ชาร์ลีนึกไปถึงบุรุษผู้นั้น เขาอยู่ในวัย 40 สูงปานกลางเรือนร่างเต็มไปด้วยมัดกล้ามและผิวพรรณดูจะขาวผ่องกว่าแชดมากแม้จะตากแดดตากลมอยู่ตลอดเวลาเช่นกันเรือนผมเป็สีน้ำตาลแกมแดง ชัคจัดได้ว่าเป็คนหน้าตาดีคนหนึ่งมีความซื่อตรงจงรักภักดีในตัวเธออย่างมากมาตลอดเขาเป็คนที่มีคุณสมบัติที่ชาร์ลีควรจะชื่นชม แต่ไม่สามารถจะจุดไฟเสน่หาให้เกิดขึ้นในใจของเธอได้แม้แต่จุมพิตของเขาก็ไม่อาจสร้างความหวั่นไหวให้เกิดขึ้นซึ่งตรงข้ามกับจุมพิตของแชดเมื่อครู่ก่อนอย่างสิ้นเชิง
“ชัก เวทเธอร์บี้” แชดทวนชื่อนั้นซ้ำแล้วพูดปนหัวเราะว่า“ก็คล้องกันดีนี่ ชัคกับชาร์ลี”
รอยยิ้มขันๆ กระจายอยู่บนใบหน้าของเธอเมื่อเห็นเขาพูดเป็เชิงล้อเล่นเื่ชื่อ
“ฉันว่ามันฟังตลกมากกว่า จริงไหม”
“ผมว่ามันเป็เื่ของความบังเอิญมากกว่าละมั้งว่าแต่คุณมีชื่อจริงๆ อะไรล่ะ ชาร์ล็อตต์ หรือว่าชาร์ลีน”
“ชาร์ล็อตต์ค่ะแต่ไม่เคยมีใครเรียกฉันอย่างนั้นหรอก เขาเรียกฉันว่าชาร์ลีทั้งนั้น” เธอไหวไหล่เบาๆ ซึ่ง แสดงว่าเธอเองก็มิได้ขัดข้องแต่อย่างใดยกกาแฟขึ้นจิบไปเรื่อยๆ
“ก็คงเป็เพราะว่ามันเหมาะสมกับคุณนั่นเอง”สายตาที่กวาดไปทั่วใบหน้า ทำให้ลมหายใจติดขัดขึ้นมาอีก “ชื่อที่คล้ายๆ ผู้ชายมักช่วยเน้นความเป็ผู้หญิงให้เด่นขึ้นแต่ถ้าลองกลับกันละก้อมันจะกลายเป็คนละเื่ไปเลยถ้าใครเขาเรียกแกรี่ว่าแมรี่ละก็ มันคงตลกดีทีเดียว”
“คงไม่มีใครเขาบ้าทำอย่างนั้นหรอก” ชาร์ลีว่า
“ผมยังแปลกใจนะที่พี่ชายคุณเขายังเป็โสดมาจนทุกวันนี้เพราะที่จริงเ้าของไร่ปศุสัตว์หนุ่มโสดหน้าตาดีก็ควรจะเป็ที่สนใจของผู้หญิงในละแวกนี้บ้าง”แชดแสดงความเห็น และมองตาเธออย่างจะถาม
“ก็เกือบๆ ไปอยู่เหมือนกันเมื่อสักประมาณปีหนึ่งมาแล้วเขาก็เกือบจะแต่งงานอยู่แล้วแต่พอดีเกิดถอนหมั้นขึ้นมาเสียก่อน ั้แ่นั้นมาเขาก็เลยเข็ดผู้หญิง”
“ถึงจะเป็คำสัตย์ปฏิญาณแต่มันก็ยังไม่จบสิ้นเสียทีเดียวหรอกน่า”คำพูดของแชดคล้ายเขาจะเอ่ยถึงประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาเขาวางถ้วยกาแฟลง และถามว่า “คุณรู้หรือเปล่าว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
ชาร์ลีสั่นศีรษะ พวงผมสีน้ำตาลทองไหวพลิ้วอยู่กับ่ไหล
“แกรี่เขาไม่ชอบให้ใครพูดถึงเื่นี้” เธอไม่แน่ใจว่ามันเป็เื่ที่สมควรจะเล่าให้แชดฟังหรือไม่เพราะถึงอย่างไรเขาก็ยังเป็คนแปลกหน้าและเื่ของแกรี่เป็ความลับสำหรับครอบครัวแม้ว่าการถอนหมั้นดังกล่าวจะมิได้เป็ความลับเสียที่เดียวก็ตาม ชาร์ลีได้พบว่าเธอสามารถพูดคุยกับแชดได้อย่างเป็กันเองกว่าผู้ชายคนอื่นๆที่เคยคุ้นด้วยมาก่อน “แล้วคุณล่ะคุณเคยคิดจะแต่งงานบ้างหรือ”
“ไม่เลย ผมไม่เคยเข้าใกล้พอจะได้กลิ่นดอกส้มหรอก”แชดตอบยิ้มๆ ยกกาแฟขึ้นดื่มจนหมด
ชาร์ลีเพิ่งจะได้ตระหนักว่า แท้ที่จริงแล้ว เธอคิดสังหรณ์ใจอยู่ว่าบางที่อาจจะเป็เพราะผู้หญิงนั่นเองที่ทำให้แชดต้องเดินทางระเหเร่ร่อนไปเรื่อยๆเช่นนี้ มันดูมีเหตุผลอยู่ถ้าจะสันนิษฐานว่าพฤติกรรมของเขานั้นเกิดขึ้นโดยมีสาเหตุที่เนื่องมาจากความพยายามที่จะหนีอะไรบางอย่าง
ความเงียบเกิดขึ้นเป็ครู่ และแล้วก็มีเสียงเก้าอี้ครูดกับพื้นห้องเมื่อแชดผลุดลุกขึ้นยืนประกายยิ้มจุดอยู่ใน
ดวงตาคู่สีฟ้า
“ถึงเวลาที่ผมจะต้องออกไปทำมาหากินแล้ว”
“ขอบใจนะที่ช่วยทำอาหารเช้าให้ อร่อยจัง”
“ผมก็ต้องขอบใจเหมือนกันที่คุณยอมกินเป็เพื่อนคุณรู้ไหมมันมีคำกล่าวอยู่ว่าอาหารจะมีรสชาติดีขึ้นถ้าเราจะไม่ต้องนั่งกินตามลำพัง”เขาจบคำพูดด้วยรอยยิ้มเช่นเดิม
พูดจบเขาก็เดินออกจากโต๊ะ ขณะที่เธอมองตามร่างสูงโปร่งไหล่กว้างๆ ที่เดินทอดน่องอย่างสบายอารมณ์ไปยังประตูด้านหลังและหยุดหยิบหมวกจากตะขอข้างประตู ขึ้นมาสวมทับเรือนผมสีดำไว้
ขณะที่เขาเดินผ่านประตูออกไปโดยมิได้คิดจะหันหลังกลับมามองนั้นชาร์ลีก็อดสงสัยไม่ได้ว่าชีวิตของคนพเนจรนั้นจะเป็อย่างไรบ้างหนอ...เขาคงจะต้องเดินทางผ่านไปบนเส้นทางสายเปลี่ยวอยู่ตลอดเวลา ได้พบปะผู้คนมากมายแต่ไม่เคยอยู่ที่ไหนนานพอที่จะเรียกคนเหล่านี้ว่า “เพื่อน” ได้ซึ่งสำหรับเธอแล้วรู้สึกว่าเป็เื่ที่น่าสลดหดหู่ใจมากแต่กระนั้นก็ดูเหมือนแชดจะมีอารมณ์ขันปรากฏอยู่ในสีหน้าเสมอท่าทางของเขาบอกถึงความแข็งแกร่งในใจพร้อมที่จะต้อนรับชีวิตทุกด้านและหาความสุขให้กับชีวิตได้ตลอดเวลา
แต่กระนั้น ชาร์ลีก็ยังมีความรู้สึกว่าเขากำลังแสวงหาอะไรบางอย่างอยู่บางทีอาจจะเป็สถานที่สักแห่งที่พอจะเรียกว่าบ้านได้กระมังความคิดดังกล่าวจุดประกายแห่งความหวังขึ้น ซึ่งเธอรีบปัดมันออกจากใจทันทีมันไม่เป็การฉลาดเลยที่จะฝันถึงเื่เช่นนี้เพราะมันเป็หนทางที่จะนำไปสู่ความเป็ผู้หัวใจสลายได้เร็วที่สุดถ้าเธอจะสนใจผู้ชายอย่างแชด รัสเซลล์
ขณะที่เธอกำลังละเลียดอยู่กับขนมปังปิ้งชิ้นสุดท้ายนั้นเธอก็เก็บจานชามไปใส่รวมไว้ในอ่างไปพลางได้ยินเสียงไม้ค้ำของพี่ชายกระแทกกึงกังอยู่กับพื้นห้องใกล้ประตูครัวชาร์ลีเอี้ยวตัวไปมองขณะที่เขาเดินเข้ามา
“เอ๊ะ...วันนี้ตื่นแต่เช้านี่” ั้แ่เขากลับมาจากโรงพยาบาล แกรี่มักจะตื่นเกือบ 8 โมงเสมอ
“วันนี้รู้สึกปวดขากว่าทุกวัน” เขาบอกซึ่งชาร์ลีก็พอจะสังเกตเห็นความร่วงโรยอันเกิดจากการอดนอนของพี่ชายได้อยู่เขาเดินเข้ามาหยุดในครัว เอนร่างพิงอยู่กับไม้ค้ำ “รู้สึกว่าได้กลิ่นเบคอนเธอทำอะไรน่ะ กินของเช้าแล้วหรือ” เขามองไปยังจานที่กองอยู่ในอ่าง
“ใช่ เช้านี้แชดเขาเป็คนทำอาหารเป็ครั้งแรกที่ฉันได้กินอาหารฝีมือคนอื่น ก็ดีเหมือนกัน”
“แชดน่ะเรอะทําอาหาร” แกรีซึ่งกำลังเดินไปที่โต๊ะถามมอย่างแปลกใจชาร์ลีช่วยจับเก้าอี้ให้ เพื่อที่พี่ชายจะได้นั่งลงอย่างสะดวก
“ก็ใช่น่ะสิ พี่ควรจะเอาอย่างเขานะ” เธอพดล้อๆ ลากเก้าอี้อีกตัวหนึ่งมาเพื่อให้เขาพาดขาลง
“สงสัยเขาอาจจะรู้ว่ามันเป็วิธีการหนึ่งที่จะเอาชนะใจผู้หญิงได้ละมั้ง”แกรี่ว่า และจ้องหน้าน้องสาวอยู่
“ยังสงสัยนะ” แต่ชาร์ลีไม่ยอมสบสายตาพี่ชายขณะเดียวกันก็อดคิดไม่ได้ว่า บางทีแชดอาจจะหาวิธีที่จะ เอาชนะใจเธอภายหลังจากที่เธอได้พูดให้เขาเข้าใจแล้วว่าเธอปรารถนาจะเป็แค่เพื่อนของเขาเท่านั้น“ที่จริง เขา ตั้งใจจะทำกินเองนะเพราะอยากจะออกไปทำงานแต่เช้า บังเอิญฉันลงมาพอดี เขาก็เลยทำให้ฉันกินด้วย”
“สงสัยท่ามันจะไม่ดีเสียแล้วที่เราคิดจ้างคนพเนจรมาทำงานอย่างนี้” แกพูดอย่างใช้ความคิด
“อ้าว...ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ” ชาร์ลีชะงักมือที่กำลังเปิดตู้เย็น เพื่อหยิบเบคอนกับไข่ออกมาทำอาหารเช้าให้เขา หันมามองพี่ชายอย่างแปลกใจ
“ก็เพราะว่ามันเป็ปีศาจที่หน้าตาดีเกินไปน่ะสิถึงแม้ว่าเธอจะรู้จักวิธีที่จะป้องกันตัวเองอยู่ แต่ในระยะหลังๆนี้เธอก็ไม่ใคร่จะได้สมาคมกับพวกผู้ชายเท่าไหร่นัก อีกประการหนึ่งเธอกับเขาก็ต้องทำงานในไร่ด้วยกัน ต้องอยู่ ในบ้านเดียวกันและเธอก็ไม่ใช่คนหน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่อะไรเลยนะ ชาร์ลี สักวันหนึ่งไม่ช้าก็เร็วนายแชดคนนี้จะต้องเล่นงานเธอเข้าจนได้แล้ววันนั้นแหละที่เธอจะรู้ว่าคนประเภทนี้ไม่จริงใจกับใครเลย”
ชาร์ลีรับฟังคำเตือนของพี่ชายอย่างสนใจแต่ขณะนี้ความทรงจำทั้งหมดดูเหมือนจะมีแต่กับจุมพิตที่แชดได้มอบให้เมื่อเช้าวันนี้เธอรู้สึกว่าเป็สิ่งที่ก่อปฏิกิริยาให้เกิดขึ้นระหว่างเขากับเธอเป็สิ่งที่เธอสมควรจะต้องระมัดระวังให้มาก และชาร์ลีก็ไม่คิดที่จะเล่าเื่นี้ให้พี่ชายฟังและไม่ขอความเห็นจากเขาในเื่ท่าทีของแชดด้วย
“อยากจะพูดยังไงก็พูดเถอะ แกรี่” เธอไหวไหล่แสร้งทำเป็ไม่แคร์ “แต่อย่าลืมว่าฉันโตพอที่จะดูแลตัวเองได้ก็แล้วกัน”
แต่ประสบการณ์จากวันแรก ทำให้ชาร์ลีต้องใช้น้ำเย็นๆล้างหน้าเพื่อให้หายจากความง่วงงุนโดยเด็ดขาดจากนั้นก็เปลี่ยนเครื่องแต่งตัวให้เป็ชุดทำงานประจำวันก่อนที่จะลงมาข้างล่างเพื่อประกอบอาหารเช้าให้กับทุกคน
ถึงแม้จะระมัดระวังสักแค่ไหนก็ตามแต่กระนั้นสภาพแวดล้อมก็ยังบังคับให้เธอจำเป็ต้องพบปะกับเขาอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็การสนทนา การทำงาน รับประทานอาหาร หรือไม่ก็นั่งคุยในตอนค่ำรอยยิ้มไม่เคยเลือนจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบผู้ชายนั่น หลายๆครั้งที่ชาร์ลีมีความรู้สึกว่าการต้านทานของเธอเริ่มลดน้อยถอยลงทุกทีทุกครั้งที่สายตาของเขาฉายแววแห่งความชื่นชมออกมาคราวนั้นชาร์ลีก็จะเปี่ยมไปด้วยความปรีดาปราโมทย์ในใจและถ้าจะมีการถูกเนื้อต้องตัวเกิดขึ้นแม้จะเป็ด้วยเหตุบังเอิญก็ทำให้เธอสะท้านะเืไปถึงปลายประสาทและเมื่อใดที่ความรู้สึกเช่นนี้บังเกิดขึ้น ชาร์ลีก็มักจะสงสัยว่าหรือเธอจะเป็ฝ่ายปราชัยในาครั้งนี้เสียแล้ว