“ เถ้าแก่ คุณหนีจากเขต X หรือยัง ”
เฉินห่าวรับสายในช่วงเย็น ปลายสายคืออ้ายเสินที่เหมือนจะติดต่อมาจากสงครามที่กำแพงชั้น 3
“ กำลังจะไป มีอะไรเหรอ ”
“ รีบไปเดี๋ยวนี้เลยครับ กำแพงชั้นที่ 3 พังแล้ว มอนสเตอร์เลเวล 130 เอาตัวพุ่งเข้าชนกำแพงจนเกิดรูขนาดใหญ่ มอนสเตอร์เล็กๆต่างก็ใช้รูนั้นกรู่กันเข้ามาในเขต X แล้ว เหล่าเจ้าหน้าที่กำลังตั้งแนวรบป้องกัน ”
“ โอเคๆ ฉันจะพาลูกสาวหนีแล้ว พวกนายก็ระวังตัวด้วยล่ะ ”
เฉินห่าววางสายแล้วมองไปยังชายแก่ทั้งสองที่ดูเร่งรีบ
“ อ้าว คุณตาก็ได้รับข่าวเหมือนกันเหรอครับ ”
ตาแก่ทั้งสองลงมาชำระเงิน พวกเขาอยากจะออกจากร้านนี้เต็มทนแล้วแต่เห็นเจ้าของร้านคุยโทรศัพท์จึงรอก่อน
“ ใช่แล้ว เรากำลังจะอพยพ ไหนขอบัญชีหน่อย เรากลัวจะไม่ทันเครื่องบิน ”
เฉินห่าวส่งหมายเลขบัญชีให้กับตาแก่ทั้งสอง ก่อนที่พวกเขาจะวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของตาแก่หยุนเฟยร้องตะโกนมาจากอีกฟากของถนน บอกให้เขารีบพาลูกสาวหนีไปจากที่นี่เพราะมอนสเตอร์กำลังมา
“ เร็วกว่าที่คิดสินะเนี่ย ”
เฉินห่าวถอนหายใจออกมาเบาๆ หลังจากรู้ว่าเขาต้องอยู่กับลูกสาวตามลำพัง เพื่อนบ้านอพยพออกไปทั้งหมดแล้ว ร้านสะดวกซื้อไม่มีพนักงาน ร้านทั้งหมดปิดกิจการ แม้เขาจะสัมผัสได้ถึงผู้คนในเขต X คนกลุ่มนี้กลับเป็นคนแก่และคนป่วยที่ไม่ยอมย้ายไปไหน
เมื่อรู้ว่ามอนสเตอร์พังกำแพงทั้ง 3 ชั้นได้แล้วเขาจึงนั่งรออยู่หน้าร้านคอยหันหน้าไปเล่นกับลูกสาวตลอด ในระหว่างนี้เขาไม่ลืมหลับตาสัมผัสทุกอย่างในระยะ 100 กิโลเมตรรอบๆร้านฟิตเนส ตอนนี้เขาสัมผัสสิ่งใดไม่ได้นอกจากมนุษย์จึงนั่งรอต่อไปเรื่อยๆ
---------------------------------------------------------------
“ ติดต่อฐาน ขอพิกัดด่วน ”
สัญญาณของพันโทปรากฎ ทหารภายในห้องควบคุมแสดงท่าทางดีใจเมื่อรู้ว่าพันโทที่หายไปกลับมาแล้ว
“ สถานการณ์เป็นยังไง ” พันโทหยุนเฟยและพันโทเหวินเจี๋ยที่กำลังเดินทางรีบสอบถามสถานการณ์ ก่อนที่พวกเขาจะเร่งฝีเท้าให้มากยิ่งขึ้นไปอีกเพราะตอนนี้ราชาเต่ายักษ์กำลังสร้างปัญหา ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่มันกำลังใช้ร่างกายไล่ทำลายกำแพงชั้น 3 เพื่อเปิดทางให้มอนสเตอร์เข้ามามากยิ่งกว่าเดิมจนกองกำลังมนุษย์ถูกแยกออกเป็นกลุ่มมากมาย
“ ไหนบอกว่ามังกรเข้ามาซื้อเวลา แล้วทำไมฉันมองไม่เห็นความได้เปรียบเลยล่ะ ”
หยุนเฟยยืนมองจากยอดไม้สูง ห่างออกไปราว 10 กิโลเมตรมีการต่อสู้กันระหว่างมอนสเตอร์และฮันเตอร์ โดยฝ่ายฮันเตอร์กำลังถอยร่นมาเรื่อยๆจากจำนวนมอนสเตอร์ที่มีเยอะกว่า
ข่าวเมื่อเที่ยงวันระบุว่ามนุษย์ต้านมอนสเตอร์เอาไว้แล้วและยังมีโอกาสชนะ แต่ช่วงค่ำทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปเพราะมอนสเตอร์เพิ่มจำนวนขึ้นมากกว่าเดิมและกำลังบุกหนักมากยิ่งขึ้น
“ ไปกันเถอะ ”
เหวินเจี๋ยได้ตำแหน่งที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือแล้วจึงวิ่งเต็มกำลังเข้าหาสงคราม กระทั่งมาถึงแนวหลังที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์เลเวล 10 ไปจนถึง 30 ทั้งสองไม่รอช้าปลดปล่อยสกิลออกไปสองข้างทางสังหารมอนสเตอร์ให้ได้เยอะที่สุดแล้วรีบจากไป การอยู่ที่นี่นานจะทำให้แนวหน้าลำบาก
เมื่อมาถึงแนวรบที่อยู่กึ่งกลางเต็มไปด้วยมอนสเตอร์เลเวล 30 ไปจนถึง 70 ทั้งสองจึงปลดปล่อยสกิลออกมาอีกครั้งสังหารมอนสเตอร์ให้ได้มากที่สุดภายในเวลา 3 นาทีแล้วรีบไปแนวหน้า จำนวนมอนสเตอร์ที่ตกตายนับว่ามหาศาลจนพอจะซื้อเวลาให้ฮันเตอร์ได้ลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง
ตู้มตู้ม!
ร่างของชายทั้งสองพุ่งลงด้านหลังพันโทคนหนึ่ง พลังที่ปลดปล่อยออกมามากมายมหาศาล แม้จะเป็นการเพิ่มขึ้นของค่าสถานะเพียง 10 หน่วยเท่านั้น มันกลับสูงเทียบเท่าเลเวล 127 และ 128 ถึงแม้จะยังไม่สูงพอจะฆ่ามอนสเตอร์เลเวล 130 ด้วยตัวคนเดียวก็ตาม บัพ 24 ชั่วโมงที่ติดตัวมาด้วยนั้น มากพอจะทำให้พวกเขาสังหารราชาที่อยู่รอบๆได้ง่ายๆราวกับพวกมันเป็นมอนสเตอร์เลเวลต่ำ
“ ในที่สุดก็มาสักที ”
“ หงซวน แกไปเจอร้านนั้นได้ยังไง ” หยุนเฟยโยนขวานไปด้านหน้าผ่าครึ่งร่างของราชาตนหนึ่งราวกับว่ามันเป็นเพียงมดปลวก พลังที่เพิ่มขึ้นนับว่ามหาศาล การฆ่าเลเวล 120 จึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
“ หลานสาวฉันไปเจอน่ะสิ ”
“ หลานสาวที่ตระกูลสาขานั่นน่ะเหรอ แล้วหลานสาวแกไปเจอได้ยังไง ”
ตาเฒ่าทั้งสามเริ่มลงมืออีกครั้ง แม้จะพึ่งเจอกันพวกเขากลับช่วยกันฆ่ามอนสเตอร์มาตั้งแต่สมัยยังเป็นหนุ่มจึงไม่ต้องพูดว่าใครจะดูแลตำแหน่งไหน แค่มีใครสักคนเคลื่อนไหวพวกเขาก็รู้แล้วว่าต่อไปจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้เข้าขากัน
“ เห็นบอกว่าเกือบแพ้ในการสอบจบ ม.6 เด็กคนนั้นเลเวลน้อยกว่ามากก็เลยไปถามว่าทำยังไงถึงแข็งแกร่ง แล้วบังเอิญว่าเด็กคนนี้โปรโมทร้านฟิตเนส หลานฉันก็เลยไปลอง ”
“ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ” หยุนเฟยพยักหน้ารับแล้วจ้วงแทงหอกไปด้านหน้า โดยเพื่อนทั้งสองต่างพากันเอียงหลบไปซ้ายขวาปล่อยให้หอกพุ่งแหวกพวกเขาเข้าไปสังหารราชาอีกตนจนตกตาย จากนั้นเหวินเจี๋ยจึงโยนขวานขึ้นฟ้าตัดปีกราชาอีกตนที่กำลังลอบโจมตีจากบนอากาศ ก่อนที่หงซวนจะฟันดาบขึ้นฟ้าสูงเกิดเป็นคลื่นดาบตัดร่างศัตรูจนขาดออกจากกันเป็นสองส่วน
“ ทักษะพวกแกดีขึ้นนี่ เขาปรับแก้ให้ด้วยใช่ไหม ”
เหวินเจี๋ยเป็นฝ่ายยิ้มบ้าง เขาไม่เคยรู้สึกดีขนาดนี้มาก่อน ต่อให้ทักษะของเขาจะแข็งแกร่ง มันยังขาดความสมบูรณ์แบบอยู่มาก ทุกครั้งที่ใช้จะมีอาการติดขัดหลงเหลืออยู่เล็กน้อยพอให้เป็นจุดอ่อน ทว่าเจ้าของร้านกลับชี้ไม่กี่จุด ทักษะของเขาก็ถูกปรับแก้ไขจนราวกับว่ามันเป็นคนละทักษะกัน
พลังที่ปลดปล่อยออกมาในตอนนี้น่าทึ่งเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเขาเปลี่ยนจากใช้ปืนพกมาเป็นปืนอาก้า
“ ครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้แกแล้ว ไม่คิดเลยว่าแค่ปล่อยให้เขาจิ้มร่างกายไม่กี่ที ทักษะของฉันก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือแบบนี้ ”
“ แกว่ายังไงนะหยุนเฟย เขาจิ้มไม่กี่ทีเหรอ ”
“ มีอะไรแปลก หรือว่าเขาไม่ได้จิ้มแก ”
“ ก็เออน่ะสิ เขาใช้ทักษะของฉันให้ดูแล้วก็บอกว่าต้องปรับอะไรบ้าง ”
“ อ้าวเหรอ แต่ทำไมพวกฉันเขาไม่แสดงอะไรให้ดูเลย แค่บอกว่าใช้ทักษะให้ดูหน่อยแล้วจากนั้นก็เข้ามาจิ้มไม่กี่ครั้ง การใช้งานก็เปลี่ยนไปเลย ตอนนี้ราวกับเกิดใหม่เลยแหละ ”
เหล่าทหารมองดูพันโททั้ง 3 พวกเขาตกใจมากเพราะราชากำลังถูกสังหารตัวแล้วตัวเล่า ราวกับว่าพวกเขาเป็นเครื่องตัดหญ้า
แต่ถึงอย่างนั้นปัญหาไม่ใช่ราชาเลเวล 120 - 125 ความน่ากลัวที่แท้จริงคือราชาเลเวล 130 ที่ตอนนี้ยังไม่มีใครหยุดพวกมันได้ ต่อให้พันโททั้ง 3 จะสังหารราชาจนเกลี้ยง มอนสเตอร์เลเวล 130 ยังคงเป็นปัญหาเช่นเดิม
“ แกเหนื่อยหรือหยังหงซวน ”
บนอาวุธติดเต็มไปด้วยเลือด หงซวนต่อสู้มายาวนานได้ยินเพื่อนทั้งสองถามเขาจึงยิ้มด้วยท่าทางพอใจ
“ อย่ามาดูถูกกันนะโว๊ย อีกครึ่งวันก็ยังไหว ”
“ งั้นไปเล่นงานเต่าตัวนั้นกันเถอะ ”
หงซวนพยักหน้ารับ แต่ยังไม่ทันจะได้เคลื่อนไหวพื้นดินก็เริ่มสั่น ทันใดนั้นมอนสเตอร์ร่างกายสูงใหญ่จำนวน 4 ตัวก็ได้มุดออกมาจากพื้นชูชันร่างกายให้ทุกคนเห็นพร้อมๆกัน เลเวล 130 ที่หนีไปเมื่อช่วงเช้ากลับมาอีกครั้งพร้อมกับบาดแผลที่ยังคงหลงเหลืออยู่
หงซวนที่กำลังจะกระจายเลเวล 100 ไปช่วยเหลือแนวรบอื่นๆเปลี่ยนแผนอีกครั้งหนึ่ง พวกเขาจำเป็นต้องหยุดเลเวล 130 เอาไว้ก่อนที่พวกมันจะไปทำลายสิ่งอื่นมากกว่านี้
“ แล้วเราจะเอายังไง ”
หยุนเฟยสอบถามหงซวน พวกเขาต้องเลือกเป้าหมายสักอย่างเพราะเลเวลสูงที่สุดในหมู่ฮันเตอร์แล้ว
“ ฆ่าไอ้พวกที่บาดเจ็บก่อน ส่วนเต่าคงต้องเก็บมันทีหลัง ”
“ งั้นก็เอาตัวนั้นก่อน บาดแผลมันน่าจะลึกพอตัว ”
มอนสเตอร์รูปร่างคล้ายเวิร์มหันปากที่เต็มไปด้วยฟันอันแหลมคมมายังศัตรูทั้ง 3 ที่พุ่งเข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่มันจะกรีดร้องปลดปล่อยเมือกเหนียวข้นออกมาจากปากแล้วพุ่งตัวเข้ากลืนร่างทั้งสาม
แม้พันโทจะร่างเล็กกว่าพวกเขากลับสามารถหลบหนีการโจมตีของเวิร์มได้ทันก่อนจะไต่ไปตามตัวของมันแล้วใช้อาวุธฟันไปตามผิวหนังจนกระทั่งมันมุดหายลงไปในดินทั้งตัวพวกเขาก็กระโจนเหยียบพื้นเฝ้ามองหาจุดที่มันจะปรากฎตัวออกมาอีก
“ หงซวนใต้เท้าของแก! ”
หงซวนกระโจนขึ้นไปบนฟ้าสูง ทันใดนั้นร่างสูงใหญ่ของเวิร์มก็ได้พุ่งขึ้นมาจากพื้นอ้าปากกว้างพยายามไล่กัดหงซวนที่อยู่กลางอากาศ เพียงแต่ว่าร่างที่ควรจะถูกกลืนเข้าไปในปากกลับคว้าจับขวานที่ขว้างขึ้นมาบนอากาศจนทำให้ร่างของเขาปลิวไปตามแรงขวานหลบรอดจากการกลืนกิน
หลังจากตกกระแทกพื้นหงซวรรีบปาขวานคืนให้เพื่อนแล้ววิ่งเข้าหาเวิร์มอีกครั้ง การต่อสู้กับมอนสเตอร์บาดเจ็บสาหัสไม่ง่ายเหมือนที่คิด ดูท่าพวกเขาคงต้องใช้เวลาเป็นวันหากจะสังหารพวกมันทั้ง 4 ตัว
---------------------------------------------------------------
แสงแดดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาในตอนเช้า เฉินห่าวเข้าไปดูเป่าเป้ยที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียง แม้เขาจะเปิดประตูเบามือแล้วก็ตาม ดูท่าอีกฝ่ายจะหูดีไม่เบาเพราะหลังจากได้ยินเสียงลูกบิดก็เริ่มลุกขึ้นนั่งพลางใช้มือน้อยๆขยี้ตาด้วยท่าทางงัวเงีย
“ ป๊ะป๋า ”
“ ตื่น หรือ ยาง เอ่ย ”
“ เป่าเป้ยหยับอยู่ ”
“ แล้วใครกันตอบป๊ะป๋า ใครกันนะ ”
“ ม่ายยู้ ”
เฉินห่าวใช้นิ้วจิ้มข้างเอวลูกสาวตัวน้อยจนหัวเราะเสียงดังก่อนที่เขาจะหอมแก้มฟอดใหญ่แล้วพาไปล้างหน้าแปรงฟัน แต่เมื่อลูกสาวอ้าปากกว้างเฉินห่าวกลับตกใจเพราะฟันหน้าของลูกสาวหายไปถึง 2 ซี่
“ เอ๊ะ ฟันหายไปไหนเนี่ย ”
“ เอ๊ะ ”
ลูกสาวตัวน้อยเลียนแบบเสียงของพ่อจากนั้นจึงส่องกระจกพบว่าตัวเองฟันหลอ เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บจึงหัวเราะเพราะตลกฟันตัวเอง
เฉินห่าวจึงเดินไปดูบนที่นอนพบว่ามีฟันหล่นอยู่ 2 ซี่ เขาจึงเก็บมันเอาไว้ใส่กรอบไว้อวดลูกสาวตอนโต
“ หนูไม่เจ็บใช่ไหม ”
เด็กน้อยส่ายหน้าแล้วปล่อยให้พ่อช่วยแปรงฟันจากนั้นก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาชั้นหนึ่ง
“ มังกรย้อยอยู่ไหนเหยอ ”
“ มังกรน้อยหลับอยู่ อีกเดี๋ยวก็ลงมาแล้ว ”
“ อ๋อ ”
เฉินห่าวบดอาหารให้ลูกสาว จากนั้นเขาก็เปิดดูข่าวเช้าของวันนี้ มอนสเตอร์เลเวล 130 ที่หนีไปช่วงหกโมงเช้ากลับมาแล้ว เพียงแต่ว่าคืนที่ผ่านมาทหารสามารถฆ่าพวกมันไป 2 ตัว เหลืออีก 2 ตัวที่ยังมีชีวิต ส่วนเต่ายักษ์ยังคงไล่ทำลายกำแพงทั้งหมดราวกับว่ามันโกรธกำแพงนี้
ขณะที่กำลังป้อนข้าวลูกสาวพลางดูข่าวไปนี้เอง เฉินห่าวกลับสัมผัสได้ว่ามีสิ่งมีชีวิตจำนวนมากกรู่กันเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยของเขาแล้ว จำนวนพวกมันที่ทะลักเข้ามานับว่ามหาศาล เขาโทรหาอ้ายเฉินในทันที
“ เถ้าแก่ ตอนนี้คุณออกมาจากเขต X แล้วใช่ไหม ”
“ ใช่ ฉันให้มังกรพาออกไปแล้ว เกิดอะไรขึ้น ”
“ เถ้าแก่ เราถอยมาจนถึงสถานนีใกล้สุดติดกับพื้นที่ล่าทางทิศเหนือแล้ว อีกเดี๋ยวก็น่าจะเข้าสู่เขตบ้านเรือน ”
“ ราชาเหลือกี่ตัว ”
“ ผมไม่เห็น มันอยู่ไกลมาก แต่เต่ายังคงอยู่ มันกำลังมุ่งหน้าเข้าไปในเมือง ดูเหมือนว่ามันจะทำลายกำแพงหมดแล้ว ”
“ โอเค ดูแลตัวเองดีๆด้วย ”
เฉินห่าวกลับมาป้อนข้าวลูกสาวต่อ ทันใดนั้นมังกรน้อยก็เดินลงมาจากชั้นบน ร่างกายของมันยังมีบาดแผลแต่ก็เคลื่อนไหวปกติได้แล้ว หากจะให้กลับไปสู้คงลำบากเล็กน้อย ดูท่าการโยกย้ายความสามารถในการรักษามายังบาดแผลด้วยสกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดจะทำให้มังกรรักษาตัวเร็วกว่าปกติ
“ แกเฝ้าร้านสักพักนะ ฉันจะรีบกลับมาก่อนฟ้ามืด ”
มังกรน้อยรู้ว่านายท่านจะไปไหนจึงพยักหน้ารับ
“ เป่าเป้ย ป๊ะป๋าหิวข้าวจัง อาหารของป๊ะป๋าหมดแล้วป๊ะป๋าจะออกไปข้างนอกนะ เป่าเป้ยเล่นกับเฟยหลงรอป๊ะป๋าที่นี่ก่อนได้ไหม ”
“ ไปข้างนอกเหยอ ”
“ ใช่จ้ะ ป๊ะป๋าจะไปข้างนอก ไปซื้อข้าวมาให้ป๊ะป๋าและให้เป่าเป้ยไง ตอนนี้อันตรายมากป๊ะป๋าพาเป่าเป้ยออกไปไม่ได้ เป่าเป้ยอยู่ในบ้านกับเฟยหลงนะ ”
“เป่าเป้ยจะเป็นเด็กยี เป่าเป้ยเชื่อฟังป๊ะป๋า ”
เฉินห่าวเข้าไปหอมแก้มลูกสาวข้างละทีก่อนจะโบกมือลา
“ ป๊ะป๋าจะรีบกลับมานะจ๊ะ อย่าออกมาเล่นข้างนอกนะ ”
เด็กสาวตัวน้อยพยักหน้าหงึกหงักแล้วโบกมือส่งพ่อหน้าบ้าน จากนั้นเธอจึงกลับเข้าไปเล่นกับมังกรน้อยภายในบ้านทำตามที่พ่อบอก
ประกาศ
ก่อนหน้านี้ผมพูดเอาไว้ว่าจะลงนิยายวันที่ 16 เมษายน 5 ตอนปกติ เกิดข้อผิดพลาดเพราะผมวางแผนผิด การจะลงนิยายวันที่ 16 ได้ผมจะต้องเตรียมนิยายในวันที่ 15 เมษายน ปรากฎว่าผมเล่นน้ำอยู่เพราะฉะนั้นวันนี้มา 1 ตอน พรุ่งนี้ มา 5 ตอนแน่นอน
ประกาศที่ 2 เรื่องนี้จะจบเล่ม 1 ตอนที่ 60 หลังจากตอนที่ 61 เป็นต้นไปจะเริ่มติดเหรียญล่วงหน้า ซึ่งจะเปิดให้อ่านฟรีวันละ 2 ตอนไปเรื่อยๆ ใครที่อยากจะสนันสนุนทางเราก็มีตอนอ่านล่วงหน้าลงให้เรื่อยๆ ใครสายฟรีสามารถรออ่านวันละ 2 ตอนตามติดไปได้เรื่อยๆเช่นเดียวกัน
โดยเรื่องนี้จะขอดูแนวทางการติดเหรียญแบบใหม่ว่าจะโอเคหรือเปล่า
ขอฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ในอ้อมกอดของทุกคนด้วยนะครับ ^^