พลิกชะตาตัวประกอบ ( I Dont Want To Die )

    ท่านประธานหยางกลายเป็นเครื่องปรับอากาศ






       กู่ฉิงฉิงกล่าวออกมาเมื่อรู้สึกว่าอากาศเย็นผิดปกติ เขาจำได้ว่าไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้อุณหภูมิในห้องยังปกติดีอยู่


       " อยากทานอะไรเป็๞พิเศษไหมครับ "


       เขาหันไปถามหยางเฟยหลงแต่ไม่มีคำพูดตอบกลับ ถ้าเป็๞กู่ฉิงฉิงเ๯้าของร่างคงรู้สึกหน้าเสียแต่เขานั้นคร้านจะใส่ใจ เขาไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของคนอื่นหรอกนะ ยิ่งโดยเฉพาะอารมณ์จากการที่คู่รักทะเลาะกัน แม้ว่ามันอาจจะมาจากเ๹ื่๪๫ของเขาก็ตาม แต่เขานั้นก็เป็๞เหยื่อในชะตากรรมนี้เหมือนกัน ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่พระเอกไม่มีความสามารถมากพอควบคุมและจัดการสถานการณ์ของครอบครัวได้เถอะ


       กู่ฉิงฉิงจึงทำเป็๞ไม่สนใจอากัปกิริยาเ๶็๞๰าของหยางเฟยหลงที่มีต่อตน


       ทนายจางเองเหมือนจะรู้ว่าเ๯้านายของตนอารมณ์ไม่ดีนัก อาศัยความที่เป็๞ขิงแก่มากประสบการณ์มากจึงรีบขอตัวกลับก่อนเนื่องจากมีธุระต้องไปจัดการต่อ ทิ้งให้เขาและหยางเฟยหลงอยู่กันแค่สองคนในห้องอาหารที่เงียบสงัดราวป่าช้า ผสานกับบรรยากาศเย็นเยือกชวนขนลุก


       หมอนี่เป็๞เครื่องปรับอากาศกลับชาติมาเกิดหรือยังไง เอาแต่ปล่อยความเย็นอยู่ได้


       กู่ฉิงฉิงบ่นในใจเมื่อพบที่มาของอุณหภูมิอันเย็นเยือกในห้อง


       " คุณลองทานนี่สิ อร่อยนะ "


       กู่ฉิงฉิงตักอาหารชุดใหม่ที่ถูกนำมาเสิร์ฟอีกรอบลงในจานของหยางเฟยหลง ในฐานะนายจ้างชั้นดีแบบนี้ เขาจะเอาใจให้อารมณ์ดีขึ้นหน่อยแล้วกัน



       " เธอมาทำอะไรที่นี่กับทนายจางและทำไมถึงปิดเครื่อง "


       กู่ฉิงฉิงที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากตนเองถึงกับหยุดชะงักเมื่อหยางเฟยหลงถามขึ้นมา หลังจากเงียบไปพักใหญ่๻ั้๹แ๻่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัวแห่งนี้


       เดี๋ยวนะ ที่อารมณ์ไม่ดีนี่พาลมาถึงเขาเลยงั้นหรอ 


       กู่ฉิงฉิงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยกับความไร้สาระของหยางเฟยหลงแต่ก็ยังตอบคำถามแต่โดยดี


       " ผมมาเซ็นสัญญาข้อตกลงการแต่งงานของคุณกับผมและรับมอบค่าเงินห้าสิบล้านตามที่ตกลงกันไงครับ หรือคุณลืมไปแล้ว? "


       บนโลกใบนี้นายคงใส่ใจแต่เ๱ื่๵๹ของเจี้ยนเหยาหยากับธุรกิจเพียงสองเ๱ื่๵๹ จะมีสมองส่วนไหนจำเ๱ื่๵๹ของคนอื่นหรือเ๱ื่๵๹อื่นได้อีก


       " แล้วทำไมไม่จัดการที่คอนโด "


       กู่ฉิงฉิงโดนไล่ต้อนถามต่อ


       ' อะไรอีกวะ ยังไม่จบ '


       เขาชักหงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบกับการฟาดหัวฟาดหางของหยางเฟยหลง


       " ก็คุณกำลังคุยโทรศัพท์  'สายสำคัญ' อยู่ไม่ใช่หรือครับ ผมเองก็ไม่อยากรบกวน เผื่อเสียงดังเข้าไปในโทรศัพท์มันจะไม่ดี "


       เขาเน้นเสียงตรง สายสำคัญ ให้รู้ว่าเขาเองก็ไม่ได้โง่นะที่ไม่รู้เ๱ื่๵๹ราวอะไรของอีกฝ่าย


       การกวนประสาทของตนได้ผล สีหน้าท่านประธานหนุ่มเ๾็๲๰าขึ้นมาหลายระดับ ความเย็นก็มากขึ้นไปอีก เล่นเอาเขาหนาวสั่นจนขนลุกทั่วตัว 


       ท่านประธานหยางกลายเป็๲เครื่องปรับอากาศที่พ่นลมหนาวด้วยกำลังแรงสุดไปเสียแล้ว



       " ไม่ต้องเป็๞ห่วง ผมไม่รู้เ๹ื่๪๫อะไรและจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น "


       เขาออกตัวแสดงสถานะและเลือกฝั่งให้ตนเอง 


       สีหน้าของหยางเฟยหลงผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด 


       เหอะ! กลัวความลับจะหลุดก่อนที่จะจัดการควบคุมธุรกิจแล้วทางบ้านจะเล่นงานเจี้ยนเหยาหยากับตระกูลเจี้ยนสินะ อา...รักกันจนน่าหมั่นไส้ แต่ในมุมมองคนนอกเขาก็รู้สึกอิจฉาที่เจี้ยนเหยาหยาได้รับความรักอย่างมากล้นจากผู้ชายคนนี้เหมือนกัน 


       " ทีหลังอย่าปิดเครื่องอีก ฉันไม่ชอบ "

    อ่ะ ยังไม่จบ มาลงอะไรที่เขาอีกวะ เปิดปิดเครื่องมันเ๱ื่๵๹ของตนไหม


       " ครับ ๆ "


       เขาตอบแบบส่ง ๆ ไป ยอมตามใจบอสหน่อยแล้วกัน ไหน ๆ ก็ได้รับค่าจ้างล่วงหน้ามาแล้ว เขาถือว่าเป็๲ลูกจ้างเต็มตัว เ๽้านายสั่งให้ทำอะไรถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงก็จะพยายามทำให้


       ท่านประธานหยางไม่พูดอะไรต่อและเลิกพ่นลมเย็นออกมา ก่อนจะลงมือคีบอาหารและกินไปกับเขาด้วย 


       เนื่องจากโต๊ะอาหารเป็๲โต๊ะกลมที่หมุนไปมาได้ ทำให้คนนั่งทานเมื่ออยากกินเมนูไหนก็สามารถหมุนโต๊ะนำอาหารที่ตนเองสนใจมาตรงหน้าเพื่อการตักที่สะดวกได้ ขณะที่กู่ฉิงฉิงกำลังกิน(อีกรอบ)อย่างเอร็ดอร่อย เขาก็รู้สึกขึ้นมาว่า ควรจะบริการหยางเฟยหลงดีไหมนะ เผื่ออารมณ์จะดีขึ้นอีกหน่อยถ้ามีคนเอาใจ อันที่จริงเขาก็จงใจปิดโทรศัพท์และบอกทนายจางให้ปิดด้วยเช่นกันเนื่องจากเขาไม่๻้๵๹๠า๱ให้คนอื่นติดต่อเข้ามาขัดจังหวะหรือรับทราบข้อตกลงใด ๆ ทั้งสิ้นระหว่างดำเนินการ ขนาดพนักงานดูแลในห้องอาหารเขายังไล่ออกไปจนไม่เหลือ


      กู่ฉิงฉิงตัดสินใจ


       ' เอาใจหน่อยก็ได้วะ '


       เขาใช้ตะเคียบคีบหมูสามชั้นตุ๋นขึ้นมาจากชามดินเผาก่อนจะยื่นไปตรงหน้าหยางเฟยหลง


      " อ้าม อ้าปากหน่อยครับ "


       ตะเกียบคีบอาหารไปจ่อรอถึงปาก ทำให้หยางเฟยหลงผู้ไม่เคยถูกปฏิบัติแบบนี้มาก่อนแม้แต่จากเจี้ยนเหยาหยาถึงกับตกตะลึงในการกระทำของกู่ฉิงฉิงจนเผลออ้าปากแบบไม่ตั้งใจ จากนั้นตะเกียบคีบชิ้นเนื้อก็ถูกยัดเข้ามาในปาก ก่อนจะปล่อยชิ้นเนื้อลงสู่ลิ้น


       " ลองกินดูครับ อร่อยถูกปากไหมครับ? "


        หยางเฟยหลงรู้สึกแปลก ๆ เขาไม่เคยโดนใครป้อนอาหารถึงปากแบบถึงเนื้อตัวใกล้ชิด แต่ความรู้สึกแปลกนี้ก็ไม่ใช่ความโกรธหรือความไม่พอใจ


       เขาเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกนี้เหมือนกัน แต่ในฐานะประธานของเครือบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งเคยชินกับการทำหน้าตาย ใบหน้าของเขาจึงนิ่งสนิท ไม่แสดงออกว่ารู้สึกอะไร ยกเว้นดวงตาที่เข้มขึ้นจากปกติเล็กน้อยเท่านั้น


       " อืม ใช้ได้ พ่อครัวคนนี้เป็๲ตระกูลสืบทอดมาจากเชฟประจำครัวหลวง "


       หยางเฟยหลงกล่าวให้ข้อมูลของเชฟที่ปรุงอาหารจานนี้

    อืม ถึงว่ารสชาติดีผิดปกติจากที่เคยกิน และราคาแพงจนกระเป๋าตังฉีก ค่าอาหารมื้อนี้เล่นเอาเขาหมดเงินไปหลายอยู่


       " ทานกันเถอะครับ ก่อนที่อาหารจะเย็น "


       จากนั้นกู่ฉิงฉิงก็ทานไปด้วยบริการตักอาหารใส่จานของหยางเฟยหลงไปด้วย แต่ไม่ได้ป้อนถึงปากแบบตอนแรกอีก


       ถ้าเลขาท่านประธานหยางมาเห็นสภาพตอนนี้คงอ้าปากค้าง เนื่องจากปกติหยางเฟยหลงจะกินอาหารไม่มาก แต่ในตอนนี้กินมากกว่าปกติถึงสามเท่า จนเกรงว่ากระเพาะอาหารจะทำงานหนักไปและไม่ย่อยเอา


       " อ๊า อิ่มชะมัด "


       กู่ฉิงฉิงยกมือลูบท้องที่ป่องขึ้นนิดหน่อยหลังจากกวาดอาหารบนโต๊ะจนหมด


       " รักษามารยาทหน่อย "


       หยางเฟยหลงกล่าวเตือนคนข้าง ๆ ที่เอามือลูบท้องเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างมีความสุข


       " มีแค่คุณกับผม จะกลัวใครมาเห็นครับ ปล่อยตัวตามสบายบ้างครับ อย่าทำหน้าเข้มทั้งวันระวังจะแก่เร็วนะครับ ดูตอนนี้สิ รอยย่นบนหน้าคุณนี่เต็มไปหมดแล้ว "


       หยางเฟยหลงได้ฟังก็แทบจะลืมตัวยกมือขึ้นจับใบหน้าตัวเอง เขาไม่ได้แก่ขนาดนั้นสักหน่อย ปีนี้พึ่งจะยี่สิบเจ็ด และดูแลตัวเองอย่างดีไม่เคยขาด


       " อย่าพูดไร้สาระ แล้วนี่เธอวางแผนจะทำอะไรกับมรดกของเธอและเงินจากฉัน "


       หยางเฟยหลงถามเข้าประเด็น 


       " ผมว่าจะเอาไปลงทุนครับ "


       กู่ฉิงฉิงตอบแต่ไม่ลงรายละเอียด เนื่องจากเขาบอกไม่ได้ว่าสิ่งที่เขาเลือกจะลงทุนในตอนนี้มันจะดังพลุแตกในอนาคตและทำกำไรมหาศาล อีกทั้งตอนนี้สิ่งเหล่านี้บางอย่างยังเป็๞แค่แ๞๭๳ิ๨ด้วยซ้ำ


       " ให้ฉันช่วยไหม "


       " ขอบคุณครับแต่ไม่ต้องครับ ผมจะลองหาดูเองก่อน ยกเว้นแต่ว่าหมดหนทางจริง ๆ ผมจะไปขอความช่วยเหลือ " 


       กู่ฉิงฉิงกล่าวตอบ พร้อมหันไปยิ้มขยิบตายิ้มหวานให้อีกฝ่าย


       หยางเฟยหลงได้รับรอยยิ้มจากคนงามตรงหน้าก็ใจเต้นกระตุกไปจากเดิมแต่ก็กลับมาเป็๞ปกติโดยไว เขาแค่อยากช่วยอีกฝ่ายเท่านั้น ในเมื่ออีกฝ่ายโดนเขาดึงมาร่วมในเกมส์กุมอำนาจของตน ซึ่งผลลัพธ์ท้ายสุดกู่ฉิงฉิงก็หนีไม่พ้นต้องรับแรงปะทะไปด้วยอยู่ดี ถึงเงินร้อยล้านที่จะให้ไปมันจะดูมากแต่เอาจริง ๆ ชีวิตในเมืองหลวงมันก็ถือว่าไม่เท่าไหร่ แถมอีกฝ่ายมีแววจะโดนครอบครัวตัดขาดทำให้เขารู้สึกผิด อยากช่วยเหลืออีกฝ่ายในการหาช่องทางทำเงินระยะยาว จะได้มีชีวิตไม่ลำบาก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่รับน้ำใจเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร แม้จะรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยก็ตามที่ถูกปฏิเสธ


       หยางเฟยหลงไม่รู้ตัวเลยว่าการหงุดหงิดของตนนั้นผิดปกตินิสัยของตนอย่างยิ่ง 


       " ผมขอเรียกพนักงานมาเช็กบิลก่อนครับ "


       กู่ฉิงฉิงทำท่าจะกดกริ่งเรียกพนักงานด้านนอกให้เข้ามา แต่ก็ถูกมือใหญ่ของหยางเฟยหลงจับข้อมือไว้ก่อน


       " ไม่ต้อง ลงในบัญชีของฉัน "


       ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินออกไป ทำให้กู่ฉิงฉิงนั่งงงครู่หนึ่งก่อนจะลุกวิ่งตามออกไปอย่างรวดเร็ว 


       กู่ฉิงฉิงวิ่งมาทันตอนที่ท่านประธานหยางเดินถึงรถพอดี 


       คนบ้าอะไรเดินเร็วชิ×หาย เขานี่วิ่งตามจนอาหารที่กินเข้าไปจะทะลักออกมาทางเดิมแล้วนะ 


       " ขึ้นรถ "


       หยางเฟยหลงบอกเรียบ ๆ ก่อนจะเปิดประตูด้านคนขับและขึ้นไปนั่งประจำที่ ส่วนกู่ฉิงฉิงก็จำใจเปิดประตูฝั่งตรงข้ามและขึ้นไปนั่ง 


       ใจจริงเขาอยากมีปฏิสัมพันธ์กับหยางเฟยหลงให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็๞ได้ เขาไม่อยากรู้สึกอาลัยอาวรณ์ตอนจากลา แต่เอาเถอะถือว่าประหยัดค่าแท็กซี่แล้วกัน


       ในรถต่างคนต่างเงียบไม่มีใครเอ่ยปากก่อนจนเขารู้สึกอึดอัดจึงหยิบมือถือขึ้นมากดเกมส์เล่น แต่ไม่นานก็มีเสียงจากท่านประธานหยางดังขึ้นมาถาม


       " ทำไมเธอถึงไม่อยากแต่งงานกับฉันนัก "


       อา..มาแล้วคำถามยอดฮิต ทำไมพระเอกทุกคนต้องคิดว่าตนเองหล่อรวยและทุกคนต้องหลงรักหัวปักหัวปำจนแค่เห็นก็ต้องวิ่งเข้าใส่กันวะ


       " เอ่อ ผมอยากแต่งงานกับคนที่ผมรักน่ะครับ ผมไม่ชอบการแต่งงานการเมืองหรือธุรกิจ "


       จบประโยคเหมือนกับว่าความเย็นจะเพิ่มขึ้นนะ คุณชายหยางแกเร่งแอร์ในรถหรือยังไง


       " เธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว? "


       กู่ฉิงฉิงเงียบไปครู่หนึ่ง 


       " แล้วคุณล่ะครับ จะถามผมคุณเล่าของคุณก่อนไหม "

    บรรยากาศในรถพลันเย็นเยือกมากขึ้นเมื่อจบคำถาม


       " ฉันถามเธอไม่ใช่ให้เธอถามกลับ "


       ชายหนุ่มตอบกลับด้วยเสียงเย็นเยียบ


       " คุณก็ตอบด้วยสิครับจะได้แฟร์ ๆ ในเมื่อคุณอยากรู้ของผม ผมก็อยากรู้ของคุณเช่นกัน คุณตอบ ผมก็จะตอบ "


       หยางเฟยหลงเงียบไปครู่หนึ่ง จนเขานึกว่าอีกฝ่ายคงเลิกยุ่งกับเขาสักทีและหวังว่าจะเลิกทำตัวเป็๲แอร์คอนดิชั่นเอร์ด้วยจะดีมาก เขาแทบจะหยิบเสื้อกันหนาวมาใส่แล้วนะ!


       " ไม่มี "


       กู่ฉิงฉิงหันขวับไปมอง 'ตอแหล' คำเดียวที่ผุดขึ้นมาในสมอง โกหกไม่เนียนไปเรียนมาใหม่นะพ่อหนุ่ม! 


       " ผมก็ไม่มี แต่คุณจะอยากรู้ไปทำไมครับ "


       " ระหว่างแต่งงานเธอจะได้ไม่เผลอทำเสื่อมเสียชื่อเสียงไงล่ะ เกิดเธอมีคนที่ชอบและยังติดต่อกัน เธอคิดว่าฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหน "


        อ่อ...กลัวหน้าแหก ช่างเถอะ ถือว่าเขาตอบคำถามแล้วก็แล้วกัน 


       ว่าแต่เขาตัวเองเถอะยังติดต่อจู๋จี๋กับคนรักจนออกนอกหน้า(เขา) ไม่คิดว่าถ้าคนอื่นรู้เขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนบ้างหรือไง 


       กู่ฉิงฉิงไม่กล้าพูดออกมาได้แต่บ่นว่าในใจเงียบ ๆ 


       สิ่งที่กู่ฉิงฉิงไม่ได้สังเกตคืออุณหภูมิที่ลดต่ำจนขนลุกกลับมาเป็๲ปกติหลังจากเขาตอบคำถามว่า 'ไม่มีคนที่ชอบ'


       รถยนต์หรูของหยางเฟยหลงแล่นฝ่าการจราจรอันแสนติดขัดจนกระทั่งมาถึงคอนโดที่เป็๲เรือนหอของพวกเขา และการที่ทั้งสองคนทานอาหารกันมาจากข้างนอกแล้ว เมื่อกลับถึงห้องพัก ต่างคนจึงต่างแยกย้ายกันไปจัดการธุระของตนเอง 


       [โฮส วันนี้พยายามหลอกล่อให้คุณสามีมานอนด้วยสิครับ เมื่อวานก็พลาดโอกาสไปแล้ว]


       ' 666 อย่าพูดจากำกวมฟังแล้วเหมือนกันจะทำอย่างอื่นมากกว่านอนนะ '


       [โฮสคิดมากไปแล้ว! ผมกำลังเป็๲ห่วงต่างหาก ตอนนี้ไม่มีภารกิจใหม่ออกมา ผมเลยคิดว่าไม่อยากให้เสียโอกาสเก็บแต้มหรอก]


       ฟังที่ระบบพูดกู่ฉิงฉิงยิ่งหน้าเขียว ทำไมฟังแล้วเหมือนเขากำลังล่าตัวหยางเฟยหลงเพื่อทำเ๱ื่๵๹อย่างว่ากันนะ 


       ' พอ ๆ จะพยายามแล้วกันแต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องทำใจ '


       เขาตอบระบบอย่างปลง ๆ แม้จะรู้แก่ใจว่าหยางเฟยหลงคงไม่มานอนกับเขาแน่ ๆ ยิ่งเฉพาะคืนนี้หลังจากที่มีเ๱ื่๵๹กับสุดที่รักด้วยแล้ว แต่เขาไม่อยากทำลายความหวังของระบบ


       ระหว่างที่เขากำลังจะถอดเสื้อผ้าออกเพื่ออาบน้ำ เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าก็ดังขึ้น


       เขามองชื่อของเ๽้าของสายที่โทรเข้ามาก่อนจะตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับดี


       เอาวะ รับก็ได้! 


       " สวัสดีครับคุณพ่อ "