ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 50 ดับสูญ!

            “พลังป้องกันไฟแต่กำเนิด!”

            เมื่อได้ยินดังนั้นเหลยต้งที่กำลังต่อสู้กับเสี่ยวเหยียนรู้สึกเหมือนโดนสายฟ้าฟาด สีหน้าตื่นตกใจ เขารู้ว่าเสี่ยวเหยียนมีความลับแต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นพลังป้องกันไฟแต่กำเนิด

            พลังป้องกันไฟแต่กำเนิดมีอยู่แต่ในตำนานเท่านั้นเขาไม่เคยเจอมาก่อนเลย

            ส่วนเสี่ยวเหยียนก็ไม่ให้เวลาเขาได้ครุ่นคิดมากนักมันอ้าปากกว้างกัดอีกฝ่ายอย่างรุนแรง

            เพราะเสี่ยวเหยียนมีพลังป้องกันไฟแต่กำเนิดทำให้กระบวนท่าสังหารของพวกเขาทั้งสามไม่เป็นผลต่อเสี่ยวเหยียนเลยหลังจากต่อสู้ไปกว่ายี่สิบกระบวนท่าแล้วพวกเขาทั้งสามต่างได้รับบาดเจ็บจึงคิดกระโจนออกไปด้านนอกแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ทำลายค่ายกลน้ำแข็งไม่ได้ทำได้เพียงโดนเสี่ยวเหยียนโจมตีต่อไป

            เหลยต้งไม่เคยขี้ขลาดขนาดนี้มาก่อนก่อนหน้านี้เขาแสดงพลังออกไปมากมาย เดิมทีคิดว่าจะทำลายเสิ่นเสวียนได้ทว่าผลลัพธ์ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่พอยังทำให้พลังต่อสู้ของเสี่ยวเหยียนเพิ่มขึ้นด้วย

            ในสถานการณ์พลิกผันเช่นนี้ ทั้งสามคนร่วมมือกันยังมิอาจเอาชนะเสี่ยวเหยียนได้เลย

            “อ๊าก!!!”

            เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นผู้แข็งแกร่งขั้นบรรพบุรุษระดับสูงสุดคนหนึ่งโดนเสี่ยวเหยียนกัดเข้าที่คอทำให้ร่วงหล่นลงไปจากท้องฟ้าพร้อมกับเสียงร้องดังก้อง

            เสิ่นล่างที่อยู่ด้านล่างเห็นดังนั้นจึงรวบรวมพลังไปที่หมัดขวาโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตนเองโจมตีออกไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาดพลังหมัดทะลุหน้าอกของอีกฝ่ายไปโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัวทำให้กำปั้นของเสิ่นล่างโชกไปด้วยเลือด

            “อ๊าก!”

            ผู้แข็งแกร่งที่ยังตกลงไปไม่ถึงพื้นร้องครวญครางออกมาเป็นครั้งสุดท้ายไอพลังบนร่างแผ่กระจายออกไปอย่างบ้าคลั่ง เพียงไม่กี่ลมหายใจ คนผู้นั้นก็ขาดใจตายทั้งที่ตาเบิกค้างอยู่บนแขนของเสิ่นล่างไปแล้ว

            “ผู้เฒ่าล่างกล้าหาญยิ่งนัก!”

            ได้เห็นการกระทำของเสิ่นล่างทำให้เสิ่นเสวียนกล่าวชื่นชมออกมาอย่างอดไม่ได้

            “แต่ก็เป็นเพียงการลอบสังหารเท่านั้นไม่ได้เก่งกาจอะไร”

            เสิ่นล่างยิ้มน้อยๆ พลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆแม้เสี่ยวเหยียนจะยอดเยี่ยมมาก แต่อีกฝ่ายเป็นผู้แข็งแกร่งถึงสามคนเมื่อสามคนนี้รวมพลังกันเขารู้ดีว่าน่ากลัวมากแค่ไหน ตอนนี้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บรีบจัดการไปสักคนหนึ่งก่อน เท่ากับตัดแขนของเหลยต้งไปแล้วหนึ่งข้าง

            ขอเพียงสังหารคนผู้นี้ได้การต่อสู้ในตอนนี้จึงจะเท่าเทียมกัน

            ที่ด้านบน เสี่ยวเหยียนโจมตีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆสำหรับมันแล้วสามคนนี้เป็นเพียงอาหารเสริมเท่านั้น ทุกครั้งที่เข้าปะทะกันขอเพียงได้สัมผัสตัวจะมีพลังส่วนหนึ่งโดนเสี่ยวเหยียนกลืนกินเข้าไป ไปๆ มาๆพลังของทั้งสองฝ่ายเริ่มแตกต่างกันชัดเจนมากขึ้น

            อีกไม่ช้าก็เร็วเหลยต้งที่เป็นผู้แข็งแกร่งแห่งยุคของสำนักตี้หยินจะต้องตาย

             

            อำนาจทั้งหลายในเมืองอวี่ฮว่าต่างจ้องมองไปทางตระกูลเสิ่น

            ตระกูลเสิ่นในตอนนี้ยังคงโดนม่านพลังน้ำแข็งปกคลุมอยู่ทำให้อำนาจเหล่านี้เกิดความหวาดกลัวขึ้นมาประชากรในเมืองอวี่ฮว่ามีมากกว่าสามแสนคน ตอนนี้พวกเขากำลังดูเหตุการณ์นี้อยู่อีกทั้งพวกเขายังจำได้ว่าเสิ่นเสวียนกำลังต่อสู้กับอีกฝ่ายก่อนที่จะมีม่านพลังน้ำแข็งปกคลุม

            บนยอดหอคอยตระกูลหาน หานหนานเทียนเหงื่อไหลเต็มหน้าแม้ไอพลังเย็นจากม่านพลังน้ำแข็งทำให้อากาศโดยรอบเย็นลงหลายส่วนแต่กลับไม่ทำให้เขาสบายตัวได้เลย

            ตอนนี้เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเท่าไรนักราวกับว่าเหลยต้งจะพ่ายแพ้ไปจริงๆ

            หากพ่ายแพ้ควรจะทำอย่างไรดี

            “ผู้อาวุโสหานข้าต้องไปหากำลังเสริมมาในตอนนี้ เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้น”

            บุรุษวัยกลางคนหน้าตาเหมือนโจรใจเหี้ยมผู้นั้นมองม่านพลังน้ำแข็งก่อนจะกล่าวกับหานหนานเทียนในคำกล่าวของเขาเหมือนต้องการจะหลบหลีกออกไป

            “ยังทันอยู่หรือ” หานหนานเทียนถาม

            “ยังทัน ไม่ไกลจากที่นี่นักผู้อาวุโสหานรออยู่ที่นี่ก็พอ ข้าจะรีบไปรีบกลับ”

            เมื่อกล่าวจบบุรุษวัยกลางคนก็ส่งพลังไปที่ฝ่าเท้าพลันมีพลังพุ่งออกมาส่งให้ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปมุ่งหน้าออกจากเมืองอวี่ฮว่าอย่างรวดเร็ว และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตาเดียว

            หานหนานเทียนยังอยากกล่าวบางอย่างแต่สุดท้ายก็ไม่ได้กล่าวอะไร เขากำมือแน่นจ้องเขม็งไปทางตระกูลเสิ่น

            ทว่าในตอนนี้เขาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเหลยต้งยากที่จะพ่ายแพ้ลงได้ หรือต่อให้แพ้และรู้ว่าตระกูลหานเป็นคนทำแล้วอย่างไร

            เขามีตระกูลซือหม่าเป็นที่พึ่ง ใครจะกล้าทำอะไรเขา

            ตูม!

            ตูม!!!

            ในขณะที่หานหนานเทียนกำลังมั่นใจไร้กังวลก้อนน้ำแข็งเหนือตระกูลเสิ่นพลันถูกทำลายและร่วงหล่นลงไปด้านล่าง แต่ก่อนที่มันจะร่วงหล่นลงไปถึงพื้นก้อนน้ำแข็งทั้งหมดพลันหลอมละลายกลายเป็นน้ำไหลหลั่งเข้าไปภายในร่างของเสิ่นเสวียน

            เสิ่นเสวียนในตอนนี้เหมือนเป็นต้นกำเนิดสายน้ำน้ำสีฟ้าไหลเข้าไปในร่างของเขาจากทุกทิศทางเหมือนว่าร่างของเขาเป็นบ่อน้ำไร้ขอบเขต ใส่น้ำเข้าไปได้โดยไม่มีวันเต็ม

            เมื่อน้ำสายสุดท้ายไหลเข้าไปในร่างแล้วท้องฟ้าเหนือตระกูลเสิ่นก็กลับมาเป็นปกติ

            ร่างของเสี่ยวเหยียนลอยอยู่ไม่ไกลจากเสิ่นเสวียนมันยืนอยู่กลางอากาศด้วยสี่ขา ดูมีสง่าราศีไอพลังของมันแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้เล็กน้อย

            ทั่วบริเวณนั้นที่ขาดหายไปมีเพียงพวกของเหลยต้งสามคนแม้แต่ร่างไร้วิญญาณก็ไม่มีเหลือ

            หลังจากดูดซับน้ำแข็งเข้าไปแล้วไอพลังของเสิ่นเสวียนก็ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ จากนั้นเขาก็ลืมตาขึ้น พลันมีลำแสงพุ่งออกไป

            “น่าเสียดายยิ่งนักยังมิอาจเลื่อนระดับได้!”

            เสิ่นเสวียนกล่าวพึมพำ เมื่อครู่เขาคิดจะใช้พลังเหล่านั้นทะลวงเลื่อนระดับเป็นขั้นแก่นทองคำระดับกลางทว่าหลังจากทดลองดูสองครั้งกลับล้มเหลวไป แสดงว่าหากเสิ่นเสวียนอยากเลื่อนขั้นอีกคงไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว

            พลังที่เขาต้องการเพิ่มขึ้นไปกี่เท่าก็ยังไม่อาจบอกได้ส่วนปากขวดก็สูงขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย

            “เอ๋?เจ้าได้กำไรไปไม่น้อยเลยนี่นา!”

            เสิ่นเสวียนหันมองเสี่ยวเหยียนที่อยู่ข้างๆพลางพยักหน้าด้วยความประหลาดใจ

            พลังของเสี่ยวเหยียนในตอนนี้เหมือนจะถึงขั้นหกแล้วจริงๆไอพลังยังปะทุออกมาเหนือกว่าก่อนหน้านี้มาก เทียบกันแล้วพลังดูหนาแน่นยิ่งกว่าเดิม

            ร่างไร้วิญญาณของสามคนนั้นเสิ่นเสวียนบอกไว้แล้วว่าให้เหลือร่างของเหลยต้งเอาไว้แต่อีกสองคนนั้นโดนเสี่ยวเหยียนกลืนลงท้องไปเลยเรื่องนี้เสี่ยวเหยียนเหมือนเสิ่นเสวียนมาก เพราะก่อนหน้านี้เสี่ยวเหยียนก็กลืนกินงูหน้าผีเข้าไปเหมือนกัน

            ความสามารถในการกลืนกินเช่นนี้ไม่ใช่ใครก็จะได้รับสืบทอดมาหากควบคุมความแข็งแกร่งของร่างกายไม่ได้ อาจทำให้ร่างระเบิดจนตาย

            “จี๊ดๆๆๆ”

            เสี่ยวเหยียนส่งเสียงร้องให้เสิ่นเสวียนด้วยความดีใจหางสีแดงเพลิงโบกสะบัดไปมาไม่หยุด

            เสิ่นเสวียนกางแขนออกเสี่ยวเหยียนพลันกระโจนเข้าไปนอนบนหน้าอกของเสิ่นเสวียนทันที ดูน่าอึดอัดมาก

            แล้วเสิ่นเสวียนก็กล่าวกับเสิ่นล่างที่อยู่ด้านล่าง

            “ผู้เฒ่าล่างข้าต้องไปจัดการบางอย่างก่อน ที่นี่ให้ท่านจัดการต่อแล้วกัน”

            “ได้ เจ้าไปเถอะ ข้าดูแลที่นี่ต่อเอง”

            เสิ่นล่างพยักหน้ารับทันทีเหล่าผู้อาวุโสตระกูลเสิ่นทั้งหลายต่างก็พยักหน้าให้กับเสิ่นเสวียนบนท้องฟ้า

            เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่พวกเขาได้เห็นอย่างชัดเจนแล้วเสี่ยวเหยียนตัวเดียวจัดการได้ถึงสามคนและสัตว์ร้ายที่ไม่มีใครเทียบได้ตัวนั้นกำลังนอนอยู่ที่อกของเสิ่นเสวียนเหมือนเด็กทารก

            พลังโจมตีที่แข็งแกร่งเช่นนี้ทำให้พวกเขาคิดต่อเสิ่นเสวียนได้เพียงคำเดียว นั่นคือ‘ยอมจำนน’

            ก่อนหน้านี้พวกเขายอมจำนนต่อพรสวรรค์และกำลังแฝงของเสิ่นเสวียนแต่ตอนนี้พวกเขายอมจำนนต่อพลัง

            จากนั้นเสิ่นเสวียนก็อุ้มเสี่ยวเหยียนเหาะไปยังท้องฟ้าเหนือตระกูลหานอย่างสบายๆและประจันหน้ากับหานหนานเทียนผู้นำตระกูลหาน

            “เดิมทีเจ้ากับข้าสองตระกูลเกี่ยวดองกันอยู่ข้าไม่ควรซักไซ้ไล่เลียง แต่ดูเหมือนหากปล่อยเจ้าไปเช่นนี้จิตใจของข้าคงข้ามผ่านมันไปไม่ได้ เจ้าว่าควรทำอย่างไร”

            เสิ่นเสวียนไม่ควบคุมเสียงของเขาเลยมันดังไกลไปครึ่งเมืองอวี่ฮว่า ทำให้คนนับแสนได้ยินอย่างชัดเจน

            ลูกหลานทั่วไปในตระกูลหานได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าตื่นกลัว

            พลังของอีกฝ่ายน่ากลัวเกินไป หากต้องสู้กันจริงๆตระกูลหานอาจถูกทำลายล้างตระกูลไปเลยก็ได้

            “เป็นข้าแล้วอย่างไรอย่าคิดว่าเจ้าสังหารเหลยต้งไปแล้วจะทำอะไรตามอำเภอใจได้ คิดจัดการข้าเจ้ายังเด็กนัก”

            หานหนานเทียนบนหอคอยเผชิญหน้ากับคำพูดโจมตีของเสิ่นเสวียนจึงกล่าวออกไปเสียงเย็น

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน