รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวเลี้ยวผ่านประตูรั้วอัลลอยด์ดัดลายงดงามเข้าสู่เขตคฤหาสน์หลังใหญ่ สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมาบางเบาตามฤดูกาล ทำให้อากาศภายนอกเย็นฉ่ำ ทว่าภายในห้องโดยสารกลับอบอวลไปด้วยไอร้อนระอุแห่งความเงียบงันและอารมณ์ที่วูบวาบ
มุกดาถอนเท้าออกจากคันเร่งแล้วดับเครื่องยนต์ มือเรียวยังคงรู้สึกถึงไออุ่นจากฝ่ามือใหญ่ของลูกชายที่เพิ่งปล่อยออกเมื่อรถจอดสนิท
อคิณก้าวลงจากรถ ยืนปรับสายตารับบรรยากาศบ้านที่เขาจากไปนานถึงสี่ปี ก่อนจะหมุนตัวเดินอ้อมมายังฝั่งคนขับ แล้วยื่นมือใหญ่ออกไปเบื้องหน้ามุกดา ที่กำลังเปิดประตูก้าวตามลงมา นิ้วมือเรียวสวยของคนเป็แม่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ วางลงบนฝ่ามือแกร่ง
อคิณออกแรงกระชับประคองเรือนร่างสวยของแม่ให้ก้าวลงมาจากรถอย่างระมัดระวัง ััจากเนื้อแนบเนื้อส่งกระแสความร้อนระอุเข้าสู่หัวใจของมุกดาจนเธอต้องแอบสูดลมหายใจเข้าลึก
"ขอบคุณจ้ะ..." มุกดาเอ่ยเสียงแ่ พยายามจะถอนมือออก แต่อคิณกลับถือโอกาสสอดประสานนิ้วมือเข้ากับมือเรียวของเธอไว้หลวมๆ
"อากาศข้างนอกเริ่มเย็นแล้ว... เข้าบ้านกันเถอะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมน้ำหอมแบรนด์หรูโชยมาแตะจมูกจนมุกดารู้สึกว่าสติของตนเริ่มสั่นคลอน
เมื่อก้าวพ้นประตูบานใหญ่เข้ามาภายในตัวบ้าน แสงไฟสีวอร์มไลท์สาดส่องสว่างไสวไปทั้วโถงรับแขกจากแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่ ช่วยให้บรรยากาศดูอบอุ่นทว่าเงียบสงบ
อคิณเบือนสายตาคมกริบกลับมามองเรือนร่างสวยของคนตรงหน้า ั์ตาของเขาจับจ้องไปยังนวลแก้มที่ขึ้นสีระเรื่อและริมฝีปากอวบอิ่มที่เคยหลอกหลอนเขาตลอดสี่ปีในอังกฤษอย่างไม่วางตา
"มองแม่แบบนั้นอีกแล้วนะ... มีอะไรติดหน้าแม่อีกหรือไงลูก?" มุกดาเอ่ย พลางยกมือขึ้นแตะปอยผมทัดหูเพื่อซ่อนความเก้อเขิน
"ไม่มีครับ... ผมแค่ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าได้กลับมาเจอแม่แล้วจริงๆ"
อคิณขยับกายก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้ออร่าความเป็ชายหนุ่มเต็มตัวกดทับเธอ จนทำให้รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงเมื่ออยู่ใกล้เขา
"สี่ปีที่ผ่านมา... บ้านหลังนี้เงียบเหงามากไหมครับ"
"ก็... นิดหน่อยจ้ะ" มุกดาตอบพลางเบือนสายตาหลบไปมองแจกันดอกไม้ข้างกายด้วยความเคอะเขิน
"แต่ปกติแม่ก็ทำงานกลับดึกอยู่แล้ว ได้เจอผู้คนที่บริษัทก็ทำให้ไม่ค่อยเหงาเท่าไหร่ มีแค่บางวันที่กลับมาแล้วรู้สึกว่าบ้านมันกว้างเกินไป... แต่ตอนนี้อคิณก็กลับมาแล้ว บ้านคงไม่เงียบเหงาเหมือนเดิมแล้วล่ะ"
"งั้นเหรอครับ..." อคิณเอื้อมมือไปคว้าจับท่อนแขนเรียวของมุกดาไว้แ่เบา นิ้วหัวแม่มือลูบไล้ผ่านเนื้อผ้าราคาแพงอย่างถือสิทธิ์
"แล้ว... ตลอดสี่ปีที่ผมไม่อยู่ แม่เคยคิดถึงใครอื่นบ้างไหมครับ..."
"หือ? ใครหรอลูก...?"
"เอ่อ ผมหมายถึง... หนุ่มๆ หรือคนที่พยายามเข้ามาจีบแม่..."
คำถามที่ตรงไปตรงมาบวกกับน้ำเสียงที่แฝงความหึงหวงลึกๆ ทำให้ั์ตาคู่สวยของมุกดาสั่นไหววูบวาบ เธอช้อนสายตาสบเข้ากับดวงตาคมกริบของลูกชาย หัวใจในอกซ้ายเต้นรัวและแรง
"แม่รักษาคำสัญญาจ้ะ" มุกดาตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
"แม่สัญญากับอคิณไว้แล้วว่าจะไม่มีใคร... จนถึงตอนนี้แม่ก็อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด... อยู่รอลูกชายของแม่กลับมา"
รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม ั์ตาฉายประกายความพึงพอใจและเสน่หาอันลึกล้ำ อคิณขยับเข้าไปใกล้จนไอร้อนจากแผ่นอกแทบจะชนเข้ากับทรวงอกอวบอิ่ม มือใหญ่เลื่อนจากท่อนแขนขึ้นมาแตะลงบนไหล่ ค่อยๆ ออกแรงรั้งร่างสวยให้เข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด
"น่ารักจังครับ... ขอบคุณนะครับที่รักษาคำสัญญา... ขอบคุณที่รอผม"
มุกดาหน้าผ่าวร้อน ลมหายใจอุ่นๆ ของลูกชายที่เป่ารดหน้าผากทำให้สมองของเธอขาวโพลน ร่างกายสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ทั้งคู่พูดคุยกันจนมืดค่ำตามประสาแม่ลูกที่ไม่ได้เจอกันนาน ก่อนจะแยกย้ายกันไปชำระร่างกายยามค่ำคืน บรรยากาศภายในบ้านหลังใหญ่เงียบสงบ สายฝนด้านนอกยังคงตกพรำๆ สร้างเสียงซ่าเบาๆ กระทบหน้าต่างกระจก
มุกดาอยู่ในห้องนอนใหญ่ ในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีน้ำเงินเข้มสวมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าบาง เธอนั่งอยู่บนโซฟานุ่มริมหน้าต่าง ในมือถือแก้วนมอุ่นๆ ทว่าสายตากลับทอดมองออกไปในความมืดมิดภายนอกด้วยความรู้สึกสับสนและว้าวุ่นใจ ภาพรอยยิ้มและสายตาคมกริบของอคิณยามที่จ้องมองเธอเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด
‘ทำไม... หัวใจจะต้องเต้นแรงขนาดนี้ด้วยนะ’ หญิงสาวติติงตัวเองในใจ ยกมือเรียวขึ้นแตะริมฝีปากอวบอิ่มของตัวเองเบาๆ ั์ตาคู่สวยสั่นไหวด้วยกระแสอารมณ์ที่ซับซ้อน
สี่ปีที่แล้ว เธอรักอคิณสุดหัวใจในฐานะ ‘แม่’ พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่ออนาคตของลูกชายและห่วงใยเขาดั่งแก้วตาดวงใจ ทว่าในวันนี้ ความรักอันบริสุทธิ์นั้นกลับถูกเจือปนและหลอมละลายกลายเป็ความรู้สึกอื่น... ความรู้สึกที่เรียกร้องและโหยหาเมื่อได้ชิดใกล้เรือนร่างกำยำของลูกชาย
มุกดาถอนหายใจยาว พลางนึกย้อนไปถึงจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อสี่ปีก่อน...