หาเจอแล้ว?
ในหัวของเสิ่นเสวียนมีแต่เครื่องหมายคำถามเต็มไปหมด
หาเจอง่ายขนาดนี้เลยไม่ได้ลึกลับอย่างที่คิดไว้ก่อนหน้านี้
เพียงแต่สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือวิญญาณร้ายที่เขาคิดว่าเรียบง่ายที่สุด กลับกลายเป็นช่องโหว่ที่ไม่สามารถข้ามผ่านได้สำหรับคนในโลกนี้
ภายในถ้ำภาพวาดในมือของบุรุษหนุ่มจู่ๆ ก็พุ่งออกไปจากมือ
มันลอยอยู่กลางอากาศภายในถ้ำในระดับเดียวกับโลงศพสีดำคนชุดดำผู้นั้นเผยรอยยิ้มที่ยากจะปกปิด น่าเสียดายที่ตอนนี้เขาออกจากภาพไม่ได้ไม่อย่างนั้นเขาคงโอบโลงศพไว้แล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“นานเท่าไรแล้วคิดไม่ถึงเลยใช่ไหมที่โดนข้าหาเจอเช่นนี้”
“เจ้าไม่ได้บอกว่าในโลกนี้ไม่มีใครหาเจ้าเจอหรอกหรืออย่างไรล่ะ เกิดขึ้นเร็วขนาดนี้เป็นอย่างไร”
คนชุดดำยิ้มออกมาอย่างเปิดเผยคล้ายว่าความโกรธแค้นที่อัดแน่นอยู่ภายในใจมานานถูกปลดปล่อยออกมาแล้วในตอนนี้
“คิดๆดูก็แปดร้อยปีแล้วหรือเปล่า เจ้าอยู่ที่นี่สบายดีไหม”
บุรุษกับสตรีคู่นั้นลืมตาขึ้นแล้วพวกเขายืนมองอยู่ตรงนั้นเฉยๆ คำของคนชุดดำผู้นั้นพวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย
นี่ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาควรจะได้ยินและยิ่งไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาควรยุ่งเกี่ยวด้วย
พวกเขามาที่นี่ตามคำสั่งของคนชุดดำเท่านั้นเอง
“เจ้ามั่นใจกี่ส่วนที่จะสังหารสองคนนั้น”
เสิ่นเสวียนที่ซ่อนตัวอยู่ด้านข้างส่งกระแสจิตไปสื่อสารกับเสิ่นเลี่ยนในมิติ
เสิ่นเลี่ยนในมิติตอนนี้ออกจากการฝึกฝนมาแล้วเขาหลับตาลงสัมผัสทุกสิ่งทุกอย่างก่อนจะกล่าว
“ศูนย์”
“ศูนย์?”
เสิ่นเสวียนกล่าวย้ำคำของเสิ่นเลี่ยนอดไม่ได้ที่จะให้ความสำคัญ
‘ศูนย์’ นี้สำหรับเขาแล้วไม่ใช่เรื่องดี เขาถ่ายทอดวิถีจอมยุทธ์สังหารให้เสิ่นเลี่ยนไปแล้วหลายวันมานี้เขาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการประเมินพลังของคู่ต่อสู้ที่แม่นยำยิ่งกว่าเขามาก
แม้แต่เสิ่นเลี่ยนยังไม่มั่นใจแสดงให้เห็นว่าพลังของสองคนนั้นเป็นอย่างไร
ส่วนเขาต้องจัดการคนในภาพวาดไม่สามารถจัดการอีกสองคนนั้นได้ หากเทียบกันแล้ว เสิ่นเสวียนเสียเปรียบอยู่มาก
“ท่านพี่ข้าทำได้”
เสิ่นเสี่ยวเม่ยที่อยู่ภายในมิติกล่าวกับเสิ่นเสวียนทันที
“ไม่ต้องหรอกพี่มีแผน”
เสิ่นเสวียนกล่าวแล้วเขาก็คิดแผนการใหม่อีกครั้ง
ตอนนี้อีกฝ่ายเพิ่งเจอสุสานรอจังหวะให้ทางนั้นเจอสิ่งที่ดึงดูดใจเขาสักหน่อยจะต้องลงมืออย่างแน่นอนตอนนี้ต้องคิดแผนก่อนว่าจะให้ใครทำอะไรบ้าง
อย่างเช่นหุ่นเชิดทั้งสองคนของเขา
ภายในถ้ำ
คนในภาพที่ลอยอยู่กลางอากาศไม่ได้แตะต้องโลงศพในทันทีแต่ควบคุมภาพให้ลอยไปรอบๆ ถ้ำ ดูว่ามีอย่างอื่นอยู่อีกไหม
ขณะที่กำลังสอดส่องไปรอบๆเขาก็เจอบางอย่างเข้าจริงๆ
“หลีกไป”
เสียงของคนชุดดำดังขึ้นจากนั้นก็มีศรเหล็กเนื้อดียิงออกมาจากผนังทั้งสี่ทิศ มันดูเหมือนศรธรรมดาแต่กลับโจมตีทุกส่วนของถ้ำในพริบตาเดียว ไม่มีจุดไหนรอดพ้นไปได้เลย
โชคดีที่คนชุดดำเอ่ยเตือนก่อนบุรุษกับสตรีคู่นั้นจึงไปหลบอยู่ด้านข้าง ไม่โดนโจมตี
ศรเหล็กเนื้อดีเหล่านั้นยาวสองฉื่อเล็กเท่านิ้วมือ ไอพลังแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรงหากโดนยิงแม้แต่ขั้นราชันก็ต้องบาดเจ็บหนัก
หลังจากที่ศรเหล็กเนื้อดียิงออกมาหมดแล้วภาพของคนชุดดำก็เคลื่อนที่ไปด้านหน้า ทันใดนั้นหอกยาวเล่มหนึ่งกลับพุ่งออกมาจากผนังเบื้องหน้าเขาแทงเข้าไปที่ภาพอย่างแม่นยำ
ความเร็วของมันทะลุเหนือเสียงไปแล้ว
ฉึก!
จากนั้นมันก็ไปปักลงบนผนังอีกด้านหนึ่งหอกยาวแทงเข้าไปในผนังถึงเจ็ดส่วน เหลือเพียงสามส่วนที่ยังโผล่อยู่ด้านนอก
ภาพนั้นถูกตรึงไว้บนผนังตรงกลางภาพกลายเป็นรู
“คิดว่าแค่นี้จะทำอะไรข้าได้หรือ”
เสียงคนชุดดำดังออกมาจากภาพภาพนั้นค่อยๆ เลื่อนออกมาจากหอกยาวอย่างช้าๆ สามารถมองเห็นรูนั้นได้อย่างชัดเจน
ทว่าคนชุดดำบนภาพกลับปกติดีไม่เป็นอะไรเลย
เขาสามารถขยับร่างไปมาในภาพหลบหลีกการโจมตีนี้ได้อย่างทันท่วงที
เขาเพิ่งกล่าวจบก็มีหอกอีกสิบห้าเล่มพุ่งเข้าใส่เขาจากทิศทางต่างๆกัน แล้วมันก็แทงเข้าไปที่ภาพเหมือนกับก่อนหน้านี้
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากทำให้เขาหลบหลีกไม่ได้เลย
ฉึก! ฉึก!ฉึก!
เสียงหอกแทงดังไม่หยุดทำให้ภาพนั้นเป็นรูพรุนในพริบตาเหมือนกับตะกร้า แต่ก็ยังดีกว่าตะกร้านิดหน่อย
ต่อมาทุกอย่างก็เงียบลง
ภาพยังคงลอยอยู่ด้านบนแต่มันกลายเป็นรูให้แสงลอดผ่านได้แทบทั่วทั้งภาพแล้ว
ตึง!
หลังจากนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นคนชุดดำปรากฏตัวออกมาจากภาพด้านบนลงไปกองอยู่ที่พื้นก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนอยู่ไม่น้อย
จากแรงสั่นสะเทือนดูเหมือนว่านี่ไม่ใช่ร่างจิตวิญญาณแต่เป็นร่างเนื้อที่ร่วงหล่นลงมา
“ดูเหมือนจะไม่ใช่เคล็ดวิชาในภาพวาด”
ห่างไปไม่ไกลเสิ่นเสวียนมองคนชุดดำที่หลุดออกมาจากภาพด้วยแววตาสงสัย
“ไม่ไม่ถูกต้อง นี่คือเคล็ดวิชาในภาพวาด บ้าน่า ระดับต่ำมาก!”
เสิ่นเสวียนเข้าใจได้ในทันทีเขาประเมินอีกฝ่ายไว้สูงเกินไป คนผู้นั้นยังมิอาจแสดงเคล็ดวิชารวบรวมจิตวิญญาณในภาพวาดได้อย่างมั่นคงทำได้เพียงหาที่แฝงกายเข้ามาเท่านั้น คล้ายกับมิติของแหวน เพียงแต่มิตินั้นถูกเก็บไว้ในภาพวาด
ตอนนี้ค่ายกลภายในภาพถูกทำลายไปแล้วทำให้เขาร่วงหล่นลงมา
“ขั้นจักรพรรดิ?”
เสิ่นเสวียนมองอีกฝ่ายพลางส่ายหัว
“ขั้นราชัน...”
ไอพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของอีกฝ่ายเหมือนกับราชามารทิศเหนือมีไอพลังขั้นจักรพรรดิเหมือนกัน แต่ถ้าสังเกตอย่างละเอียดจะพบว่าไอพลังนี้ถูกบีบให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมแม้จะเป็นขั้นจักรพรรดิ แต่เป็นการใช้เคล็ดวิชาลึกลับบางอย่างบีบให้พลังแข็งแกร่งขึ้นไม่ใช่พลังที่แท้จริง
พลังเช่นนี้สำหรับเสิ่นเสวียนแล้วเป็นความท้าทายอยู่ไม่น้อย
รวมกับสองคนนั้นเข้าไปอีกไม่อาจดูถูกได้เลย
“ดูเหมือนว่าข้าจะดูถูกเจ้าเกินไปแต่แล้วอย่างไรล่ะ เจ้าในตอนนี้เป็นเพียงแค่ร่างไร้วิญญาณเท่านั้นวันนี้ข้าทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ของของข้ากลับคืน”
คนชุดดำยืนตัวสั่นอยู่ตรงนั้นเห็นได้ชัดว่าพลังโจมตีเมื่อครู่นี้ทำให้เขาบาดเจ็บไม่น้อย
“พวกเจ้าเข้ามานี่”
คนชุดดำกล่าวกับอีกสองคนที่รออยู่ด้านนอกจากนั้นทั้งสองคนก็เดินเข้ามาตรงหน้าเขา
“ไปลากตัวเขาออกมา”
คนชุดดำกล่าวกับบุรุษและสตรีคู่นั้น
“ขอรับ”
“เจ้าค่ะ”
ทั้งสองคนรับคำแทบจะพร้อมกันจากนั้นก็เหาะขึ้นไปอยู่ในระนาบเดียวกับโลงศพใจกลางฝ่ามือของสองคนนั้นมีไอพลังต่อสู้น่ากลัวพวยพุ่งออกมา ทั้งสองคนใช้ฝ่ามือสองข้างทาบลงไปบนโลงศพพลังอันรุนแรงพุ่งออกมาจากร่างของพวกเขาส่งเข้าไปในโลงศพสีดำอย่างบ้าคลั่ง
พลังของทั้งสองคนถึงขั้นราชันแล้วและยังแข็งแกร่งกว่าขั้นราชันทั่วไปอีกด้วย
แต่แม้จะเป็นเช่นนี้โลงศพสีดำยังคงสงบนิ่ง ลอยอยู่กลางอากาศแบบนั้น
เมื่อเห็นว่ายังเปิดไม่ออกทั้งสองคนจึงส่งพลังออกไปอีกครั้ง น่าเสียดายที่ยังมิอาจทำอะไรโลงศพนั้นได้เลย
คนชุดดำที่อยู่ด้านล่างกินยาเข้าไปหนึ่งเม็ดฟื้นฟูพลังของเขาได้อย่างรวดเร็ว เขาหันมองโลงศพที่ลอยนิ่งอยู่ด้านบนส่งแรงไปที่ฝ่าเท้าดีดตัวเองขึ้นไปกลางอากาศให้ลอยอยู่เหนือโลงศพ
ตึง!
สองเท้าถีบลงไปจากด้านบนแรงกดมหาศาลทำให้โลงศพที่ลอยอยู่เริ่มเคลื่อนที่ต่ำลงไป
“ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่ชอบให้คนใช้เท้าเล่นหัวเจ้าหรอกหรือข้ากำลังเตะหัวเจ้าอยู่ แล้วเจ้าจะทำอะไรข้าได้”
คนชุดดำตะโกนก้องระบายความโกรธเพียงพอที่จะทำให้เห็นว่าก่อนหน้านี้พวกเขาแค้นกันมากแค่ไหน
เสิ่นเสวียนมองดูทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยความตกใจ
ในความทรงจำของเขาคนในโลกนี้มีอายุขัยต่างจากโลกมนุษย์ไม่เท่าไร อายุร้อยปีก็นับว่ามากแล้วแม้แต่ผู้ฝึกตนยังมีอายุได้เพียงร้อยกว่าปีเท่านั้น แต่คนผู้นี้มีความแค้นต่อผู้เฒ่าจี๋เล่ออย่างน้อยก็ต้องมีอายุกว่าพันปีแล้วหรือเปล่า
สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับเสิ่นเสวียนเลยมันทำลายความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับที่นี่ไปอย่างสิ้นเชิง
โลกนี้ลึกลับยิ่งกว่าที่ตนเองได้รับรู้
“เจ้ามาแล้ว”
ทันใดนั้นเสียงแก่ชราดังออกมาจากในโลงที่ลอยอยู่กลางถ้ำ