“นั่งคิดอะไรอยู่หรือ”
“เ้าอาบน้ำเสร็จแล้วหรือ รีบมานั่งตรงนี้เร็ว เดี๋ยวข้าเช็ดผมให้” หนิงลี่ยื่นมือไปรับผ้ามาแล้วเริ่มเช็ดผมให้สามี
“เ้ายังไม่ได้ตอบข้าเลยว่าเหตุใดเ้าจึงเอาแต่นั่งเหม่อ มีเื่ใดที่แก้ไขไม่ได้หรือ เ้าลองเล่าให้ข้าฟังเผื่อว่าข้าจะได้ช่วยเ้าคิด” เซียวหยางฟางหันกลับมามองภรรยา
“ตอนเย็นก่อนที่เ้าจะลงมาจากบนเขา หนิงเอ้อหลานกับย่าของเขามาหาเื่พวกเราที่บ้าน แล้วเอ่อ...เอ่อ...” หนิงลี่มองหน้าสามีอย่างกังวล “ข้ารู้สึกไม่ดีกับสายตาและคำพูดที่หนิงเอ้อหลานใช้พูดกับข้า”
หนิงลี่เริ่มเล่าเหตุการณ์เมื่อตอนเย็นที่แม่เฒ่าหนิงมาโวยวายที่หน้าบ้าน และการปรากฏตัวของหนิงเอ้อหลาน รวมถึงสายตาและคำพูดของหนิงเอ้อหลานที่ใช้พูดกับนางอย่างไม่มีตกหล่น พูดไปก็สังเกตสีหน้าของสามีไปด้วย
ไม่ผิดจากที่คาด เซียวหยางฟางพยายามกลั้นความโกรธเอาไว้สุดแรง หากไม่กลัวว่าจะเกิดเื่ราวใหญ่โตตามมา ป่านนี้เขาคงจะวิ่งไปเตะเ้าหนิงเอ้อหลานให้จำบ้านตัวเองไม่ได้ไปแล้ว โทษฐานที่มาพูดจาแทะโลมภรรยาสุดที่รักของเขา
“ข้ากลัวว่าเขาจะมาสร้างปัญหาให้ข้ากับหลันเอ๋อ”
“หากเขากล้ามาทำร้ายพวกเ้าจริงๆ ข้าจะจัดการเขาให้หนักเลย แต่เพื่อความไม่ประมาท ต่อไปเ้ากับหลันเอ๋อจะต้องไม่ไปไหนมาไหนตามลำพัง เจี๋ยเอ๋อกับท่านแม่ก็ด้วย เ้าก็ต้องบอกให้พวกเขาระวังตัวกันเอาไว้ หากไปส่งของในเมืองครั้งหน้า ข้าจะลองไปสอบถามที่สำนักศึกษาดูว่าทำไมหนิงเอ้อหลานถึงได้กลับมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้าน” เซียวหยางฟางบอก
“นั่นสินะ ข้าก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกัน เพราะปกติแล้วหนิงเอ้อหลานมักจะหาข้ออ้างเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องกลับมาอยู่ที่นี่” หนิงลี่ยังไม่คลายกังวล “เ้าเองก็ต้องระวังตัวด้วยเหมือนกัน ข้าว่าตอนที่หนิงเอ้อหลานอาศัยอยู่ในเมือง เขาก็คงจะไม่ได้ประพฤติตัวดีสักเท่าไหร่ ข้ากลัวว่าเพื่อนของเขา...”
“ ตกลง ข้าจะระวังตัวเองให้ดี” เซียวหยางฟางรีบพูด
“ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าน้องหนิงลี่เมื่อนางโตขึ้นมาแล้วนางจะสวยขนาดนี้” หนิงเอ้อหลานพูดกับหนิงไป๋หลิง “เ้าบอกข้าว่านางกับเซียวหยางฟางมักจะเข้าเมืองไปขายสินค้าด้วยกันอยู่บ่อยๆ ใช่หรือไม่”
“เซียวหยางฟางล่าสัตว์ได้เก่งมาก เขาขึ้นเขาไปล่าสัตว์ป่ากลับมาได้ทุกวัน หากวันไหนเขาล่าสัตว์กลับมาได้เยอะ เขาก็จะแบ่งขายให้คนในหมู่บ้านราคาต่ำกว่าที่ขายในเมืองเสียอีก ท่านจะถามเื่นี้ไปทำไม” หนิงไป๋หลิงตอบ
“แสดงว่าน้องหนิงลี่จะต้องมีเงินเก็บเยอะพอสมควรสินะ เช่นนั้นก็ดี” หนิงเอ้อหลานยิ้มกริ่ม
“พี่ใหญ่คิดที่จะทำอะไร”
“ข้าแค่จะหาเงินมาใช้ และข้ายังอยากจะปราบพยศนางสักหน่อย ทำให้นางได้รู้ว่าสตรีอย่างไรก็เก่งสู้บุรุษไม่ได้”
“แต่ว่าพี่ใหญ่ นังหนิงลี่มันออกเรือนมีสามีไปแล้วนะ” หนิงไป๋หลิงพูดอย่างรู้ทัน นางรู้ว่าพี่ชายของนางนั้นเ้าชู้และมักมากเพียงใด แล้วถ้าหากว่านางสนับสนุนให้เขาทำร้ายหนิงหลันไปด้วยอีกคนเล่า “หากเป็สาวน้อยบริสุทธิ์อย่างหนิงหลันเล่า ท่านไม่สนใจหรือ นังหนิงหลันก็สวยไม่แพ้พี่สาวของมันเหมือนกันนะ”
“ทำไมเ้าถึงพูดถึงหนิงหลันขึ้นมา” หนิงเอ้อหลานหรี่ตาถาม “ไม่ใช่ว่าเ้าคิดที่จะหลอกใช้ให้ข้าไปทำร้ายหนิงหลันหรอกนะ”
“โถ่พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยเ้าค่ะ เพียงแต่ข้าเห็นว่าพี่ใหญ่ชอบนังหนิงลี่เพราะมันหน้าตาสะสวย แต่ในความเห็นของข้า ถึงแม้หนิงลี่จะสวยขนาดไหน แต่นางก็มีสามีแล้ว ดังนั้นหนิงลี่จะไปสู้สาวสวยบริสุทธิ์ผู้ที่ไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนเหมือนนังหนิงหลันไปได้อย่างไร ข้าพูดจริงนะพี่ใหญ่ นังหนิงหลันก็สวยไม่แพ้พี่สาวของมันเลย”
“อย่างนั้นก็ดีน่ะสิ ถ้าทั้งคู่สวยจริงอย่างที่เ้าว่า ข้าก็จะจัดการทั้งสองคนเลย” หนิงเอ้อหลานหันไปพูดกับน้องสาว “แต่เื่นี้จะสำเร็จได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเ้าด้วยเหมือนกัน”
หนิงเอ้อหลานไม่เชื่อกับคำพูดของน้องสาวว่าไม่ได้หลอกใช้ตน เพราะเขารู้จักนิสัยของนางดี นางไม่เคยหวังดีกับใคร ดังนั้นหากเขาคิดที่จะจัดการกับหนิงลี่และหนิงหลัน เขาจะต้องดึงให้หนิงไป๋หลิงเข้ามาอยู่ในแผนการของเขาด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้หนิงไป๋หลิงโยนความผิดมาที่เขาคนเดียว
“ก็แค่ผู้หญิงบอบบางสองคน พี่ใหญ่คนเดียวก็จัดการพวกมันได้แล้ว เหตุใดถึงต้องดึงข้าเข้าไปยุ่งกับแผนการของท่านด้วย” หนิงไป๋หลิงก็ไม่ได้โง่ เพราะหากหนิงเอ้อหลานทำแผนของตัวเองผิดพลาด เขาก็จะต้องรับโทษไปคนเดียว ซึ่งตัวนางเองก็สามารถบอกกับคนอื่นได้ว่านางไม่รู้เื่
“ข้าก็แค่จะให้เ้าไปล่อให้สองคนนั้นออกมาจากบ้านเท่านั้น ส่วนขั้นตอนที่เหลือข้าจะจัดการเอง แต่ถ้าเ้าไม่ช่วย ข้าก็ไม่เดือดร้อนอยู่แล้ว เ้าอย่าลืมว่าในเมืองยังมีหญิงสาวหน้าตาดีอาศัยอยู่เยอะแยะ แค่หญิงชนบทสองคน ข้าปล่อยผ่านไปก็ได้” หนิงเอ้อหลานบอก ‘น้องสาวที่รัก แค่เ้าออกหน้าไปเรียกหนิงลี่กับหนิงหลันให้ออกมา เท่านี้ก็เพียงพอที่จะบอกได้ว่าเ้าก็เป็ผู้สมรู้ร่วมคิดกับแผนการของข้าแล้ว’
“ท่านจะให้ข้าช่วยอย่างไร ท่านลองเล่าแผนการของท่านให้ข้าฟังก่อน” หนิงไป๋หลิงกัดฟันถามออกไป นางรู้ทันความคิดของหนิงเอ้อหลานว่าเขา้าผลักให้นางเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดกับเขาด้วย ถึงหนิงไป๋หลิงจะลังเลอยู่บ้าง แต่โอกาสดีๆ อย่างนี้นางก็ไม่อยากปล่อยให้หลุดมือไป เพราะหากแผนการพี่ชายสำเร็จ ก็เท่ากับว่านางได้ทำลายศัตรูหัวใจอย่างหนิงหลันให้ออกห่างจากจ้าวหลงไปได้
“เ้ามาตามหาหนิงเอ้อหลานด้วยเื่ใด” ว่านเฉียง ถามเซียวหยางฟาง เขาคือคนที่มีเื่ทะเลาะวิวาทกับหนิงเอ้อหลาน วันนี้เขาเข้ามาเอาหนังสือตำรากลับไปทบทวนที่บ้านในระหว่างถูกพักการเรียน และบังเอิญที่เขาได้ยินเซียวหยางฟางสอบถามคนเฝ้าประตูเกี่ยวกับหนิงเอ้อหลาน
“ข้าอยู่หมู่บ้านเดียวกับเขา พอดีย่าของเขาฝากให้ข้ามาสอบถามที่สำนักศึกษาว่าอนุญาตให้หนิงเอ้อหลานหยุดได้พักผ่อนกี่วัน เพราะแม่เฒ่าหนิงกังวลว่าหลานชายจะทบทวนตำราไม่ทันการสอบถงเซิงในครั้งหน้า” เซียวหยางฟางตอบ
“เฮอะ! พักผ่อนอะไรกัน เหตุใดทำผิดแล้วจึงไม่กล้ารับ ข้าจะบอกเ้าให้รู้นะ เป็เพราะเ้าอันธพาลนั่นแท้ๆ ที่มาหาเื่ข้า ทำให้ข้าทนไม่ไหวจนมีเื่ชกต่อยกับเขา ข้ากับเขาก็เลยถูกสั่งพักการเรียน เ้ากลับไปบอกญาติพี่น้องเขาให้ทั่วเถอะว่าเ้าอันธพาลนั่นถูกสั่งพักการเรียน และฝากบอกครอบครัวของเขาด้วยว่าอย่าได้สิ้นเปลืองเงินทองส่งเสียให้เขามาเรียนให้เสียเวลาเปล่าๆ อยู่เลย สอบตกมาไม่รู้กี่รอบ บอกให้เขากลับไปทำไร่ไถนาที่บ้านยังจะมีประโยชน์มากกว่า”
“ที่คุณชายพูดมาทั้งหมดนั้นเป็เื่จริงหรือ”
“ข้าไม่มีความจำเป็ที่ต้องโกหกเ้า หากไม่มีธุระอะไรแล้วข้าคงต้องขอตัวก่อน” ว่านเฉียงะโเรียกบ่าวรับใช้ “อาซุนรีบไปเถอะ วันนี้ข้าจะซื้อผลไม้ปรุงรสไปฝากพี่สาว”
“ขอบคุณคุณชายมาก ข้าต้องขอตัวกลับก่อนเช่นกัน” เซียวหยางฟางกล่าวลา
เซียวหยางฟางและว่านเฉียงก็ได้ไปเจอกันที่ร้านขายผลไม้อบแห้งของเถ้าแก่หลี่อีกครั้ง ซึ่งว่านเฉียงก็ได้รู้ว่าเซียวหยางฟางเป็สามีของฮูหยินน้อยที่ฝากปลาอบกรอบกับเม็ดอัลมอนด์ไปให้พี่สาวของเขา และเซียวหยางฟางก็ได้รู้ว่าว่านเฉียงเป็น้องชายของลูกสะใภ้ใหญ่ของฮูหยินท่านผู้ว่าการตำบลเช่นกัน