“เพราะมีเธออยู่ฉันจึงมีอยู่”
“มากันแล้วล่ะ”
อาโออิกระซิบบอกเหนือหน้าต่างห้องนอนในบ้านไม้หลังใหญ่สีน้ำตาลหม่น พระจันทร์กำลังจะถูกเมฆบังสายลมในอากาศพัดแปรปรวนจนแทบจะกลายเป็นพายุ แสงไฟจากหลอดไฟริมถนนส่องแสงติดๆดับๆเงาของเสาไฟที่ฉายใส่กำแพงบ้านฝั่งตรงข้ามไหววูบเป็นรูปร่างแปลกตา ไม่นานไฟถนนในละแวกนั้นก็ดับลงทุกอย่างตกอยู่ในความมืดเมื่อพระจันทร์กลมโตถูกเมฆครึ้มบดบังจนแสงจันทร์ไม่อาจสาดส่องลงสู่พื้นได้
มาซารุนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาไม้เนื้อแข็งริมห้องนัยน์ตาทั้งสองข้างปิดสนิท เมมิยืนอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องมองดูเขาสลับกับอาโออิอย่างหนักใจ
“ให้ฉันบอกพี่ยุยยะไว้ก่อนมั้ยคะ?”
“ไม่ต้องหรอกทางนี้เดี๋ยวพวกฉันจัดการเอง”
“ไปดูแลมินามิเถอะเมมิ... นานะเองก็ด้วย” มาซารุบอกเสียงเข้มร่างบางของนานาโกะโผล่ออกมาจากเงามืดตรงประตูห้องมองมาที่เขาด้วยนัยน์ตาสีมรกตแข็งกร้าว
“ไม่ค่ะ”
“นี่เป็นคำสั่ง”เด็กหนุ่มบอก “อยู่ที่ชั้นใต้ดิน คอยดูแลมินามิไว้อย่าให้เธอเป็นอะไรนี่คืองานของพวกเธอ”
“แต่พวกพี่จะออกไปรับมือกับพวกห้านักรบอเวจีกันแค่สองคนงั้นเหรอคะ!”
“คิดว่าพวกฉันสู้มันไม่ได้รึไง”อาโออิถามเสียงเย็น นัยน์ตาสีชาวาวโรจน์
นานาโกะส่ายหน้า“ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้น”
“ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปข้างล่างซะทั้งคู่เลย อยู่ที่นั่นพวกเธอจะปลอดภัยมากกว่าอยู่ข้างนอก”มาซารุกำชับทั้งคู่เสียงหนักแน่นก่อนจะลุกขึ้นยืน “ไปสิ!”
เมมิกับนานาโกะมองหน้ากันแต่ไม่เห็นหนทางใดที่จะกล่อมคนทั้งคู่ได้ อาโออิยืนอยู่ตรงหน้าต่างเฝ้ามองเมฆที่ค่อยๆเคลื่อนที่เข้ามาบังพระจันทร์อย่างช้าๆส่วนมาซารุก็เดินไปที่อีกมุมหนึ่งของห้อง ตวัดมือขึ้นไปในอากาศ ดาบเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นมาอยู่ในมือเขาทั้งคู่กำลังเตรียมตัวพร้อม
ดังนั้นเด็กสาวทั้งสองจึงตัดใจหันหลังกลับลงไปยังชั้นล่างสุดของบ้านที่ที่มีร่างของใครอีกคนนั่งรออยู่ในห้องที่มืดสนิทด้านในสุดของระเบียงทางเดินนั่น
บรรยากาศโดยรอบตัวบ้านขมุกขมัวก้อนเมฆสีดำทมิฬแผ่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าไม่มีแม้กระทั่งที่ที่ให้แสงจากพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสาดส่องลงมาถึงกระแสลมในอากาศไหววูบอย่างรุนแรงก่อนจะหยุดนิ่ง ลมด้านนอกตัวบ้านสงบแต่ไม่นานต่อจากนั้นพายุใหญ่ก็พัดเข้าถาโถมใส่ตัวบ้านหน้าต่างไม้อายุกว่าร้อยปีหลายบานที่เปิดอ้าไว้ตีเข้ากระทบตัวอาคารเสียงดังปึงปังบ้านทั้งหลังสั่นไหวแต่คนที่อยู่ในบ้านยังคงนิ่ง
มาซารุหลับตาลงอาโออิมองออกไปนอกหน้าต่างก่อนจะหันกลับมามองเขาเมื่อเห็นเค้าลางของพายุที่กำลังจะพัดเข้ามาปะทะอีกระลอก
นัยน์ตาสีเทาคมเข้มเปิดขึ้นมันเรืองแสงกล้าอยู่ท่ามกลางความสลัวในยามค่ำ พายุที่ผิดธรรมชาติสลายไปทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้สัมผัสตัวบ้าน
อาโออิยิ้มข่ายเวทของผู้พิทักษ์แห่งดวงจันทร์เริ่มทำงาน!
ร่างสูงของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์กระโดดวูบออกไปนอกหน้าต่างลอยตัวขึ้นสูงเหนือหลังคาบ้านก่อนจะหมุนตัวเป็นเกลียวละอองเกสรดอกไม้สีเขียวเป็นประกายเหลื่อมแผ่ปกคลุมไปทั่วบ้าน ก่อนจะตามมาด้วยไอเวทสีแดงอ่อนจางที่ลอยสูงขึ้นไปในท้องฟ้า
ควันดำก่อตัวเป็นม่านหมอกอยู่เหนือหัวของเด็กหนุ่มเขายิ้ม แบล็คกับพวกอยู่ตรงนั้น แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้ทำอะไรร่างของมาซารุก็พุ่งผ่านตัวเขาไปปลายดาบสีเงินยวงในมือของหมอนั่นเรืองแสงสีขาวนวลก่อนที่มันจะวาดพรึบไปในอากาศตวัดใส่ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
กำแพงไฟพวยพุ่งขึ้นมาท่ามกลางอากาศที่นิ่งสนิทก่อนจะตามมาด้วยร่างสูงของเรดที่พุ่งผ่านกำแพงไฟออกมา นัยน์ตาสีทองที่เหลืออยู่ข้างเดียวของหมอนั่นวาวโรจน์
แล้วการต่อสู้ระหว่างเรดกับผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธมูนก็เริ่มขึ้น!
“ไวโอเลตกับพิงค์ไม่มาด้วยกันรึไง?”
อาโออิเงยหน้าขึ้นถามสองร่างที่ลอยอยู่เหนือหัวเขากรีนมองต่ำลงมาดูเขาด้วยแววตาเหยียดหยามภายใต้กรอบแว่นสีดำสนิท
แบล็คกระตุกรอยยิ้ม“ไม่ต้องให้ถึงมือสองคนนั้นหรอก”
“งั้นเหรอ”อาโออิถอนหายใจอย่างเสียดาย “ถ้าไวโอเลตไม่มาฉันก็ไม่มีธุระอะไรกับพวกนายแล้วล่ะ”
ไวเท่าความคิดร่างสูงของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ก็พุ่งพรวดเข้าหาร่างของแบล็คที่ลอยสูงอยู่เหนือหัวเขาทันทีเด็กหนุ่มสร้างละอองเกสรดอกไม้ขึ้นรอบฝ่ามือก่อนจะวาดมือไปในอากาศประกายเหลื่อมมุกสีเหลืองทองของเกสรดอกไม้กระจายไปในอากาศผ่านใบหน้าของกรีนไปแบบเฉียดฉิว แบล็คหมุนตัวหลบเขา ม่านหมอกสีดำพุ่งออกจากฝ่ามือของนักรบอเวจีหนุ่มก่อนจะพุ่งเข้าใส่ศัตรูที่ตรงมาหา
อาโออิชักสีหน้าเคร่งประสานมือสองข้างไปด้านหน้า ดอกราฟเฟรซียดอกใหญ่ผุดขึ้นมาจากอากาศตรงหน้าเขา มันปะทะเข้ากับพลังของแบล็คกลีบดอกสีแดงสดแห้งเหี่ยวก่อนจะสลายกลายเป็นฝุ่นผงสีดำ
แส้เถาวัลย์เส้นใหญ่ตวัดเข้าใส่ร่างของอาโออิจากทางด้านหลังแต่ก่อนที่จะถึงตัวเด็กหนุ่ม มันก็ขาดเป็นสองท่อนเพราะคมดาบของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธมูนที่เข้ามาช่วยเหลือ
“อย่าประมาท!”
มาซารุตะโกนบอกเขาทั้งๆที่ชายเสื้อคลุมของตัวเองยังติดไฟแล้วหมอนั่นก็กลับไปสู้กับเรดอีกครั้ง
ให้ตายเถอะ! ถ้ายังอุตส่าห์มีเวลาว่างมาห่วงกันได้ ช่วยเอาไปดูแลตัวเองก่อนจะดีกว่ามั๊ย!
อาโออิคิดในใจเนื่องด้วยไม่ต้องการจะออกเสียงเพราะไม่อยากให้เพื่อนสนิทได้ยินถ้าเขาพลาดทีเผลอให้กรีนอีก คราวนี้กระดูกซี่โครงคงร้าวไปหลายท่อนแน่
ว่าแล้วผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ก็ลอยตัวขึ้นสู่ฟ้าอีกครั้งฝ่ามือสองข้างยืดออกข้างลำตัวก่อนที่ปลายนิ้วทั้งห้าจะแผ่กว้าง กลีบดอกไม้สีชมพูสดผลิบานรอบฝ่ามือเขาก่อนจะหมุนวนเป็นเกลียวแล้วพุ่งเข้าใส่ร่างของกรีนและแบล็คอย่างแม่นยำ
เสียงระเบิดดังลั่นไปทั่วท้องฟ้ายามวิกาลเศษหินร่วงกราวลงมาจากร่างของแบล็ค ฝ่ามือของเด็กหนุ่มกลายเป็นหิน มีส่วนหนึ่งที่ได้รับแรงปะทะแตกเป็นผงร่วงลงใส่หลังคาบ้านด้านล่างนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของแบล็คเรืองแสงจ้า ร่างของกรีนลอยอยู่ด้านหลังเขา เหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้าดูเหมือนว่าจะไม่ได้ใส่ใจการต่อสู้เลยด้วยซ้ำ
“อาโออิกรีน!”
มาซารุร้องเตือนเขาอาโออิชักสีหน้าเคร่ง
“รู้แล้วน่า!”
ดอกกล้วยไม้ป่าผุดขึ้นมาจากอากาศพุ่งเข้าใส่ร่างของแบล็คก่อนที่อาโออิจะเรียกดาบออกมาแล้วตรงไปหากรีนอย่างรวดเร็ว
“สมกับที่เป็น... ผู้พิทักษ์ของเอิร์ธมูน”
เสียงกระซิบดังขึ้นมาจากร่างที่นั่งอยู่บนหัวมุมกำแพงบ้านนัยน์ตาสีเขียวมรกตจ้องมองการต่อสู้บนท้องฟ้าก่อนที่เจ้าตัวจะเปรยออกมาอย่างพึงพอใจ“หรือจะให้บอกว่า... สมกับที่เป็นสายเลือดของเอิร์ธสตาร์ดีล่ะ”
“ไม่หรอก”เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเธอพึมพำนัยน์ตาสีม่วงใสจ้องมองไปยังประตูทางเข้าบ้านไม้หลังใหญ่อายุเหยียบร้อยปีที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า“ต้องบอกว่ากรีนทำพลาดเองมากกว่า”
“หมอนั่นเชี่ยวชาญเรื่องเวทกับดักนี่นา”
“แต่ก็ไม่เท่าอีกฝ่าย”ไวโอเลตบอกอย่างสงบ
“เหรอ...” พิงค์ลากเสียงยาวก่อนจะหันมามองเด็กหนุ่มข้างตัว“แววตานายดูโหยหาจังเลยนะ ไวโอเลต”
ไวโอเลตหันมาสบตาเธอ“มีคนที่อยากพบอยู่น่ะ”
พิงค์หัวเราะเบาๆก่อนจะดันตัวเองขึ้นจากกำแพงบ้านมายืนขนาบข้างเขา“แล้วทำไมไม่เข้าไปหาล่ะ?”
“เธอประมาทคนของเอิร์ธสตาร์ไปหน่อยนะพิงค์”ไวโอเลตว่า “ฝ่ายนั้นคงไม่ให้เราเข้าถึงตัวเป้าหมายได้ง่ายอย่างนั้นหรอก”
“ห้องใต้ดินริมสุดระเบียงทางเดินห่างจากประตูใหญ่ยี่สิบเมตร ใต้ห้องนั่งเล่นรวม นั่นคือที่ที่เธออยู่”
พิงค์บอก
ไวโอเลตยิ้ม“เธอนี่ชอบทำให้ฉันทึ่งอยู่เรื่อย”
“ก็ฉันทำอะไรนอกเหนือจากนี้ไม่ได้แล้วนี่นา”
เด็กสาวกระซิบเสียงแผ่วมองดูตัวเองที่อยู่ในชุดไปรเวทแล้วสมเพชใจแค่จะเปลี่ยนร่างเป็นนักรบอเวจีคอยยืนอยู่เคียงข้างเขา เธอยังทำไม่ได้
ไวโอเลตถอนหายใจ“เธอทำเพื่อเรามามากพอแล้วล่ะ”
แล้วเด็กหนุ่มก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแสงจากพลังเวทหลากสีปรากฏขึ้นอยู่บนนั้น เป็นไปตามที่เขาคาด แบล็คสู้กับผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ได้ดีกว่าที่เขาคิดไว้ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมีคนข้างตัวเขาอยู่ที่นี่ด้วย ส่วนกรีนถ้าฝ่ายนั้นเปิดโอกาสให้ก็คงจะสร้างข่ายเวทเสร็จและจัดการสองผู้พิทักษ์นั่นไปได้แต่คงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะพวกเขากำลังสู้อยู่กับผู้พิทักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุด
ใช่! เพราะงั้นเขาถึงได้มาอยู่ที่นี่
ทีนี้ก็เหลือแค่...รอเวลาเท่านั้น
“ให้ตายสิแบล็ค! เมื่อไหร่แกจะยอมแพ้ฉันสักทีเนี่ย!”
“เมื่อแกตายไงล่ะผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์”
“นักรบอเวจีจากเอิร์ธสโตนใช้เวทของเอิร์ธสตาร์ได้ด้วยรึไงไวโอเลตคงสอนแกมาเพื่อรับมือกับฉันล่ะสิ”
“ฉันไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามขนาดนั้นเพื่อสู้กับแกเลย”
แบล็คขยับรอยยิ้มขำแม้ร่างกายจะอ่อนล้าผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ลอยตัวอยู่ตรงหน้าเขาทั้งๆที่โจมตีสวนกลับไปตลอดแท้ๆแต่คนตรงหน้าดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อยถ้าเทียบกัน หมอนี่ที่ต้องรับมือกับนักรบอเวจีถึงสองคนยังมีสภาพดูดีกว่าผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธมูนที่เจอกับเรดคนเดียวซะอีก
อาโออิกระตุกรอยยิ้มอย่างรู้ทัน
“พิงค์อยู่แถวนี้ล่ะสินะ”
ใบหน้าของแบล็คกระตุกเมื่อได้ยินชื่อของใครอีกคนถูกเอ่ยขึ้นมา
อาโออิหัวเราะลั่น“นายนี่มันซื่อตรงดีเหลือเกินนะ!”
“แบล็ค!”กรีนตะโกนเรียกเด็กหนุ่มเสียงเฉียบก่อนที่ร่างสูงจะเข้ามาขวางทางคนทั้งคู่นัยน์ตาสีเขียวเข้มภายใต้กรอบแว่นของกรีนเรืองแสงวาวโรจน์
ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ยิ้ม“ออกโรงเองซะทีนะ กรีน”
กรีนไม่พูดอะไรตอบรู้ดีว่าคนตรงหน้านี่กะจะแค่ยั่วโมโหแบล็คเท่านั้น ทั้งหมดก็เพื่อทำให้เขาขยับจะได้ไม่มีเวลาไปแก้ข่ายเวทของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธมูนทันเอาเถอะ... แบล็คสู้กับหมอนี่ได้นานขนาดนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วล่ะต่อไปเขาคงต้องลงมือเองแล้ว
ว่าแล้วร่างของกรีนก็หายวับไปจากตรงหน้าก่อนจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่ด้านหลังของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์อาโออิหมุนตัวกลับ แต่ความเร็วของเขายังเทียบกับกรีนไม่ได้ดังนั้นถึงแม้จะหลบการโจมตีตรงๆได้แต่ก็โดนหางเลขไปไม่น้อย
“Devil Seed งั้นรึ?”
อาโออิพึมพำมองดูปลายแขนที่ไปสัมผัสการโจมตีของกรีนเข้าเมื่อครู่ เมล็ดกาฝากเมล็ดหนึ่งเกาะอยู่บนแขนเขาก่อนที่มันจะเจริญเติบโตกลายเป็นเถาวัลย์เกาะลามไปทั่วแขนอย่างรวดเร็ว
“บ้าเอ๊ย!”
นั่นไม่ใช่เสียงของเขาแต่เป็นเสียงของมาซารุที่ดันมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี ร่างสูงของหมอนั่นพุ่งตรงเข้ามาหากรีนก่อนจะผลักไสเขาไปให้เรด
ซวย! ให้เขารับมือกรีนกับแบล็คยังดีกว่าต้องมาเจอหมอนี่
“อะไรเปลี่ยนตัวรึไง?”
เรดพึมพำเสียงเบื่อหน่ายมองดูแขนเขาที่มีเถาวัลย์เกาะยุบยับอย่างสะอิดสะเอียน
อาโออิเลิกคิ้วยอมรับว่ารังเกียจไอ้เมล็ดกาฝากนี่ไม่แพ้คนตรงหน้านักหรอก
“ให้ฉันช่วยไหม”เรดถามพร้อมขยับรอยยิ้มริมมุมปาก
สีหน้าของหมอนั่น...เขาไม่ชอบเลยสักนิด
ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะตอบประกายไฟก็พวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือของนักรบอเวจีตรงหน้าเขาไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย
โธ่เว้ย! ให้เขากลับไปสู้กับกรีนยังดีซะกว่า
ร่างของเรดพุ่งเข้าหาเขาพร้อมกับเปลวไฟที่เจิดจ้าทั้งเก้าดวงจากด้านหลังของหมอนั่นเห็นแล้วน่าสยองชะมัด มาซารุ ไอ้เพื่อนเวร...! รู้ทั้งรู้ว่าเขาแพ้ทางพวกธาตุไฟยังจะยัดเยียดมาให้อีก ไอ้บ้าเอ๊ย!
อาโออิหมุนตัวหลบเขาเห็นมาซารุสู้อยู่กับกรีนแวบๆก่อนที่ร่างของเรดจะปรากฏขึ้นตรงหน้าพร้อมกับเปลวไฟบนฝ่ามือ
หลบไม่พ้น!
“อ๊ากกก....”
อาโออิร้องเสียงลั่นแต่ไม่มีทีท่าว่าเพื่อนร่วมทีมจะให้ความสนใจเลยแม้แต่น้อย ไฟของเรดเผาสีข้างของเขา ชายเสื้อคลุมและเถาวัลย์ของกรีนบนแขนเขาติดไฟถึงมันจะทำลายไอ้เมล็ดกาฝากเฮงซวยของกรีนได้ แต่มันก็ทำให้เขาหลบการโจมตีต่อไปของเรดไม่พ้น
“ไหม้ไปซะ!”
“ไม่!”
อาโออิร้องเสียงหลงไม่รู้ว่าคงตรงหน้าเขานี่เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนถึงสร้างดวงไฟลูกใหญ่ขนาดนั้นได้ให้ตายเถอะพระเจ้า!ต้องโทษมาซารุมันคนเดียวที่ทำให้เขามาเจอกับนรกแบบนี้
เด็กหนุ่มไม่มีเวลาคิดพลังที่กะจะเก็บไว้จัดการแบล็คคงต้องงัดมาใช้กับเรดก็วันนี้แหละ
“แกน่ะกลับไปโน่นเลย”
เสียงมาซารุดังขึ้นข้างหูแล้วมันก็ผลักเขาให้เข้าไปรับการโจมตีขั้นสุดยอดของกรีนแทนมัน
“ไอ้เพื่อนเวร!”
อาโออิตะโกนลั่นคิดไม่ออกเลยว่าจะหลบการโจมตีของกรีนยังไงให้พ้น
“สวีทสกรีน!”
ละอองเกสรดอกไม้สีชมพูพวยพุ่งออกจากตัวของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์แผ่ออกไปในอากาศทุกทิศทาง กรีนกับแบล็คกระโดดหลบ ในพริบตาที่อาโออิสังเกตว่าแบล็คไม่ยอมขยับออกจากที่เดิมไปไหนไกลไม่ผิดแน่...
“โซล่าบีม” ลำแสงทำลายล้างสีทองผุดออกมาจากดอกไม้ปลายฝ่ามือเขาก่อนที่มันจะพุ่งตรงเข้าใส่กรีนท่าไม้ตายที่ไร้พลังจากแสงอาทิตย์ถึงจะใช้งานได้ไม่เต็มที่แต่อย่างน้อยก็หยุดการเคลื่อนไหวของกรีนได้
“ต่อไปก็ตาแกล่ะแบล็ค”
อาโออิกระซิบเสียงเหี้ยมดอกราฟเฟรเซียขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเป็นเมตรสามดอกผุดขึ้นมาจากอากาศที่ว่างเปล่าทางด้านหลังเขามันลอยสูงขึ้นสู่ฟ้า ตัวดอกหันหน้าไปทางเดียวกัน
ที่ที่แบล็คยืนอยู่!
ร่างของพิงค์สะดุ้งเฮือกก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าสูงขึ้นไปด้านบนเหนือหัวเธอ แบล็คลอยอยู่บนนั้น ร่างของเด็กหนุ่มลอยนิ่งอยู่บนฟ้าไม่ยอมขยับออกห่างจากตำแหน่งเดิมไปไหนกลายเป็นเป้านิ่งรับการโจมตีของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ไปโดยสมบูรณ์แบบ
เด็กสาวกระซิบเสียงพร่า
“เอเรียล”