ทว่าในไม่ช้าฮวาเหยียนก็ค้นพบว่าเสียงตะโกนและเสียงความวุ่นวายเหล่านั้นมิได้มุ่งมาทางห้องหนังสือ แต่พุ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่ยามนี้ตี้หลิงหานพำนักอยู่
หมายความว่ามีนักฆ่าบุกเข้ามาเพื่อลอบสังหารตี้หลิงหานใช่หรือไม่?
ฮวาเหยียนเลิกคิ้วเฮอะ! คนผู้นี้เป็นใครกัน เหตุใดจึงได้ใจนางยิ่งนัก? มาเพื่อลอบสังหารองค์รัชทายาทสารเลวหรือ?เช่นนั้นหากมิตามไปดู นางก็คงต้องขอโทษต่อการมาของตนเองในครานี้แน่แล้ว
ฮวาเหยียนรีบเร่งออกจากห้องหนังสือทันทีก่อนจะพุ่งตัวไปยังทิศทางของภูเขาด้านหลัง ท้องฟ้ายามราตรีอันมืดมิด คบเพลิงล้วนถูกจุดจนลุกไหม้แสงจันทร์ แสงไฟ และแสงเทียนส่องสว่างสะท้อนซึ่งกัน ทว่าทางที่พุ่งตรงไปกลับมีหมอกหนาบดบังจนมิดทิวทัศน์ภูผาหลากสี เสียงกระบี่กระทบกันดังแว่วมาจากทิศนั้น
ฮวาเหยียนซ่อนตัวอยู่ในเงามืดวิ่งตามเสียงไปยังทิศทางที่ว่านั่น
เมื่อมองตรงไปก็พบรอยเลือดแดงฉาน
ท่ามกลางประกายแสงของกระบี่และกริชคือเสียงคร่ำครวญและเสียงกรีดร้องที่ถูกกดเอาไว้
เคร้ง...
ฮวาเหยียนซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้นางเห็นกลุ่มชายชุดดำที่ถือกระบี่ร่วมมือกันต่อสู้กับทหารของจวนไท่จื่อ เหล่าทหารคุ้มกันมีมากถึงเกือบสองร้อยนายทว่านักฆ่าชุดดำกลับมีเพียงสิบกว่าคน
นักฆ่าเหล่านั้นใส่ผ้าคลุมหน้าและแต่งกายด้วยชุดสีดำเห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่เฉยชาราวกับคนตายก็มิปาน พวกเขากำลังต่อสู้กับทหารของวังหลวง
ดูไปแล้วคนเหล่านี้เป็นทหารเดนตายหรือ?
ฮวาเหยียนคาดเดาจากนั้นจึงกลอกตามองไปทางบ่อน้ำพุร้อน นางเห็นองครักษ์เงาทั้งเก้ากำกระบี่แน่นเพื่อปกป้องคนผู้หนึ่งซึ่งอยู่กลางบ่อน้ำพุร้อน
คนผู้นั้นย่อมเป็นตี้หลิงหาน
เขานั่งอยู่ในน้ำพุร้อนระดับน้ำสูงกว่าเอว ผมสีดำดั่งหมึกกระจัดกระจายไปทั่ว ผิวเปลือยเปล่านอกเสื้อผ้าอาภรณ์ของเขาขาวราวกับหยกช่างไม่มีที่ติ
มีนักฆ่าบุกจวนไท่จื่อบุรุษผู้นี้ยังมีอารมณ์แช่บ่อน้ำพุร้อนอีกหรือ?
เกรงว่าคงมิได้บ้าไปแล้วกระมัง
ฮวาเหยียนสูดลมหายใจเย็นเข้าปอดนางมองโดยละเอียดจึงพบว่าตี้หลิงหานกำลังหลับตาลงทั้งสองข้างดวงตาคู่นั้นมิได้จ้องมองมาอย่างเย็นชาและเย่อหยิ่งเช่นยามปกติ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความงามบริสุทธิ์ยั่วยวนใจ
ความงดงามของตี้หลิงหานโดดเด่นท่ามกลางหมู่มังกรและหงสายิ่งเป็นในเวลานี้ที่อยู่ภายใต้ไอหมอกของน้ำพุร้อน เขาจึงดูคล้ายปีศาจรูปงามที่ลงมาจุติยังใต้หล้า
สิ่งนี้ทำให้ฮวาเหยียนอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่
ใบหน้าของตี้หลิงหานช่างงดงามจนทำให้คนโกรธเคืองจริงๆ
ฮวาเหยียนลูบผ้าคลุมหน้าสีดำของตนเองนางมักรู้สึกว่าความงามของตนเป็นรองตี้หลิงหานอยู่หนึ่งส่วนเสมอ
เฮอะ!
จะต้องรู้สึกไปเองเป็นแน่นางไม่มีทางยอมรับอย่างแน่นอน
ฮวาเหยียนตระหนักว่าความคิดของตนเริ่มไปไกลแล้วดังนั้นจึงรีบดึงความคิดกลับมา ดวงตาจ้องเขม็งไปที่การต่อสู้
นางพบว่าทหารในจวนไท่จื่อได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีทั้งยังมีสมรรถภาพทางกายสูงนัก พวกเขาต่อสู้กับนักฆ่าทั้งสิบอย่างยากที่จะแยกห่างหากมีผู้ใดได้รับบาดเจ็บก็จะเร่งนำร่างออกไปอีกส่วน ไร้ซึ่งความสับสนอลหม่าน ท่าทีเช่นนี้บ่งบอกได้ดีถึงกฎระเบียบที่เคร่งครัดและการฝึกฝนอย่างเข้มงวดในยามปกติ
เดิมทีนางคิดว่าเป็นการลอบสังหารอย่างไม่ต้องสงสัยทว่าฮวาเหยียนกลับมองออก องครักษ์เงาที่อยู่ข้างตี้หลิงหานยังมิได้ลงมือหากลองพวกเขาได้ลงมือ นักฆ่าเหล่านี้คงพ่ายแพ้ไปนานแล้ว
ฮวาเหยียนส่ายศีรษะ
นักฆ่าเหล่านี้ช่างไร้ประโยชน์นัก!
ฮวาเหยียนหวนคิดเรื่องของตนเองดวงตาแมวของนางมองไปเห็นเสื้อผ้าของตี้หลิงหานซึ่งวางอยู่บนก้อนหินข้างบ่อน้ำพุร้อนมันคือเสื้อผ้าที่เขาเปลี่ยนออก นางพลันคิดว่าหรือสัญญาจะอยู่ในชุดนั้น?
ทว่าตี้หลิงหานยังคงแช่น้ำพุร้อนองครักษ์เงาทั้งเก้าก็อารักขาอยู่ใกล้ๆ หากนางโผล่ออกไปตอนนี้ มิใช่ว่าเป็นการหาเรื่องตายให้ตนเองหรอกหรือ?
ฮวาเหยียนร้อนใจจนมิรู้จะทำเช่นไรแล้ว
ทว่าทันใดนั้นก็บังเกิดสายลมกระโชกแรงพัดผ่านใบหูของนางไปลมหนาวที่พัดผ่านนำพาความรู้สึกเยือกเย็นราวน้ำแข็งมาด้วยดูเหมือนอากาศจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ และจากนั้นรัศมีอันตรายพลันพุ่งตรงเข้ามา...!
มิได้พุ่งเข้ามาหานางแต่พุ่งเข้าใส่บ่อน้ำพุร้อน!
ฮวาเหยียนเกิดในยามราตรีเติบโตท่ามกลางค่ำคืนมืดมิด ดังนั้นนางจึงมีประสาทรับรู้ถึงภัยอันตรายซึ่งเฉียบคมที่สุด
เกือบจะทันทีที่สายลมพัดผ่านมานางสัมผัสได้ถึงอันตราย!
จากนั้นรัศมีแห่งการฆ่าฟันก็เพิ่มขึ้นพลังยุทธ์ลึกล้ำพลันแผ่กระจาย
ชายชุดดำหลายสิบคนเหาะลงมาจากฟากฟ้าจิตสังหารปรากฏชัดเจน!
เป็นจิตสังหารที่แตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับนักฆ่าที่ต่อสู้กับเหล่าทหารยามพวกเขาแต่งกายด้วยชุดสีดำทั้งตัว สวมหน้าผีสีดำ ราวกับวิญญาณชั่วร้ายที่ต้องการพรากชีวิตให้สิ้นพลังปราณที่หมุนวนรอบกายเข้มข้นพลุ่งพล่าน
“รนหาที่ตาย!”
ได้ยินเพียงเสียงโหดเหี้ยม
ฮวาเหยียนเห็นองครักษ์เงารอบบ่อน้ำพุร้อนเคลื่อนไหว
นี่คือการลอบสังหารอย่างแท้จริงพลังปราณพลุ่งพล่าน เศษทรายและหินปลิวว่อน ตูม ตูม ตูม...การปะทะกันของพลังปราณทำให้หยกในบ่อน้ำพุร้อนระเบิดออกเป็นผุยผงนักฆ่าเหล่านี้ล้วนมีวรยุทธ์!
องครักษ์เงาลงมือทันทีร่วมมือต่อสู้กับเหล่านักฆ่าหน้ากากผี
ครานี้ฮวาเหยียนเห็นอย่างชัดเจนว่าองครักษ์เงาผู้ขึ้นตรงต่อตี้หลิงหานล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสิบขึ้นไปเทียบกับพลังยุทธ์ของเหล่านักฆ่าหน้ากากผีแล้วมิได้สูงกว่ากันนักแสงจากกระบี่เปล่งประกาย เต็มไปด้วยเสียงแห่งการฆ่าฟัน
ฮวาเหยียนขมวดคิ้วแน่น
ตี้หลิงหานกำลังทำอันใด? มีคนจำนวนมากต้องการฆ่าเขา ทว่าบุรุษผู้นี้กลับยังคงหลับตาแช่ตัวอยู่ในบ่อน้ำพุร้อนหรือ?
ระหว่างการต่อสู้ในที่สุดก็มีคนค้นพบความผิดปกติของตี้หลิงหาน ได้ยินเพียงเสียงแหบแห้งไร้อารมณ์เอ่ยว่า“ฆ่าตี้หลิงหานเสีย”
“รนหาที่ตาย!”
“เป็นผู้ใดช่างกล้านัก!”
“อย่าให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว!”
และเพราะคำที่นักฆ่าหน้ากากผีกล่าวพลันทำให้เหล่าองครักษ์เงาของตี้หลิงหานบันดาลโทสะ ดวงตาของทุกคนเป็นสีแดงเลือดมือคว้ากระบี่พุ่งตรงไปข้างหน้า
การลอบสังหารเดิมทีก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความรวดเร็วและความแม่นยำ
มีนักฆ่าหน้ากากผีที่รับคมกระบี่ขององครักษ์เงาทว่าก็ยังพุ่งตรงไปทางตี้หลิงหาน
“อึก...”
นักฆ่าผู้นั้นถูกแทงจากด้านหลังจนทะลุเป็นรูสีโลหิตแต่เขากลับพุ่งตัวไปทางเป้าหมายต่อโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา
“สมควรตาย!”
“กำเริบเสิบสาน!”
เหล่าองครักษ์เงาคำรามอย่างเหี้ยมโหด ดวงตาปรากฏแววสังหารชัดเจน ร่างหนึ่งเหาะเหินเดินอากาศเพื่อจะสกัดคมกระบี่ทันใดนั้นนางก็เห็นตี้หลิงหานผู้ซึ่งกำลังแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อนยกนิ้วขึ้นมากะทันหันสองนิ้วหนีบปลายกระบี่เอาไว้ หมุนบิดเพียงนิดก็เกิดเสียงแกร๊กกระบี่พลันถูกหักทิ้ง จากนั้นเขาก็ยกแขนขึ้นมาจับคอของนักฆ่าหน้ากากผีก่อนหมุนไปอีกด้านมือบีบแน่นที่คอของคนผู้นั้น ได้ยินเพียงเสียงดังกร๊อบ คอของนักฆ่าก็หักเป็นที่เรียบร้อย!
การกระทำทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตา
ตี้หลิงหานยกแขนขึ้นนำพาหยดน้ำนับไม่ถ้วนยกตามขึ้นมาด้วย
“นายท่านต้องการจับเป็นนำตัวตี้หลิงหานกลับไปให้จงได้!”
ไม่รู้ว่าเป็นเสียงของนักฆ่าคนใดที่ตะโกนขึ้นมานักฆ่าทั้งหมดพลันทุ่มสุดตัว พุ่งทะยานไปทางตี้หลิงหานด้วยรังสีฆ่าฟันชัดเจน
“เฮอะ...ไม่ประมาณกำลังตนเองเสียจริง!”
ได้ยินเพียงเสียงพึมพำถากถางจากปากของตี้หลิงหานที่สุดองค์รัชทายาทผู้แช่อยู่ในบ่อน้ำพุร้อนก็ลืมตาขึ้นมา
ทันใดนั้น...
ลมหายใจของฮวาเหยียนพลันติดอยู่ในลำคอ!
นางถูกทำให้ตระหนกจนแข็งค้าง!
ดวงตาเช่นนั้นคืออันใด!
แดงเป็นสีแดงโลหิต ราวกับลูกแก้วเพลิง ระเบิดพลังในยามราตรี เบ่งบานบนใบหน้าสง่างาม
งดงามกระหายเลือดปีศาจโฉมงาม
ฮวาเหยียนตระหนกยิ่งนางกลืนน้ำลาย ไม่กล้าหายใจแรง ตี้หลิงหานกลายเป็นสัตว์ประหลาดไปแล้วหรือ? ดวงตาคู่นั้นคืออันใด?
ทว่านางพลันคิดขึ้นมาได้เรื่องหนึ่งครานั้นที่นางบุกเข้ามาในจวนไท่จื่อจนเกิดเรื่องทะเลาะกับตี้หลิงหาน หลังจากนางยั่วโมโหเขาก็โดนอีกฝ่ายกัดเข้าที่คอในตอนนั้นนางเห็นประกายตาสีแดงโลหิตของเขาวาบผ่าน เดิมคิดว่าตนเองตาฝาด แต่เมื่อคิดไตร่ตรองอีกครั้งย่อมไม่ใช่เช่นนั้นแน่!
ทว่าดวงตาสีแดงเลือดราวกับลูกแก้วนี้คือสิ่งใด?ธาตุไฟเข้าแทรกหรือ?
สมองของฮวาเหยียนสับสนคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ
“นายท่าน...”
“นายท่านระวัง!”