จอมยุทธ์ซุปตาร์

ตอนที่ 200 อดีตราชันย์หวนคืนสู่ยุทธภพ Re

        ไป๋หู่และหลี่ซีหยานโผล่มาจากอากาศที่บิดเบี้ยวในตรอกเดิมและเดินกลับบ้าน  ส่วนไป่ฉีนั้นไปปรากฏตัวในตรอกที่อยู่ไม่ไกลจากทั้ง 2 มากนัก  เขาแวะร้านสะดวกซื้อเล็กน้อยก่อนกลับบ้าน


        “กลับมาแล้วครับ” ไป่ฉีเปิดประตูเข้าบ้านมา  เขาพบไป๋หู่กับหลี่ซีหยานกำลังนั่งรอเขาอยู่  นอกจากนั้นก็ยังมีไป่โม่ลี่ที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากทั้งคู่  ส่วนไป่ชิกับไป่เชอะน่าจะนั่งรอจนหลับไปเรียบร้อยแล้ว  ท่าทางจะตื่นยากซะด้วย


        “พี่ฉี  จะทานอะไรไหม” ไป๋หู่ถาม


        “ไม่ล่ะ  ฉันขึ้นไปอาบน้ำแล้วไปนอนกับแฟนดีกว่า” ไป่ฉีกล่าว


        “โหย  พี่  เห็นพี่ดูแลพี่ชิงชิงแบบนี้  ผมอยากหาคนมาดูแลผมเหมือนกันนะ” ไป๋หู่กล่าว


        “งั้นคงต้องให้ไป่ฉีหาผู้หญิงโหด ๆ เจ้าระเบียบให้นายล่ะนะ  เพราะนายน่ะไม่มีระเบียบเลยสักนิด  กลับมาก็ถอดเรี่ยราด  ไม่เป็นระเบียบ” หลี่ซีหยานเริ่มแซะไป๋หู่อีกครั้ง


        “ใครว่าฉันถอดเรี่ยราด  ฉันวางไว้เป็นสัดส่วนนะ ถุงเท้าก็ถอดไว้ใกล้ ๆ ชั้นวางรองเท้า  เสื้อผ้ากางเกงก็ถอดไว้ใกล้ ๆ กับตะกร้าซักผ้า” ไป๋หู่กล่าว


        “นั่นแหละที่เขาเรียกว่าเรี่ยราด” หลี่ซีหยานกล่าว


        “ไอ้หัวสีน้ำยาล้างห้องน้ำ  แกอยากมีเรื่องใช่ไหม” ไป๋หู่ลุกขึ้นพุ่งเข้าใส่หลี่ซีหยานทันที  แต่หัวของเขาก็ถูกไป่ฉีคว้าเอาไว้และเริ่มบีบ


        “อ๊าก  พี่ฉี  มันเจ็บน้า  ทำไมพี่ไปเข้าข้างไอ้หัวสีน้ำยาล้างห้องน้ำนั่นด้วยล่ะ” ไป๋หู่ชี้ไปที่หลี่ซีหยาน


        “อาบน้ำแล้วไปนอนซะ  พ่อแม่ฉันเข้านอนไปแล้ว  อย่าส่งเสียงดังให้พวกท่านตื่น  เข้าใจไหม” ไป่ฉีกล่าว


        “ครับ” ไป๋หู่รับคำ  พี่ฉีของเขาตอนนี้น่ากลัวจริง ๆ


        “งั้น ฉันขอตัวก่อนนะ” หลี่ซีหยานเองก็ลุกขึ้นกลับเข้าห้องเช่นกัน  ขณะเดียวกันไป่ฉีสัมผัสได้ถึงการปะทุของพลังปราณ  แม้จะเพียงพริบตาก็ตาม 


        ‘พลังปราณรุนแรงปะทุขึ้นเมื่อไม่นานนี้  มันคืออะไรกัน  จากที่ประเมินดู  ตำแหน่งของมันอยู่ที่หุบเหวไร้ก้นนี่นา  เกิดอะไรขึ้นที่นั่นกันแน่’ ไป่ฉีคิด


        เขาเดินขึ้นห้องและอาบน้ำแต่งตัวมานอนกับเมิ่งชิงชิง  ก่อนจะใช้วิชาแยกจิต  มุ่งไปยังหุบเหวไร้ก้นทันที  เพียงพริบตาเขาก็มาถึงหุบเหวดังกล่าว


        ‘พลังปราณที่พวยพุ่งออกมา  ไม่ผิดแน่  ด้านล่างนี้น่าจะเป็นแหล่งกำเนิดพลังปราณตามธรรมชาติ  พลังมันบริสุทธิ์มาก  แต่……’ ไป่ฉีไม่ค่อยสบายใจกับสิ่งที่เขาตรวจพบ  เขาพบพลังปราณของสิ่งมีชีวิต หรือจะเรียกว่ามนุษย์ก็ได้  จำนวนกว่า 30 คน  ระดับพลังปราณขั้นต่ำสุดคือระดับราชันย์ทรราช ขั้น 1  ส่วนระดับปราณสูงสุดในกลุ่มนั้นอยู่ที่ราชันย์จักรพรรดิ ขั้น 10


        ‘มิตรหรือศัตรูกันแน่’ ไป่ฉีคิด


        เพียงไม่นานคนกลุ่มนั้นก็พุ่งขึ้นมาจากหุบเหวไร้ก้น  พวกเขาแต่งกายด้วยชุดโบราณหรูหรา  ลักษณะชุดนั้นน่าจะอายุน่าจะ 100 ปีขึ้นไป  แต่พลังปราณที่แผ่ออกมาจากคนกลุ่มนี้รุนแรงเป็นอย่างมาก  พวกเขาพุ่งแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทาง


        ‘ถ้าเป็นตามที่ประมุขจางพูดไว้  คนเหล่านี้จะต้องเป็นผู้นำรุ่นก่อนของตำหนักเทพและ 7 เสาหลักแห่งยุทธภพแน่’ ไป่ฉีคิด  ก่อนจะดึงจิตตนเองกลับ


        ไป่ฉีค่อย ๆ ลุกขึ้น  กินยาแปลงโฉมเป็นอวี้กงอีกครั้ง และเปิดประตูมิติไปหาจางหนี่หวังทันที  เพียงพริบตาเขาก็มาโผล่ที่สมาคมการค้าตะวันจันทรา


        “ท่านอวี้กง  ไม่ทราบว่าท่านมีธุระอะไรรึเปล่าครับ” อี้เซียนที่เห็นเทพกระบี่ปรากฏตัว  รีบเข้ามาสอบถามถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่ายทันที


        “ประมุขจางนอนรึยัง” ไป่ฉีถาม


        “เข้านอนไปแล้วครับ” อี้เซียนตอบ


        “ไปปลุกซะ  เรามีเรื่องด่วนต้องแจ้งให้ประมุขจางทราบ” ไป่ฉีกล่าว


        “เอ๋ เรื่องด่วนเหรอครับ” อี้เซียนแสดงสีหน้าสงสัยออกมา  หากเป็นเรื่องด่วนปกติ  เขาสามารถรับเรื่องได้เลย  แต่การที่ถามหาประมุขจาง  แสดงว่าเป็นเรื่องร้ายแรงแน่


        “ใช่  คาดว่างานประลองวันพรุ่งนี้คงวุ่นวายน่าดู” ไป่ฉีกล่าว


        “กระผมจะนำทางให้ครับ” อี้เซียนรีบนำทางไป่ฉีไปที่ห้องนอนของจางหนี่หวังทันที


        “ประมุขครับ  ท่านอวี้กงมาขอเข้าพบ  คาดว่าจะเป็นเรื่องเร่งด่วน” อี้เซียนเคาะประตูก่อนจะบอกถึงการมาของแขกในยามวิกาล


        “เข้ามาได้” เสียงงัวเงียของจางหนี่หวังดังตอบกลับมา  อี้เซียนจึงเปิดประตูให้ไป่ฉีเข้าไป


        “เข้ามาด้วยกันสิ  ยังไงผู้อาวุโสอย่างท่านสมควรรู้” ไป่ฉีกล่าว  อี้เซียนจึงเดินตามเข้าไปด้วย


        “ท่านอวี้กง  มาหาฉันแบบนี้  มีเรื่องเร่งด่วนอะไรหรือคะ” จางหนี่หวังถาม


        “ประมุขจางยังจำหุบเหวไร้ก้นได้หรือไม่” ไป่ฉีถาม


        “ฉันเคยเล่าให้คุณฟังไปแล้ว  มีอะไรหรือคะ” จางหนี่หวังถาม


        “คนพวกนั้นกลับมาแล้ว  มีทั้งหมด 30 คน  ระดับพลังปราณต่ำสุดคือราชันย์ทรราช ขั้น 1  สูงสุดคือราชันย์จักรพรรดิ ขั้น 10” ไป่ฉีกล่าวด้วยใบหน้าเรียบเฉย


        อี้เซียนทรุดตัวลงด้วยความตกใจ  จางหนี่หวังตื่นเต็มตาทันทีที่ฟังจบ  เธอคิดว่าคนเหล่านั้นตายไปแล้วเสียอีก  ดูจากจำนวนที่เข้าไปและจำนวนที่ออกมา  โอกาสรอดออกมาอยู่ที่ 1 ใน 100 เท่านั้น  แต่ถึงอย่างนั้นมันก็น่าตกใจจริง ๆ  ไม่คิดว่าคนที่รอดกลับมาจะมีระดับพลังปราณสูงล้ำขนาดนี้


        “จากนี้ไปยุทธภพต้องวุ่นวายแน่” จางหนี่หวังกล่าวน้ำเสียงที่สั่น  เพราะความกลัว


        “หึ ให้เดา  คนพวกนั้นเคยจะเปิดศึกต่อสู้กันเพื่อกลายเป็นเจ้ายุทธภพ  แต่เพราะกินกันไม่ลง  ถึงได้ไปที่นั่นเพื่อหวังจะเหนือกว่าอีกฝ่ายให้ได้แบบขาดลอยสินะ” ไป่ฉีแค่นหัวเราะให้กับความโลภของคน


        “ใช่  หากแต่ประมุขของตำหนักเทพรุ่นปัจจุบันไม่ได้มีความคิดจะแย่งชิงตำแหน่งเจ้ายุทธภพ  พวกเขาตกลงเซ็นสนธิสัญญาแบ่งกันปกครองยุทธภพคนละทวีป  แบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน” จางหนี่หวังกล่าว


        “เช่นนั้นเราขอตัวไปจัดการอะไรที่สนามประลองเสียหน่อย  พรุ่งนี้พวกเขาอาจจะมาชมการประลองก็ได้  ควรเพิ่มระดับการรักษาความปลอดภัยเพิ่ม  หากพวกเขาทะเลาะกันเอง” ไป่ฉีกล่าว


        “รบกวนท่านแล้ว” จางหนี่หวังประสานมือคารวะ


        คืนนั้นไป่ฉีใช้เวลากว่าครึ่งไปกับการลงอักขระลมปราณเพิ่ม  เขาเตรียมกับดักไว้เล่นงานคนพวกนั้นโดยเฉพาะ  หากเกิดเหตุวิวาทกันขึ้นมา


        “เสร็จเสียที  รีบกลับไปนอนดีกว่า” อวี้กงกล่าวจบก็หายไปจากลานประลองทันที


        ค่ำคืนนั้นที่ตำหนักเทพวุ่นวายกันใหญ่  เพราะประมุขรุ่นก่อนที่สละตำแหน่งไป  เดินทางกลับมาที่ตำหนักเทพ  ทางคนที่อยู่ตำหนักเทพตอนนี้จึงได้โทรไปรายงานเหล่าประมุขตำหนักเทพคนปัจจุบัน  ส่งผลให้เกิดความโกลาหลขึ้นทันที


        อดีตประมุขตำหนักเทพทั้งหลายต่างนั่งฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นคร่าว ๆ ตอนนี้  ว่าประมุขที่ดำรงตำแหน่งอยู่ได้ทำสนธิสัญญาปกครองกันคนละทวีป  มีสมาคมการค้าตะวันจันทราเป็นองค์กรที่มีอิทธิพลมากที่สุด  ระดับของประมุขสมาคมการค้าอยู่ในระดับราชันย์ทรราช และยังมีผู้ที่เพิ่งแสดงตนในยุทธภพเมื่อไม่นานนี้อย่างอวี้กง  ที่เหล่าชาวยุทธ์ให้ฉายาเทพกระบี่ และยังมีพรรคของพวกฝ่ายอธรรม เกิดขึ้นด้วย คือ พรรคตะวันดับ


        ‘พรุ่งนี้คงต้องไปดูหน้าเสียหน่อย’ เหล่าอดีตประมุขตำหนักเทพคิดเหมือนกัน  พวกเขาอยากจะรู้ว่าเทพกระบี่จะเก่งสักแค่ไหนกัน


        วันรุ่งขึ้น

        ไป่ฉี  ไป๋หู่และหลี่ซีหยานใช้วิธีเดิมในการเดินทางไปยังสมาคมการค้า  แต่เมื่อไปถึงทั้งไป๋หู่และหลี่ซีหยานต่างกระอักเลือดออกมาทันที  เพราะพลังปราณมหาศาลจำนวนมากกดทับร่างพวกเขาตั้งแต่ที่พวกเขามาถึง


        “คุ้มกัน” เสียงของไป่ฉีดังขึ้น  ทำให้ไป๋หู่กับหลี่ซีหยานรู้สึกว่าแรงกดทับนั้นได้หายไปแล้ว


        “ขอบคุณ” ไป๋หู่กล่าว


        “วันนี้มีแขกพิเศษมาหลายท่าน  เกรงว่าต้องไปพบเสียหน่อย  ยังไงก็ระวังตัวกันด้วย” ไป่ฉีเตือนไป๋หู่กับหลี่ซีหยาน


        “ครับ” หลี่ซีหยานกล่าว (เล่นตามบท ทำเป็นไม่รู้จัก)


        ไป่ฉีเดินเข้ามาก็พบว่าผู้อาวุโสอี้เซียนมายืนรอเขาอยู่แล้ว  สีหน้าของอี้เซียนไม่ค่อยสู้ดีนัก  เขาจึงเดินเข้าไปทักทายอี้เซียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


        “คำนับผู้อาวุโสอี้เซียน” ไป่ฉีน้อมกายลงทำความเคารพอี้เซียน


        “ไม่ต้องมากพิธีหรอกท่านเทพกระบี่  ที่จริงตอนนี้กระผมมีเรื่องหนักใจที่จะต้องแจ้งให้ท่านทราบ” อี้เซียนกล่าว


        “อดีตประมุขตำหนักเทพอยากจะคุยกับเราสินะ  แถมตอนนี้ประมุขจางเองก็กำลังประจันหน้าอยู่กับคนพวกนั้นแต่เพียงผู้เดียวด้วย” ไป่ฉียิ้ม


        “ท่านราวกับมีตาทิพย์หูทิพย์นัก  ใช่แล้วครับ  ประมุขจางกำลังนั่งประจันหน้ากับเหล่าอดีตประมุขตำหนักเทพ  บรรยากาศกำลังตึงเครียดเลยครับ” อี้เซียนค่อนข้างกังวลกับความปลอดภัยของประมุขจาง


        “พาเราไปเถอะ  ให้พวกนั้นรอนานคงไม่ดีนัก” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับเดินนำไปเหมือนเขารู้ทาง


        ภายในห้องประชุมของสมาคมการค้า

        อดีตประมุขตำหนักเทพทั้ง 5 คนและผู้ติดตามอีก 10 คน (ที่เหลืออีก 15 คนอยู่ที่ห้อง VIP ของตำหนักเทพ)  กำลังนั่งรออวี้กงอยู่  จางหนี่หวังที่นั่งประจันหน้ากับทั้ง 5 รู้สึกอึดอัดมาก  ด้วยพลังปราณระดับราชันย์จักรพรรดิทั้ง 5 คนที่อยู่ต่อหน้า  เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะประคองสติเอาไว้


        ก๊อก ๆ ๆ


        “ขออนุญาตครับ” เสียงของอี้เซียนดังขึ้นหลังเสียงเคาะประตู


        “เข้ามาได้” จางหนี่หวังกล่าว


        เมื่อประตูเปิดออก  เหล่าอดีตประมุขตำหนักเทพต่างจ้องไปยังประตูที่ถูกเปิดออก  สิ่งที่พวกเขาเห็นคือชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบกว่า  แต่กลับแผ่พลังปราณระดับราชันย์ทรราชออกมา


        ‘อายุเพียงเท่านี้  แต่กลับมีพลังปราณถึงระดับนี้ได้โดยไม่ต้องเข้าไปยังหุบเหวไร้ก้น  นับว่ามีพรสวรรค์ที่ฟ้าประทานมาให้จริง ๆ’ อดีตประมุขตำหนักเทพมังกรครามคิด


        ‘ท่วงทา  การก้าวเดิน  มั่นคง  หนักแน่น  ไม่เกรงกลัวเราที่มีระดับพลังปราณสูงกว่าแม้แต่น้อย  นับว่าจิตใจเข้มแข็งมาก’ อดีตประมุขตำหนักเทพเต่ามังกรคิด


        ‘อืม บุคลิกดีมาก  แต่ฝีมือจะขนาดไหนกันนะ’ อดีตประมุขตำหนักเทพพยัคฆ์ขาวคิด


        ‘เฟิงหลงบอกว่า  อวี้กงสามารถเอาชนะอู่กุยหลงจินที่มีระดับปราณจักรพรรดิขั้น 10 ได้ขณะที่เขามีปราณแค่ปราณปฐพี  นับว่าน่ากลัวยิ่งนัก  แต่ถึงอย่างไรก็ต้องข่มไว้บ้าง  เพื่อไม่ให้เฟิงหลงกับเฟิงจินโดนคนคนนี้กดหัวไว้’ อดีตประมุขตำหนักเทพวิหคสีชาดคิด


        ‘เจ้าเวิ่นเทียน  คิดจะนำคนคนนี้มาเป็นเขยในตระกูลนับว่าความคิดดีไม่น้อย  หากเฟิงเทียนได้ฝึกกับคนคนนี้  ฝีมือจะต้องรุดหน้าไปมากกว่านี้แน่’ อดีตประมุขตำหนักเทพกิเลนคิด


        ไป่ฉีเดินเข้ามายืนต่อหน้าอดีตประมุขตำหนักเทพทั้ง 5 คน  เขาไม่ได้แสดงอาการเกร็งแต่อย่างใด  กลับมีท่าทีสบาย ๆ เสียด้วยซ้ำ


        “ยินดีที่ได้พบอดีตประมุขตำหนักเทพทั้ง 5 ท่าน  อย่างแรกขอทราบวัตถุประสงค์ที่มานั่งรวมตัวกันอยู่ที่นี่ก่อน” ไป่ฉีถามวัตถุประสงค์ของอดีตผู้นำทั้ง 5 คน


        “งานประลองครั้งนี้  เหตุใดจึงใช้กฎแปลก ๆ ในการคัดคน” อดีตประมุขตำหนักเทพวิหคสีชาดถาม


        “ให้ดูวิดีโอเมื่อวานน่าจะเข้าใจได้ง่ายกว่า” ไป่ฉีกล่าวพร้อมกับหันไปหาอี้เซียน


        คลิปวิดีโอการต่อสู้ของหลี่ซีหยานเมื่อวานถูกเล่นให้ผู้ทรงอำนาจทั้ง 5 ได้ดู  สีหน้าของทั้ง 5 คนจากเคร่งเครียดเปลี่ยนเป็นสีหน้าของความอยากรู้อยากเห็น  พวกเขาเคยใช้พลังปราณต่อสู้กันแทบเป็นแทบตาย  แต่ชายหนุ่มในวิดีโอที่มีพลังปราณด้อยกว่าอีกฝ่าย  กลับสามารถชนะผู้ที่มีพลังปราณสูงกว่าได้  วิธีใช้ปราณในการต่อสู้ช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก


        “วิธีที่หลี่ซีหยานใช้นั้น  ไม่ใช่ว่าไม่มีข้อจำกัด  หากพลังปราณต่างกันมาก  ย่อมใช้ไม่ได้ผล และเพื่อให้การประลองเป็นการประลองที่แท้จริง  หากคู่ใดที่มีพลังปราณแตกต่างกันมาก  การประลองของคู่นั้นจะเป็นการประลองแบบไม่ใช้พลังปราณ  เพื่อให้ได้คนมีฝีมือจริง ๆ มาเป็นผู้ชนะในงานประลองประจำปี” ไป่ฉีอธิบาย


        “อย่างนี้นี่เอง  ฉันเข้าใจแล้ว” อดีตประมุขตำหนักเทพวิหคสีชาดพยักหน้า


        “ในเมื่อไขข้อสงสัยเรียบร้อยแล้ว  ขอให้ทุกท่านที่มีระดับพลังปราณชั้นราชันย์ทรราชขึ้นไป  สวมกำไลข้อมือนี้ด้วย” ไป่ฉีเรียกกำไลออกมาจำนวนหนึ่ง


        “สิ่งนี้คือ.....” อดีตประมุขตำหนักเทพมังกรครามถาม


        “กำไลนี้จะสร้างเขตแดนขึ้นมากักไอพลังปราณที่รุนแรงของพวกท่าน  พวกท่านอาจจะไม่รู้อะไร  ตอนเรามาถึงเราพบผู้มีพลังปราณระดับต่ำกระอักเลือดหลายคน  เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในการจัดการประลองวันนี้  พวกท่านต้องสวมมันไว้  แต่ไม่ต้องห่วง  พวกมันไม่ส่งผลต่อการใช้พลังปราณของพวกท่าน  ถ้าจะถอดออกก็สามารถถอดออกได้ด้วยตนเอง  แต่เราขอความร่วมมือให้พวกท่านสวมมันเอาไว้ระหว่างที่ทางเราดำเนินการจัดการประลองอยู่” ไป่ฉีกล่าว


        “ประมุขจาง  จะไม่พูดอะไรหน่อยรึ” อดีตประมุขตำหนักเทพเต่ามังกรถามจางหนี่หวังที่นั่งอยู่เงียบ ๆ


        “ตามที่ท่านอวี้กงกล่าว  พวกท่านควรสวมมัน” จางหนี่หวังตอบเพียงสั้น ๆ


        เหล่าผู้ทรงอำนาจในอดีตหยิบกำไลไปสวม  เมื่อเห็นว่าทุกคนสวมแล้ว  จางหนี่หวังจึงได้บอกให้ทุกคนไปรอชมการประลองที่ห้อง  ซึ่งเป็นห้องเดียวกันกับประมุขตำหนักเทพคนปัจจุบันนั่นเอง

______________________________

+ฝากเพจนิยายด้วยครับ+


คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน

[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.72M 5471
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.35M 933
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
จอมกระบี่กบฏสวรรค์

จอมกระบี่กบฏสวรรค์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
5.35M 1277
ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

นิยาย แฟนตาซี
4.58M 3380
บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
842K 1498
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810