เล่ม 1 วีรบุรุษหลั่งเืช่วยสาวงาม
ในโลกแห่งเวทมนตร์คาถาจะมีกลุ่มคนประเภทหนึ่งซึ่งอยู่เหนือผู้คนธรรมดาทั่วไปจำนวนมาก เพียงแค่โบกคฑา โลหิตก็หลั่งรินทั่วพื้นพิภพเพียงแค่ร่ายมนตร์คาถา ผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ก็เกลื่อนไปด้วยภูตผีปีศาจพวกเขาอยู่เหนือกาลเวลา ควบคุมความเป็ความตาย และยืนอยู่ในจุดสูงสุดบนโลกใบนี้ส่งผลให้ได้รับสายตาหวาดกลัวและเกลียดชังจากผู้คนมาตลอด
เนื่องด้วยพวกเขามีพลังอำนาจมากเกินไปทำให้การเอ่ยนามของพวกเขาเป็สิ่งต้องห้ามบนโลกใบนี้เงาร่างของพวกเขากลายเป็ศัตรูที่ผู้คนทั่วโลกต่างพากันโจมตี ไม่มีมิตรสหายไร้ความรัก ปราศจากครอบครัว พวกเขาละทิ้งทุกสิ่งทนทุกข์ทรมานกับการกีดกันจากผู้คนบนโลก
พวกเขาทิ้งรอยเท้าโดดเดี่ยวจากการเร่ร่อนพเนจรเผชิญหน้ากับความอ้างว้างในสายธารแห่งกาลเวลาอันยาวนานอย่างเดียวดาย แม้แต่เส้นทางทอดยาวเล็กแคบที่ดำดิ่งลงสู่ห้วงอเวจีก็มิอาจรองรับเงาร่างโอหังอวดดีของพวกเขาได้
ไม่มีผู้ใดแข็งแกร่งและอ้างว้างไปมากกว่าพวกเขา
พวกเขาถูกขนานนามว่าเนโครแมนเซอร์ [1]
กูเตริโอราชันเนโครแมนเซอร์อัจฉริยะหนึ่งเดียวที่จะมีมาสักคนหนึ่งในรอบสามร้อยปีของโลกเวทมนตร์ตอนนี้เขายืนดูพระสันตะปาปาซาเตลีที่กำลังมองเขาด้วยแววตาหวาดกลัวอย่างพึงพอใจอยู่หน้าวิหารนามิเบีย
“นับแต่บัดนี้ประวัติศาสตร์ของราชันเนโครแมนเซอร์แห่งอนธกาลจะกลายเป็เพียงอดีต!”กูเตริโอโค้งริมฝีปากบางเล็กน้อย ขณะที่คฑาต้องสาปในมือเปล่งแสงสีขาวซีดภาพสลักเหล่าดวงิญญาอันประณีตบนคฑาคล้ายฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้งเสียงกรีดร้องโหยหวนนับไม่ถ้วนของเหล่าภูตผีปีศาจดังกังวานมาจากหัวสลักคฑา
คฑาหัวกะโหลกในมือกูเตริโอที่มีขนาดเพียงแค่ห้านิ้วเต็มไปด้วยหมอกควันดำพวยพุ่งของเหล่าดวงิญญาที่ส่งเสียงกรีดร้องน่าเวทนาออกมาสิ่งที่มาพร้อมกับเสียงเหล่านี้คือคำสาปที่ส่งตรงจากอเวจีและความเกลียดแค้นของเหล่าดวงิญญาผู้วายชนม์ สิ่งมีชีวิตชนิดใดที่ได้สดับรับฟังเสียงอันน่าสังเวชใจนี้ต่างพากันสูญสิ้นความกล้าหาญและจิติญญาการต่อสู้
หมอกดำเปรียบได้ดั่งกระบี่แหลมคมที่พุ่งทะยานขึ้นไปบนฟากฟ้าไกลแข็งแกร่งดุจค้อนโยเนียร์ อาวุธคู่ใจเทพเ้าสายฟ้า ผืนฟ้ากว้างกำลังกลายเป็โพรง!
หลังจากหมอกควันสีดำกระจายไปทั่วท้องนภาก็กลายเป็เมฆานิลกาฬไร้ขอบเขต เมฆาทุกก้อนล้วนมีหน้าตาดุร้ายทุกตารางนิ้วของผืนฟ้ามืดมิดอันกว้างใหญ่ฟุ้งไปด้วยกลิ่นแห่งความตายที่สกปรกโสมม
ผืนดินใต้เท้ากูเตริโอคล้ายกับโดนกัดเซาะด้วยสายน้ำเชี่ยวกรากเมื่อเมฆก้อนใหญ่กระจายตัวเต็มท้องนภา ความมืดมิดจึงเข้าปกคลุมไปทั่วทุกแห่งยามที่นภาลัยไร้ซึ่งสุริยา ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ใต้เท้าเขาพลันล้มตายเหี่ยวเฉา
พระสันตะปาปาซาเตลีแห่งแสงธรรมทั้งตะลึงทั้งหวาดกลัวท่ามกลางฝูงชนที่รายล้อมรอบกายมีเพียงพระคาร์ดินัลและเหล่าผู้มีเวทมนตร์ขั้นสูงเท่านั้นที่แข็งแกร่งพอจะยืนเผชิญหน้าพลังมรณาอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้
เมื่อได้ยินเสียงโหยหวนเสียดแทงหูนี้บางคนถึงกับฉีกกระชากเืเนื้อตนเองออกมาทีละชิ้นๆ ด้วยความทุกข์ทรมาน บางคนร่างกายค่อยๆสูญสลายกลายเป็เืเนื้อเน่าเฟะเพราะยืนอยู่บนผืนดินปนเปื้อนมลพิษ กลายเป็ดวงิญญาที่ร้องโหยหวนบนดินแดนต้องคำสาปแห่งนี้
เทือกเขานามิเบียอันศักดิ์สิทธิ์และรุ่งโรจน์กลายเป็นรกบนดินทันที!
เพียงแค่กูเตริโอโบกสะบัดมือผืนฟ้าก็ตกอยู่ในความมืด ยามเขาร่ายคาถาทั่วผืนแผ่นดินก็ก้มลงกราบแทบเท้าาาองค์นี้
“พระผู้เป็เ้าสถิตอยู่เบื้องบน!อย่าลำพองใจให้มันมากนัก กูเตริโอ!” ทันใดนั้นแสงสีขาวเจิดจ้าก็พุ่งออกมาจากตัวของพระสันตะปาปาซาเตลีลำแสงศักดิ์สิทธิ์ทะลุเมฆดำหนาสาดลงมาบนตัวเขา
“พระผู้เป็เ้าทรงประทานแสงแห่งศรัทธาให้แก่พวกเราดังนั้นพวกเราไม่จำเป็ต้องกลัวความมืดมิดพระผู้เป็เ้าทรงประทานชีวิตให้แก่พวกเราเช่นนั้นพวกเราไม่จำเป็ต้องกลัวการดับสูญ พระผู้เป็เ้าทรงประทานเกียรติให้แก่พวกเราดังนั้นพวกเราจึงมิได้เป็คนขี้ขลาดตาขาว!” เหล่าพระคาร์ดินัลที่รอดชีวิตมาได้รอบกายซาเตลีพากันสวดบทสวดแสงแห่งศรัทธาต่อพระผู้เป็เ้าเสียงดังกึกก้องพลังศักดิ์สิทธิ์หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของซาเตลีไม่ขาดสาย
ชั่วขณะหนึ่งแสงศักดิ์สิทธิ์บนร่างซาเตลีเจิดจ้าแสบตาราวกับแสงอาทิตย์แสงศักดิ์สิทธิ์สีขาวนวลที่ปกคลุมทุกสิ่งสว่างขึ้นช้าๆกลายเป็เทพเ้าาเกราะทองคำที่มือข้างหนึ่งถือดาบอีกข้างหนึ่งถือโล่กำบังเหนือศีรษะซาเตลี!
“บทสวดแสงแห่งศรัทธาสยบคำสาปร้ายอัญเชิญพระผู้เป็เ้า......” กูเตริโอมีสีหน้าท่าทางขึงขังเขารู้ว่านี่เป็ไม้ตายสุดท้ายที่ซาเตลีจะใช้ตอบโต้ ไม่ว่าชนะหรือแพ้ซาเตลีล้วนต้องสิ้นชีพค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายในการอัญเชิญพระเ้ามีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น
ความตาย!
เมื่อเทพสูงสุดปรากฏกายขึ้นเมฆดำที่ลอยอยู่รอบๆ บริเวณนั้นเหมือนพบกับศัตรูที่น่ากลัวที่สุดเข้าแล้วพวกมันเริ่มแผดเสียงแสบแก้วหู กระจายตัวไปทั่ว แล้ววนเวียนอยู่รอบกายเขาเพียงแค่เข้าใกล้พระผู้เป็เ้าเล็กน้อย ก็กลายเป็ไอแล้วสลายหายไป
เทพเ้าาในชุดเกราะทองคำมิได้แสดงอารมณ์ทางสีหน้าใดๆออกมา เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเกรงขามที่ทำให้ผู้คนรู้สึกกริ่งเกรงเฉกเช่นรูปปั้นโบราณดวงตาทั้งคู่ค่อยๆลืมขึ้นมองดินแดนที่เขาเป็ผู้ปกป้องและด้วยสายตาเฉยชาระคนดูแคลน
“มนุษย์ผู้โง่เขลาเอ๋ยถึงกับหาญกล้าคิดที่จะท้าท้ายอำนาจของพระผู้เป็เ้า!” น้ำเสียงทุ้มต่ำดุจฟ้าคำรามก้องกังวานไปทั่วทุกสารทิศ“เ้าจักต้องชดใช้ให้กับความโง่เขลาของเ้า!”
เทพเ้ายกพระหัตถ์แกว่งไกวกระบี่ทองเล่มใหญ่ในมือกลางอากาศช้าๆปลายกระบี่แหลมคมถูกยกขึ้นอย่างอืดอาดและหนักอึ้งคล้ายกับมีพลังทำลายล้างมหาศาลยามที่ดาบถูกชูขึ้นสู่จุดสูงสุดของฟากฟ้า กาลเวลาพลันดูเหมือนกับหยุดนิ่งมวลอากาศทั้งหมดนิ่งสงบแรงกดดันหนักอึ้งจากทุกสารทิศมารวมกันยังกระบี่เล่มยาวสีทองที่เปล่งประกายในหัตถ์องค์เทพ
เกิดลมพายุรุนแรงบนท้องฟ้ามันฉีกกระชากเมฆาทมิฬออกเป็เสี่ยงๆ
กระบี่เล่มยาวขององค์เทพหยุดลงชั่วขณะและทันใดนั้นลำแสงสีทองเจิดจ้าก็ฟาดลงบนตัวกูเตริโออย่างแรง!
กระบี่ยังไม่ทันจะฟาดลงมาก็รู้สึกได้ถึงแรงโจมตีมหาศาลยากที่จะต้านทานไหว จากนั้นก็มีเสียงดัง “ตึง”
ใต้เท้ากูเตริโอพลันปรากฏหลุมลึกขนาดใหญ่ผืนปฐีสั่นรุนแรง!!
พลังมหาศาลอันน่าสะพรึงกลัวที่โจมตีลงมาจากฟากฟ้ากดดันเสียจนร่างของกูเตริโอะเืจนแทบจะแยกออกเป็เสี่ยงๆโลหิตสีแดงสดพุ่งออกมา
“นี่คือพลังของพระผู้เป็เ้าหรือ”แววตากูเตริโอเผยความยำเกรงจากนั้นก็เปลี่ยนเป็ความบ้าคลั่งและกระหายา “รอข้าเอาชนะท่านได้ข้าก็จะได้ชื่อว่าเป็ผู้ที่อยู่เหนือพระผู้เป็เ้าของโลกใบนี้!”
กูเตริโอคำรามเสียงดังและเริ่มร่ายคาถาอย่างรวดเดียว ขณะเดียวกันนั้น คฑาในมือเขาก็สั่นรุนแรงหมอกสีนิลทุกสารทิศเริ่มหมุนวนอย่างรวดเร็วดั่งกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่ไหลบ่ามาทางกูเตริโอ
เขาดูดซับดวงิญญาที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมดสิ้นบนร่างค่อยๆ ปรากฏเกราะทมิฬห่อหุ้มกายเขาเอาไว้อย่างแ่า
กลางแผ่นอกกว้างมีรูปหัวกะโหลกที่น่าสยดสยองปรากฏอยู่แสงสีแดงส่องประกายมาจากดวงตาของกะโหลกนั่นดุจดวงตาแห่งความละโมบและดุร้ายของเทพอสูรจากนรกภูมิควันดำคล้ายสายธารหลั่งไหลโพยพุ่งออกมาจากปากของกะโหลกใหญ่อย่างไม่หยุดยั้งลอยวนเวียนไปมารอบตัวของกูเตริโอใบหน้าของเหล่าิญญาชั่วร้ายนับไม่ถ้วนลอยอยู่ในหมอกสีดำอย่างน่ากลัว
“นี่นี่มันเกราะแห่งเทพมรณา!” ซาเตลีชาวาบไปทั้งตัวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งว่า “เ้าจะต้องตกนรก!เ้าจะต้องไม่ได้ผุดได้เกิด! เ้าถึงกับกล้าใช้เกราะแห่งเทพมรณานั่น!!”
ร่างผอมแห้งของกูเตริโอห่อหุ้มด้วยเกราะแห่งเทพมรณาทั่วร่างเต็มไปด้วยพลังงานนิลกาฬ ดำเข้มราวน้ำหมึก หากจ้องมองให้ละเอียดก็จะเห็นว่าความจริงแล้ว เกราะตัวนั้นถูกสร้างมาจากเหล่าิญญาชั่วร้ายนับไม่ถ้วนเกราะนี้สามารถป้องกันการโจมตีบนโลกได้ทุกรูปแบบ เกราะแห่งเทพมรณาเป็เวทมนตร์ที่กูเตริโอคิดค้นขึ้นมาด้วยตนเองความตายคือองค์ประกอบสำคัญในการใช้เวทนี้ การทำลายล้างคือเป้าหมายของมันยิ่งเขาสังหารผู้คนมากเท่าไร พลังของเกราะก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้นทั้งยังไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย!
ตอนนี้ทั่วทั้งปฐีแทบจะตกอยู่ในเงื้อมมือของกูเตริโอสิ่งมีชีวิตล้วนกลายเป็ิญญาอาฆาตที่กรีดร้องโหยหวนรอบเกราะเขา เมื่อเกราะแห่งเทพมรณาปรากฏขึ้นแม้ว่าจะอยู่ไกลสุดขอบฟ้าก็ราวกับจะได้ยินเสียงกรีดร้องแสบแก้วหูนั่น!
หมอกนิลกาฬเบื้องหน้ากูเตริโอหนาแน่นจนเหมือนกับสสารที่แท้จริงตัวหมอกที่แผ่กระจายออกมาจากส่วนหัวและปลายคฑาของเขาค่อยๆกลายเป็เคียวมหึมาเล่มหนึ่ง เคียวเล่มนี้ไม่ได้ถูกสร้างจากเหล็กกล้าหรือวัตถุใดๆบนโลกใบนี้ แต่มันแข็งแกร่งและแหลมคมยิ่งกว่าเหล็กกล้าชนิดใดใบมีดคมฉาบไปด้วยแสงสีนิล รอบด้านแผ่กระจายเข็มแหลมคล้ายระลอกคลื่นเข็มแต่ละเล่มสั่นะเืด้วยความเร็วที่ยากจะมองเห็นด้วยตาเปล่า ส่งเสียงดังหึ่งๆที่ทำให้คนชาวาบไปทั้งตัว
เมื่อเห็นว่ากระบี่ทองของพระผู้เป็เ้ากำลังฟาดฟันลงมากูเตริโอจึงฟาดเคียวมรณะโต้กลับไปด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์!
กระบี่ของพระผู้เป็เ้าเล่มนี้เป็ตัวแทนของพลังสูงสุดทางด้านสว่างที่สามารถผ่าแยกท้องนภาได้อย่างง่ายดายเสียงฟ้าคำรามดังเป็ระลอก กระแสไฟฟ้าเชือดเฉือนไปมาแสงเจิดจ้าปกคลุมทุกสีสันบนโลก!พลังอำนาจบีบคั้นโจมตีลงบนร่างผู้แข็งแกร่งที่สุดในโลกมนุษย์อย่างรุนแรง
เชิงเขานามิเบียด้านหลังของซาเตลีเป็แหล่งรวมตัวเหล่ากองทัพมนุษย์กลุ่มสุดท้ายสายตาของผู้ที่โชคดีรอดชีวิตมาได้จับจ้องไปยังกระบี่เล่มยาวของพระผู้เป็เ้าด้วยความกระวนกระวายใจแสงเจิดจ้าที่มีอานุภาพทำให้ตาบอดได้เปี่ยมไปด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ทรงพลังอย่างยิ่งยวดทำให้พวกเขามั่นใจเป็อย่างยิ่งว่า พลังของพระผู้เป็เ้าจะเป็ฝ่ายชนะในตอนท้าย!
เมื่อกระบี่ใกล้จะตวัดลงมาพวกเขากู่ร้องอย่างบ้าคลั่งดังสนั่นไปทั่วพิภพ!
ด้านหลังกูเตริโอคือกองทัพปีศาจอันไร้ที่สิ้นสุดที่ปกคลุมไปทั่วผืนแผ่นดินและท้องนภากว้างใหญ่!มีเพียงเส้นบางๆ ที่ขวางกั้นระหว่างแสงสว่างและความมืดเหล่าดวงิญญาที่มีชีวิตและสติปัญญาต่างหมอบกราบแทบเท้ากูเตริโอกลายเป็นักรบผู้เก่งกาจที่พิชิตโลกใบนี้กับเขาพวกมันต่างจับจ้องทุกความเคลื่อนไหวและทุกการกระทำของกูเตริโออย่างตื่นเต้นเช่นกันแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ปกคลุมทุกสิ่งบนโลกใบนี้ทำให้พวกมันหวาดกลัว และกระวนกระวายใจเคียวทมิฬในมือกูเตริโอดำทะมึนจนไร้สีสันมันสูบกลุ่มเมฆดำกับพลังโสมมที่มีอยู่บนโลกใบนี้เมื่อครู่จนหมดเกลี้ยงราวกับพลังมืดบนโลกล้วนหลอมรวมอยู่เหนือเคียวเล่มยาวขนาดสามเมตรเล่มนี้!กูเตริโอเหวี่ยงท่อนแขน ใบมีดของเคียวมรณะสั่นะเืจนส่งเสียงดังน่ารันทดใจออกมามันกลืนกินอากาศ แสงอาทิตย์และทุกสิ่งในทุกแห่งที่มันวาดผ่านจากเบื้องล่างสู่เบื้องบนพร้อมกับกลุ่มแสงสีดำเล็กๆเพื่อต้านรับกระบี่เล่มยาวของพระผู้เป็เ้า!
ตึง
เทือกเขานามิเบียคล้ายกับของเล่นถูกคนจับโยนเล่นไปมาในมือกองทัพมนุษย์และกองทัพปีศาจที่อยู่บริเวณเชิงเขาโงนเงนไปมาราวกับคลื่นลูกใหญ่
หินทรายบนยอดเขาปลิวว่อนหมอกควันปกคลุมไปทั่วจนยากจะมองเห็นได้ชัดเสมือนว่าแสงทั้งหมดจะถูกหมอกควันแ่าปกคลุม ลำแสงใดก็ไม่อาจส่องผ่าน!ทุกสายตาล้วนจับจ้องไปยังยอดเขา เฝ้ารอผลการประลองระหว่างแสงสว่างและความมืด
ทันใดนั้นลำแสงสีทองอร่ามค่อยๆส่องทะลุหมอกควันที่วนเวียนอยู่รอบด้านออกมากระบี่เล่มยาวทอประกายแสงสีทองในหัตถ์ของพระผู้เป็เ้าถูกชูขึ้นสูงทันทีมันหยุดค้างเติ่งกลางอากาศ คล้ายกับไม่อาจเคลื่อนไหวได้อีกตลอดกาล!
“อายุยืนหมื่นปี หมื่นๆปี!!!”
[1]เนโครแมนเซอร์ คือผู้ใช้เวทศาสตร์มืดในการอัญเชิญภูตผีิญญาที่เสียชีวิตไปแล้วจากปรโลกกลับมาสู่โลกปกติ