คิ้วเรียวของปีศาจสาวกระตุกหน่อยๆ เพราะวาจาของหรั่งดันไปกระแทกความเป็นมนุษย์ที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึก แต่ไม่ถึงวินาที มันก็กลับมายิ้มเยือกเย็นดุจเดิม พร้อมง้างมือขวาไปข้างหลัง เพื่อเตรียมใช้กรงเล็บคม ปลิดชีวิตของคู่สนทนา
“ หึ หึ หึ เมื่อเจ้าต้องการแบบนี้ ข้าก็ไม่ขัด เตรียมตัวรับความตาย ”
แม้หรั่งไม่อยากแพ้ แต่มาถึงตรงนี้ มนุษย์อย่างเขาจะทำอะไรได้อีก จึงหลับตาลง เพื่อสำรวมจิตใจให้สงบ
“ เราคงมาได้แค่นี้ แต่สำหรับลูกผู้ชาย ถึงต้องตาย ก็ต้องทำตัวให้สมเกียรติ จะมาร้องขอความเห็นใจแบบคนขลาดไม่ได้ ”
“ ตายซะ เจ้ามนุษย์ ” ความเงียบงันเข้าครอบครองสถานการณ์ได้ไม่นาน ปีศาจสาวก็แผดเสียงกร้าว ดวงตาคมถลึงขึ้นมา เพื่อปลดปล่อยสัตว์ร้ายที่อยู่ในตัว แต่ก่อนที่กรงเล็บในมือขวาจะทะลวงหน้าอกของหรั่ง อมนุษย์ก็ได้ยินเสียงเหล็กแหวกอากาศ
“ ฉั้ว……”
สิ่งต่อมาที่ปรากฏในสายตาของอมนุษย์ก็คือ…..เลือดแดงฉานที่พุ่งทะลักเป็นสายน้ำ ทว่ามันไม่ได้กระฉูดออกจากหน้าอกของหนุ่มหล่อ แต่กลับมาจากแขนขวาที่ด้วนไปแล้วของเจ้าหล่อนต่างหาก
“ ตุบ……”
ปีศาจสาวมองมือที่ร่วงหล่นลงสู่พื้น สลับกับแขนขวากุดๆของตนเอง คาดว่ามันคงถูกตัดขาดด้วยบางสิ่งที่คมสุดๆ ดวงตาเรียวจึงรีบเหลือบมองไปทางซ้าย ทำให้พบกับบุรุษวัยฉกรรจ์ที่สวมโค้ทยาวสีดำ
“ เอ๊ะ! แก…..”
สิ้นคำของปีศาจสาว ชายฉกรรจ์ในชุดโค้ชดำก็ประเคนฝ่าเท้าเข้ามาที่หน้าท้อง เธอจึงกระเด็นไกล ด้วยท่างอตัว พร้อมความจุกเสียดที่แทบกระอัก
“ อึก……”
“ โครม……..”
ร่างสูงเพรียวสไตค์นางแบบปลิวไปกระทบถังขยะที่กองกราดเกลื่อนอย่างไร้ระเบียบ ทำให้พวกมันกระเด็นไปคนละทาง เพื่อเปิดพื้นที่ให้อมนุษย์คนงามได้นอนทอดกาย
“ อุ้ก….นี่มันพลังอะไรกัน ” ปีศาจสาวปาดคราบเลือดที่มุมปาก พร้อมยันกายลุกขึ้นนั่ง มือซ้ายที่เหลืออยู่ เลื่อนมากุมลำตัวที่ปวดตุ้บๆ หัวสมองเต็มไปด้วยคำถาม เพราะไม่เคยมีมนุษย์คนไหนทำให้เธอเจ็บปวดถึงเพียงนี้
ชายฉกรรจ์ในโค้ทดำขยับปีกหมวกคาวบอยนิดนึง ก่อนจะยกดาบเหล็กสีเงินในมือขวาขึ้นมาชี้หน้า พร้อมประกาศเสียงเข้ม
“ ถึงวันตายของเจ้าแล้ว นังปีศาจชั่ว ”
“ แฮ่……”ปีศาจสาวคำรามดัง พร้อมแยกเขี้ยวใส่ ดวงตาเรียวแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ ใบหน้าก็ยาวขึ้น อันดูคล้ายสิ่งมีชีวิตประหลาดที่อยู่กึ่งกลางระหว่างหนูและนก แต่ชายฉกรรจ์กลับไม่แสดงออกถึงความหวาดกลัว เขายังคงนิ่งเฉยดุจเดิม และด้วยอาการดังกล่าว อมนุษย์เพศหญิงจึงเริ่มสั่น
“ เจ้านี่มันเป็นใคร ใจกล้าผิดผู้คน ขนาดเจอเรื่องสยดสยองถึงเพียงนี้ ยังไม่สะทกสะท้านเลยซักนิด แถมพละกำลัง และฝีมือดาบก็ยังเกินระดับของมนุษย์ธรรมดาไปไกลโข ”ปีศาจร้ายเหลือบมองแขนขวาแวบนึง ทำให้รู้ว่าบาดแผลที่ถูกตัดนั้นเรียบสุดๆ
และเมื่อชายฉกรรจ์เห็นปีศาจสาวนิ่งไป เขาจึงเป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเสียเอง ด้วยการพุ่งเข้าไปจู่โจมอย่างรวดเร็ว จนมองเห็นเพียงเงาร่างที่หลงเหลือ
“ กรี๊ด…….”ปีศาจสาวกรีดร้อง พร้อมพลิกกายหลบปลายดาบได้อย่างหวุดหวิด แต่ช่วงแขนก็ยังถูกคมศาสตราถากเข้าอย่างจัง เลือดแดงสดเลยสาดเป็นทางยาว
ทว่าการจู่โจมที่ดุดันของบุรุษในชุดโค้ทดำยังไม่จบแค่นั้น เขายังตวัดดาบใส่เป้าที่หมายพิฆาตต่อ แต่ปีศาจสาวก็ไวพอจะพลิกหลบ จากนั้นก็ดีดตัวออกห่าง
พอบุรุษในชุดโค้ทดำเห็นว่าการรุกระลอกแรกล้มเหลว เขาก็หยุดยืนด้วยท่วงท่าที่มั่นคง สองมือกระชับดาบเหล็กขนาดใหญ่ทรงยุโรป ดวงตาคมสีเหล็กจ้องมองปีศาจสาวอยู่ตลอด
ฝ่ายปีศาจสาวเองก็ไม่กล้าผลีผลามเช่นกัน เพราะครั่นคร้ามในความสามารถของบุรุษหนุ่มตาสีเหล็ก เลยลองเอ่ยถามเสียงสั่น
“ จะ…เจ้าเป็นใคร ”
บุรุษวัยฉกรรจ์เงียบอยู่อึดใจ ก่อนจะแนะนำตัว โดยที่สองตายังคงจ้องเป้าหมายแน่วนิ่ง
“ ข้าชื่อ…โจนาธาน อัลเบิร์ต เป็นนักล่าแวมไพร์ และเจ้าก็เป้าหมายของข้า ”
ปีศาจสาวรู้สึกเสียขวัญ เพราะรู้ชัดว่าบุคคลตรงหน้าตั้งใจมาสังหารตนแน่ แถมคนผู้นั้นยังเหนือล้ำกว่ามนุษย์ธรรมดาที่มันเคยดูแคลน แต่เพื่อให้สิ้นความสงสัย อมนุษย์จึงลองถามต่อไปอีก
“ ละ…แล้วเจ้าเป็นตัวอะไร เพราะมนุษย์ธรรมดาไม่น่าจะมีพละกำลังและความเร็วขนาดนี้ ”
บุรุษผู้มีดวงตาสีเหล็กนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะทำสิ่งที่ค้านกับบุคลิก นั่นก็คือยิ้มเล็กน้อย แล้วตอบกลับมาเบาๆแค่พอได้ยิน
“ แล้วเจ้าคิดว่าข้าเป็นมนุษย์ธรรมดารึไง”
เพียงแค่นี้ ปีศาจสาวก็พอจะรู้แล้วว่าบุรุษตรงหน้าเป็นผู้ใด เพราะมีข่าวลือหนาหูแพร่สะพัดในเผ่าพันธุ์ทมิฬ นั่นก็คือ….มีกลุ่มบุคคลปริศนาคอยตามล้างผีดูดเลือดอยู่ และหนึ่งในนั้นก็เป็น……..แวมไพร์
“ ไม่จริงน่า ไม่น่าเชื่อ นี่เจ้าคิดจะทรยศเผ่าพันธุ์ของตัวเองรึไง ” ปีศาจสาวพ่นออกมาได้ประโยคเดียว อัลเบิร์ตก็พุ่งเข้าไปจู่โจมอีกครั้ง คมดาบนับสิบถูกเหวี่ยงใส่ ทว่าแวมไพร์ร่างระหงก็พริ้วหลบได้ทุกดอก
ฝ่ายหรั่งที่นอนพิงกำแพงอยู่ รู้สึกตื่นตระหนก เพราะได้เห็นการต่อสู้ที่รวดเร็วจนมองไม่ทัน ด้วยทั้งคู่ว่องไวยิ่งกว่าสัตว์ร้ายในจินตนาการ และเมื่อความเหน็ดเหนื่อยกัดกินร่างกายถึงขีดสุด สติสัมปชัญญะของหนุ่มหล่อก็พลันดับลง
“ นี่คือความฝัน ใช่มั้ย เพราะเราได้เห็นปีศาจสองตนต่อสู้กัน ไม่ไหวแล้ว ขอสลบก่อนดีกว่า คร่อก….”
แม้การโจมตีของอัลเบิร์ตจะไร้ผล แต่พอฟาดฟันไปได้ซักสามสิบเพลง เขาก็เริ่มจับรูปแบบการเคลื่อนไหวของปีศาจสาวออก คมศาสตราจึงเริ่มเฉือนกายบาง ส่งผลให้เลือดแดงสดสาดออกมาจากบาดแผลจนชุ่มโชกไปทั่วทั้งตัว
“ ยะ…แย่เเล้ว ทะ…ทำไม เจ้านี่ถึงได้ว่องไวขึ้น นี่มันเร็วกว่าเราอีกเหรอเนี่ย ” ปีศาจสาวงงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่คิดว่าตัวเองจะถูกไล่ต้อน และพอถึงโค้งสุดท้าย อัลเบิร์ตก็โฉบมาที่ด้านหลัง พร้อมตะโกนเสียงดัง
“ เสร็จข้าล่ะ ”
“ ฉั้ว……”
ใบหูซ้ายของปีศาจสาวถูกตัดจนขาดออกจากกัน และพออวัยวะชิ้นนั้นร่วงหล่นลงสู่พื้น ปีศาจสาวก็รีบถอยฉากออกมาตั้งหลัก พร้อมยกมือข้างที่เหลือขึ้นมากดบาดแผล
“ ฮึ่ม….เร็วนักนะ นังปีศาจ ” อัลเบิร์ตสบถเบาๆ สีหน้าดูไม่พอใจ เพราะเป้าที่เขาหมายตาจริงๆก็คือ….ลำคอ แต่ในจังหวะที่ตวัดดาบเหล็ก ปีศาจสาวดันเบี่ยงศีรษะหลบ เลยได้มาแค่ใบหู
ปีศาจดูช็อก เพราะอีกนิดเดียว ชีวิตของมันก็จะม้วยมรณา อมนุษย์นิ่งได้ครู่หนึ่ง ก็เอาฝ่ามือที่กำบาดแผลออก แล้วเลื่อนสายตาไปมอง ทำให้พบกับเลือดสีแดงเข้มที่เนืองนอง
“ กรี๊ด…….นี่เจ้าบังอาจทำกับข้าถึงเพียงนี้เลยหรือ รู้มั้ยว่าการโจมตีใบหน้าของหญิงสาว มันเป็นอะไรที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดรัจฉาน ” ปีศาจร้ายเริ่มบันดาลโทสะ มันกรีดเสียงร้องเล็กแหลมออกมา อันชวนเขย่าประสาทเป็นที่สุด แต่ไม่ใช่กับอัลเบิร์ต เขายังยืนสงบ ดวงตาสีเหล็กจับจ้องอริร้าย มุมปากแย้มยิ้มเล็กน้อย
“ ดี…โกรธเข้าไป คลั่งเข้าไป จะได้วิ่งเข้ามาเป็นเป้าให้ข้าเชือด ”
และการคาดการณ์ของอัลเบิร์ตก็เป็นจริง ปีศาจสาวเป็นฝ่ายพุ่งเข้ามาจู่โจมซะเอง มันเหวี่ยงกรงเล็บในมือซ้ายใส่ แต่บุรุษตาสีเหล็กก็หลบเลี่ยงได้ไม่ยาก และพอเห็นช่องที่เหมาะเจาะ ก็สวนกลับด้วยการตวัดดาบคมไปที่โคนแขนซ้าย
“ ฉั้ว……”
แขนซ้ายที่เหลืออยู่ของปีศาจสาวขาดสะบั้น เรียกเลือดแดงสดอีกหนึ่งถังใหญ่ แต่แค่นี้ อัลเบิร์ตยังไม่สาแก่ใจ เขาจึงตวัดดาบเหล็กทรงยุโรปอีกสองครั้ง เพื่อเฉือนใบหูอีกข้างและปลายจมูกให้หลุดจากจุดที่มันเคยประจำ
“ กรี๊ด………” คราวนี้ ปีศาจสาวถึงกับทรุดตัวลงนั่งคุกเข่า พร้อมแหงนหน้าขึ้นสูง แล้วกรีดร้องเสียงดัง น้ำหูน้ำตาไหลออกมามากมาย อันผสมผสานกับโลหิตจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
แม้ท่าทางของปีศาจสาวจะดูน่าเวทนา แต่อัลเบิร์ตไม่คิดสงสารเลยซักนิด แถมดวงตาสีเหล็กยังไร้ความรู้สึก คล้ายว่าเขามีความแค้นอย่างลึกซึ้งกับเผ่าพันธุ์นี้
“ หมดฝีมือแล้ว ใช่มั้ย นังปีศาจ งั้นก็เตรียมตัวลงนรกได้แล้ว ”อัลเบิร์ตกำชับดาบคมด้วยสองมือ ก่อนจะยกมันขึ้นสูง เพื่อเตรียมบั่นคอให้ขาดกระเด็นในทีเดียว
แต่ในจังหวะที่อัลเบิร์ตกำลังปลิดชีพนังปีศาจ เขาก็รับรู้ได้ถึงไอเย็นรอบกาย จึงหยุดชะงักโดยพลัน แล้วรีบหันหลังกลับมายกดาบเหล็กขึ้นป้องกัน
“ เคร้ง……”
นับเป็นเคราะห์ดีที่อัลเบิร์ตไหวตัวทัน เพราะถ้าช้ากว่านี้อีกเสี้ยววินาที คอของเขาคงหลุดจากบ่า ด้วยมีบางสิ่งพุ่งเข้ามาฟาดคมดาบใส่อย่างรุนแรง จนทำให้ร่างสูงเพรียวกระเด็นไกล
“ โครม….”
แผ่นหลังของอัลเบิร์ตกระทบกำแพงปูนเข้าอย่างจัง จนมันแตกละเอียดเป็นเค้าโครงร่างกาย แต่อัลเบิร์ตไม่มีท่าทีเจ็บปวด ดวงตาสีเหล็กจ้องมองบุรุษผู้มาใหม่ ซึ่งบัดนี้ หยัดยืนอยู่ข้างปีศาจสาว
บุรุษผู้ลอบจู่โจม และเกือบจะบั่นคอของอัลเบิร์ต เป็นชายร่างสูงเพรียว แถมใบหน้าก็แลอ่อนเยาว์ตามสไตค์อิตาเลี่ยนรูปงาม พร้อมปรากฏรอยยิ้มอ่อนโยนที่มุมปาก และสิ่งแรกที่หมอนี่กระทำก็คือ….กล่าวปฏิสันถารด้วยมารยาทอันดี
“ ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าพเจ้ามีนามว่า…..สเตฟาน หลุยส์ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
