แม้จางหลินจะกำลังสบถในใจ แต่ดวงตาของเขาก็ยังกลอกไปรอบๆเพื่อหาทางหนี และสายตาของเขาก็หยุดลงที่หยานฉู่ในทันที
[พลังยุทธ์ของหยานฉู่ต่ำกว่าชายชราผมทองมาก]
[และเขาดูเหมือนจะมีความสำคัญต่อชายชราเป็นอย่างยิ่ง!]
[หากข้าต้องการหนีออกจากสถานการณ์นี้ มีเพียงแต่ต้องจับเขาเป็นตัวประกันเท่านั้น!]
ทันใดนั้นมือขวาที่แนบชิดลำตัวของเขาพยายามที่จะเอื้อมหยิบมีดบิน
ทว่าการกระทำของจางหลินไม่รอดพ้นสายตาของหยูเป่ยเทียน เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง ก่อนที่จะมีเส้นใยปราณเข้ามัดร่างของจางหลินไว้ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาถูกจำกัดในทันที!
วู้ม!
ร่างของจางหลินถูกยกขึ้นให้ลอยอยู่กลางอากาศ ราวกับถูกใยของแมงมุมตรึงร่างไว้!
สีหน้าของจางหลินมืดมน การแสดงออกของเขาจมลงในทันที!
เขาพยายามที่จะดิ้นรน แต่ก็พบว่าการรัดของเส้นใยปราณนั้นหนาแน่นเกินไป!
เขาไม่แม้แต่จะขยับร่างกายส่วนบนได้ด้วยซ้ำ
มุมปากของหยูเป่ยเทียนยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน “เจ้าคิดจริงๆหรือว่าข้าจะไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่? หากเจ้าคิดจะจับนายน้อยของข้าเป็นตัวประกัน เจ้าคิดผิดอย่างมหันต์!”
หยูเป่ยเทียนถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญของแคว้น และเขาก็มีประสบการณ์มากกว่าชายหนุ่มในระดับเดียวกับจางหลินอย่างไม่ต้องสงสัย
แม้แต่ราชสีห์ก็ยังต้องใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีในการจับกระต่าย ฉะนั้นแล้วต่อให้อีกฝ่ายดูเหมือนจะอ่อนแอเพียงใด หยูเป่ยเทียนก็จะไม่ประมาท และไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายเคลื่อนไหวตุกติกแม้แต่น้อย
ลางร้ายฉายผ่านใบหน้าของจางหลินในทันที
[คนผู้นี้รอบคอบเกินไป!]
[เขารับมือได้ยากกว่าที่ข้าคิดไว้]
เมื่อเห็นว่าจางหลินยังคงเงียบงัน หยูเป่ยเทียนก็ถามต่อด้วยเสียงต่ำ “ทีนี้ก็พูดมาได้แล้วว่าเจ้าเป็นใคร? แล้วเจ้ามีจุดประสงค์อะไร? ใครเป็นคนส่งพวกเจ้ามา? และสุดท้ายเจ้ามาจากมหาอำนาจใด?”
เขากำลังคิดว่าจางหลินอาจจะเป็นคนที่ถูกส่งมาจากแคว้นอื่น และเขาก็มั่นใจว่าชายสวมหน้ากากงิ้วไม่ได้มาเพื่อแสวงหาสมบัติต้นกำเนิด
นั่นเป็นเพราะผู้ที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของสมบัติต้นกำเนิดมีเพียงเขาที่เปิดใช้งานเข็มทิศสวรรค์เท่านั้น
ฉะนั้นหยูเป่ยเทียนจึงคิดไปเองว่าจางหลินอาจจะถูกส่งมาที่นี่เพื่อตามหาพวกเขาทั้งสองด้วยเหตุผลบางประการ
แต่ก็มีจุดหนึ่งที่เขาสงสัย นั่นคือระดับพลังยุทธ์ของอีกฝ่ายต่ำเตี้ยเรี่ยดินเกินไป หรือจะกล่าวด้วยว่าชายสวมหน้ากากงิ้วแทบไม่มีพลังยุทธ์เลยด้วยซ้ำ
แต่หยูเป่ยเทียนก็ไม่กล้าที่จะประมาท เขาจึงตัดสินใจใช้เส้นใยปราณสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของจางหลินไว้ก่อน
จางหลินผงะไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะส่ายหน้าปฏิเสธ “ข้าบอกไปแล้วว่าข้ามาที่นี่เพื่อแสวงหาโชคลาภ ข้าเห็นว่าพลังยุทธ์ของพวกท่านสูงมาก ดังนั้นหากข้าสะกดรอยตามพวกท่านต่อไป ข้าจะได้แกนวิญญาณและสมุนไพรทั้งหมดมาโดยที่ไม่ต้องออกแรง”
คิ้วของหยูเป่ยเทียนเลิกขึ้นอย่างเย็นชา
แน่นอนว่าพวกเขาไม่เชื่อคำพูดของจางหลินแม้แต่น้อย!
ครั้นเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ หยูเป่ยเทียนก็ค่อยๆย่างกรายเข้าไปใกล้ด้วยแววตาที่เย็นเยียบ “ในเมื่อเจ้าไม่คิดที่จะเปิดเผยตัวตน เช่นนั้นให้ข้าตรวจสอบเองว่าเจ้าเป็นใคร…”
ร่างของหยูเป่ยเทียนอยู่ห่างจากจางหลินเพียงแค่ห้าก้าว ในขณะนี้มือของเขาค่อยๆยกขึ้นและพยายามที่จะดึงหน้ากากงิ้วออกจากใบหน้าของจางหลิน
ด้วยสภาพของจางหลินในตอนนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะต่อต้าน!
ดวงตาของจางหลินสั่นไหวด้วยระลอกคลื่นขนาดใหญ่!
[หากตัวตนของข้าถูกเปิดเผยที่นี่ เกรงว่าอาจจะไม่ใช่ผลดีสำหรับตระกูลจางในภายภาคหน้า]
[ไม่มีทางเลือกแล้ว...]
ทันใดนั้นจิตวิญญาณพฤกษาภายในทะเลแห่งจิตวิญญาณก็เกิดการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ จู่ๆใบไม้สีชาดที่เกาะอยู่บนกิ่งสีทองก็ร่วงหล่นลงมาสู่ทะเลแห่งจิตวิญญาณสร้างระลอกคลื่นบนมหาสมุทรที่กว้างขวาง...
และเป็นเวลาเดียวกันกับที่มือขวาของหยูเป่ยเทียนอยู่ห่างจากหน้ากากงิ้วเพียงแค่สามคืบ
ฟู่!
ทันใดนั้นแสงเจิดจ้าส่องประกายผ่านหว่างคิ้วของจางหลิน ใบไม้สีชาดพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า มันโหมกระหน่ำด้วยเพลิงผลาญ เข้ากลืนกินร่างของหยูเป่ยเทียนอย่างทันท่วงที!
ชั่วพริบตานั้นสีหน้าของหยูเป่ยเทียนก็เปลี่ยนไป “จิตวิญญาณยุทธ์!?”
ด้วยการเบี่ยงตัวอย่างรวดเร็ว ใบไม้สีแดงฉานพุ่งผ่านไปราวกับลูกศร และก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ร่างของหยูเป่ยเทียนเผลอถอยหลังกลับไปสิบก้าวเพื่อทิ้งระยะห่างด้วยความประหม่า เกรงว่าอาจจะมีการโจมตีอีกระลอก
ฟู่!
เมื่อลองมองย้อนกลับไปจะเห็นได้ว่าใบไม้เพลิงเมื่อครู่ได้ปักเข้าที่กลางต้นไม้ใหญ่ ก่อนที่ต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นจะถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟอันร้อนระอุทำให้อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงขึ้นในชั่วพริบตา!
ในเวลาเดียวกันก็มีใบไม้สีชาดอีกใบที่พุ่งออกมาจากหว่างคิ้วของจางหลิน ก่อนที่มันจะสะบั้นเส้นใยปราณที่เชื่อมต่อกันกับร่างของหยูเป่ยเทียน ทำให้จางหลินหลุดพ้นจากการจองจำในทันที!
จางหลินที่ได้รับอิสรภาพกลับคืนมาก็ไม่รอช้าที่จะหมุนตัวกระโจนไปยังร่างของหยานฉู่ที่ไม่ทันได้ตั้งตัว เขาสะบัดแขนเสื้อพร้อมกับมีดบินสองเล่มที่ถูกขว้างออกไปด้วยเสียงลมหวีดตรงไปยังตำแหน่งลำคอของหยานฉู่อย่างแม่นยำ
คิ้วของหยานฉู่ขมวดขึ้นอย่างไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มือขวาที่กำลังกุมกระบี่ก็ยกขึ้นมาฟาดฟันเพื่อปิดกั้นมีดบินทั้งสองไว้อย่างทันท่วงที
เชร้ง!
เชร้ง!
มีดบินทั้งสองถูกสะบั้นกลางอากาศ ใบหน้าของหยานฉู่แสดงความเยาะเย้ยที่มีต่อการโจมตีในครั้งนี้ “แค่มีดบินธรรมดาคิดหรือว่าจะทำให้ข้า—”
แต่ไม่ทันที่เขาจะกล่าวจบประโยค เขาก็ต้องพบเข้ากับเข็มสีม่วงหกเล่มที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบได้!
ด้วยการตอบสนองอัตโนมัติ หยานฉู่เผลอยกแขนขวาขึ้นมาปิดกั้น ทำให้เข็มทั้งหกเล่มพลันปักเข้าที่แขนจนหยาดโลหิตไหลหยดลงมา
ซึ่งนั่นทำให้สีหน้าของหยานฉู่แสดงให้เห็นถึงความโกรธเกรี้ยวในทันที “เจ้า!”
แม้ว่าเข็มทั้งหกจะสร้างบาดแผลให้แก่หยานฉู่ได้ แต่มันก็ไม่ได้ปักเข้าไปลึก มันเพียงแค่ถากผิวหนังชั้นนอกเท่านั้น
แต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้วที่จางหลินจะใช้จังหวะนี้ในการวิ่งผ่านร่างของหยานฉู่ไป โดยมีพัดมังกรสีครามที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว