WAR STORY
ตอนที่3 Survive
ก่อนปฏิบัติการ ยกพลขึ้นบกนอร์มังดี 1 วันเหล่าทหารฝ่ายสัมพันธมิตรได้ตัดสินใจส่งทหารหน่วยพลร่มไปยังฝรั่งเศสเพื่อเคลียร์เส้นทางสำหรับการยกพลขึ้นบกที่ชายหาดนอร์มังดีที่กำลังจะมาถึงซึ่งหน่วยพลร่มที่101ของสหรัฐได้รับเลือกให้ทำภารกิจสุดแสนอันตรายในครั้งนี้ภารกิจของพวกเขาคือ การทำลายแนวหลังของข้าศึกของฝ่ายเยอรมัน และเคลียร์พื้นที่ให้แก่หน่วยทหารฝ่ายสัมพันธมิตรที่เหลือ
1วันก่อน ดีเดย์
ยามราตรีอันมืดมิดฝูงเครื่องบินของฝ่ายสัมพันธมิตรค่อยๆบินผ่านช่องแคบอังกฤษเข้ามายังประเทศฝรั่งเศสอย่างลับๆในยามราตรีอันเงียบสงัดยามค่ำคืนที่ซึ่งทุกคนยังอยู่ในห่วงนิทรา
“อีก 2 นาทีถึงที่หมาย”เสียงของนักบินยังไม่ทันพูดจบดีนักก็ถูกโดยเสียงระเบิด
“ตูม!”ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานของเยอรมันกระหน่ำยิงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจนเครื่องบินของพวกเขาได้รับความเสียหายอย่างหนักจนต้องสละเครื่อง
“สละเครื่อง! เราต้องโดด!”เสียงนักบิน
“ไปๆๆ!”เสียงของหัวหน้าทหารพลร่มบนเครื่องบินลำนึงได้เรียกลูกน้องให้สละเครื่องจนกระทั่งคนสุดท้าย “โดด!” สิ้นเสียงหัวหน้า ทหารคนนั้นกระโดดออกจากเครื่องบินอย่างไม่คิดชีวิต“ตูม!”เสียงระเบิดดังจากด้านหลังของเขาก่อนที่เครื่องบินที่พวกเขาโดยสารมาถูกยิงตก ซากเครื่องบินลำนั้นตกผ่านเฉียดหน้าเขาไปนิดเดียว
ขณะที่เขาลอยเคว้งอยู่กลางอากาศท้องฟ้าในยามราตรีอันมืดมิดถูกเปลี่ยนเป็กลางวันชั่วพริบตา แสงไฟสว่างไสวเสียงะเิดังกึกก้องทั่วท้องฟ้า แสงไฟพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง ภาพที่เขาเห็นทหารบางคนถูกยิงตายกลางอากาศ ขณะที่ร่มชูชีพยังกางอยู่บางคนถูกยิงะเิจนร่างแหลกไปต่อหน้าต่อตา เืและเศษเนื้อกระเซ็นใส่หน้าของเขา บางคนพยายามจะกางร่มชูชีพแต่ไม่สำเร็จร่วงลงไปสู่ความมืดมิด พร้อมด้วยเสียงกรีดร้อง
ภาพสยดสยองที่เขาได้เห็นและเสียงกรีดร้องเ่าั้ค่อยๆแล่นผ่านเข้ามาในหัวสมองของเขาจนทำให้เขารู้สึก.......กลัวทันใดนั้นเองเขาได้รวบรวมสติที่เหลืออยู่ ดึงร่มชูชีพของเขาออกมาแต่ไม่ทันไร”ฟื้ว!” “ฟุบ!” ร่มชูชีพของเขาถูกยิงจนขาดวิ่นเขาพยายามดึงร่มชูชีพสำรองแต่ไม่สำเร็จตอนนี้ร่างของเขาตกลงมาอย่างรวดเร็วจมดิ่งสู่ความมืดมิดเบื้องล่างเขาได้แต่หลับปี๋และสวดภาวนา “ตุบ!...”แล้วเขาก็สลบไป
พอเขาได้สติเขาพยายามพยุงร่างกายอันบอบช้ำของเขาค่อยๆขึ้นมาพอเขาเงยหน้าขึ้นภาพที่เขาได้เห็นคือศพของนักบินที่ถูกเสียบบนต้นไม้พร้อมกับร่มชูชีพสภาพเละจนยับเยินจนดูไม่ได้เล่นเอาเขาแทบจะอาเจียนออกมา ซากศพของสมาชิกในทีมของเขานอนตายที่เกลื่อนกราดรอบๆต้นไม้นั้น ฝูงอีกาที่เฝ้ามองและคอยฉีกจิกกินซากศพอยู่นั้นสะบัดปีกบินหนีขึ้นสู่ท้องฟ้า เขาถึงกับทรุดตัวลงแล้วเริ่มร้องไห้ หวาดผวา ความ้าที่จะต่อสู้
ความ้าที่จะเอาชัยชนะไม่มีอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกเ่าั้ค่อยๆจางหายและถูกแทนที่ด้วย...ความ...กลัวเขายังไม่ทันจะร้องไห้ออกมา ก็มีเสียงนึงดังขึ้นมา
“มันอยู่ตรงนั่น!”เสียงทหารเยอรมันะโไล่หลังเข้ามา ความกล้าหาญและการต่อสู้เพื่อชัยชนะไม่มีอีกต่อไปแล้วสิ่งเดียวที่เขามีอยู่...คือ...การเอาชีวิตรอด
เขาได้ตัดสินใจวิ่งหนี วิ่ง วิ่ง แล้วก็วิ่งหนีหายลับเข้าไปในป่า จนพ้นการตามล่าเขาได้มาหยุดอยู่ที่โรงนาร้างแห่งนึงก่อนที่จะนั่งลงพร้อมกับมองออกไปยังท้องฟ้ายามรุ่งสางพร้อมกับแสงความหวังว่าเขาจะมีชีวิตรอดต่อไป