ตอนที่สอง กิลด์นักผจญภัย
ตึง ตึ่ง ตึ๊ง
เสียงหัวใจและความหล่อเข้มเร้าใจของผมและเส้นผมสีดำปลิวสลวยสวยเก๋แบบโฆษณาแชมพู
ทำให้บรรดาพี่กล้ามที่ทำตาขวางเอาขาพาดเกะกะคนก่อนเข้ากิลด์นักผจญภัยนั้นได้รีบหลบไปด้านข้างพร้อมกับเปิดประตูในกิลด์นักผจญภัยให้กับผม
“ฮืม”
ผมพยักหน้าให้และส่งเสียงจากลำคอเป็การขอบคุณ
เห็นอย่างนี้แต่ผมก็ฝึกส่งเสียงจากลำคอเป็การโรลเพลย์มาตลอดหลายสิบปี
บรรดาพี่กล้ามก็พยักหน้าและปล่อยให้ผมเข้าไป
แสงสีเสียงเข้ามาในตัวผม
Instinct
สัญชาตญาณ
ทักษะที่ผม Min-Max เอาไว้ทักษะหนึ่งที่ช่วยเหลือพี่กล้ามที่ไม่มีทักษะทางด้านสังคมมากนัก
มีสัญชาตญาณลางสังหรณ์ที่เหนือธรรมชาติในการประเมินสถานการณ์รอบข้างหรือหลบหลีกสิ่งต่างๆได้
[มีคนจับจ้องมองเราอยู่และที่นี่มีแวมไพร์]
ความสามารถของพี่กล้ามที่จะทำงานเองโดยอัตโนมัติ
ใช้ความรู้สึกและสัญชาตญาณดุจสัตว์ป่าล้วนๆ
จมูกของผมขยับนิดหน่อย ได้กลิ่นคาวเืและความตายของแวมไพร์ที่ปรากฎวูบหนึ่งก็หายไปรวมทั้งคนที่จับตาดูผมอยู่ด้วย
[น่าจะเป็เอลเดอร์แวมไพร์]
Knowledge
ความรู้
[มีเอลเดอร์ที่ไหนมีสาวกแวมไพร์ที่นั่น]
ความรู้ด้านสิ่งเหนือธรรมชาติของผมก็มาจากการMin-max และการผจญภัยเช่นกัน
และรวมไปถึงผมอ่าน Monster Manual คู่มือสัตว์อสูรมายาวนานกว่าสามสิบปีด้วย
หากเป็ผมปรกติควรจะหลังเย็นเฉียบและหวาดกลัวแต่พี่กล้ามที่ผมเป็อยู่ตอนนี้มี
Nerve of steel
เส้นประสาทดุจเหล็กกล้า
ถึงได้ยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัวและเดินไปที่สาวกิลด์ของนักผจญภัยอย่างมั่นใจ
บรรดานักผจญภัยคนอื่นๆก็ถึงกับหลบทางอย่างว่าง่ายเพราะ
Powerful Presence
ตัวตนที่ทรงพลัง
ว่าพี่กล้ามบาบาเรี่ยนไม่ถนัดการพูดก็ไม่ต้องพูด
แค่การยืนอยู่ก็สามารถเปล่งคำพูดได้โดยไม่ต้องพูดมีความหมายมากพออยู่แล้ว
แม้กิลด์จะมีการต่อแถว
ทุกคนก็หลีกทางให้ผมอย่างว่าง่าย
“ยะ ยินดีต้อนรับค่ะ มีอะไรให้ชั้นช่วยหรือเปล่าค่ะ“
สาวกิลด์รีบจับเอกสารและปากกามาเตรียมสอบถามผม
“ผม-ข้ามาสมัครเป็นักผจญภัย”
“สมัครนักผจญภัย?”
สาวกิลด์ทวนคำถามอย่างรู้สึกเหลือเชื่อเพราะหน้าตาของเขาบอกว่าผ่านาร้อยปีมาแล้วทุกคนก็คงจะเชื่อ
“อ๊ะ ถ้าอย่างนั้นกรอกรายละเอียดตรงนี้เลยค่ะ ถ้าขั้นแรกชั้นกรอกให้ก็ได้นะคือไม่ทราบว่าท่านชื่อว่าอะไรคะ?”
ผมคิดชื่อที่ผมใช้มากับตัวละครนี้มากว่าสามสิบก่อนแล้ว
“คัล คัลแห่งไคมีเรียน”
ผมกล่าว