ตำนานยอดหญิงซูเจิน

    ว่าที่ชินหวางเฟย 4

            ซูเจินเดินหาจือเหลียงอยู่พักใหญ่ไปหาที่ห้องก็ไม่พบไม่รู้ว่าเขาไปที่ไหนสุดท้ายได้แต่สั่งการกับคนคุ้มกันที่เจี่ยเจียส่งมาไว้แทน

            ตั้งแต่ออกจากสำนักมาก็มีคนของหมู่บ้านคอยตามคุ้มกันอยู่ตลอดนางคงเห็นว่าภายนอกอันตราย ซูเจินเองก็ไม่ได้ขัดอะไรถือว่าเป็นความสบายใจของนางก็แล้วกัน

            วังตะวันออกมีการคุ้มกันเข้มงวดมาก ทว่ากลับปล่อยให้คนของนางเข้ามาแฝงตัวอยู่โดยรอบเรือนของนางได้คาดว่าคงเป็นคำสั่งของชินอ๋อง นางได้สั่งไว้แล้วอย่างไรก็ไม่อาจเพ่นพ่านวังตะวันออกย่อมมีความลับที่นางไม่อาจเข้าไปยุ่งเกี่ยวดังนั้นพวกเขาจะต้องอยู่โดยรอบเรือนเท่านั้นและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

            ซูเจินกลับเข้าที่พักปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาแล้วกางข่ายพลังเอาไว้ช่วงเวลาบ่มเพาะสำคัญและยิ่งสำคัญมากเมื่อนางอาจจะรวมจุดในห้วงจิตวิญญาณข้ามระดับได้ทุกเมื่อเช่นนี้

            ซูเจินนับว่าเป็นคนที่ร่ำรวยผู้หนึ่งทรัพยากรในการบ่มเพาะล้วนมีพร้อม ขาดก็แต่เพียงความพร้อมของตัวนางเองช่วงเวลาเดือนนิดๆที่อยู่ในสำนักนางก็เก็บเกี่ยวพลังปราณธรรมชาติและทรัพยากรมาได้ไม่น้อยตอนนี้นับว่าอีกเพียงครึ่งก้าวนางก็จะสามารถเลื่อนระดับได้แล้ว

            หลังจากนั่งลงบนเตียงแล้ว ซูเจินก็เริ่มโคจรพลังจุดประกายจุดต่างๆที่ปรากฏขึ้นในห้วงจิตวิญญาณทีละดวงๆอย่างช้าๆร่างกายของนางหลับใหลไปนาน พลังจึงนับว่าไม่มั่นคงมักพลุ่งพล่านอยู่บ่อยครั้งก่อนที่จะทำการรวมจุดเลื่อนระดับ นางจะต้องทำให้พลังที่มีอยู่เดิมเสถียรเสียก่อน

            ปราณยุทธ์สีน้ำเงินที่ถูกโอสถกดพลังกดไว้แผ่ออกมาจากทั่วร่างโอสถกดพลังถูกทำให้สิ้นฤทธิ์ พลังเวทอีกสายก็เริ่มแผ่ออกมา ปราณยุทธ์และพลังเวทหมุนวนเป็นเกลียวอยู่รอบตัวของซูเจินผู้ที่มีพลังอยู่สองสายอย่างนางนั้นการเลื่อนระดับถือเป็นเรื่องยากการเลื่อนระดับในแต่ละครั้งต้องใช้ความพยายามมากกว่าคนอื่นๆหลายเท่านัก

            หลังจากใช้เวลาอยู่สามวันกว่าที่พลังจะมีความเสถียรมากพอที่จะไปสู่ขั้นตอนต่อไปซูเจินลืมตาขึ้นช้าๆสำรวจพลังอย่างพึงพอใจก่อนจะหยิบแก่นอสูรและเม็ดโอสถออกมาเริ่มทำการดูดซับ จนกระทั่งพลังเอ่อล้นขึ้นมาจุดที่อยู่ในห้วงจิตวิญญาณเกิดการสั่นไหวและเคลื่อนตัวเข้าหากัน

            ต่อไปเป็นจุดสำคัญในการรวมจุดให้เกิดห้วงจิตวิญญาณสีม่วงสกายกว้างใหญ่ของซูเจินมีทะเลสีม่วงอยู่ด้านล่างสะท้อนท้องฟ้าสีม่วงอันสุกสกาว ผิวน้ำเรียบนิ่งก่อนระลอกคลื่นเป็นวงกว้างซูเจินจินตนาการถึงจุดที่เป็นดวงดาวบนท้องฟ้าสีม่วงเคลื่อนเข้าหากันช้าๆ

            ใบหน้าชื้นเหงื่อของหญิงสาวเรียบนิ่งทว่าลุ่มลึก ยิ่งดวงดาวเคลื่อนเข้าหากันมากเท่าไหร่นางก็ยิ่งสูญเสียพลังมากขึ้นเท่านั้นซูเจินหยิบโอสถล้ำค่าขึ้นมาหนึ่งเม็ดแล้วโยนเข้าปากอย่างไม่ลังเลโอสถออกฤทธิ์ทันที ซูเจินทำการดูดซับพลังจากเม็ดโอสถเพื่อเติมเต็มพลังที่เสียไป

            เมื่อดวงดาวทั้งสิบจุดสัมผัสกันก็เกิดการดิ้นห้วงจิตวิญญาณเกิดการสั่นไหวรุนแรง ซูเจินพลันใบหน้าบิดเบี้ยวล้วงหยิบโอสถชนิดเดิมโยนเข้าปากอีกสองเม็ดถึงจะคุมดวงดาราให้สงบลงได้ซูเจินผ่อนลมหายใจ ตั้งจิตมั่นแล้วเคลื่อนดวงดาวอีกครั้ง

            ดวงดาวทั้งสิบจุดเริ่มหลอมรวมเข้าหากันช้าๆจนกระทั่งหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวดวงดาวสิบจุดกลายเป็นหนึ่งที่ดวงใหญ่ขึ้นประมาณเท่าหนึ่ง พลังเกิดการปะทุขึ้นชั่วจังหวะหนึ่งทะเลห้วงจิตวิญญาณสีม่วงของซูเจินพลันแผ่ขยายออกไปอีก

            ซูเจินลืมตาขึ้นช้าๆ สิ่งสกปรกที่ถูกขับออกมาจากร่างกายส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งยังดีที่นางได้กางม่านพลังเอาไว้คงพอจะพลางการปะทุของพลังเอาไว้ได้ ซูเจินสลายม่านพลังที่กางเอาไว้ออกใช้เวลาไปหลายวันทีเดียว

            “เลื่อนระดับเสร็จแล้วหรือ?”เสียงทุ้มดังขึ้นที่หน้าประตูที่เพิ่งถูกเปิดออก

            “พี่เสวี่ย!ท่านมาแล้วหรือเจ้าคะ” ซูเจินยิ้มร่าเมื่อเห็นพี่ชายบุญธรรมผู้แสนยิ่งใหญ่ทำท่าจะถลาเข้าไปออดอ้อนเสียหน่อยทว่าเทพอสูรกับยกมือขึ้นห้ามเอาไว้แล้วยกมืออีกข้างบีบจมูกเป็นเชิงบอก

            ซูเจินชะงัก แล้วก้มมองคราบสิ่งสกปรกตามเนื้อตัวของตัวเองแล้วก็ยิ้มแห้งๆเข้าใจที่พี่ชายบอกได้ทันที

            “ท่านรอข้าเดี๋ยว ขอข้าอาบน้ำก่อน”

            “ข้าจะไปรอที่อีกห้องด้านหน้าก็แล้วกัน”เทพอสูรบอกแล้วก็หันหลังเดินจากไป

            ซูเจินเดินออกมาจากห้องสอดส่ายสายตามองหานางกำนัลขันทีที่ด้านนอก ก่อนจะเรียกกำนัลน้อยนางหนึ่งที่เดินอยู่อีกฝั่งไกลๆนางกำนัลน้อยรีบเดินเร็วๆเข้ามาหาทันที

            “ช่วยเตรียมน้ำให้ข้าอาบหน่อยจะได้หรือไม่?”ซูเจินเอ่ยถามอย่างสุภาพ

            นางกำนัลเงยหน้ามองเห็นสภาพของอีกฝ่ายก็เข้าใจได้“คุณหนูโปรดรอสักครู่ ข้าจะรีบเตรียมให้เดี๋ยวนี้เจ้าค่ะท่านมีสิ่งอื่นต้องการอีกหรือไม่เจ้าคะ?”

            “แค่เตรียมน้ำให้ข้าก็พอ”

            “เจ้าค่ะ”นางกำนัลย่อกายแล้วรีบไปจัดเตรียมน้ำให้ทันที

            ซูเจินจัดการอาบน้ำชำระร่างกายอย่างไม่รีรอมีนางกำนัลสองคนช่วยอาบน้ำแต่งตัวอย่างดีถามหาชินอ๋องก็ได้ความว่าเขากลับมาครั้งหนึ่งเมื่อสามวันก่อนได้รับข้อความที่นางฝากเอาไว้ก็สั่งให้คนออกห่างเรือนของนางห้ามเข้าใกล้เด็ดขาดก่อนจะออกไปด้านนอกอีกครั้ง ตอนนี้ยังคงไม่กลับมา

            หลังอาบน้ำเสร็จซูเจินก็ให้นางกำนัลช่วยหาของกินมาให้ที่ห้องโถงรับรองของเรือนเตรียมน้ำชาและขนมมาให้กับพี่ชายบุญธรรมของนางด้วย นางกำนัลที่ยกของเข้ามามองบุรุษสองคนอย่างสงสัยก่อนจะเคลิบเคลิ้มกับใบหน้าอันหล่อเหลาของคนทั้งคู่

            หลังจากไล่นางกำนัลออกไปจนหมดแล้วซูเจินก็เริ่มสนทนากับเทพอสูรทันที

            “พี่เสวี่ยมานานหรือยังเจ้าคะ?แล้วทำไมนางกำนัลถึงได้มองท่านแปลกๆ?”

            “มาถึงราวสี่วันก่อนได้เห็นว่าเจ้ากำลังบ่มเพาะข้าก็เลยไม่กวนส่วนพวกนางกำนัลที่มองข้าคงเพราะเพิ่งเห็นข้าครั้งแรกกระมัง”

            “เพิ่งเห็น?พี่เสวี่ยท่านไม่ได้เข้ามาทางประตูหรือเจ้าคะ?” ซูเจินถามอย่างแปลกใจ

            “ไม่ ข้าก็เข้ามาแล้วก็ออกไปจำเป็นต้องเข้าทางประตูให้ยุ่งยากหรืออย่างไร?” เทพอสูรตอบอย่างไม่ใส่ใจรับเอาน้ำชาที่เฒ่ามารในร่างบุรุษรูปงามรินให้มาจิบคำหนึ่งก่อนจะจิบอีกหลายอึก“ชาดี”

            ซูเจินแทบอยากจะตบหน้าผากของตัวเองทำไมเทพอสูรตนนี้ถึงได้เอาแต่ใจเยี่ยงนี้เล่า

            “ว่าแต่เจ้าเถอะเลื่อนระดับแค่นี้ใช้เวลาเสียหลายวันเชียว” เทพอสูรพูดขึ้น

            “ร่างกายของข้าหลับใหลไปนานต้องทำให้พลังเสถียรเสียก่อน อีกอย่างห้วงจิตวิญญาณของข้าก็กว้างกว่าผู้อื่นนัก กว่าจะรวมดวงดาราได้ก็เหนื่อยเอาการ”ซูเจินบอก

            “อ่อนแอเสียจริง”

            “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? เที่ยวเล่นสนุกหรือไม่?”ซูเจินถามไถ่

            “ก็ดี มนุษย์นี่มีแต่เรื่องแปลกใหม่นะอาหารการกินก็ถูกปากทีเดียว ถึงว่าพวกเทพถึงได้ชื่นชอบลงมาที่โลกมนุษย์นัก”เทพอสูรตอบอย่างอารมณ์ดี

            “ข้าก็ว่าอย่างนั้น จำนวนเงินที่ท่านใช้ไปในช่วงเวลาสั้นๆนี้ไม่น้อยเลยนะเจ้าคะ”ซูเจินหรี่ตามองพี่ชายบุญธรรมเขม็ง เทพอสูรเสวี่ยอู่ยืดอกขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินอย่างนั้น

            “นิดหน่อย ก็มันมีแต่ของน่าสนใจของหลายๆอย่างก็ค่อนข้างแพง”

            “โอ...เป็นเช่นนี้เองค่าตัวแม่นางบุปผาทั้งหลายคงแพงมากสินะเจ้าคะ” ซูเจินพูดขึ้น คิดว่านางไม่รู้หรืออย่างไรว่าพวกเขาสองคนมักจะแวะเวียนไปตามหอเริงรมย์น้อยใหญ่ทุกที่ที่ไปค่าใช้จ่ายที่ถูกระบุไว้ส่วนมากมาจากสถานที่พวกนั้น

            ส่วนของกินของใช้ที่พวกเขาซื้อยังไม่ถึงครึ่งค่าใช้จ่ายพวกนั้นเลยเป็นถึงเทพอสูรแต่กลับเที่ยวนารีหรือ?

    ...............................................

    ตำนานยอดหญิงซูเจิน เล่ม 1 มีวางจำหน่ายแล้วใน MEB นักอ่านทุกท่านสามารถเข้าไปดาวโหลดได้แล้วนะคะ

    https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTE3MTE5MyI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEyMzk2MSI7fQ

    คล้ายกับเรื่องตำนานยอดหญิงซูเจิน ที่คุณอ่าน