ระบบฝึกเทพ god training system

    ตอนที่ 103 กลุ่มคนลึกลับ

    "ข้ามาเข้าร่วมกลุ่มตามที่ป้ายประกาศได้บอกไว้!"เทียนฉินเอ่ยออกมาเสียงเรียบหลังจากที่เห็นว่าชายคนนั้นกำลังจ้องเขาอยู่อย่างไม่ละสายตา


    "ขอทราบระดับพลังของเจ้าด้วย!"ชายคนนั้นยังกล่าวออกมาโดยไม่ขยับเขยื้อนตัวเลย


    เทียนฉินขมวดคิ้วขึ้นมาทันที พลันรู้สึกว่ามันออกจะดูลึกลับไปหรือเปล่า แม้กระทั่งการพูดจายังไม่มีการแสดงอารมณ์อะไรออกมาให้เห็นเลย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเอ่ยตอบกลับไปอย่างเรียบง่าย


    "ระดับผันแปรขั้นสูง!"


    ชายคนนั้นพยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะลุกขึ้นยืนขึ้นอย่างเกียจคร้าน


    "เจ้ารออยู่ตรงนี้ก่อน!"ชายคนนั้นเอ่ยบอกกับเทียนฉินก่อนจะเดินลับหายเข้าไปด้านใน


    เทียนฉินมองหาที่นั่งก่อนจะสำรวจไปทั่วบริเวณ อันที่จริงจะบอกว่าที่นี่คือร้านค้าก็ไม่ถูกสักทีเดียว เพราะภายในห้องแห่งนี้มีเพียงอาวุธระดับหนึ่งอยู่สองสามชิ้น กับเม็ดยาที่ไม่รู้ว่าถูกกลั่นมาตั้งแต่สมัยไหนแล้ววางอยู่อีกเม็ดนึง 


    ในใจของเขาก็ยิ่งสงสัยเพิ่มมากขึ้นว่าคนพวกนี้เป็นแบบไหนกันแน่ เพราะร้านที่ตั้งอยู่ในเมืองนี้ล้วนต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับทางเจ้าเมืองทุกเดือน หากไม่คิดจะขายสินค้าอะไรแล้วจะมาทนแบกรับกับค่าใช้จ่ายนี้ไปเพื่ออะไรกัน


    แต่ในขณะที่เทียนฉินกำลังครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ต่างๆนาๆอยู่นั้นเอง ชายคนเดิมก็ได้เดินออกมาพร้อมกับกล่าวบอกกับเขาเสียงเรียบเช่นเคย


    "ตามข้ามาด้านใน!"


    เทียนฉินพยักหน้าตอบรับก่อนจะเดินตามชายคนนั้นเข้าไปอย่างไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเท่าไหร่นัก เพราะหากเกิดเรื่องอันใดขึ้นมาจริง เขาก็ยังมีความมั่นใจอยู่บ้างว่าจะหลบหนีออกจากที่นี่ได้อย่างแน่นอน


    จากการใช้สายตากวาดมองไปทั่วเมื่อเข้ามาด้านใน ก็พบว่าเป็นห้องโล่งๆห้องหนึ่งซึ่งมีเพียงโต๊ะไม้ยาวตัวหนึ่งกับเก้าอีกที่วางอยู่ล้อมรอบ พลันเทียนฉินก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก เพราะห้องที่ชายคนนั้นพาเขาเข้ามากลับมีเพียงชายอีกคนหนึ่งนั่งอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น แล้วอย่างนี้จะเรียกว่ารวมกลุ่มกันได้อย่างไรกัน?


    "เจ้าคงมีข้อสงสัยหลายอย่างเป็นแน่แท้ แต่ข้าขอให้เจ้านั่งรออยู่ที่นี่สักครู่ก่อน ไว้เมื่อสมาชิกที่เหลือมากันครบแล้วข้าจะอธิบายให้ทุกคนได้ทราบอย่างพร้อมเพรียงกัน!"ชายคนนั้นเอ่ยปากบอกกับเทียนฉิน พร้อมกับโบกมือเชื้อเชิญให้เลือกที่นั่งได้ตามสบาย


    เทียนฉินพยักหน้าบ่งบอกว่าเขาเข้าใจ ก่อนจะหาเลือกที่นั่งใกล้ๆเพื่อรอเวลา เพียงผ่านไปไม่นานก็ได้มีชายอีกคนเดินเข้ามา แต่ก่อนที่มันจะไปนั่งที่โต๊ะ ก็ได้หันมามองทางเทียนฉินอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงนั่งลงกอดอกไม่ได้พูดจาอะไรอีก ถัดจากนั้นผู้คนก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นเรื่อย ซึ่งเทียนฉินนับดูแล้วก็มีทั้งหมดเจ็ดคน แต่ถ้าหากรวมเขากับชายคนที่อยู่ในห้องนี้ตั้งแต่แรก ก็จะมีทั้งหมดเก้าคนด้วยกัน แต่ที่เหมือนกันคือทุกคนล้วนใส่ชุดสีดำและสวมหน้ากากเหมือนกันหมด


    เมื่อสัมผัสกับกลิ่นอายของแต่ละคนแล้ว เทียนฉินกลับตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะในจำนวนเก้าคนนี้มีถึงสี่คนด้วยกันที่มีพลังถึงระดับผันแปรขั้นสูงสุด ส่วนอีกสี่คนที่เหลือล้วนมีระดับพลังไม่ต่างไปจากเขา ซึ่งก็คือระดับผันแปรขั้นสูงนั่นเอง


    "เอาล่ะ! ในเมื่อมากันครบแล้วข้าขอให้ทักคนแนะนำตัวกันอีกรอบหนึ่ง แต่บอกเพียงชื่อที่พวกเจ้าตั้งขึ้นมาเองเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อจริงในการติดต่อกัน!"


    "ส่วนตัวข้าใช้นามว่า ฟง"


    ชายหนุ่มหันมองมาที่ทุกคนพร้อมกับแนะนำตัวก่อนเป็นคนแรก


    "สุ่ย"


    "หวู่"


    "โม่"


    "......."


    ทุกคนที่ได้ยินชายที่ชื่อฟงกล่าวออกมาก็เริ่มทยอยแนะนำตนเองให้ทุกคนได้รู้ ส่วนเทียนฉินเขาใช้ชื่อด้านหลังของเขาเองนั้นก็คือ ฉิน 


    เมื่อทุกคนแนะนำตัวกันเสร็จแล้ว ชายที่ชื่อฟงก็บอกจุดประสงค์ของการรวมกลุ่มนี้ขึ้นมา เป้าหมายของเขานั้นคือการเข้าสู่สุสานลับแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองอ้านโถนี้นัก 


    เพียงแต่ว่าที่ต้องให้ทุกคนปิดบังใบหน้ารวมถึงชื่อเสียงเรียงนามนั้น ก็เพราะว่าสุสานที่เขาจะพาไปนั้น เป็นสุสานที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ที่ปกครองแคว้นชิงอยู่ในตอนนี้ 


    ส่วนของที่ได้จากการเข้าสุสานนั้นทุกคนจะแบ่งกันอย่างเท่าเทียม และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้วต่างคนก็แยกย้ายกันไปได้เลย ซึ่งนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ป้องกันไม่ให้มีการซัดทอดมาถึงตัวผู้อื่น หากโชคร้ายโดนคนในราชวงศ์จับตัวไป


    เทียนฉินสังเกตุปฎิกิริยาของทุกคนอย่างเงียบๆ ก็เห็นเพียงบางคนเท่านั้นที่มีอาการลุกลี้ลุกลนอยู่บ้าง แต่คนที่เหลือส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยทักท้วงอะไรออกมา ทำให้เขาพอเข้าใจได้ว่าบางทีคนพวกนี้อาจจะเคยได้ยินมาก่อน หรือไม่ก็รู้จักกันมาก่อนแน่ 


    แต่ที่สำคัญที่เขาไม่มั่นใจนั้นคือเรื่องของรางวัลมากกว่า เพราะถ้าหากภายในสุสานมีสมบัติอยู่ไม่กี่อย่าง หรือว่าสมบัตินั่นล้ำค่าเป็นอย่างมาก จะต้องเกิดการต่อสู้เพื่อแย่งชิงกันอย่างแน่นอน


    "พวกเจ้าทั้งหมดมีความเห็นว่าอย่างไรกันบ้าง?"ชายที่ชื่อฟังจ้องมองทุกคนเห็นว่าไม่มีใครปฎิเสธก็เอ่ยถามออกมาอีกครั้ง


    "แล้วพวกเราจะเริ่มกันเมื่อไหร่?"ชายที่ชื่อโม่กล่าวถามออกมาทันทีที่ชายชื่อฟงตั้งคำถาม


    ส่วนคนอื่นๆรวมทั้งเทียนฉินก็หันมามองชายที่ชื่อฟง เพื่อรอฟังคำตอบด้วยเหมือนกัน 


    "คืนนี้!"ชายชื่อฟงยังจ้องทุกคนไม่วางตาเอ่ยออกมาเพียงสั้นๆ แต่กลับทำให้คนส่วนใหญ่ต่างตกใจกันเป็นอย่างมาก


    "ทำไมถึงรีบร้อนขนาดนี้กันเล่า?"ชายชื่อสุ่ยโพล่งออกมาอย่างสงสัย


    "นั่นสิ! ข้ายังไม่ได้เตรียมความพร้อมอะไรเลย!"ชายอีกคนออกตัวมาเหมือนกัน


    เมื่อมีคนนำก็มีคนตาม พวกที่เหลือแต่ละคนต่างออกความคิดกันไปต่างๆนาๆ บ้างก็เห็นด้วยกับชายที่ชื่อสุ่ย บ้างก็ยอมรับว่าตนเองพร้อมจะเข้าสุสานในคืนนี้ ซึ่งยังคงโต้เถียงกันไปมาไม่รู้จบ จนถึงขั้นพูดจาเหยียดหยามกันด้วยซ้ำ


    เทียนฉินที่นั่งฟังอยู่เงียบๆพลางคาดเดาไปว่า คงจะมีเรื่องสนุกให้ดูเป็นแน่ เพราะถ้าหากปล่อยพวกคนที่ไม่เห็นด้วยกลับไป ข่าวการปล้นสุสานในครั้งนี้จะต้องรั่วไหลออกไปแน่นอน มิหนำซ้ำคนพวกนั้นอาจพาคนที่มีฝีมือมาดักซุ่มโจมตีเมื่อพวกเขาออกมาก็เป็นได้ และการคาดเดาครั้งนี้ของเขาก็ถูกจริงเสียด้วย


    "พอ! หยุดเถียงกันได้แล้ว!!"


    "พวกเจ้าคิดว่าข้าโง่นักหรือไง?"


    "หากปล่อยให้พวกเจ้าไปเตรียมตัว ข่าวการเข้าสุสานในครั้งนี้จะต้องรั่วไหลออกไป ใครจะรับผิดชอบได้กัน!"


    ชายชื่อฟงลุกขึ้นตบไปที่โต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ก่อนจะกวาดสายตามองทุกคนอย่างขุ่นเคือง หากข่าวครั้งนี้หลุดออกไปสิ่งที่เขาทุ่มเทมาทั้งหมดก็จะพังทลายลงทันที 


    เพราะการจะหาจุดที่แน่นอนของสุสานลับแต่ละที่นั้นไม่ใช่ว่าจะพบเจอกันได้ง่ายๆ เขาต้องลงทุนลงแรงไปขนาดไหนกว่าจะได้เบาะแสที่สำคัญมาสักอย่างหนึ่ง และที่สำคัญหากทางราชวงศ์ได้รับรู้ เขามิต้องหลบหนีออกจากที่นี่ทั้งที่ยังไม่ได้รับสมบัติอะไรเลยอย่างนั้นหรือ?


    "ถ้าเป็นแบบนี้ข้าขอถอนตัวไม่ไปร่วมกับพวกเจ้าแล้ว!"ชายชื่อสุ่ยลุกขึ้นเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ ก่อนจะหมุนตัวเพื่อจะออกไปจากที่นี่ทันที


    ฉั้วะ!


    แต่ยังไม่ทันได้พ้นออกจากประตูไป ศรีษะของชายที่ชื่อสุ่ยก็หลุดกระเด็นตกลงกลิ้งไปที่พื้นด้วยสายตาที่เบิกค้างอยู่อย่างนั้น เทียนฉินขมวดคิ้วขึ้นมาอย่างตกใจพลางคิด นี่มันวิชาอะไรกันทำไมมันรวดเร็วเช่นนี้ แม้แต่เขาที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลายังมองไม่เห็นกระบวนท่านั้นเลย


    คนอีกสองคนที่กำลังจะเดินตามไปพลันชะงักร่างกระทันหัน จากนั้นจึงหันมามองชายชื่อสุ่ยสลับกับชายที่ชื่อฟงกันอย่างหวั่นเกรง หากพวกเขาก้าวออกไปก่อนชายที่ชื่อสุ่ย ก็อาจจะเป็นพวกเขาเองนั่นแหละที่ต้องลงไปนอนอยู่ตรงนั้น


    "ข้าบอกไว้แล้วว่าจะไม่ยอมให้ใครแพร่งพรายข่าวนี้ไปได้ หากพวกเจ้ายังต้องการที่จะไปอีกล่ะก็ ขอให้คิดดูดีๆว่าจะเดินออกไปได้อย่างปลอดภัยหรือเปล่า!"


    ชายชื่อฟงกล่าวออกมาเสียงเย็นเยียบ พลางจ้องทุกคนด้วยแววตาเผยความอำมหิตออกมาอย่างไม่ปิดบัง แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อหันมาทางเทียนฉิน เพราะสิ่งที่เขาเห็นคือเทียนฉินยังนั่งกอดอกอย่างสบายใจ ทั้งที่คนอื่นต่างลุกขึ้นเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้ากันหมดแล้ว


    "แล้วจะเอาอย่างไรกันต่อดี!"


    เทียนฉินที่เห็นชายชื่อฟงหยุดพูดแล้วหันมาจ้องมองที่เขาก็เอ่ยถามแก้เขินออกมา ที่เขาไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไรจากการตายของชายชื่อสุ่ย ก็เพราะเขาเดาได้ล่วงหน้าแล้

    วว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จึงนั่งสังเกตุความเคลื่อนไหวของแต่ละคนเสียมากกว่า 



    จบตอนที่ 103

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกเทพ god training system ที่คุณอ่าน