ปั้นก้อนดินเป็นสี่เหลี่ยมเสียก่อน...”ลักษณะของบ้านดินและวิธีการสร้างถูกอธิบายออกมาแบบคร่าวๆ เพื่อให้ทุกคนพอเห็นภาพ
ผมไม่ลงรายละเอียดมากนักเพื่อเป็นการประหยัดเวลา เมื่อทุกคนเข้าใจดีแล้ว ทุกคนต่างเห็นด้วยกับแนวความคิดของผม
“ยอดเยี่ยมนักวิธีการของเจ้าชั่งเหมาะและมีความเป็นไปได้สูง”บิดาเอ่ยชมเมื่อเข้าใจข้อดีและข้อเสียของมัน
“หากมันทำได้อย่างที่ลูกว่ามาจริงๆแบบนี้ใครๆก็สามารถรงบ้านของตัวเองได้”มารดาออกความเห็นเช่นกัน
“แล้วพวกท่านจะได้เห็นมันและเข้าใจว่าการสร้างบ้านอยู่นั้นไม่ได้ ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เราไม่จำเป็นต้องลงทุนอะไรมากนักก็สามารถมีบ้านของตองได้”ผมมั่นใจมากในเรื่องนี้
ที่อยู่ในการประชุมใบหน้าของหัวหน้าทีมทุกคนเต็มไปด้วยความตกตะลึง
แนวความคิดและวิธีการของนายน้อย ทำให้การสร้างบ้านทำได้ง่ายขึ้นด้วยวิธีการนี้ คงไม่มีคนไร้บ้านหรือคนเร่ร่อนเหลืออยู่เป็นแน่ อี้หลันจดบันทึกทุกอย่างด้วยดวงตาเป็นประกาย
สถานการณ์เกี่ยวกับอาหารของพวกเราตอนนี้ถึงจะไม่ลำบาก แต่เรายังขาดอาหารจำพวกแป้ง เช่น ธัญพืช ข้าว แผ่นแป้ง
สิ่งที่เราหาได้ตอนนี้มีเพียงอาหารสดจากป่า ซึ่งในช่วงหน้าหนาว เราไม่สามารถออกหาอาหารสดได้
พอถึงหน้าหนาวราคาหารจะพุ่งขึ้นสูงมาก
“ประเด็นที่สองเรื่องอาหารใครมีความคิดดีๆเสนอไหม”ผมเปิดประเด็นขึ้น ทุกคนเงียบ
“หน้าหนาวนี้เราจึงจำเป็นต้องกักตุนอาหารให้เพียงพอสำหรับคนของเรา”บิดาเสนอความคิดขึ้นมาเป็นคนแรก
“ใช่นอกจากเนื้อแล้วเรายังต้องการแป้ง แผ่นแป้ง ข้าว ของพวกนี้ต้องใช้เงินซื้อ เรายังขาดเงิน”ท่านแม่เสนอต่อ
“อีกหนึ่งเดือนฤดูเก็บเกี่ยวจะมาถึงเราต้องออกล่าสัตว์ให้มากขึ้นนำไปขายเพื่อระดมทุน”เริ่มมีคนเสนอความคิดออกมาเรื่อยๆ
“แต่ช่วงนี้เป็นฤดูล่าสัตว์ ราคาเนื้อตกลงมาก เงินที่เราได้จากการขายเนื้อคงไม่มากนัก”
“ฝีมือการทำอาหารของนายน้อยกับนายหญิงดีมากถ้าเราทำเป็นอาหารออกขาย ต้องมีคนซื้อมากแน่ ๆ”จิ๋วเถาเสนอขึ้นมาเสียงเบา
“เยี่ยม!เป็นความคิดที่ดี ข้าเห็นด้วย”บิดดาเห็นด้วยอย่างยิ่งในประเด็นนี้ คนอื่นๆ พยักหน้ารับมีคนเสนอความคิดออกมาอีกเล็กน้อยประเด็นนี้ก็จบลง ที่ประชุมกลับมาเงียบอีกครั้ง
“มีใครจะเสนออะไรอีกหรือไม่”ผมถามขึ้นคราวนี้ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
“ข้าสรุปประเด็นนี้เป็นสองข้อข้อแรกการระดมทุน เราจะล่าสัตว์เพื่อเอาเนื้อไปขายตามปกติ แล้วแบ่งบางส่วนทำเป็นอาหารออกขายในเมืองเพื่อระดมทุนสำหรับซื้อธัญพืชในเดือนหน้ามีใครคัดค้านอะไรหรือไม่”ไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย
“ข้อสองเรื่องการตุนอาหารสำหรับหน้าหนาว เราต้องสะสมเนื้อสัตว์โดยการทำเป็นเนื้อรมควันเก็บไว้ให้ได้มากที่สุดส่วนเมล็ดธัญพืชไม่ว่าจะเป็น ข้าว หรือข้าวฟ่างเราจะซื้อให้ได้มากที่สุดเท่าทีจะทำได้ มีใครคัดค้านอะไรไหม” ทุกคนเงียบ
“ประเด็นต่อไปเครื่องนุ่งห่ม อะไรบ้างที่พวกเราจำเป็นต้องมี”ผมเปิดประเด็นขึ้น
“เราต้องมีชุดผ้าฝ้ายอย่างน้อยคนละ 4 ชุด ชุดกันหนาวคนละ2 ชุด ที่นอน ผ้าห่มอีกคนละชุด”คราวนี้ท่านแม่เสนอขึ้นเป็นคนแรก
“ที่นอนหมอน มุ้ง เราก็ต้องมี” อี้หลันเสนอขึ้นต่อ
“หมวกผ้าพันคอ ด้าย เข็มเย็บผ้า” หม่าเหลียงเสนอ
“ชุดเดินป่ารองเท้าเดินป่า”บิดาเสนอ ทุกคนค่อยๆ ออกความเห็นในประเด็นนี้ คนละอย่างสองอย่าง อันไหมไม่จำเป็นก็คนแยงและปัดตกสิ่งนั้นไป ผ่านไปอีกหนึ่งเค่อการสนทนาประเด็นนี้ก็จบลง เราได้ข้อสรุปมากมายพร้อมกับปัญหาอีกหนึ่งข้อ คือ เราไม่มีเงินซื้อของที่จำเป็นเหล่านั้นเราต้องหาเงินเพิ่มขึ้น อี้หลันจด บันทึกทุกอย่างลงไปในกระดาษเช่นเคย
“ประเด็นต่อไปเรื่องยารักษาโรค มีใครจะเสนออะไรเกียวกับเรื่องนี้หรือไม่”ผมเริ่มเปิดประเด็นอีกครั้ง
เป็นไปตามที่คิดไว้ทุกคนเงียบ ไม่แปลกเพราะไม่มีใครที่มีความรู้ ด้านนี้เลย แม้แต่ บิดา กับท่านแม่ก็เงียบเช่นกัน ผมรออยู่หลายอึดใจเลยเสนอขึ้น
“ข้าพอมีความรู้มาจากการศึกษาตำรายาเล็กน้อยเรื่องนี้ให้ข้ากับอี้หลันเป็นคนรับผิดชอบ พวกท่านคัดค้านอะไรหรือไม่”ทุกคนนเงียบไม่มีความเห็นใดๆ ประเด็นนี้จึงจบลงเช่นนี้
“ประเด็นสุดท้ายเรื่องกองกำลังป้องกันตัวเองเรื่องนี้ท่านพ่อมีความเห็นว่าอย่างไรขอรับ”เรื่องนี้ผมถามบิดาออกไปตรงๆ
“มีเพียงขุนนางเท่านั้นพี่จะมีคนคุ้มกัน หรือมีกองกำลังคุ้มกันของตัวเองได้”ซ่านหู่คิดอยู่ชั่วครู่จึงพูดขึ้น
“เรื่องนี้ข้ารู้นอกจากเรื่องนี้ท่านมีอะไรเสนอหรือไม่”ผมถามอีกคราวนี้บิดาส่ายหน้า
“แล้วพวกท่านละมีอะไรเสนอหรือไม่”ผมกวาดสายตามองทุกคนก่อนเอ่ยปากถามขึ้น ทุกคนเงียบมีเพียงท่านแม่ที่มองมาทางผมด้วยความไม่แน่ใจ
“เรื่องนี้ลูกมีแผนหรือไม่”สุดท้ายท่านแม่ก็ถามขึ้น
“ข้ามีแผนอยู่มีสองประเด็นในเรื่องนี้ขอรับประเด็นแรกเรื่องการครอบครองอาวุธ ประเภทดาบหรือธนูปกติเราต่างถูกทางการจำกัดในเรื่องนี้อยู่แล้ว ทางออกของข้าคือ ให้คนของเราไปขึ้นทะเบียนเป็นนายพราน เราจะมีสิทธิ์ถือครองธนูมาบางส่วนเรื่องอาวุธระยะไกลน่าจะไม่มีปัญหาส่วนอาวุธระยะประชิด เราจะไม่ฝึกดาบ เราจะฝึกใช้มีดสั้นแทนทุกคนมีอะไรคัดค้านหรือไม่”ทุกคนเงียบ
“ประเด็นที่สองการฝึก มีสามประเภทคือ ฝึกธนู ฝึกใช้มีดและการฝึกร่างกาย เราจะธนูให้กับนายพรานเท่านั้นส่วนการฝึกร่างกาย กับ การฝึกใช้มีดจะฝึกให้กับทุกคน อย่างน้อยทุกคนต้องป้องกันตัวได้ในระดับหนึ่งใครมีอะไรคัดค้านหรือไม่”ทุกคนเงียบ
“สุดท้ายแผนการฝึกข้ากับท่านพ่อจะรับผิดชอบในเรื่องนี้เลขาประเด็นสุดท้ายนี้ไม่ต้องบันทึก”
“ตอนนี้เราหารือกันครบทุกประเด็นแล้วข้าจะกำหนดความสำคัญของแต่ละประเด็นดังนี้ 1 เราจะให้ความสำคัญกับการสร้างบ้านดินเป็นอันดับแรกรองลงมาเป็นการล่าสัตว์เพื่อระดมทุน จากนั้นเป็นการสะสมอาหารและการฝึกทหารเป็นอย่างสุดท้าย ส่วนแผนการทำงานของแต่ละกลุ่มข้ากับอี้หลันจะเป็นคนรับผิดชอบในการจัดทำแผนการทำงานให้อีกสองวันเราจะมาประชุมแผนการทำงานอีกครั้ง เลิกประชุมได้”ผมจบประชุมครั้งแรกเพียงเท่านี้ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองทันที
“ท่านพ่อน้องอี้พวกท่านอยู่ก่อน”ทั้งสองจึงไม่ได้แยกตัวออกไป เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้วที่ลานประชุมชั่วคราวก็เหลือแค่เรา 3 คน
“ท่านพ่อท่านรับผิดชอบทำแผนการฝึกพลธนูนะขอรับ ใช้มาตฐานการฝึกของกองทัพได้เลยส่วนการฝึกร่างกายและการใช้มีด ข้าจะทำเอง”
“ได้”บิดารับคำ
“อีก7 วันเราจะเริ่มต้อนการฝึกระหว่างนี้ให้ท่านคัดเลือกคนที่จะไปขึ้นทะเบียนนายพรานอย่างน้อย 15 คน พาพวกเขาไปขึ้นทะเบียนให้เสร็จก่อนการฝึกได้ใบรับรองมาแล้วเราถึงจะสั่งทำธนูได้”
“ได้”บิดารับปาก
“อี้หลันเจ้าช่วยข้าทำแผนงานการทำงานสำหรับทุกคนและเลือกพรานของเราออกมาสองคนหาคนที่นำทางได้ดี เราจะออกเก็บต้นยาบนเขา”
“ได้เจ้าคะ”
“วันนี้จบการประชุมแค่นี้ขอรับ”ผมหันไปเอ่ยกับบิดาด้วยรอยยิ้มเราคุยกันอีกเล็กน้อยก็แยกย้ายกันไป
หลังอาหารเช้าผมกับอี้หลันก็เริ่มงานในส่วนของเราทันที เราเริ่มต้นด้วยการวางแผนงานก่อสร้าง
“เราจะต้องสร้างบ้านดินสำหรับคน 50 คนจะสร้างทั้งหมด 10 หลัง หนึ่งหลัง มี 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 เตาผิง 3 เตียงไฟเจ้าคิดว่ายังไง”
“บ้านหนึ่งหลังสำหรับคน 5 คนไม่แออัดเกินไปข้าเห็นด้วย”
“ขอกระดาษข้าจะวาดแบบบ้าน”
“นี่เจ้าคะ”นางยื่นกระดาษกับหมึกมาให้หลังจากวาดแบบเสร็จผมก็ลงรายละเอียด ส่วนต่างๆ จำพวก ใช้ก้อนดินกี่ก้อน ไม้กี่ท่อนไม้ค่าน หลังคา จำนวนเร่าไร ผมกำหนดจำนวนของมันลงไปอย่างละเอียดเพท่อให้ง่ายต่อการจัดเตรียมวัสดุในอนาคต
สุดท้ายอธิบายขั้นตอนการสร้างกำกับเอาไว้อย่างละเอียดเป็นขั้นเป็นตอน อี้หลัน ช่วยผมบันทึกทุกอย่างลงบนกระดาษอย่างเป็นระเบียบ
เราจำแนกอุปกรณ์ที่จำเป็นของการทำบ้านดินออกมาเป็นข้อๆคือ
ระหว่างที่เราทำงานด้วยกันผมสอนงานนางทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการทำบ้านดิน ทั้งวิธีการตรวจสอบ ส่วนผสม ต่างๆ ไม้เว้นแม้แต่เทคนิคเล็กๆน้อยๆ
หน้าที่ของนางตรวจสอบการดำเนินงานของทุกกลุ่มว่าทำถูกต้องได้มาตรฐานหรือไม่ ผมสรุปความสำคัญของการทำบ้านดินออกมาสองส่วน
ส่วนคือแรกฐานรากของตัวบ้านต้องแน่น รับน้ำหนักได้ดี เพราะกำแพงบ้านดินมีน้ำหนักมากหากฐานรากไม่ได้มันจะทรุดถึงตอนนั้นก้แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
เราจะขุดพื้นดินลงไปแล้วอัดด้วยหินให้แน่นวางแผ่นหินศิลาแลงเป็นฐานเพื่อกันทรุด
ส่วนที่สองคือก้อนดิน บ้านดินของเราจะใช้ก้อนอิฐดินดิบเป็นวัสดุ ข้อดีของอิฐดินดิบคือถ่ายเทอุณหภูมิได้ช้า
ส่วนผสมของดิน ในการทำก้อนอิฐดินดิบ ประกอบด้วย ๓ ส่วนคือดินร่วนปนทรายหรือดินเหนียว ผสมกับตัวประสานหญ้าสับหรือฟางข้าวสับ สุดท้ายเป็นดินทรายแห้ง
วิธีการทำก็ง่ายแสนง่าย
1. ขุดดินในพื้นที่ให้ร่วนซุยตามต้องการ
2. ปล่อยน้ำให้ท่วมขังในบ่อดินที่เราขุดไว้ทิ้งให้ดินอิ่มตัวประมาณ 1 เค้อ