ตอนที่ 15: คลื่นสังหารชายแดน และบททดสอบแห่งเตาปฏิกรณ์
สายลมยามเช้าพัดผ่านยอดหญ้าบนเส้นทางทุรกันดารที่ทอดยาวมุ่งหน้าสู่หุบเขาสิบหมื่นดารา รถม้าของสมาคมการค้าตระกูลมู่ยังคงเคลื่อนตัวไปอย่างมั่นคงท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนจะสงบเงียบ ทว่าััพิเศษของผู้ฝึกกายาที่ประสาทััถูกเร่งเร้าด้วยระบบควอนตัมของจ้าวหานกลับรับรู้ได้ถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ ั์ตาสีม่วงจางๆ ของเขาหรี่ลงขณะจดจ้องไปยัง เงา ของขุนเขาที่ทอดตัวยาวลงมาปิดทับเส้นทางเบื้องหน้า รังสีฆ่าฟันที่แฝงมากับลมหนาวนั้นคมกริบจนิัเหล็กไหลของเขารู้สึกสั่นะเืเบาๆ
"เ้านาย... ตรวจพบความผิดปกติของมวลอากาศในระยะแปดร้อยเมตร" เสียงของศูนย์ (Zero) ดังก้องขึ้นในหัวด้วยโทนเสียงที่เปลี่ยนเป็โหมดเฝ้าระวัง "มีการบีบอัดของพลังปราณธาตุลมในระดับสูง ดูเหมือนว่าศัตรูที่มาคราวนี้จะไม่ใช่พวกปลายแถวเหมือนทหารยามเมืองเมฆาครามแล้วล่ะครับ"
'วิเคราะห์ระดับพลังงานให้ข้าที' จ้าวหานตอบกลับในใจ พลางยกมือขึ้นเป็สัญญาณให้สารถีหยุดรถม้า
[จากการสแกนความหนาแน่นของอนุภาคิญญา... มีระดับทองคำเขียวขั้นปลายสองราย และมีหนึ่งรายที่มีกลิ่นอายใกล้เคียงกับระดับ 'ิญญาก่อกำเนิด' (Nascent Soul) ครับเ้านาย!] ศูนย์รายงานพร้อมกับฉายภาพกราฟิกแสดงจุดความร้อนสีแดงเข้มที่ซ่อนตัวอยู่หลังโขดหินั์ [เตาปฏิกรณ์ชีวภาพในท้องของคุณกำลังหมุนวนที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมสำหรับการจ่ายพลังงานไอโซโทปทันทีครับ]
จ้าวหานก้าวลงจากรถม้าอย่างเชื่องช้า ทุกลำฝีเท้าของเขาส่งแรงกดดันลงสู่พื้นดินจนเกิดรอยร้าวเป็วงกว้าง มู่รุ่ยเสวี่ยเลิกผ้าม่านรถม้าขึ้นมองด้วยสายตากังวล นางรู้ดีว่าหากจ้าวหานต้องลงจากรถม้าด้วยตัวเองเช่นนี้ ย่อมหมายความว่าอุปสรรคเบื้องหน้าไม่ใช่สิ่งที่ผู้คุ้มกันธรรมดาจะรับมือได้
"แม่นางมู่... อยู่ในรถม้าอย่าได้ออกมา" จ้าวหานกล่าวเสียงเรียบ "ดูเหมือนว่าตระกูลหลินจะทุ่มทุนสร้าง ส่งยอดฝีมือมาดักรอเราที่ชายแดนเสียด้วย"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของเขา ร่างสามร่างก็ทะยานลงมาจากยอดเขาประดุจวิหคั์ที่โฉบลงมาหาเหยื่อ พวกเขาสวมชุดคลุมสีเทาปักลายเมฆาสีเื กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมานั้นรุนแรงจนทำให้ต้นไม้รอบข้างสั่นไหวและใบไม้ร่วงหล่นลงมาเป็จำนวนมาก
"จ้าวหาน... เ้าเด็กสามหาวที่บังอาจทำลายชื่อเสียงของสำนักกระบี่เขียวและตระกูลหลิน" ชายชราที่เป็ผู้นำกลุ่มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ั์ตาของเขาเยือกเย็นประดุจน้ำแข็งขั้วโลก "ข้าคือผู้าุโใหญ่ 'ชิงมู่' วันนี้ข้าจะมาทวงแก่นอสูรเพลิงโลกันต์คืน และจะนำหัวของเ้ากลับไปแขวนไว้ที่หน้าประตูเมือง!"
จ้าวหานแสยะยิ้ม แสงสีม่วงจากเตาปฏิกรณ์ชีวภาพเริ่มเรืองรองออกมาผ่านชั้นิัสีดำมันวาวบริเวณหน้าท้อง ดูลึกลับและน่าเกรงขาม "ผู้าุโใหญ่รึ? ข้าเพิ่งจะทำลายผู้าุโชิงเฟิงไปเมื่อวันก่อน ดูเหมือนสำนักของท่านจะผลิตผู้าุโออกมาได้เร็วดีนะ... แต่ข้าสงสัยว่าถ้าข้าบดขยี้ท่านทิ้งไปอีกคน สำนักกระบี่เขียวจะเหลือใครมาให้ข้าฆ่าอีกไหม?"
"โอหัง!" ชิงมู่ตวาดลั่น มือเรียวยาวดุจกรงเล็บนกเหยี่ยววาดผ่านอากาศ ปรากฏเป็กระบี่แสงสีเขียวมรกตขนาดใหญ่เจ็ดเล่มลอยวนอยู่รอบกาย "ค่ายกลกระบี่เจ็ดดาราพิฆาต... สังหาร!"
กระบี่ทั้งเจ็ดเล่มพุ่งเข้าหาจ้าวหานจากทุกทิศทางด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าเสียง มวลอากาศถูกฉีกกระชากจนเกิดเสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู ทว่าจ้าวหานกลับไม่ได้ขยับเขยื้อนหลบหลีกแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่เกร็งกล้ามเนื้อ 'กายาเหล็กไหล' จนถึงขีดสุด
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นหวั่นไหว กระบี่แสงที่อัดแน่นด้วยพลังปราณระดับทองคำเขียวขั้นปลายกลับไม่สามารถชอนไชเข้าสู่ิัของจ้าวหานได้แม้แต่น้อย พวกมันกระแทกเข้ากับร่างกายของเขาแล้วแตกกระจายเป็ละอองแสงสีเขียว ทิ้งไว้เพียงรอยขีดข่วนสีขาวจางๆ บนผิวสีดำทมิฬเท่านั้น
[ประสิทธิภาพการป้องกันของกายาเหล็กไหลอยู่ที่ 99.8 เปอร์เซ็นต์ครับเ้านาย!] ศูนย์รายงานอย่างสะใจ [เตาปฏิกรณ์กำลังเปลี่ยนความร้อนจากการปะทะให้กลายเป็มวลสารสำรอง... เรากำลังกำไรพลังงานเห็นๆ เลยครับ!]
"เป็ไปได้อย่างไร! ร่างกายของมันทำจากวัสดุใดกัน!" ผู้าุโชิงมู่หน้าถอดสี เขาไม่เคยเห็นใครที่สามารถใช้ร่างกายเปล่าๆ รับการโจมตีจากค่ายกลเจ็ดดาราได้โดยไร้าแ
"ตาข้าบ้างล่ะนะ..." จ้าวหานเอ่ยเสียงต่ำ เขาพุ่งตัวออกไปประดุจลูกะุปืนใหญ่ที่หลุดจากลำกล้อง ความเร็วของเขารุนแรงจนเกิดกำแพงโซนิคบูมซัดเอาผู้ติดตามอีกสองคนของชิงมู่จนกระเด็นล้มกลิ้ง
นิ้วมือขวากดลงบนรอยสักมิติ วาบ! ปืนมหาประลัยในรูปลักษณ์ที่วิวัฒนาการแล้วปรากฏขึ้น กลีบดอกไม้เหล็กสี่แฉกแยกออกเผยให้เห็นแกนปฏิกรณ์สีม่วงเข้มที่หมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดกระแสไฟฟ้าสถิตกระจายไปทั่วบริเวณ
"ศูนย์... ไม่ต้องใช้ระดับ 2 ข้าไม่อยากทำลายทุ่งหญ้าแถวนี้มากนัก... ขอระดับ 1 'Hyper-Concentrated Pulse' เล็งไปที่จุดศูนย์กลางิญญาของมัน"
[รับทราบ! ดึงพลังงานจากเตาปฏิกรณ์ชีวภาพโดยตรง... ไม่ต้องเสียสละมวลกล้ามเนื้อ! ขอบคุณแก่นอสูรเพลิงโลกันต์จริงๆ ครับเ้านาย!]
วิ้งงงงง!
เสียงการชาร์จพลังงานดังก้องกังวานประดุจเสียงร้องของัเหล็ก แสงสีม่วงที่ปากกระบอกปืนบีบอัดจนกลายเป็จุดเล็กๆ ที่มีความเข้มข้นของรังสีและความร้อนสูงเกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้ จ้าวหานเหนี่ยวไกด้วยความมั่นใจ
เปรี้ยง!
ลำแสงสีม่วงขนาดเท่าเส้นด้ายพุ่งแหวกอากาศออกไป มันไม่ได้อลังการเหมือนระดับ 2 แต่ความเร็วและความทะลุทะลวงของมันกลับน่าสยดสยองยิ่งกว่า ผู้าุโชิงมู่รีบกางบาเรียลมปราณที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาคุ้มกันร่าง ทว่าลำแสงสีม่วงนั้นกลับเจาะทะลุบาเรียได้ง่ายดายเหมือนเข็มร้อนที่แทงผ่านก้อนเนย
"อั้ก!"
ลำแสงพุ่งทะลวงผ่านหัวไหล่ซ้ายของชิงมู่ไปอย่างแม่นยำ ไม่มีความเ็ปในตอนแรก เพราะความร้อนมหาศาลได้เผาทำลายเส้นประสาทไปจนหมดสิ้น ทว่าในวินาทีต่อมา แผลขนาดเล็กเท่ารูเข็มกลับเริ่มขยายตัวและะเิออกด้วยแรงดันภายในที่เกิดจากการระเหิดของเนื้อเยื่อ ร่างของผู้าุโใหญ่สำนักกระบี่เขียวกระเด็นถอยหลังไปไกลกว่าร้อยเมตร เืสีแดงฉานสาดกระจายเปรอะเปื้อนพื้นหญ้า
"ผู้าุโใหญ่!" ผู้ติดตามอีกสองคนรีบเข้าไปพยุงร่างที่สั่นเทาของชิงมู่
จ้าวหานไม่ได้ตามไปซ้ำ เขาเพียงแค่ลดปืนลงช้าๆ ตัวปืนระบายไอความร้อนสีม่วงออกมาอย่างต่อเนื่อง ดูสง่างามและน่าเกรงขามท่ามกลางแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงมาทาบทับ เงาร่าง ของเขาที่ดูประดุจเทพาะ
"กลับไปบอกสำนักกระบี่เขียว... ว่าอย่าส่งคนแก่ใกล้ตายมาให้ข้าเสียเวลาอีก" จ้าวหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง "หากอยากสู้กับข้าจริงๆ ก็จงส่งคนที่มี 'มวลสาร' มากกว่านี้มา... เพราะะุของข้ายังหิวกระหายพลังงานอยู่เสมอ"
ผู้าุโชิงมู่ที่บัดนี้สูญเสียพละกำลังไปกว่าครึ่งมองจ้าวหานด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เขาได้รับรู้แล้วว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้แค่โชคดีที่มีอาวุธวิเศษ แต่ร่างกายของเขาเองนั่นแหละที่เป็อาวุธที่อันตรายที่สุดในใต้หล้า
"ถอย... ถอยไปก่อน!" ชิงมู่สั่งการเสียงสั่น ทั้งสามร่างรีบใช้วิชาตัวเบาทะยานหนีหายเข้าไปใน เงา ของป่าลึกอย่างรวดเร็ว
จ้าวหานเก็บปืนกลับเข้าสู่มิติส่วนตัว เขาถอนหายใจยาวพลางลูบหน้าท้องบริเวณที่เตาปฏิกรณ์ทำงานอยู่ ความรู้สึกอิ่มเอมและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนไหลพล่านไปทั่วร่าง การที่มีแหล่งพลังงานสำรองในตัวทำให้เขาสามารถต่อสู้ได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเื่ร่างกายจะซูบผอมกะทันหันเหมือน่แรกๆ
มู่รุ่ยเสวี่ยก้าวลงจากรถม้า เดินเข้ามาหาเขาด้วยดวงตาที่เปล่งประกายด้วยความเคารพ "คุณชายจ้าว... ท่านสุดยอดมากจริงๆ ข้าไม่เคยเห็นใครที่สามารถสยบผู้าุโใหญ่ของสำนักใหญ่ได้ง่ายดายถึงเพียงนี้"
จ้าวหานหันมามองนางพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ "มันเป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นแม่นางมู่... หุบเขาสิบหมื่นดาราเบื้องหน้าเรานั่นต่างหาก คือสนามรบที่แท้จริง"
รถม้าเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง ข้ามพ้นเขตชายแดนเมืองเมฆาครามเข้าสู่ดินแดนที่เป็รอยต่อระหว่างสามอาณาจักร ภายใต้แสงตะวันอันเจิดจ้า รถม้าคันน้อยเคลื่อนตัวเข้าสู่ใจกลางหุบเขาที่เต็มไปด้วยความลึกลับและทรัพยากรที่รอการค้นพบ
จ้าวหานเอนหลังพิงเบาะรถม้า หลับตาลงเพื่อสื่อสารกับศูนย์เกี่ยวกับการปรับจูนเตาปฏิกรณ์ให้เข้าสู่สภาวะประหยัดพลังงาน ตลอดสิบห้าตอนที่ผ่านมา เขาได้เปลี่ยนจากคนพเนจรที่ใกล้ตาย กลายเป็จอมยุทธ์กายาเหล็กไหลที่สั่นะเืปฐี และเขารู้ดีว่า นี่เป็เพียงบทนำของมหากาพย์หนึ่งพันตอนที่เขากำลังจะเขียนขึ้นด้วยเืเนื้อและรังสีนิวเคลียร์ของตนเอง!