สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 115 กับดักความตาย

            นิ้วของชายวัยกลางคนขยับเบาๆ คาถาที่ฟังเข้าใจยากถูกร่ายออกมาจากปากอย่างรวดเร็ว ประกายแสงสีแดงแพรวพราวก็พุ่งออกมาจากร่างทันใดนั้นแท่นบูชาก็ร้อนผ่าวขึ้นจนไม่สามารถเพ่งมองตรงๆ ได้ จากนั้นดาบเปลวเพลิงที่ร้อนระอุก็ลุกไหม้ขึ้นมา มือของชายวัยกลางคนก็ตวัดชี้ไปทางซุนเฟยอย่างรวดเร็ว...

            ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในพริบตา

            ฝูงชนที่มองจากด้านล่าง ต่างไม่ทันได้ตอบสนองอะไรขึ้นมาแม้แต่เสียงร้องตกใจก็ไม่ทันได้เปล่งออกมา

            ชายวัยกลางคนยืนอยู่ด้านหลังซุนเฟย ตอนนี้เองก็ซุ่มโจมตีด้วยดาบซุนเฟยไม่ทันสังเกตเห็นในตอนแรก ความร้อนที่แฝงมากับดาบเปลวเพลิงนั้นดาบในมือชายวัยกลางคน เหวี่ยงเป็นวิถีดาบในอากาศแบบแปลกๆเพียงปลายดาบสัมผัสก็เหมือนได้รับจุมพิตแห่งความตาย เห็นเพียงดาบแทงเข้าไปด้านหลังของซุนเฟย ทะลุที่หัวใจ...

            แต่...

            ทันใดนั้นก็เรื่องแปลกๆ ก็เกิดขึ้น

            เพียงเสี้ยววินาที ร่างของซุนเฟยก็พลิกตัวหลบไปทางขวาอย่างไม่น่าเชื่อดูเหมือนเป็นการเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณมันประจวบเหมาะกับดาบของชายวัยกลางคนที่แทงเข้ามาพอดี ดาบเปลวเพลิงแทงพลาดไป

            และตอนนี้เอง บรรดาคณะทูตที่อยู่ด้านล่างแท่นบูชาก็คล้ายจะเพิ่งเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นใบหน้าของพวกเขาแสดงความตะลึงออกมาอย่างเห็นได้ชัดเสียงร้องอุทานดังออกมาจากปากพวกเขาอย่างควบคุมไม่ได้

            ดร็อกบากับทหารองค์รักษ์คนอื่นๆ ที่ยืนอยู่รอบๆ แท่นบูชามีปฏิกิริยาฉับไวมากพวกเขาตะโกนออกมาเสียงดังว่า ‘คุ้มครององค์ราชา’ จากนั้นก็ชักดาบพุ่งเข้ามา...แต่หลังจากพุ่งเข้ามาได้ห้าหกก้าวพวกทหารองครักษ์ต่างก็พากันหยุดเท้าอย่างงงงวยเพราะเขาสังเกตเห็นองค์ราชาของพวกเขาส่ายมือเป็นเชิงไม่ให้ขึ้นมา

            ซุนเฟยใช้มือขวาแตะเบาๆ ที่ดาบเปลวเพลิง

            “นักเวทธาตุไฟสี่ดาว? เจ้าเป็นใคร? ทำไมถึงต้องการสังหารข้า?”

            ซุนเฟยเรียกถุงมือของตัวละครคนเถื่อนออกมา นี่เป็นถุงมือเวทมนตร์สีเงินสวยงาม มีพลังป้องกัน 21 และขณะเดียวกันยังป้องกันเวทมนตร์ธาตุไฟและธาตุไฟฟ้าได้25% ดังนั้นซุนเฟยจึงพอที่จะจับดาบเปลวเพลิงที่สร้างขึ้นจากธาตุไฟบริสุทธิ์นี้ได้ เขารับรู้ถึงความร้อนระอุที่แผดเผาบนตัวดาบเปลวเพลิงได้ดีทำให้ซุนเฟยสามารถยืนยันได้ว่าชายตรงหน้าจะต้องเป็นนักเวทสี่ดาวระดับต้น...แต่ปัญหาคือตัวเขาเหมือนจะไม่รู้จักชายคนนี้ แล้วทำไมเขาต้องการสังหารตนด้วย? หรือว่า...จะมีคนบงการเขา?

            เมื่อโจมตีพลาด ชายวัยกลางคนจึงทิ้งดาบเปลวเพลิงให้สลายไปก่อนจะถอยหลังออกมา

            “ทำไมเจ้าถึงรู้ได้?” ชายวัยกลางคนเอ่ยปากถามเมื่อถอยออกมาในระยะที่ปลอดภัยสำหรับนักเวทแล้ว

            เป็นเขาที่คิดไม่ออกว่าทำไมซุนเฟยถึงได้พบเขาและหลบการโจมตีที่แม้แต่พระเจ้าก็ยากจะรอดครั้งนี้ของตัวเองได้ต้องไว้ก่อนรู้ว่าเขาเตรียมพร้อมสำหรับการโจมตีครั้งนี้มาแล้ว เขาไม่เพียงฝึกฝนมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ยังนั่งสมาธิสะสมพลังเวทถึงสิบวันสิบคืน ทั้งยังไม่เสียดายที่จะต้องเสียเวทมนตร์ที่ล้ำค่าเพื่อที่จะย่นระยะเวลาในการร่ายเวท และเพิ่มความรวดเร็วในการโจมตี...แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่เขาคิดว่ามันไร้ข้อผิดพลาดกลับผิดพลาดขึ้นมาจริงๆสถานการณ์นี้มีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว นั่นก็คือซุนเฟยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าตัวเองจะต้องลงมือ

            สีหน้าของชายวัยกลางคนก็ปรากฏร่องรอยความยากจะเชื่อออกมาแต่เขาก็ไม่รีบร้อนที่จะหนี

            เขาดูเหมือนจะไม่สนใจว่าจะถูกคนจำนวนมากรล้อมกรอบราวกับว่าเขาเตรียมแผนสองไว้แล้ว ในใจยังคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะลงมืออีกครั้ง

            แน่นอนว่า เขายังรอคำตอบของซุนเฟย

            อย่างไรก็ตาม ตอนนั้นเองก็เกิดเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดขึ้นอีกครั้ง

            เพียงชั่วพริบตา ก็มีดาบแทงทะลุไหล่ซ้ายของชายวัยกลางคน ปลายดาบมีรอยเลือด

            ไหลหยดลงมาบนพื้น

            ชายวัยกลางคนมองมาอย่างไม่อยากจะเชื่อทันใดนั้นเขาก็เข้าใจอะไรบางอย่าง ลำคอของเขาเค้นเสียงคำรามออกมาอย่างโกรธเคืองเขาสะบัดมือเรียกแส้เพลิงของเขาออกมากลางอากาศ ทันใดนั้นลมร้อนก็พลันเฆี่ยนไปที่ด้านหลังของเขา เฆี่ยนไปที่ร่างของชายที่ยืนกำดาบแน่นอย่างรุนแรงเสียงร้องอึกพร้อมเลือดที่กระเด็นออกมา พัศดีโอเลเกร์พลันกระอักเลือดก่อนจะกระเด็นออกไป

            ชายวัยกลางคนดึงดาบที่แทงตัวเองออกมา ขณะที่จ้องมองไปยังชายร่างอ้วนด้วยความตกใจ

            “เป็นเจ้า?”

            ชายวัยกลางคนเอ่ยถามอย่างไม่อยากเชื่อคราวนี้ไม่ต้องรอคำตอบจากซุนเฟยแล้ว ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมก่อนหน้านี้ซุนเฟยถึงสามารถหลบการซุ่มโจมตีของตัวเองด้วยดาบเปลวเพลิงได้ ที่แท้ก็เป็นเจ้าอ้วนที่ขี้ขลาดตาขาวคนนี้ที่หลอกเขาไม่รู้ว่ามันใช้วิธีอะไรถึงแอบเตือนซุนเฟยล่วงหน้าได้

            “แน่นอนว่าเป็นข้า เจ้านับเป็นตัวอะไรที่จู่ๆ จะมาให้บิดารับใช้เจ้า!”

            โอเลเกร์ที่นอนหมอบอยู่บนแท่นบูชาพูดพลางกระอักเลือดออกมา ทว่าใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความภูมิใจเขาหัวเราะลั่นพลางหันไปมองชายวัยกลางคน เขาไม่ปกปิดสีหน้าท่าทางเยาะเย้ยของตัวเองสักนิด“ฮะๆ...คิดไม่ถึงเลยใช่ไหม? ว่าบิดา...แค่กๆบิดาที่เมื่อก่อนรักตัวกลัวตายคนนั้นจะทำแบบนี้...แค่กๆ บาร์เซิล...แค่กๆแค่เจ้าคิดจะใช้วิธีเก่ามาจัดการข้า แค่เริ่มก็ผิดแล้ว...แฮ่กๆเพื่อองค์ราชาอเล็กซานเดอร์ ข้ายินดีที่จะสละชีวิตตัวเองได้แล้วจะทรยศท่านได้อย่างไร!”

            ตอนนี้โอเลเกร์ได้รับบาดเจ็บหนักทุกประโยคที่พูดก็มีเลือดไหลออกมาเสมอแต่โชคดีที่ร่างของเขาผ่านการปรับเปลี่ยนโครงสร้างด้วย 'น้ำยาฮัลค์' ร่างกายของเขาจึงแข็งแกร่งมากกว่านักรบหนึ่งดาวทั่วไป ดังนั้น แม้จะได้รับการโจมตีด้วยด้วยความเกลียดชังจากนักเวทสี่ดาว แต่มันก็ไม่อาจคร่าชีวิตเขาได้แต่เนื้อหาที่เขาพูดกลับทำให้ทุกคนในที่นี่ต่างพากันตกใจ

            นักเวทสี่ดาวคนนี้ ความจริงแล้วเป็นบาร์เซิล

            บาร์เซิล เลขานุการคนก่อนของเมืองแซมบอร์ด เป็นอาชญากรของอาณาจักรในข้อหากบฏ

            ซุนเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย

            ก่อนหน้านี้เขาสังเกตเห็นท่าทางบอกใบ้ในดวงตาของพัศดีโอเลเกร์ บอกให้เข้าใจว่าชายวัยกลางคนผู้นี้ไม่ใช่คนของตัวเอง เป็นตัวปัญหาแต่เขากลับคาดไม่ถึงว่าจะเป็นบาร์เซิลที่จู่ๆ ก็หายตัวไป อดีตเลขานุการคนนี้คงจะใช้กลเล็กๆ เพื่อเปลี่ยนหน้าตัวเองชั่วคราวแต่ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะพบว่ารูปร่างและนิสัยไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักเพียงแต่ใครๆ ก็คาดไม่ถึงว่าคนคนนี้จะกลายเป็นนักเวทธาตุไฟที่มีความแข็งแกร่งถึงสี่ดาว

            การเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดนี้ ทำให้ทุกคนที่อยู่บนยอดเขาต่างอุทานออกมา

            ตอนนี้ แสงแรกในยามเช้าได้ทะลุผ่านม่านหมอกเข้ามาสาดส่องลงบนยอดเขาช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสวมมงกุฎของซุนเฟยเพื่อขึ้นครองบัลลังก์เมืองแซมบอร์ดได้พลาดไปแล้ว คณะทูตและองค์ชายของทุกอาณาจักที่อยู่ด้านล่างแท่นหินต่างพากันมองไปที่แท่นหินอย่างตื่นตกใจเหนือแท่นบูชามงกุฎทองคำบริสุทธิ์ที่อยู่ในมือขององค์หญิงนาตาชาแห่งราชอาณาจักรเซนิทได้ถูกวางลงบนพานเงินที่ผู้คุ้มกันด้านหลังถืออยู่นางถอยออกมาเล็กน้อยแล้วคอยชมอย่างสนใจ เหมือนกับว่ากำลังรอดูละครอยู่

            ซุนเฟยมองไปที่อดีตเลขานุการบาร์เซิลอย่างเย็นชาเขาปลดปล่อยกลิ่นอายอันตรายออกมาจากร่างอย่างต่อเนื่อง

            ในเมื่อชายคนนี้ปรากฏตัวออกมาเองถ้าอย่างนั้นก็ฉวยโอกาสนี้สังหารเขาทิ้งเสีย ไม่อย่างนั้น หากนักเวทระดับสี่ดาวคนนี้มุ่งมั่นจะแก้แค้นเขาแล้วไปลงกับเมืองแซมบอร์ด...เมืองแซมบอร์ดในตอนนี้ไม่อาจรับมือเขาไหวแน่เขาจะเป็นหายนะของเมืองอย่างหนึ่ง

            ในขณะเดียวกันบาร์เซิลที่ยกมือปิดปากแผลบนไหล่ของตัวเองก็พลันครุ่นคิดบางอย่างในหัวอย่างรวดเร็ว

            เขารู้สึกถึงกลิ่นอายของซุนเฟยที่เริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆเขารู้แล้วว่าวันนี้ตัวเองคงไม่อาจลงมือสังหารราชาสมควรตายคนนี้ได้ในใจพลันขมขื่นเล็กๆ คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าตัวเองที่ตอนนี้ทะลวงจนมาถึงระดับสี่ดาวแล้ว และยังเตรียมแผนการอย่างยากลำบากมาเป็นเวลานานขนาดนี้ แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ดูเหมือนว่าแผนการต่อไปคงต้องเลื่อนออกไป...

            “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะกลายเป็นสุนัขที่รู้ความขนาดนี้”บาร์เซิลจ้องมองไปที่พัศดีโอเลเกร์ที่กำลังได้รับบาดเจ็บอย่างดุร้าย ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจบางอย่าง เขาร่ายคาถาอย่างเร่งรีบออกมาจากปากเห็นเพียงร่างของเขาที่ลุกท่วมไปด้วยไฟที่ร้อนระอุ ราวกับเปลวไฟขนาดยักษ์เขาตะโกนไปทางซุนเฟย “ข้าจะสู้กับเจ้า...”

            เปลวไฟที่ลุกทั่วร่างเริ่มลุกไหม้อย่างรุนแรงในขณะที่พุ่งออกไป

            ดูเหมือนพระอาทิตย์ดวงเล็กๆ ที่ลอยอยู่เหนือแท่นบูชา

            ทุกคนต่างก็คิดว่าบาร์เซิลเป็นหมาจนตรอกที่คิดจะเผาร่างตัวเองด้วยเวทมนตร์แล้วตายไปพร้อมๆ กับซุนเฟยแม้แต่ซุนเฟยเองก็คิดแบบนั้นดังนั้นเขาจึงตั้งสมาธิเตรียมพร้อมรับมือกับอีกฝ่าย...แต่ ใครจะรู้ว่าเมื่อเขาพุ่งไปได้ไม่กี่ก้าว จะมีสัตว์อสูรธาตุไฟสามสี่ตัวคำรามทะยานออกมาจากร่างของบาร์เซิลและทางที่เหล่าสัตว์อสูรมุ่งไป ไม่ใช่ซุนเฟย...

            แต่เป็น...องค์หญิงนาตาชาแห่งราชอาณาจักรเซนิท!

            “ฮ่าๆ อเล็กซานเดอร์ หากข้าสังหารผู้หญิงคนนี้เสีย ดูสิว่าเจ้าจะมีคำอธิบายอะไรไปกล่าวกับราชอาณาจักรเซนิท...ให้เจ้ากับเมืองแซมบอร์ดต้องตกตายไปเสีย!”

            บาร์เซิลหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

            เขากล้าลงมือกับองค์หญิงแห่งราชอาณาจักร?

            ทุกคนต่างได้แต่ยืนอึ้ง

            นี่เป็นพลังโจมตีของนักเวทสี่ดาวที่เผาผลาญพลังเวทตัวเองทั้งหมดในการโจมตีครั้งเดียวแน่นอนว่านี่ไม่ใช่พลังที่นักรบหญิงซูซานผู้มีพลังสามดาวระยะต้นที่อยู่ด้านหน้าขององค์หญิงนาตาชาจะสามารถต้านทานได้สัตว์อสูรธาตุไฟทั้งห้าตัวต่างพุ่งมาทางองค์หญิงพร้อมเปลวไฟที่รุนแรงพวกมันต่างกลืนกินเปลวไฟสีฟ้าที่นักรบหญิงซูซานปล่อยออกมาโจมตีพวกมันอย่างง่ายดาย

            ในใจของซุนเฟยพลันตื่นตกใจ

            จิตใต้สำนึกสั่งให้เขาใช้ทักษะ 'กระโดด' พุ่งทางองค์หญิง...ซุนเฟยจำเป็นต้องช่วยนางไว้ไม่อย่างนั้นถ้าองค์หญิงสิ้นพระชนม์บนยอดเขาเมืองแซมบอร์ดจริงๆภายใต้ความโกรธเกรี้ยวของราชอาณาจักเซนิท เมืองแซมบอร์ดคงจะจบสิ้นเป็นแน่

            ในขณะเดียวกันบาร์เซิลก็ร่ายเวทมนต์อีกครั้ง

            ปรากฏปีกเพลิงงอกออกมาจากด้านหลังเขาร่างของเขาบินออกไปจากแท่นบูชาอย่างรวดเร็วดุจดาวตกเขาบินผ่านหัวของเหล่าคณะทูตทุกอาณาจักร เขาบินไปทางหน้าผาที่มีโซ่ตรึงแนวตั้งแม้ว่าเขาจะถูกโอเลเกร์แทงเข้าที่ไหล่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส และการใช้เวทมนตร์ร่ายคาถาระดับสูงติดต่อกันถึงสองครั้งก็ทำให้เขาแทบจะสูญเสียพลังเวทไปเกือบหมดแต่เขาจะอาศัยโซ่ตรึงแนวตั้งตรงหน้าผาช่วยพยุงตัวเองพลังของเขาในตอนนี้สามารถพาตัวเองหนีรอดออกไปจากยอดเขาตะวันออกได้ไว้รอมีโอกาสครั้งต่อไปเขาจะกลับมาก่อกวนซุนเฟยอีกครั้ง

            เมื่อเห็นหน้าผาอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของบาร์เซิลเผยรอยยิ้มออกมา

            “อเล็กซานเดอร์ เจ้ารอก่อนเถอะ ข้าจะกลับมาอีกจะทำให้เจ้าไม่อาจนอนหลับได้อย่างสงบสุข ฮ่าๆๆๆ!”

            เขากระโดดลงพื้น ก่อนจะกระโดดลงหน้าผา

            แต่

            “ไอ้หนอนแมลงชั้นต่ำ เจ้ากล้าลงมือกับองค์หญิง!”

            ในช่วงเวลาสำคัญ ก็มีเสียงใสๆ ดังขึ้นมาทันใดนั้นก็มีเปลวไฟสีม่วงพลันปรากฏออกมาข้างกายองค์หญิงแล้วมีร่างเงาเพรียวบางปรากฏออกมาจากเปลวไฟสีม่วง ใบหน้าสวยหวานไม่มีท่าทีตกใจเพียงมือเรียวตวัดกลางอากาศเบาๆ สัตว์อสูรเพลิงที่กำลังพุ่งเขามาก็พลันสลายหายไปกลางอากาศ

            ไม่น่าเชื่อ!

            พลังโจมตีของนักเวทสี่ดาวถูกกำจัดทิ้งไปอย่างง่ายได้

            วินาทีต่อมา

            เงาร่างสีม่วงก็กะพริบก่อนจะปรากฏร่างขึ้นเหนือหัวของบาร์เซิลที่กำลังหลบหนีออกไปได้หลายร้อยเมตร และกำลังจะกระโดดลงจากหน้าผา...

            “กล้าลงมือกับองค์หญิง อย่าหวังว่าจะรอด!”

            ในมือของสาวน้อยชุดม่วงดึงดาบสั้นออกมาก่อนจะจ้วงแทงลงไปบาร์เซิลร้องโหยหวน เลือดไหลทะลักออกมาจากด้านหลังราวกับน้ำพุเห็นได้ชัดว่าบาดแผลที่ได้รับมันร้ายแรงมาก...

            ยังไม่จบ

            ตอนนี้เองก็มีลูกธนูสีฟ้าเปล่งประกายขึ้นพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง ทะลุร่างด้านหลังของบาร์เซิลอย่างแม่นยำ เพียงชั่วพริบตาก็มีไอเย็นปกคลุมร่างของบาร์เซิล ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนร่างของบาร์เซิลก็ค่อยๆ ตกลงไปตามแนวหน้าผา ไม่ช้าก็หายลับไปในม่านเมฆ!

            ธนูดอกนี้ เป็นซุนเฟยที่เปลี่ยนเป็น 'โหมดนักรบอเมซอน' ยิงออกมาจากที่ไกลๆ ด้วยธนูเวทมนตร์น้ำแข็งนับว่าเป็นการตายที่น่าประทับใจมาก

            หน้าผาสูงขนาดนี้ อีกทั้งยังได้รับบาดเจ็บสาหัสมากบาร์เซิลไม่รอดอย่างแน่นอน

            ซุนเฟยถอนหายใจออกมาเบาๆ

            เรื่องทุกอย่างราวกับจะผ่านไปด้วยดี

            แต่วินาทีต่อมา ทันใดนั้นในใจของเขาก็พลันมีสัญญาณเตือนขึ้นมาจากนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่น่าเชื่อขึ้น

            หนึ่งคมดาบสะดุดตากำลังลอยเข้ามาจะเจาะเข้าที่หัวขององค์หญิงนาตาชา

            สองคมมีดที่เย็นยะเยือกที่ไม่อาจต้านทานได้กำลังบุกเข้ามาจู่โจมตรงช่วงเอวทั้งซ้ายขวาขององค์หญิงนาตาชาอย่างรวดเร็ว

            ลูกธนูขนนกสีขาวที่มีหัวลูกศรสทองแหลมคมสามดอกยิงมาจากฝูงชนพุ่งขึ้นไปด้านบนแท่นบูชาอย่างเงียบๆ ธนูทั้งสามดอกต่างเล็งไปที่ หัวลำคอ หัวใจขององค์หญิงนาตาชา

            กรงเล็บเหล็กสีขาวคู่หนึ่งปรากฏขึ้นมาจากด้านหลังขององค์หญิงนาตาชาอย่างไม่น่าเชื่อ พร้อมเสียงฝ่าอากาศแหลมคมดังขึ้นประกายแสงแหลมคมเจือด้วยพิษร้ายจ้วงเข้ามาที่ด้านหลังองค์หญิงอย่างรุนแรง

            ทันใดนั้นเองเปลวไฟคลื่นพลังสีส้มก็กะพริบขึ้นมาท่ามกลางพื้นแท่นบูชาใต้เท้าขององค์หญิง ก่อนจะมีเงาร่างครึ่งท่อนบนผุดออกมาสองมือกำกระบี่ทหารม้าที่คมกริบแน่นก่อนจะฟันไปที่เรียวขาทั้งสองข้างองค์หญิงอย่างเหี้ยมโหด

            การโจมตีทุกสารทิศในเวลาเดียวกันพุ่งเป้าจู่โจมมาที่ร่างอันแสนเปราะบางขององค์หญิง

            ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีใดมันก็เพียงพอที่จะคร่าชีวิตขององค์หญิงที่ไม่มีศิลปะการต่อสู้คนนี้ได้อย่างง่ายดาย

            เห็นได้ชัดว่า นี่เป็นการลอบสังหารที่วางแผนไว้อย่างดี

            มันคือกับดักแห่งความตาย!

            ---------------------

    คล้ายกับเรื่องสดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน