดกลืนเข้าไปในเตาหลอมอย่างต่อเนื่อง
แววตาของเซียวจิ่วเอ๋อร์ปรากฏความตื่นตระหนก นางพยายามดึงมือออกเพื่อหลีกหนีจากสถานการณ์นี้ แต่ความเป็จริงกลับไม่ง่ายเช่นนั้น เตาหลอมเหมือนสัตว์ร้ายที่หิวโหยมานับพันปี มันดูดพลังของนางด้วยความโลภอย่างไม่หยุดยั้ง
ความรู้สึกอ่อนล้าจากพลังที่สูญเสียไปทำให้เซียวจิ่วเอ๋อร์เริ่มหมดแรง นางขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะเอ่ยบอกซิงซิงให้ถอยห่างออกไปเพื่อไม่ให้ถูกดึงเข้าไปในวังวนนี้ด้วย
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด จนกระทั่งนางรู้สึกว่าเริ่มไม่ไหว สายตาพร่าเลือน ในที่สุดเตาหลอมก็เหมือนจะพอใจ พ่นควันสีเขียวบางๆ ออกมาจาก้า ขณะเดียวกันอาคมพรางตาที่ปกคลุมเตาหลอมอยู่ก็เริ่มคลายออกอย่างช้าๆ
คราบดินหายไป รอยร้าวถูกซ่อมแซม เตาหลอมที่ปรากฏต่อหน้าเซียวจิ่วเอ๋อร์กลับกลายเป็เตาหลอมที่โปร่งใสเป็ประกายสีเขียวมรกต
“ว้าว!” ซิงซิงวิ่งเข้ามาใกล้ ะโขึ้นไปบนโต๊ะแล้วเอื้อมมือไปแตะเตาหลอม “จิ่วเอ๋อร์ มันสวยมากเลย!”
“อืม…”
เซียวจิ่วเอ๋อร์รู้สึกอารมณ์ซับซ้อน นางยื่นนิ้วแตะเตาหลอมเบาๆ พอเห็นว่ามันไม่มีปฏิกิริยาใดๆ นางจึงถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะเริ่มสังเกตอย่างละเอียด
ตัวเตาหลอมดูเหมือนทำจากหยก แต่เมื่อพินิจดูดีๆ กลับไม่ใช่ เพราะภายในเตาหลอมดูเหมือนจะมีของเหลวไหลเวียนอยู่ คล้ายกับ…
ความคิดวาบขึ้นในสมองของเซียวจิ่วเอ๋อร์ นางนึกถึงหน้ากากที่เป่ยมู่หานสวม
มันดูเหมือนวัสดุที่ใช้ทำหน้ากากนั้นเลย!
เตาหลอมเผยรูปลักษณ์ที่แท้จริงออกมา จากนั้นจึงเริ่มทำงานอีกครั้ง
เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยาม สีของเตาหลอมก็เปลี่ยนอีกครั้ง กลายเป็สีแดงสดดุจโลหิตเหมือนกับหน้ากากของเป่ยมู่หาน ควันสีขาวลอยอ้อยอิ่งออกมาจากเตาหลอม กลิ่นหอมของโอสถอบอวลไปทั่วห้อง ทำให้เซียวจิ่วเอ๋อร์แย้มยิ้มด้วยความยินดี
สำเร็จแล้ว?
เซียวจิ่วเอ๋อร์สูดลมหายใจลึก เปิดเตาหลอมอย่างตื่นเต้น
ภายในเตาหลอมมีโอสถทองคำสิบกว่าเม็ดนอนเรียงรายอยู่ นางหยิบขึ้นมาหนึ่งเม็ด พิจารณาดูพลางพึมพำกับตัวเอง
“ไม่รู้ว่านี่เป็โอสถขั้นไหน...”
“ขั้นหกนะ” ซิงซิงเลียนแบบน้ำเสียงของนางด้วยความจริงจัง “ข้าเคยเห็นเสี่ยวไป๋เอาอันนี้ไปให้หมากิน”
“เ้าว่าอะไรนะ?!”
เซียวจิ่วเอ๋อร์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง โอสถขั้นหกเอาไปให้หมากิน เป็นางที่เสียสติหรือว่าเสี่ยวไป๋เสียสติ หรือว่านางเก็บเด็กเสียสติมาเลี้ยงกันแน่?
แต่เมื่อมองดูท่าทางจริงจังของซิงซิงก็ไม่เหมือนกำลังโกหก
เซียวจิ่วเอ๋อร์เปลี่ยนความคิดในหัว เสี่ยวไป๋พูดจาอวดโอ้ไปทั่วว่าเขาคือผู้แข็งแกร่งอันดับสองในใต้หล้า คำพูดไร้สาระที่เต็มไปด้วยคำโม้โอ้อวดคงไม่มีอะไรจริงเลย ดังนั้นการเอายาไปให้หมากินก็คงเป็เื่หลอกเด็กเหมือนกัน
นางตั้งสติ หยิบโอสถออกมาจากเตาหลอม ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบห้องเพื่อหาที่ซ่อนเตาหลอม จากนั้นคำนวณเวลาในใจ ก่อนจะออกไปหาเจี่ยเจิ้งชู
เจี่ยเจิ้งชูเพิ่งตื่นจากการหลับใหล กำลังนั่งอยู่ในลานบ้าน พร้อมกับเคี้ยวขาหมูชิ้นโตจนหน้ามันเยิ้ม
เื้ัเขามีภรรยาห้าคนที่บิดาเขาลงทุนจ่ายเงินก้อนโตเพื่อแต่งเข้ามา ล้วนเป็สาวสวยอ่อนวัย ยืนเรียงแถวคอยรับใช้อย่างนอบน้อม
เมื่อภรรยาของเจี่ยเจิ้งชูเห็นเซียวจิ่วเอ๋อร์เดินเข้ามา พวกนางก็ก้มหน้าลงด้วยความเคารพพร้อมกล่าวทักทาย “ท่านจิ่ว”
“พวกเ้าถอยไปเถิด”
เซียวจิ่วเอ๋อร์เอ่ยเสียงเรียบขับไล่พวกนางออกไป ก่อนจะคว้าคอเสื้อของเจี่ยเจิ้งชูดึงเขาให้ลุกขึ้น แล้วลากเข้าไปในห้อง
พิษในร่างของเจี่ยเจิ้งชูสะสมอยู่มานานกว่ายี่สิบปี การกำจัดออกให้หมดจดจึงไม่ใช่เื่ง่าย
ยิ่งไปกว่านั้น เจี่ยเจิ้งชูที่เติบโตมาแบบถูกตามใจั้แ่เล็กยังกลัวความเ็ปอย่างมาก เพียงเห็นเซียวจิ่วเอ๋อร์หยิบเข็มเงินขึ้นมาก็ร้องโวยวายเสียงดังจนเซียวจิ่วเอ๋อร์ปวดหัวจนแทบะเิ
หลังจากผ่านการรักษาครั้งแรก นางก็เริ่มเข้าใจและหาวิธีจัดการ ครั้งต่อๆ มา นางจึงห้ามไม่ให้ใครเข้ามาเฝ้าดู
เมื่อประตูห้องถูกลงกลอน เซียวจิ่วเอ๋อร์ก็ฟาดมือใส่เจี่ยเจิ้งชูจนสลบ จากนั้นจึงลงมือฝังเข็ม ระบายเื และให้ยา
กระบวนการทั้งหมดเสร็จสิ้นเมื่อฟ้ามืดสนิท นางใช้เวลาถึงสองชั่วยามเต็มๆ ในการรักษา
เซียวจิ่วเอ๋อร์เช็ดเหงื่อที่หน้าผาก ก่อนจะได้ยินเสียงเจี่ยจวงเคาะประตูจากด้านนอก นางจึงเอ่ยอนุญาตให้เขาเข้ามา
เจี่ยจวงเปิดประตูเข้ามาในห้อง มองลูกชายที่ยังสลบไสลอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน ทั้งสงสารและเศร้าจนไม่รู้จะทำอย่างไร
เซียวจิ่วเอ๋อร์ดึงเข็มเงินเล่มสุดท้ายออกจากศีรษะของเจี่ยเจิ้งชู แล้วปลุกเขาให้ตื่น
เจี่ยเจิ้งชูค่อยๆ ลืมตาขึ้น หันมามองที่ข้างเตียง เมื่อเห็นเจี่ยจวง สายตาที่เคยเลื่อนลอยกลับฉายแววสว่างไสวขึ้นมาชั่วครู่
“ท่านพ่อ”
เขาเอ่ยเรียกเบาๆ ก่อนที่แววตาจะกลับมาเลื่อนลอยอีกครั้ง
“ท่านพ่อ! ฮือ...ไม่เอาฝังเข็มแล้ว เจ็บ!”
เจี่ยจวงยืนอึ้งอยู่ที่เดิม ในหัวเต็มไปด้วยภาพเมื่อครู่ของเจี่ยเจิ้งชู แม้จะเป็่เวลาสั้นๆ แต่เขาไม่เคยเห็นลูกชายแสดงท่าทีปกติและมีสติสัมปชัญญะเช่นนั้นมาก่อนเลย
“ท่านจิ่ว...ลูกของข้า...”
เจี่ยจวงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่น เซียวจิ่วเอ๋อร์พยักหน้าเล็กน้อย แล้วตอบกลับ
“ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาดี แสดงว่าแผนการล้างพิษของข้านั้นถูกต้อง หากดำเนินไปตามนี้ อาจจบการรักษาได้เร็วกว่าที่คิด”
“ขอบพระคุณท่านจิ่ว!”
เจี่ยจวงทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น น้ำตาไหลพราก
“หากท่านจิ่วสามารถรักษาลูกชายข้าให้หายได้ ข้าจะเป็วัวเป็ม้ารับใช้ท่านไปชั่วชีวิต เพื่อตอบแทนพระคุณที่ช่วยชีวิตครั้งนี้!”
“พอเถอะ ลุกขึ้นได้แล้ว” เซียวจิ่วเอ๋อร์หัวเราะเบาๆ “ท่านอายุก็มากขนาดนี้แล้ว จะให้ข้าสั่งให้ท่านไปเป็วัวเป็ม้าทำอะไรได้ ที่ข้ารับปากว่าจะช่วยรักษาเจี่ยเจิ้งชู ส่วนหนึ่งก็เพราะตัวท่านนี่แหละ”