Leveling Up in the World of Immortals ( Remake )

    ตอนที่ 38 โลกของผู้แข็งแกร่ง ( Remake )

            “ เจ้าจะช่วยข้ายังไง!? ” 

            ด้วยความแข็งแกร่งของของพี่น้องตระกูลฉู่ตอนนี้ มันเป็นเรื่องยากที่จะต่อกรกับสิบันดับแรก เพราะงั้นไม่ต้องพูดถึงห้าอันดับแรกที่อยู่คนละระดับเลย เขาจึงถามออกไปด้วยความสงสัยว่าจะช่วยเขาอย่างไร เพราะเอาจริงๆเขาก็ไม่คิดว่าเรื่องมันจะจบแค่นี้อยู่แล้ว

            “ แน่นอนว่าต้องพึ่งใบบุญของพี่ชายข้าที่ตอนนี้เป็นศิษย์ในแล้ว!! ”

            ฉู่หัวป้าพูดด้วยรอยย้มแสนภูมิใจที่พี่ชายของเขาถือว่าเป็นคนที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง เขาใช้เวลาเพียง 2 ปีในการเข้าเป็นศิษย์ใน ตอนนี้หวังเฟยหลงเข้าใจจุดประสงค์ของฉู่หัวป้าแล้วว่าจะช่วยอย่างไร นั่นคือการใช้ชื่อพี่ชายของฉู่หัวป้ากดดันห้าอันดับแรก เพราะอย่างไรเดี๋ยวพวกเขาก็ต้องเข้าไปเป็นศิษย์ในและต้องได้เจอกับพี่ของฉู่หัวป้าอยู่แล้ว

            “ ข้าเข้าใจแล้ว แต่ขอรับไว้แค่น้ำใจก็แล้วกัน เรื่องนี้ข้าจัดการเองได้ พวกมันคงไม่เคลื่อนไหวอีกเร็วๆนี้แน่!! ”

            “ เข้าใจแล้ว ถ้าจำเป็นเมื่อไหร่ก็พูดชื่อ ฉู่เฟิน ได้เลยเดี๋ยวจะไปคุยกับพี่ชายของข้าเอง ”

            ……….

            ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ชั้นใน ภายในห้องๆหนึ่ง มีชายวัยกลางคนที่ดูน่าสงสัยอยู่สองคนกำลังพูดคุยกันด้วยสีหน้าจริงจัง 

            “ ตอนนี้พวกศิษย์นอกห้าอันดับแรกกำลังเพ่งเล็งไปที่หวังเฟยหลง ในเมื่อท่านผู้นำพยายามยื่นมือเข้าไปช่วยหวังเฟยหลงอ้อมๆ แล้วทำไมเราไม่ช่วยพวกนั้นอ้อมๆเหมือนกับที่ท่านผู้นำทำเล่า!? ”

            “ ข้าเข้าใจเพราะก่อนหน้านี้พลาด ทำให้ตอนนี้เข้ารู้สึกกังวลใจกลัวว่าแผนการของพวกเราจะพัง…เพราะฉะนั้นข้าจะไม่ห้ามเจ้า แต่เจ้าจะทำอะไรเจ้าต้องระวังตัวเองอย่าให้อะไรก็ตามมันมากระทบถึงแผนการใหญ่ของเราที่กำลังจะมาถึงได้เด็ดขาด ”

            “ ท่านไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ข้าจัดการเอและมันจะไม่มีทางกระทบถึงแผนการพวกเราแน่นอน ”

            พูดเสร็จเขาก็ออกจากห้องไปทันที และเดินทางไปยังพื้นที่ชั้นนอกเพื่อดำเนินการตามแผนการที่เขาวางเอาไว้ ส่วนชายวัยกลางคนที่ยังอยู่นั้นจู่ๆก็ยิ้มออกมาราวกับได้เจอเรื่องราวๆดีๆแล้วอย่างนั้น 

            ……….

            หลายวันผ่านไปอย่างรวดเร็วและเงียบสงบอย่างน่าประหลาดใจ ในช่วงหลายวันมานี้หวังเฟยหลงรู้สึกว่ามันเงียบสงบเกินไปจนผิดปกติ ถึงเขาจะคิดไว้แล้วว่าพวกห้าอันดับแรกจะไม่เคลื่อนไหวเร็วๆนี้แต่ก็ไม่คิดว่าจะปล่อยให้เวลาผ่านมาขนาดนี้ 

            “ ยอมแพ้แล้วหรอ? ไม่หรอก!! เป็นไปไม่ได้ สายตาที่มองมาคราวก่อนไม่ใช่สายตาของคนที่จะยอมแพ้เพียงแค่มีอุปสวรรคเช่นนี้ พวกนั้นต้องวางแผนอะไรอยู่แน่ๆแน่นอน ”

            แม้จะรู้สึกกังวลใจแปลกๆแต่เขาก็ยังคงต้องฝึกซ้อมต่อไป และเนื่องจากเขาติดสิบอันดับแรกแล้ว ทำให้เขาสามารถเข้าสู้ห้องฝึกได้นานมากขึ้นและด้วยความช่วยเหลือของห้องฝึกนี้เองทำให้ EXP ของค่าความชำนาญสกิลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาฝึกฝนโดยเน่นการฝึกไปที่ทักษะดาบ

            เวลาผ่านไปจนกระทั้งหมดเวลาที่หวังเฟยหลงจะสามารถใช้ห้องฝึกได้ เขาเดินออกไปข้างนอกเพื่อเดินทางไปยังลานฝึกต่อ เมื่อเดินออกไปข้างนอกเขาก็พบเห็นคนที่ไม่คิดว่าเขาจะเห็น นั่นคือ ซูเหอ หวังเฟยหลงมองไปรอบๆก็พบเห็น ห้าอันดับแรกคนอื่นๆเช่นกัน พวกถึงศิษย์นอกคนอื่นๆด้วย หวังเฟยหลงขมวดคิ้ว 

            ไม่คิดเลยว่าวันแรกที่ซูเหอถูกปล่อยตัวจากการการกักขังจะเป็นการมาหาเรื่องหวังเฟยหลงอีกครั้ง ทั้งๆที่ครั้งก่อนแพ้จนหมดสภาพ แต่ไม่รู้ว่าไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้ากลับมาหาเรื่องเขาอีกครั้ง สิ่งที่เขากังวลจริงๆไม่ใช่ซูเหอ แต่คือห้าอันดับแรกคนอื่นๆที่เหมือนจะรออะไรบางอย่างอยู่ต่างหาก หลายวันมานี้พวกเขาไม่ได้มาหาเรื่องหรือพยายามทำอะไรหวังเฟยหลงเลย ส่วนซูเหอนั้นเขาเข้าใจได้เพราะว่าอีกฝ่ายถูกทำให้อับอายจึงอยากแก้แค้นเป็นธรรมดา และเขาก็ยังอยากได้ของของหวังเฟยหลงอีกด้วย

            “ ศิษย์พี่ เหมือนท่านจะรอข้าอยู่เลยสินะ!! ข้าไม่คิดว่าท่านจะกลับมาหาข้าอีกครั้งเร็วเช่นนี้…ท่านคงยังไม่ลืมใช่หรือไม่ว่าท่านแพ้ให้ข้าอย่างไรบ้าง!? ”

            “ หวังเฟยหลง เพียงแค่บังเอิญเอาชนะข้าได้ครั้งเดียวอย่าทำเป็นได้ใจไปหน่อยเลย!! ครั้งนี้มันจะไม่เหมือนเดิมอีก ทางที่ดีเจ้าเตรียมตัวเตรียมใจไว้จะดีกว่า!! ”

            “ เตรียมใจ!? จะบอกว่าไม่เหมือนเดิมสินะ ถ้าจะไม่รู้ว่าไปเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงกล้ากลับมาหาเรื่องอีกครั้งก็เถอะ!! งั้นก็ขอดูหน่อยแล้วกันว่าศิษย์พี่ ท่านจะต่างจากครั้งก่อนอย่างไร!? ”

            “ ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจที่บังอาจมาดูถูกข้าเช่นนี้!! ”

            ซูเหอพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วสูงสุด แต่เนื่องจากหวังเฟยหลงคุ้นเคยกับความเร็วและการเคลื่อนไหวของซูเหออยู่แล้วเขาจึงคาดเดาได้ว่าซูเหอจะมาปรากฏตัวด้านข้างพร้อมกับเดะมาที่เขา สิ่งที่หวังเฟยหลงทำคือการยกการ์ดขึ้นมาป้องกันและต่อยหมัดส่วนกลับไปที่บริเวณหน้าอกทำให้ซูเหอต้องถอยหลังไปตั้งหลักและมองมาที่หวังเฟยหลง 

            หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ สายตาของซูเหอคงฆ่าหวังเฟยหลงไปแล้ว เพราะมันแค่เห็นสายตานั่นก็รู้แล้วว่าซูเหอเคียดแค้นหวังเฟยหลงแค่ไหน จากนั้นเขาก็ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มดูชั่วร้าย

            “ ต้องยอมรับจริงๆว่าเจ้าแข็งแกร่ง แต่มันก็เท่านั้นแหละ ไม่ใช่แค่เจ้าคนเดียวที่จะมีของที่ช่วยให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้นได้ ”

            ทันใดนั้นเอง ซูเหอก็หยิบเม็ดยาออกมาจากหน้าอกของเขาพร้อมกับกลืนมันลงไปทันที แต่หวังเฟยหลงสามารถจับสังเกตได้และใช้สกิลการวิเคาะห์ตรวจสอบดูว่าสิ่งนั้นคืออะไร ซึ่งมันทำให้หวังเฟยหลงขมวดคิ้วด้วยความวิตกกังวล!! 

            มันคือโอสถระเบิดพลัง ถึงมันจะไม่ใช่ของคุณภาพสูงเหมือนกับที่เขามี แต่มันช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้อย่างน้อยๆ ก็ 5 ส่วน ซึ่งมากพอที่จะทำให้ความห่างของพลังห่างขึ้นไปอีกถึงขั้นที่หวังเฟยหลงไม่สามารถชดเชยด้วยสกิลความบ้าคลั่งของทรราชได้

            แต่มันก็มีข้อเสียอย่างใหญ่หลวงอยู่ นั่นคือมันมีผลกระทบหลังใช้ หลังจากกลืนไปได้ราวๆ 10 นาที มันจะทำให้ร่างกายของผู้ที่กลืนลงไปนั้นอ่อนแอลงอย่างมากจนแทบจะไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ และต้องพักฟื้นอย่างน้อยก็ 7 วันโดยระหว่าง 7 วันที่ต้องพักผู้ที่กินเข้าไปจะรู้สึกเจ็บปวดทรมานจากผลกระทบอย่างมาก มันเป็นผลกระทบที่มากกว่าสกิลความบ้าคลั่งของทรราช ของหวังเฟยหลงเสียอีก และมันเป็นเหตุผลที่ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความตายเท่านั้นหวังเฟยหลงถึงจะเอามันออกมากิน เพียงแต่ของเขาคุณภาพดีกว่า เพิ่มพลังได้มากกว่า พักรักษาตัวน้อยกว่าแต่เขาเป็นคนปกติที่ไม่ชอบความเจ็บปวดนี่

            “ เจ้ากินอะไรลงไปเจ้ารู้หรือเปล่า!! ”

            “ รู้สิ!! ก็เป็นยาวิเศษที่จะทำให้ข้าสามารถเอาชนะเจ้าได้ไงเล่า!! ”

            ‘ เพียงเรื่องแค่นี้ถึงกับกับกินโอสถระเบิดพลัง เจ้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ’

            หลังจากกลืนไปแล้ว ร่างกายของซูเหอก็ระเบิดพลังปราณออกมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ใช่แค่หวังเฟยหลงที่สัมผัสได้ แม้แต่คนอื่นๆที่อยู่รอบๆที่ห่างออกไปยังสัมผัสได้เลยว่าพลังเพิ่มขึ้นอย่างบ้างคลั่ง พลังที่เพิ่มขึ้นมาขนาดนี้ทำให้ซูเหอหัวเราะด้วยความบ้าคลั่ง 

            “ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าจะทำให้เจ้าเสียใจที่บังอาจมาดูถูกข้า!! ” 

            ไม่รอช้าซูเหอพุ่งเข้าใส่หวังเฟยหลงอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้ความเร็วมากกว่าครั้งก่อนๆอย่างเทียบไม่ติด เพียงพริบตาเดียวซูเหอก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างหลังหวังเฟยหลงเสียแล้ว จากนั้นเขาก็เตะหวังเฟยหลงกระเด็นไปด้านนอกจนไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ทันที

            “ ข้าบอกเจ้าแล้วว่าอย่าได้อวดดีกับข้า ครั้งนี้ต่อให้เจ้าคุกเข่าขอโทษข้า เจ้าก็อย่าได้หวังว่าจะได้รับการอภัยจากข้าเด็ดขาด!! เพราะข้าจะซ้อมเจ้าจนปางตายแล้วค่อยแย่งชิงของของเจ้ามา!! ฮ่าๆ!! ”

            ถ่มเลือดที่อยู่ในปากออกคำหนึ่ง หวังเฟยหลงพยายามลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเล ตามจริงแล้วเขาคาดเดาการเคลื่อนไหวของซูเหอได้ แต่เขาไม่อาจเคลื่อนไหวของซูเหอได้ทันจึงไม่อาจหลบหรือแม้แต่ป้องกันได้ด้วยซ้ำ เขามองไปที่ซูเหอด้วยสีหน้าจริงจัง 

            “ หวังเฟยหลง!! ”

            ส่วนพี่น้องตระกูลฉู่ที่ดูการต่อสู้อยู่ห่างๆ พวกเขารีบเข้ามาหาหวังเฟยหลง เพื่อดูอาการของเขา เพราะถึงกับถ่มเลือดออกมาจากปากมันต้องเป็นการโจมตีที่รุนแรงมากพอจะทำให้หวังเฟยหลงบาดเจ็บภายในอย่างแน่นอน 

            “ อย่าเข้ามา!! ข้าขอบคุณที่พวกเจ้าเป็นห่วงข้า แต่เรื่องนี้ปล่อยให้ข้าจัดการเองเถอะ ”

            “ เจ้าแน่ใจหรือ!? ”

            หวังเฟยหลงพยักหน้าพร้อมพยายามยิ้มให้ทั้งสองคลายความกังวลใจ เมื่อเห็นความต้องการของหวังเฟยหลง พวกเขาจึงได้ถอยกลับไปยืนที่เดิม รวมถึงคอยสังเกตท่าทีของห้าอันดับแรกคนอื่นๆด้วย เขาต้องคอยเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเลวร้ายที่สุด 

            เหตุผลที่หวังเฟยหลงไม่ให้พี่น้องตระกูลฉู่ช่วยเหลือเพราะเขาไม่ต้องการดึงคนอื่นเข้ามาในปัญหาของเขา ยิ่งความแข็งแกร่งของพวกเขาในตอนนี้ยังรับมือกับห้าอันดับแรกไม่ได้ และถึงเขาจะมีวิธีแก้ปัญหาจริงๆก็เถอะ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากจะทำสักหน่อยไหร่ เขาอยากเก็บเอาไว้ใช้ในตอนที่มันจำเป็นจริงๆ ถึงครั้งนี้เขาจะรู้สึกว่าเหตุผลที่ทำให้เขาต้องใช้มันดูไร้สาระเกินไปก็เถอะ 

            เปิดหน้าต่างสเตตัสขึ้นมา จากนั้นก็ลง Point ทั้งหมดที่มีไปที่ค่า Agi ทั้งหมด เพื่อเพิ่มความเร็วให้ตัวเขาสามารถมีความเร็วทัดเทียมกับซูเหอ!! หากเป็นปกติมันก็เพียงพอแต่เนื่องจากซูเหอกินโอสถระเบิดพลังเข้าไปทำให้แค่ใช้ Point มันยังไม่พอ เขามองไปที่ซูเหอด้วยสายตาที่เหยียดหยาม ไม่คิดเลยว่าเพียงเพื่อต้องการแย่งชิงต้องทำถึงขนาดนี้ หากไม่ใช่เพราะกฏของสถาบันเกรงว่าอีกฝ่ายของหมายเอาชีวิตของเขาไปแล้ว

            “ เพียงแค่จะแย่งชิงของของอื่นเจ้าถึงกับต้องทำขนาดนี้เชียวหรือ!! ”

            “ เจ้าคงไม่ได้ใส่ซื่อขนาดที่ไม่รู้ว่าโลกนี้มันดำเนินเช่นไรหรอกนะ!! โลกใบนี้ ผู้แข็งแกร่งจะได้ทุกอย่างที่อยากได้ และของทุกชิ้นจะเป็นของผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น!! ”

            ‘ อ่า!! ลืมไปแล้วสินะ ทั้งเหตุการณ์สงครามตระกูล ทั้งเหตุการณ์นี้ มันเป็นกฎของโลกใบนี้ที่บังคับให้คนต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง!? ’

            เหมือนจะหลงลืมไปแล้วว่าโลกใบนี้มันเป็นเช่นไร ตอนนี้เองหวังเฟยหลงก็พลันนึกขึ้นได้ และเหตุผลที่เขาจะแข็งแกร่งขึ้นเพื่ออะไร ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อปกป้องตัวเองและคนรอบตัวของเขา

            “ ใช่และตอนนี้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น แต่เจ้าก็แข็งแกร่งขึ้นชั่วคราวเท่านั้น มันหาใช่ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเจ้าไม่!? ”

            “ ยังคิดจะมาสั่งสอนข้าอีกงั้นหรอ ข้าจะจัดการปากที่มันอวดดีนั่นเสียก่อน ”

            สิ้นคำพูด ซูเหอก็พลันหายไปจากสายตาของหวังเฟยหลงอีกครั้ง หวังเฟยหลงหลับตาลงและเปิดใช้สกิล ก้าวไร้เสียงและสกิล ความบ้าคลั่งของทรราช ทันที หากหวังเฟยหลงต้องการชนะ เขาจำเป็นต้องจัดการซูเหอให้ได้ก่อนที่จะครบ 5 นาที หลังจาก 5 นาทีหวังเฟยหลงจะเหมือนปลาที่อยู่บนเขียงที่ไม่สามารถต้านทานหรือต่อต้านใดๆได้ เพราะโอสถที่ซูเหอกลืนเข้าไปมีระยะเวลาในการแสดงผลที่นานกว่านั่นเอง

            และทันทีที่หวังเฟยหลงเปิดใช้สกิลความบ้าคลั่งของทรราช เขาก็มองตามการเคลื่อนไหวของซูเหอทันแล้ว และพริบตาเดียวซูเหอก็มาปรากฏตัวที่ด้านข้างของหวังเฟยหลงพร้อมกับหมัดที่ตรงเข้ามาที่ใบหน้า หวังเฟยหลงไม่รอช้ารีบเคลื่อนไหวทันที เขาโน้มตัวหลบหมัดไปด้านหน้า พร้อมกับต่อยหมัดอย่างสุดแรงไปที่ท้องของซูเหอทำให้อีกฝ่ายปลิวเหมือนลูกศรที่พุ่งออกไป

            ไม่ได้จบเพียงเท่านี้ ทันทีที่เขาต่อยจนซูเหอพุ่งกระเด็นออกไปนั้นหวังเฟยหลงก็ได้พุ่งตัวเองตามซูเหอไปด้วย ยังไม่ทันได้หยุดหวังเฟยหลงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วไปดักข้างหน้าและและเตะซ้ำเข้าไปที่ท้องทำให้ทิศทางการกระเด็นของซูเหอเปลี่ยนไป และมันยังทำให้การเตะของหวังเฟยหลงรุนแรงขึ้นอย่างมาก 

            อั๊ก!! ซูเหอกระเด็นรอยไปกระแทกเข้ากับกำแพงเสริมเหล็กของหอฝึกฝน ทำให้กระอักเลือดคำโตออกมา ตอนนี้เขาแทบจะลุกขึ้นยืนไม่ได้แล้ว ซูเหอพยายามลุกขึ้นยืนด้วยความทุลักทุเล ในที่สุดเขาก็ยืนขึ้นสำเร็จจนได้

            ……….

    หน้าต่างสเตตัส

    ผู้เล่น [ l3lackShadow ]

    ชื่อตัวละคร [ หวังเฟยหลง ] : ร่างกายทรราช

    เพศ : [ ชาย ]

    อายุ : [ 16 ]

    ฉายา : -

    อาชีพ : [ Gamer ]

    คลาส : -

    เลเวล : 14 ( ระดับรวบรวมระยะกลาง )

    EXP : 52 %

    สเตตัส : 

            Str : 66

            Agi : 91

            Int : 47

            Luk : 10

    Point : 0

    สกิล : Active

    ความบ้าคลั่งของทรราช ( Rank ตำนาน : ความชำนาญ ฝึกหัด Lv.1 )

    ตัดเงา ( Rank ชั้นยอด : ความชำนาญ ฝึกหัด Lv.4 )

    ดาบขุนเขา ( Rank ชั้นสูง : ความชำนาญ เชี่ยวชาญ Lv.1 )

    ดาบเมฆาเคลื่อน ( Rank ชั้นสูง : ความชำนาญ เชี่ยวชาญ Lv.1 )

    วงล้อมตาข่าย ( Rank ชั้นสูง : ความชำนาญ เชี่ยวชาญ Lv.1 )

    ลมเฉือน ( Rank ชั้นสูง : ความชำนาญ เชี่ยวชาญ Lv.1 )

    ก้าวไร้เสียง ( Rank ชั้นสูง : ความชำนาญ เชี่ยวชาญ Lv.1 )

           : Passive

    จิตใจของ Gamer ( Rank ตำนาน : Lv.Max )

    การวิเคาะห์ของ Gamer ( Rank ตำนาน : Lv.Max )

    โคจรปราณทรราช ( Rank ตำนาน : Lv.Max )

    ทักษะดาบจันทร์ดับ ( Rank มหากาพย์ : ความชำนาญ ฝึกหัด Lv.6 ) 

    ทักษะโล่ผสาน ( Rank ชั้นยอด : ความชำนาญ เชี่ยวชาญ Lv.1 )

    ทักษะเงาสังหาร ( Rank ชั้นยอด : ความชำนาญ ฝึกหัด Lv.9 )

    ทักษะอาวุธลับเร้นกาย ( Rank ชั้นสูง : ความชำนาญ เชี่ยวชาญ Lv.1 )

            ทักษะธนูทั่วไป ( Rank ทั่วไป : ความชำนาญ เชี่ยวชาญ Lv.1 )

            ……….