“เ้ารู้อะไรรึไม่ ข้าเฝ้าวางแผนและขอความช่วยเหลือจากเพื่อนของข้า เพื่อดันให้อิงเอ๋อร์ขึ้นสู่ตำแหน่งพระชายาเอก…เพราะอะไรรู้ไหม” ริมฝีปากสีชาดเหยียดยิ้มหยันราวกับสตรีในความทรงจำกำลังมองตนอยู่
“เพราะยามที่คนเราขึ้นสู่จุดสูงสุด เวลาโดนกระชากตกลงมามันจะยิ่งเ็ปเจียนตายอย่างไรเล่า! ฮ่าๆๆ ข้าอยากให้เ้าเห็นสภาพบุตรีคนโตของเ้ายิ่งนัก ไหนจะบุตรีคนเล็กที่ต้องโทษปะาอีก แต่อย่าได้ห่วงเลย ข้ามิปล่อยให้มันตายง่ายๆ หรอก บุตรสาวคนเล็กของเ้าต้องไปเป็นางบำเรอให้กับโจรป่าทั้งร้อยคนในเมืองชายแดนโน่น! ฮ่าๆ” สตรีตรงหน้าราวกับเสียสติไปแล้ว หลิวมี่เอินสงบสติอารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง เื่ที่้าพูดนางก็ได้พูดไปหมดแล้ว
“หวังว่าเ้าจะตายตาไม่หลับ เพราะข้าเฝ้าหวังให้เ้าวนเวียนรอดูหายนะของคนที่เ้ารัก แม้แต่ชายคนนั้นก็ตาม!” เสียงหวานกดต่ำบ่งบอกถึงความอัดอั้นตันใจ เมื่อความรักเปลี่ยนเป็ความแค้น ก็มาดูกันว่าคนอย่างนางทำสิ่งใดได้บ้าง! ร่างบางเดินนวยนาดกลับออกไป แม้ก่อนออกไปนางจะเหลือบไปมองป้ายิญญาของพี่สาวก็ตาม
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่เซี่ยลี่อิงนั่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน เพียงวันเดียวที่ความจริงทุกอย่างเกิดขึ้นมันพังทลายชีวิต 20 ปีที่ผ่านมาของนางจนไม่มีชิ้นดี มารดาที่นางเฝ้าเพรียกหาคือท่านน้าของนาง…ทั้งยังเป็คนสังหารมารดาแท้ๆ ของตน! คนรักที่รู้จักกันมาั้แ่จำความได้แปรเปลี่ยนไปราวกับคนแปลกหน้า มิตรสหายที่คบมาเนิ่นนานวางแผนแย่งทั้งสามีและตำแหน่งพระชายาของนาง แล้วบิดาล่ะ…บิดาของนางรู้เื่เหล่านี้ด้วยรึไม่ บิดาที่นางมิเคยใส่ใจเพราะอคติ บิดาที่ปีหนึ่งคุยกันไม่ถึง 5 ประโยค
นางสงสัยยิ่งนัก สงสัยเหลือเกินว่าในหัวใจของคนที่เลี้ยงดูนางมาไม่เคยเอ็นดูหรือรักนางบ้างเลยหรือ ตลอดเวลาแม้นางจะร้ายกาจใส่คนอื่นแต่กับมารดานางจะออดอ้อนและเชื่อฟังทุกครั้ง ความผูกพันที่อยู่ด้วยกันมาั้แ่นางเกิดไม่ช่วยทำให้สตรีผู้นั้นเปลี่ยนใจสักนิดรึไร ไฉนถึงลงมือกับคนที่เทิดทูนนางได้อย่างเืเย็นเช่นนี้ ถ้าหากถามอีกฝ่ายได้ นางก็อยากจะถามว่านางผิดอันใดจึงได้ใจร้ายเลี้ยงนางมาเพื่อฆ่าได้ลงคอ หวนนึกถึงความทรงจำที่มีความสุขระหว่างมารดา นาง และน้องสาวยิ่งทำให้ิญญาของเซี่ยลี่อิงไม่อยากเชื่อเลยว่าสิ่งเ่าั้เป็เพียงภาพลวงตา
ร่างโปร่งใส่นั่งเหม่อลอยก่อนหยาดน้ำใสจะไหลลงมาไม่ขาดสาย ดวงตาคู่สวยเหลือบมองป้ายิญญาของคนที่นางคิดว่าเป็ท่านน้ามาตลอด แต่ป้ายนั้นกลับเป็ของมารดาของนางเองเสียนี่
“ท่านแม่…ลูกอกตัญญูนัก” เซี่ยลี่อิงค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วลอยมาคุกเข่าที่ป้ายิญญาก่อนจะโขกศรีษะลงคำนับแม้จะไม่โดนพื้นก็ตาม
“เพราะลูกโง่งมถูกสตรีนางนั้นชักจูง ฮึก เพราะลูกไร้หัวคิดถึงได้มองไม่ออกว่าน้องกำลังโดนใช้เป็หมาก ฮืออ” เนื่องจากพวกนางถูกจับแยกกันั้แ่เด็ก พอโตมาก็ไม่ได้สนใจใยดีกันขนาดนั้น เพียงรักกันเหมือนพี่น้องธรรมดา
“ฮึก ฮือ ท่านแม่”
เสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจดังก้องไปทั้งห้องบรรพชนแต่ไร้ซึ่งผู้ใดได้ยิน เซี่ยลี่อิงหมอบลงจนแทบติดพื้นด้วยความหมดแรง นางสงสารน้องสาว สงสารบิดา และยิ่งกว่าใครคือมารดาที่นางแทบจำไม่ได้แล้วว่าไออุ่นในอ้อมกอดนั้นเป็เช่นไร
“เหตุใด์ถึงให้ลูกรับรู้เื่ราวเหล่านี้…เหตุใดเหล่าเทพเซียนจึงมิส่งลูกไปยังแม่น้ำลืมเลือน ถ้าลูกจากไปโดยที่ไม่ต้องรู้เื่พวกนี้คงจะดีไม่น้อย” เสียงหวานแหบแห้งพร่ำเพ้อแ่เบาดุจกระซิบกับสายลม
ทันใดนั้นแสงสีขาวนวลสาดส่องลงมาที่ร่างของหญิงสาว พร้อมกับเสียงหวานอ่อนโยนราวกับปลอบประโลมดวงิญญาน้อยๆ ดวงนี้
"อดทนเข้าไว้นะลูกรัก ขอโทษที่แม่มิได้อยู่ดูแลพวกเ้าจนเติบใหญ่ แม่ทำได้แค่เพียงใช้ดวงิญญาของตนเองเซ่นไหว้ทวยเทพเพื่อขอให้เ้าได้รับโอกาสอีกครั้ง ครั้งนี้จงระมัดระวังให้มากและดูแลบิดากับน้องสาวของเ้าแทนแม่ด้วย แม่จะเฝ้ามองพวกเ้าเสมอ รักลูกนะ" จบคำแสงนั้นพลันกลืนกินรอบด้านจนหมด สติรับรู้สุดท้ายคือความอบอุ่นที่โอบล้อมรอบตัวของนาง
…………….
……..
..
“อือ” เสียงหวานใสพึมพำเบาๆ เมื่อเริ่มรู้สึกตัว มือน้อยลูบไล้ผ้าปูไปมาราวกับสงสัยว่าเป็ของจริงรึว่าความฝัน
ร่างบอบบางกลิ้งๆ บนที่นอนอีกสักพักแต่ว่ายังไม่กล้าลืมตาขึ้นมา นางหวั่นใจเหลือเกินว่าสิ่งร้ายๆ ที่นางทำจะส่งนางไปยังที่น่ากลัว…ดวงตาดวงตาหรี่มองรอบด้าน เมื่อไม่พบสิ่งใดผิดปกติจึงลืมตาของตาขึ้นเต็มตา ขนตางอนกระพือขึ้นลงเพราะเ้าตัวน้อยยังกระพริบตาถี่ จะไม่ให้นางกระพริบตาถี่ๆ ได้อย่างไรในเมื่อสถานที่ที่นางอยู่คือ ห้องนอนในเรือนของนางเอง!
เซี่ยลี่อิงกวาดตามองไปรอบห้อง ถึงแม้จะยังมืดอยู่แต่นางกลับคุ้นเคยเป็อย่างดี เรือนนี้คือเรือนที่นางใช้ชีวิตมาั้แ่จำความได้ ด้วยความดีใจหญิงสาวรีบลุกขึ้นก่อนพาดขาตรงขอบเตียงเพื่อลงจากที่นอน แต่ความความแปลกใจก็เข้าจู่โจมนางอย่างรุนแรงอีกครั้งเมื่อเท้าของนางมันไม่ติดพื้น…ไม่ใช่สิ มันไม่ถึงพื้นต่างหากล่ะ!!
“นี่มันอะไรกันเนี่ย!” เสียงใสอุทานออกมาเนื่องจากตนเองหงายมือขึ้นมาดู มือน้อยๆ ที่ดูยังไงก็ไม่ใช่สตรีที่โตแล้วทำให้เซี่ยลี่อิงแทบหงายหลังล้มลงบนเตียงอีกครั้ง
ฟึบ! ตุบ!
หญิงสาวะโลงจากเตียงแล้วตรงไปยังคันฉ่องในห้อง แม้จะไม่มีไฟแต่แสงจันทร์ที่ส่องสว่างก็พอทำให้นางให้เห็นเงาลางๆ ว่าตนนั้นสูงเพียงแค่เลยเอวของผู้ใหญ่ไปหน่อยเดียวเท่านั้น ถ้าให้คาดเดานางคงมิเกิน 7 หนาวเป็แน่!
“นี่มันอะไรกันเนี่ย” เซี่ยลี่อิงที่กลายร่างมาเป็เด็กน้อยขยุ้มหัวตนเองด้วยความวิตก สมองพลันวิเคราะห์ทุกเหตุการณ์อย่างละเอียดอีกครั้ง
เื่ราวทั้งหมดเกิดจากผู้ที่นางคิดว่าเป็มารดามาโดยตลอด จากที่ฟังคงวางแผนร่วมกับพระสนมเหอกุ้ยเฟยด้วยเป็แน่ อาจรวมไปถึงอันฮูหยินแห่งจวนราชครูด้วย ยังมีซุนอวิ้นหยางและอันซูฮวาที่ไม่รู้ว่าเริ่มเข้าสู่แผนร้ายั้แ่เมื่อไหร่ นอกจากคนเหล่านี้ยังมีอีกคนที่นางเป็กังวลมากที่สุด…บิดาของตน นางรู้สึกหวั่นใจนักว่าบิดาจะรู้เื่นี้มากน้อยเพียงใด ถ้าเกิดว่าเขาร่วมมือกับผู้หญิงคนนั้นล่ะ…
“ไม่หรอก” จากที่ฟังหลิวมี่เอินผู้เป็น้าของนางแค้นเคืองบิดามิใช่น้อย เป็ไปได้ว่าบิดาไม่มีส่วนรู้เห็นใดๆ ทั้งสิ้น
ส่วนน้องสาวของนาง…ยามนี้คงเพิ่งอายุเพียง 5 หนาวเท่านั้น นางยังสามารถทำอะไรได้บ้าง
“จะทำอะไรได้ล่ะ…” เสียงใสบ่นพึมพำอย่างหมดอาลัยตายอยาก ดวงตากลมน่ารักมองมือเล็กที่กำๆ แบๆ ออกมาสักพักแล้ว ก่อนจะคิดวางแผนสิ่งใดต้องดูก่อนว่าตนพอจะทำอะไรได้บ้าง ตัวก็มีแค่นี้ มือยังกระจิ๊ดริดเพียงนี้ แล้วนี่นางจะเอาอะไรไปสู้รบปรบมือกับศัตรูมากมายกัน!!
ยามค่ำคืนที่ใครหลายๆ คนหลับไหล กลับมีร่างแน่งน้อยที่จิกทึ้งผมแล้วกลิ้งไปมาบนที่นอนเพื่อระบายอารมณ์ ถึงจะผ่านมาหนึ่งชาติแต่ใช่ว่านิสัยจะเปลี่ยนกันได้ง่ายๆ ถึงแม้นางจะตั้งใจไว้แล้วว่าต่อจากนี้นางจะเป็คนใหม่ เป็คนที่รอบคอบและคิดอ่านให้กว้างไกลเสมอ แต่นั่นเอาไว้เริ่มวันพรุ่งนี้เถิด วันนี้นางขอระบายอารมณ์และความอัดอั้นด้วยการกัดหมอนไปก่อนก็แล้วกัน….
.......................................................................................
โถ ยัยหนูลูกกก อย่างน้อยก็ยังได้ย้อนกลับมานะ