หลังจัดการลูกเลี้ยงเรียบร้อยซ่งเว่ยหนิงก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำที่สั่งบ่าวเตรียมไว้ให้ร่างแลดูบอบบางแช่อยู่ในอ่างน้ำอุ่นส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปถึงด้านนอกอย่างสบายใจนางทั้งขัด ทั้งถูส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างทะนุถนอมมือทั้งสองลูบไล้ทั่วร่างโดยเฉพาะของสงวนที่บดคลึงดูแลเป็นพิเศษซ่งเว่ยหนิงไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ฉะนั้นสำหรับนางความรู้สึกกระหายในราคะย่อมเป็นเรื่องหนีไม่พ้นหลังถูร่างกายจนหอมสะอาดฮูหยินจ้าวก็สวมชุดไว้ทุกข์เปิดประตูออกจากห้องของนาง
“ข้าจะไปศาลบรรพชนอยู่กับนายท่านทั้งคืนเจ้าไม่ต้องรอและไม่ต้องตาม”
“เจ้าค่ะ” จื่อซวงรับเสียงเบานางมองเจ้านายที่ดูเศร้าสร้อยอย่างสงสารจนร่างเล็กบางหายลับจากสายตาจึงเดินกลับห้องของตนเพราะหน้าที่วันนี้เสร็จสิ้นแล้ว
ส่วนนายหญิงจ้าวที่ออกจากห้องยามวิกาลก็เดินถือโคมไฟไปตามทางในเรือนอย่างไม่หวั่นเกรงนางเดินไปตามทางอย่างเชื้องช้าไม่รีบร้อนสายตามองไปทั่วจนถึงศาลบรรพชนที่ตั้งอยู่ส่วนในสุดของจวนและเงียบสงบที่สุดพลันท่าทางสงบนิ่ง เศร้าหมองก็หายไปทันทีดวงตากลมเป็นประกาย ก่อนนางจะเปิดประตูมองซ้ายมองขาวจนมั่นใจว่าไม่มีใครก็ปิดลง
“อ่ะ อื้ออ”
ฟอดดด ฟอดดด
“เจ้าจะรอให้ข้าวางโคมก่อนไม่ได้หรือ อื้ออ”
“นายหญิงท่านช้า ข้าจะทำโทษ”เว่ยหนิงหมุนตัวมาประจันหน้ากับชายร่างสูงใหญ่พร้อมกับที่นางส่งยิ้มหวานหยดไปให้เขาส่งโคมไฟให้อีกคนแล้ววางมือบนแผงอกแข็งแรงนางลูบไล้กล้ามเนื้อนั้นอย่างยั่วยวน
“เจ้าไม่กล้าหรอกข้ารู้” สายตาเย้ายวนมองกัวฟางหลานชายพ่อบ้านเก่าแกที่ขอพักในช่วงบั้นปลายแล้วส่งต่องานให้หลานชายทำแทน
“ท่านรู้ดีว่าข้ากล้า”สายตาเย้ายวนของทั้งสองมองกันอย่างท้าทายใบหน้าห่างกันเพียงคีบทำให้พวกเขารับรู้ถึงลมหายใจอุ่นของอีกฝ่ายก่อนพวกเขาทั้งสองจะขยับหน้าเข้าหากันตระโบมจูบดูดดื่ม
พวกเขารู้จักกันเพราะพ่อบ้านต่งมาขอลาออกพร้อมพาหลานชายมาที่จวนเพื่อให้เขาทำงานแทนตนหลังเรียนรู้งานสามเดือนชายหนุ่มก็ทำทุกอย่างได้อย่างดีไม่มีผิดพลาดรวมถึงตอนที่นายท่านยังอยู่เขาก็ชอบการทำงานของเด็กหนุ่มคนนี้อยู่มากถึงขั้นมอบเงินเพราะพอใจอยู่ก็หลายครั้ง
จนช่วงหลังนายท่านป่วยมอบความสุขให้นางไม่ได้อย่างเมื่อก่อนนางจึงมองหาคนที่จะมาช่วยคลายเหงา ช่วงแรกนางเพียงมอบหมายให้เขาหานายคณิกาทว่าช่วงหลังเขากลับเสนอตัวให้นาง จนมาถึงตอนนี้ที่นายท่านไม่อยู่
“แฮกแฮก อาฟางไปด้านหลังกันเถอะตรงนี้ข้าว่าไม่ดีเท่าไหร่”เว่ยหนิงเอ่ยออกมาพลางหันมองไปทางโต๊ะตั้งป้ายเหล่าบรรพชนแล้วปล่อยมือประคองหน้ากร้าน ก่อนจะพาเขาเดินไปทางม่านที่อยู่ทางหลังทันทีที่มาถึงเขาทั้งสองต่างก็ดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดแน่น มือพวกเขาทั้งลูบ ขย้ำแน่นด้วยความรู้สึกกระสันและประกบจูบดูดดื่มอีกครั้งด้วยความกระหายเสียงหายใจดังสลับเสียงปากประกอบกันดังห้องก้องใหญ่ ก่อนคนเป็นเจ้านายจะโดนผลักออกหันหน้าหาเสาในท่าทางโก้งโค้ง กระโปรงยาวของนางโดนเลิกขึ้นกองตรงสะโพกก่อนทั้งกายจะสั่นสะท้านอย่างไม่อาจต้าน เมื่อพ่อบ้านหนุ่มแทรกแก่นกายลำยาวเข้ามาในร่องนางคราวเดียวเต็มลำใบหน้าซ่านแหงนขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเหลียวมองใบหน้าเหยเกของคนด้านหลังที่กำลังกระแทกลำเข้ามาเป็นจังหวะ
“อื้ออ อาฟางเจ้าจะไม่ให้ข้าได้ตั้งตัวเลยหรือ อื้อออ่ะอ่ะ” หญิงสาวกล่าวออกมาเสียวแผ่วนางกอดเสาต้นใหญ่แน่นด้วยแขนข้างเดียวพร้อมกับใช้มืออีกข้างที่ว่างสอดเข้าไปคลึงเต้านมใหญ่ด้วยความรู้สึกกระสัน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาและนางทำเรื่องเช่นนี้กันแต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาทั้งสองทำเรื่องเช่นนี้ในหอบรรพชนแทนเรือนร้างของนายหญิงผู้ล่วงลับทั้งสามเว่ยหนิงต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่ให้ส่งเสียงร้องครางออกมาเมื่อคนด้านหลังกระแทกแรงโดนจุดกระสันในร่องลึกของนางใบหน้างามไร้เครื่องประทินโฉมโทรมไปด้วยเหงื่อจนย้อยลงมาเป็นหยดไม่ต่างจากคนด้านหลังที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยเผยแผงอกและหน้าท้องแข็งแรงเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
“ซี้ดดฮูหยิน อื้ออ ท่าน ท่านเสียวมากหรือไยรัดข้าแน่นเช่นนี้”
“อิ๊อิ๊ เจ้า อื้ออ เจ้ารู้แล้วยังจะมาถามข้าอีกอื้ออตอกแรงเช่นนั้นหากข้าไม่เสียวเจ้าจะเปลี่ยนท่าหรืออย่างไร”
“อร่า..อื้ออ” กัวฟางอมยิ้มกับคนของนางก่อนเขาจะยอมดึงร่างเล็กถอยมาด้านหลังทิ้งตัวนอนกับพื้นไม่สนใจความเย็นให้คนที่ซ่านแทบทนไม่ไหวได้ความคุมเองอย่างที่นางชื่นชอบ
ซ่งเว่ยหนิงยิ้มกว้างมองคนด้านหลังที่นอนลงทั้งที่ท่อนลำยังไม่หลุดออกจากร่องนางก่อนนางจะหมุนร่างจากนั่งหันหลังเป็นประจันหน้าเขาแล้วแหวกชุดที่สวมออกกว้างเผยซาลาเปาลูกใหญ่ให้อีกคนได้เห็นแล้วเริ่มขย่มร่องใส่คนที่นอนอยู่ตามแรงราคะ
“ซี้ดด อื้ออ อาฟางอูยย อื้ออ อิ๊อิ๊ ซี้ดด”เว่ยหนิงทั้งขย่มแรง ร่อนบดใส่ท่อนลำยาวอย่างแรงจนในห้องมีเสียงเนื้อกระทบกันดังก้องเป็นจังหวะ
“อืมม.ฮูหยินอื้ออ ข้าแฮกรู้ว่าท่านอยากแต่ท่านเบาลงได้หรือไม่อื้ออเพราะหากท่านยังส่งเสียงดังเช่นนี้บ่าวที่เดินตรวจตราจะจับเอาได้นะขอรับ ซี้ดดด”
“อื้อออ อาฟางงง ข้าก็ อิ๊ ข้าก็อยากเบาแต่ แต่ข้าเสียวเสียวไม่ไหว ถ้าเบามันจะถึงใจได้อย่างไร อื้ออ”กัวฟางมองเจ้านายที่หลับตาพริ้มขย่มร่องลงมาไม่ฟังเขาเลยสักนิดแถมนางยังดึงมือเขาให้ไปบี้ติ่งเสียวของนางอีกยิ่งเขาบี้แรงรูสวาทตอดก็ยิ่งรัดแน่นจนเขาอยากจะปลดปล่อยออกมาเสียวเดี๋ยวนั้นทว่าต้องอดกลั้นไว้ก่อน
ตับ ตับ
“ซี้ดดด ฮูหยินเช่นนั้นท่านก็เกาะข้าให้ดี ๆแล้วกันนะขอรับ”
กัวฟางเอ่ยออกมาอย่างไม่อาจทนเขารั้งร่างเล็กเอาไว้แน่นชันขาทั้งสองของก่อนจะออกแรงตอกสวนร่องของนางกลับไปอย่างแรงจนคนที่หลับตาพริ้มสะดุ้งโหยง ลืมตามองเขาด้วยสีหน้าสายตาทรมาน
“อร้างงง อื้อออ”
ตับ ตับ
และไม่ใช่เพียงครั้งเดียวที่เขากระแทกแรงเช่นนั้นเพราะทุกครั้งที่เขาตอกแรงเข้าไปร่างเล็กบางก็จะสั่นร่องรัดแน่น พร้อมแสดงสีหน้าทรมานออกมานัยน์ตาของนางคลอน้ำใสดูน่าสงสารแต่นางกลับไม่แม้จะเอ่ยหรือรั้งเขาจึงคิดว่านางชื่นชอบตอกแรงเป็นจังหวะลึกอย่างนั้นต่อ
“อื้ออ อาฟางข้า อื้อออเสียว เสียวมากกเอาอีกเจ้าทำข้าแรงๆ อีก”
“ซี้ดดข้าจะทำตามที่นายหญิงสั่งขอรับ”ชายหนุ่มดันร่างที่กอดเขาแน่นให้นั่งตรงแล้วจับบ่าของนางแน่นโดนก่อนจะกระทุ้งเข้าไป เขาไม่ลืมที่จัดท่าให้นางบี้ติ่งคลึงเต้าของตัวเอง แล้วยกสะโพกจนลอยก่อนจะปล่อยลงมาก่อนจะตอกสวนขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
ตับ
“อร้างงง/ซี้ดด” สองเสียงร้องครางออกมาพร้อมกันแม้จะทั้งจุกและเจ็บแต่ทั้งกลับชอบอย่างมากโดยเฉพาะหญิงสาวที่ใบหน้าบิดเบี้ยวทรมานแต่มือทั้งสองข้างกลับยังทำหน้าที่อย่างแข็งขันนางบี้ติ่งเสียวด้วยความเร็วจนทั้งร่องรัดแน่นเพียงไม่นานก็ปล่อยน้ำเสียวออกมาเป็นสายขณะที่ชายหนุ่มยกนางขึ้นเตรียมกระแทกเข้ามา
“อร่าแฮกแฮก อือออ อือออ”กัวฟางมองร่างสั่นเกร็งทิ้งตัวบนร่างเขาครางกระเส่า ก็จับนางแน่นกวาดตามองไปรอบๆแล้วรัวท่อนลำด้วยความเร็วใส่ร่างนางอย่างแรงจนสตรีที่ไม่ได้ตั้งตัวครอนไปทั่งร่างใบหน้างดงามแหงนสูงปล่อยน้ำเสียวออกมาเป็นสายใส่ชายร่างใหญ่ที่อ้าปากกว้างเพื่อหายใจก่อนจะทิ้งตัวลงบนอกใหญ่เมื่อสายน้ำอุ่นพุ่งเต็มหน้าท้องราบของนาง
“แฮกแฮก เจ้าเล่นทีเผลอ แฮกแฮก”
“ฮูหยินไม่ใช่ข้าบอกท่านว่าจะลงโทษหรือขอรับที่ท่านช้า”
“เช่นนั้นก็ตามเจ้าว่าแล้วกัน แต่ก็อย่าแรงมากแล้วกันเพราะข้าจะสวดมนต์ให้สามี”
“ขอรับ รับรองไม่รบกวนนายหญิงแน่นๆ”สองสายตามองกันนิ่งแต่ส่วนอื่นของร่างกายพวกเขาขยับและขยับเช่นนั้นจนเช้าอย่างที่พวกเขากล่าวไว้
เว่ยหนิงชื่นชมที่กัวฟางเตรียมพร้อมเสมอ นางผูกผ้าคาดเอวหลังเช็ดหน้าเช็ดตัว จัดทรงผมเรียบร้อย ดวงหน้าเหนื่อยล้าซีดเซียวหันมองออกไปทางนอกหน้าต่างมองดูทางเดินที่เริ่มมีบ่าวออกมาทำงานก็เดินไปทางดด้านหน้าป้ายบรรพบุรุษคุกเข่าตรงเบาะหลับตาแน่นด้วยท่าทางกำลังทำความเคารพโดยที่มีพ่อบ้านหนุ่มมองดูด้วยรอยยิ้มก่อนจะเดินหายออกไปทางด้านหลังราวกับว่าเขาไม่เคยอยู่ในห้องนี้มาก่อน
“ฮูหยินได้เวลาเตรียมตัวแล้วเจ้าค่ะ”เว่ยหนิงลืมตาขึ้นมาอีกครั้งทั้งที่นางยังหลับตาลงไม่ถึงครึ่งก้านธูปรอยยิ้มบางฉาบเต็มใบหน้าแม้ว่ามันจะซีดเซียวจนบ่าวข้างกายสงสารแสดงสีหน้าทรมานใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง แต่กระนั้นนางก็ไม่คิดจะเอ่ยอะไรเดินออกไปจากหอบรรพชนมองท้องฟ้าฉาบไปด้วยแสงอาทิตย์สีส้มแล้วเดินด้วยท่าทางสงบนิ่งกลับเรือนเพื่อเตรียมตัวรับศึก