เสียงกระดิ่งที่หน้าประตูดังขึ้น สามพี่น้องที่ง่วนอยู่กับการทำงานต่างหันไปมองเพื่อจะกล่าวคำทักทาย แต่เมื่อมองเห็นว่าเป็ใคร ทุกคนต่างทิ้งงานในมือแล้ววิ่งไปหาชายหญิงคู่นั้นด้วยความดีใจ
เสี่ยวอวี๋ “พี่นาน่า พี่เฉินซี ในที่สุดพวกพี่ก็กลับมาแล้ว เราคิดถึงพวกพี่มากเลยค่ะ”
เสี่ยวตง “ั้แ่ที่รู้ว่าพวกพี่จะมา ผมทำความสะอาดร้านไว้รอพวกพี่ทุกวันเลยนะครับ รับรองว่าสะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุม ตรงตามมาตรฐานที่พวกพี่เคยบอกไว้ทุกอย่างเลยครับ”
เสี่ยวจูก็พูดอย่างดีใจเช่นกัน “ความจริงเราสามคนเก็บเงินค่าตั๋วเครื่องบินได้ครบแล้วนะคะ ตั้งใจว่าวันหยุดเทศกาลปีใหม่เราจะบินไปเยี่ยมพวกพี่กับพี่เสี่ยวฟานที่ประเทศ C แต่พอพี่อันนากับพี่โจอี้มาบอกว่าพวกพี่กำลังจะย้ายมาอยู่ที่นี่ เราสามคนพี่น้องก็เลยต้องพับโครงการไป”
เหอหลี่น่ายิ้มให้สามพี่น้องด้วยความดีใจไม่แพ้กัน ผ่านไปหลายปีแต่เธอยังััได้กับความจริงใจที่ทั้งสามคนมีให้ “พี่ก็คิดถึงพวกเธอมากเหมือนกัน และต้องขอโทษด้วยที่เราสองคนไม่ค่อยได้ติดต่อกลับมา งานทางนั้นค่อนข้างยุ่งมากจริงๆ”
“พวกเธอสามคนยังดูแลร้านได้ดีเหมือนเดิมเลยนะ” ฮั่วเฉินซียืนมองไปรอบๆ แม้จะมีของใช้บางอย่างมาวางทดแทนของเดิมที่เสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แต่เขาก็ยังรู้สึกคุ้นเคยกับทุกอย่างอยู่ดี “กลับมาคราวนี้พี่เอาสูตรเครื่องดื่มใหม่มาหลายอย่างเลยล่ะ เอาไว้พี่จะสอนให้พวกเธอนะ”
“พูดแล้วจะหาว่าโม้” เสี่ยวตงยืดอกอย่างภูมิใจ “ั้แ่ที่เกาะของเราติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ผมเข้าไปดูคลิปที่เขาสอนทำลาเต้อาร์ตทุกวัน จนตอนนี้ผมคิดลายใหม่ๆ ได้เองแล้วนะครับ แม้แต่วาดลวดลายตามคำสั่งของลูกค้า ผมก็ทำได้ทั้งนั้น”
“นายกำลังจะบอกว่านายทำลาเต้อาร์ตเก่งกว่าฉันแล้วอย่างนั้นสิ” ฮั่วเฉินซีเลิกคิ้ว “เรามาแข่งกันหน่อยไหมล่ะ เพราะฉันก็ไปเรียนทำลวดลายใหม่ๆ มาเหมือนกัน”
“ได้เลย! ลูกศิษย์จะขอท้าดวลกับอาจารย์สักครั้ง” เสี่ยวตงทำท่าคารวะเหมือนตัวละครในภาพยนตร์กำลังภายใน
“นายยังกวนประสาทไม่เปลี่ยนเลยนะ” ฮั่วเฉินซีหัวเราะ
เสี่ยวตงยืนประจำอยู่หน้าเครื่องทำกาแฟเครื่องที่สองอย่างรู้งาน เมื่อก่อนตอนที่มีเพียงฮั่วเฉินซีกับเหอหลี่น่า ที่ร้านจะมีเครื่องทำกาแฟอยู่แค่เครื่องเดียวเท่านั้น แต่หลังจากที่รับสามพี่น้องเข้ามาช่วยงาน พี่อันนาจึงซื้อเครื่องทำกาแฟเครื่องใหม่มาเพิ่มอีกตัว
ฮั่วเฉินซีเดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนจากตู้เก็บของ ผ้ากันเปื้อนยังเป็ผ้ากันเปื้อนผืนเดิมที่เขาเคยใช้ เพราะลายปักบนผ้ากันเปื้อนเป็ลายปักที่คุณป้าลูซี่เป็คนปักชื่อของเขาด้วยมือของท่านเอง เมื่อสวมผ้ากันเปื้อนเรียบร้อย เขาก็เดินไปประจำอยู่ที่หน้าเครื่องทำกาแฟเครื่องเดิมที่เขาเคยใช้
“พี่เฉินซี พี่อย่าออมมือเชียวนะ” เสี่ยวตงพูดยิ้ม “วันนี้ผมจะทำเป็ลายใบไม้ แต่พี่อย่าเพิ่งคิดว่ามันง่ายนะ เพราะผมจะทำเป็ใบไม้หลายๆ ชั้น ครั้งนี้เรามาทำคนละ 5 ลวดลายเลยเป็ไงครับ”
“ตกลง! ถ้าเห็นลวดลายที่ฉันทำ นายอย่ามาร้องไห้เชียวล่ะ” ฮั่วเฉินซีรับคำ เขานึกสนุกขึ้นมาแล้วจริงๆ
จากนั้นสองหนุ่มก็เริ่มทำงานของตนอย่างมีสมาธิ แม้แต่คุณป้าลูซี่ พี่อันนา และพี่โจอี้ที่อุ้มเด็กชายคนหนึ่งกำลังเปิดประตูร้านเข้ามายังถูกเสี่ยวจูยกมือขึ้นเพื่อเตือนไม่ให้ทั้งสี่คนส่งเสียงดัง ทั้งสี่คนพยักหน้ารับก่อนจะไปหามุมเพื่อนั่งรออยู่เงียบๆ
ใช้เวลาไม่นานลาเต้อาร์ตทั้งสิบถ้วยก็ถูกนำออกมาวางให้ทุกคนช่วยตัดสิน
“ฝีมือของเสี่ยวตงดีขึ้นมากเลยนะเนี่ย” เหอหลี่น่าพูดขึ้นเป็คนแรก “ใบไม้ดูมีชีวิตชีวามาก แถมยังเก็บลายละเอียดได้ดีอีกด้วย เธอคงฝึกฝนมาอย่างหนักเลยสินะ”
“พี่นาน่าตั้งใจจะปลอบใจเพราะกลัวว่าผมจะเสียใจใช่ไหมล่ะ” เสี่ยวตงแสร้งทำท่าเซ็งก่อนจะชี้ไปที่ผลงานของฮั่วเฉินซี “พี่ดูกาแฟของพี่เฉินซีสิ เขาทำออกมาเป็ลายัทั้งหมด แถมยังเป็ลายยากสุดๆ ผลงานของผมมองยังไงก็เป็ผลงานของมือสมัครเล่น”
“เสี่ยวซี! ฝีมือเธอดีขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย ปีใหม่ที่จะถึงนี้เป็ปีั เธอก็เปิดตัวเครื่องดื่มตัวนี้ออกไปเลยสิ ถ้าเป็เครื่องดื่มคู่รักก็ให้ใช้ลายัคู่กับลายหงส์ไปเลย คาเฟริมหาดคงจะกลับมาคึกคักอีกแน่” คุณป้าลูซี่พูดอย่างตื่นเต้น “ทุกครั้งที่พวกเธอกลับมามักจะสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคน ฉันบอกแล้วว่าคู่ของพวกเธอคือพลังบวก ใครได้เข้าใกล้ก็จะมีแต่ความสุข”
ก่อนหน้านี้เหอหลี่น่าใจจดใจจ่ออยู่กับการดูสองหนุ่มกำลังทำงานอย่างตั้งใจ เธอจึงไม่ทันสังเกตและไม่ได้ยินแม้แต่เสียงกระดิ่งที่หน้าประตูว่ามีใครเดินเข้ามาในร้าน เมื่อเธอมองเห็นว่าเป็คุณป้าลูซี่ เธอรีบวิ่งเข้าไปกอดหญิงชราก่อนจะพูดด้วยเสียงเครือ “คุณป้าลูซี่ หนูคิดถึงคุณป้าจังเลยค่ะ”
“คิดถึงแต่ก็ไม่เคยมาหา ป้ายังจะเชื่อเธอได้อยู่ไหมเนี่ย” คุณป้าลูซี่กอดพร้อมใช้มือตบหลังหญิงสาวเบาๆ “ป้าก็คิดถึงและเป็ห่วงหนูมาก แต่พอรู้ว่าหนูปรับความเข้าใจกับครอบครัวได้แล้ว ป้าก็ไม่ห่วงและยังดีใจไปกับหนูด้วย ป้าไม่คิดว่าหนูจะกลับมาที่นี่อีกด้วยซ้ำ แต่พอรู้ว่าหนูจะกลับมา ป้าก็ดีใจมากเหมือนกัน”
“เห็นอย่างนี้แล้วทำไมฉันถึงรู้สึกน้อยใจแปลกๆ นะ” อันนาแสร้งพูดอย่างไม่พอใจ “ฉันก็ยืนอยู่นี่ทั้งคน แต่น้องสาวคนดีของฉันกลับทำเป็มองไม่เห็นฉันเสียอย่างนั้น เสียแรงที่หลายปีมานี้ฉันทั้งเป็ห่วงทั้งคิดถึงเธอ”
เหอหลี่น่าผละจากคุณป้าลูซี่แล้วเปลี่ยนไปกอดทักทายอันนา “พี่อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ ฉันก็คิดถึงพี่มากเหมือนกัน อีกอย่างฉันก็ไม่เคยลืมพี่สาวที่แสนดีของฉันสักนาทีเลยนะคะ เพราะถ้าฉันลืม ฉันคงไม่ส่งของฝากมาให้พี่บ่อยๆ จริงไหมล่ะ”
“เหอะ...คิดจะใช้ของฝากเล็กๆ น้อยๆ มาปลอบใจฉันสินะ ฉันไม่ใช่เด็กฉันไม่หลงกลเธอหรอก” อันนายังแสร้งพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจต่อไป “แต่ถ้าจะให้ฉันหายโกรธ เย็นนี้พวกเธอทำอาหารอร่อยๆ ให้ฉันกินสิ ฉันตื่นไปตลาดั้แ่เช้าเพื่อซื้อวัตถุดิบดีๆ มารอพวกเธอเลยนะ”
“ได้สิคะ มื้อเย็นวันนี้ฉันกับเฉินซีจะโชว์ฝีมือเอง” เหอหลี่น่ารีบรับปากอย่างเอาใจ
โจวอี้ได้แต่ส่ายหน้ากับความขี้เล่นของภรรยา ก่อนที่เขาจะหันทักทายฮั่วเฉินซี “นายมาอยู่ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน ถ้าระบบอัจฉริยะที่วางไว้มีปัญหา ฉันจะได้ขอความช่วยเหลือจากนาย บอกตามตรงว่าผู้เชี่ยวชาญที่ฉันจ้างให้มาดูแลระบบ ฉันพูดกับพวกเขาไม่รู้เื่เลยสักคน ถ้าได้เสี่ยวฟานมาช่วยอีกคนก็คงจะดีมากทีเดียว”
“เื่ของเสี่ยวฟานพี่ต้องไปคุยกับเขาเองแล้วล่ะครับ ส่วนเื่ระบบเดี๋ยวผมจะช่วยพี่ดูก็แล้วกัน” ฮั่วเฉินซีหันไปยิ้มให้เด็กชาย “เธอคงเป็โจอันสินะ คุณอามีของขวัญมาให้ด้วย เป็หุ่นยนต์หลายตัวเลยล่ะ เดี๋ยวเย็นนี้คุณอาจะเอาไปให้เธอที่บ้านดีไหม”
โจอันดวงตาเป็ประกาย เขาชอบเล่นหุ่นยนต์มากที่สุด จนตอนนี้ในห้องนอนของเขามีแต่หุ่นยนต์วางเต็มไปหมด แม้แต่ในตู้เก็บของเล่นก็แทบจะไม่มีที่ว่างให้วางของเล่นอย่างอื่นแล้ว โจอันหันไปมองคุณพ่อเพื่อขออนุญาต “คุณพ่อครับ ผมรับของขวัญจากคุณอาคนนี้ได้ไหมครับ”
โจอี้ขยี้ผมลูกชายอย่างเอ็นดู “เ้าเด็กคนนี้! เรียกคุณอาคนนี้อะไรกัน ลูกต้องเรียกว่าคุณอาเฉินซี ส่วนคุณอาผู้หญิง ลูกต้องเรียกเธอว่าคุณอานาน่า”
“ในเมื่อเป็คุณอาก็ไม่ใช่คนแปลกหน้า ถ้าอย่างนั้นผมก็รับของขวัญจากคุณอาเฉินซีได้แล้วใช่ไหมครับ”
“ได้สิ พ่ออนุญาตให้ลูกรับของขวัญจากคุณอาเฉินซีได้ แต่กับคนแปลกหน้าก็ยังเป็กฎเดิมนะ”
“โอเคครับ ผมจะไม่รับของจากคนแปลกหน้าแน่นอน” โจอันหันไปยิ้มให้ฮั่วเฉินซีตาหยี “คุณอาเฉินซี คุณพ่ออนุญาตให้ผมรับของขวัญจากคุณอาได้แล้ว เย็นนี้คุณอาอย่าลืมเอาของขวัญมาให้ผมนะครับ”
“ไม่ใช่แค่ให้ของขวัญ อายังจะสอนให้เธอประกอบหุ่นยนต์เองด้วย” ฮั่วเฉินซีตบหน้าอกตนเองเพื่อแสดงความมั่นใจ “เื่นี้อาเก่งมากเลยนะ เก่งกว่าคุณพ่อของเธอเยอะเลย”
“เก่งกว่าคุณพ่ออีกแล้ว” โจอันย่นจมูกอย่างไม่พอใจ “คุณย่าก็เก่งกว่าคุณพ่อ คุณแม่ก็เก่งกว่าคุณพ่อ มาตอนนี้คุณอาเฉินซีก็ยังเก่งกว่าคุณพ่ออีก ตกลงแล้วคุณพ่อของผมสู้ใครเขาได้บ้างเนี่ย”
โจอี้ยกมือขึ้นเขกไปบนหัวลูกชายเบาๆ ไปหนึ่งที “ตอนงานกีฬาที่โรงเรียนพ่อพาลูกวิ่งเข้าเส้นชัยเป็ที่หนึ่งตั้งหลายครั้ง นั่นยังไม่เรียกว่าเก่งอีกเหรอ”
โจอันมองคุณพ่อสลับกับคุณอาเฉินซี จากนั้นเขาก็ถอนหายใจ “ที่คุณพ่อวิ่งชนะเพราะคุณพ่อขายาวกว่าคุณพ่อของเพื่อนผม แต่ตอนนี้คุณพ่อขาสั้นกว่าคุณอาเฉินซีตั้งเยอะ ถ้าให้วิ่งแข่งกัน คุณพ่อไม่มีทางเอาชนะคุณอาเฉินซีได้หรอก เพราะฉะนั้นงานกีฬาครั้งหน้า ผมจะให้คุณอาเฉินซีไปเป็ผู้ปกครองให้ผม คุณพ่อก็ทำอาหารช่วยคุณย่ากับคุณแม่อยู่ที่บ้านก็แล้วกัน”
“โจอัน! ลูกถึงกับชมคนอื่นต่อหน้าพ่อเลยเหรอ อย่างนี้ต้องโดนทำโทษซะแล้ว” โจอี้เริ่มจี้เอวลูกชาย จากนั้นเสียงหัวเราะของพ่อลูกก็ดังลั่นร้าน
คุณป้าลูซี่หันไปยิ้มให้ฮั่วเฉินซี “เสี่ยวซี เห็นอย่างนี้แล้วเธอไม่อยากมีเสี่ยวซีน้อยหรือนาน่าน้อยสักคนเหรอจ๊ะ”
“ตัวผมพร้อมมาตั้งนานแล้ว รบกวนคุณป้าช่วยถามภรรยาให้ผมทีนะครับว่าเธอจะยอมไหม” ฮั่วเฉินซีส่งยิ้มหวานให้ภรรยา
“ฮั่วเฉินซี! ถ้าคุณยังพูดมาก คืนนี้ฉันจะให้คุณนอนนอกห้อง”
“คุณป้าดูสิครับ เอะอะอะไรก็จะไล่ให้ผมออกไปนอนนอกห้อง แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่เ้าตัวเล็กของผมจะมาเกิดสักทีละครับ” ฮั่วเฉินซีแสร้งทำหน้าน้อยใจ
“ไอ้น้องชาย นายก็ทำเหมือนฉันซะสิ” โจอี้หันไปส่งยิ้มให้ภรรยา “ฉันกับพี่สะใภ้ของนายขังตัวเองอยู่ในห้องสามวันสามคืน หลังจากนั้นเราก็มีโจอัน ดูสิ...วิธีของฉันได้ผลใช่ไหมล่ะ”
“คุณมันหน้าไม่อาย!” อันนาแสร้งทำเสียงดุสามี “ถ้ายังพูดเื่นี้ขึ้นมาอีก คราวนี้ฉันจะขังคุณไว้กับฉันห้าวันเลยคอยดู”
“โอ! ถ้าอย่างนั้นผมต้องรีบไปเปลี่ยนเครื่องนอนในห้องใหม่แล้ว” โจอี้อุ้มลูกชายวิ่งออกไปนอกร้าน แต่ก็ยังไม่ลืมที่หันมาพูดประโยคสุดท้าย “ที่รักครับ เพื่อภารกิจต้อนรับลูกสาวตัวน้อย ห้าวันคงไม่พอ ผมจะยอมให้คุณขังผมไว้เจ็ดวันเจ็ดคืนไปเลย”
“มิสเตอร์โจอี้! อย่าคิดว่าวิ่งหนีแล้วฉันจะทำอะไรคุณไม่ได้นะ กลับไปถึงบ้านแล้วดูว่าฉันจะจัดการกับคุณยังไง” อันนาวิ่งตามหาสามีออกไป
“คุณพ่อวิ่งเร็ว! รีบไปเปลี่ยนชุดเครื่องนอนให้เสร็จก่อนที่คุณแม่จะตามทัน ผมอยากมีน้องสาวจะแย่แล้ว” โจอันเร่งคุณพ่อ
คุณป้าลูซี่ยิ้มพลางส่ายหน้า “เฮ้อ...ครอบครัวนี้ไม่รู้จักโตกันจริงๆ”
เสี่ยวอวี๋ “ด้วยความตั้งใจของพี่โจอี้ เห็นทีครั้งนี้คุณป้าลูซี่จะได้หลานสาวสมใจแล้วนะคะ”
เสี่ยวตง “ตั้งใจมากขนาดนี้ผมคิดว่าพี่โจอี้กับพี่อันนาคงได้ลูกแฝดแน่ๆ”
เสี่ยวจู “โจอันจะได้เป็พี่ชายสมใจเสียที แล้วทีนี้เขาจะได้รู้ว่าการมีน้องๆ มาแย่งของเล่นมันไม่สนุกเอาเสียเลย”
เสี่ยวตงมองน้องสาวก่อนเบ้ปาก “เหมือนกับเธอที่ชอบมาแย่งของเล่นของฉันกับพี่เสี่ยวอวี๋ใช่ไหมล่ะ”
“พี่พูดอย่างนี้ได้ยังไง! ฉันไม่ได้แย่งของเล่นของพี่นะ พี่ยกให้ฉันเองต่างหาก” เสี่ยวจูเถียง
“จะทะเลาะกันอีกแล้วใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นก็รีบแยกย้ายกันไปทำงานได้แล้ว” เสี่ยวอวี๋รีบปรามน้องๆ ก่อนที่ทั้งคู่จะทะเลาะกัน
เหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีหันไปยิ้มสบตาให้กัน การย้ายมาอยู่ประเทศ S เป็การตัดสินใจที่ถูกต้องจริงๆ