“ธะ เธอพูดเรื่องอะไร!” ซูเฟยพูดขึ้นมาอย่างตะกุกตะกัก หน้าของเธอพลันขึ้นสี หัวใจเต้นถี่ ราวกับกำลังมีกระต่ายเข้าไปเต้นในนั้น มองไปที่น้องสาวของเธออย่างกังวลใจ
“อย่าเดามั่วซั่ว ฉันจะไปชอบฉินเฉาได้ยังไง!” ซูเฟยพูดและสวมรอยยิ้มแสยะ “ฮ่าๆ ๆ นี่มันตลกเกินไปแล้ว ซูจี ความคิดของเธอนับวันยิ่งแปลกขึ้นเรื่อยๆ”
“มันแปลกยังไง!” ซูจีจ้องหน้าพี่สาวเธอ “ฉันคิดนะ ผู้ชายที่ติดต่อกับพี่มากที่สุด มีสิทธิ์มากที่สุด มีแค่ฉินเฉาเท่านั้นแหละ”
“อย่าพูดเหลวไหลซูจี” ฉินเฉาตบก้นสาวน้อย มันรู้สึกแน่นและยืดหยุ่นเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ ซูจีมองกลับมาที่เขาด้วยท่าทางอวดภูมิ
“บอสซูจะมาชอบฉันได้ยังไง? ถ้าคนอื่นโกรธและไล่ฉันออก นั่นก็แย่แล้ว”
ฉินเฉาหัวเราะดูถูกตัวเอง
“ใช่แล้ว!” ซูเฟยตอบ “ฉันจะไปชอบฉินเฉาได้ยังไง เขาไม่เพียงเพิ่งมา แต่ยังเป็นจอมลามก และชอบใช้กำลังด้วย! มีแต่คนตาบอดเท่านั้นแหละที่ชอบเขา!”
“อือ นั่นก็จริง....” เมื่อได้ยินที่พี่สาวพูด ซูจีก็พึมพำและพยักหน้า “เจ้านี่ไม่มีอะไรดีอย่างที่พี่พูดจริงๆ ...โอ้ ไม่! พี่ พี่หมายความว่ายังไง หรือพี่กำลังพูดว่าฉันตาบอด?”
“เรื่องนี้ก็....ฉันไม่คิดว่าสายตาเธอจะดีหรอกนะ” ซูเฟยพูดเสียงต่ำ
“เหอะ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ฉันตาถั่ว! ไม่ วันนี้ พี่ต้องพูดให้ชัด ฉินเฉา เจ้านี่ แม้จะหยาบคาย ปลิ้นปล้อน ไม่เอาจริงเอาจัง เสือผู้หญิง และไม่ซื่อสัตย์...”
เวร มีส่วนไหนดีบ้างเนี่ย? เมื่อได้ยินซูจีประเมินเขา ฉินเฉาพลันอยากกระอักเลือดออกมา
“แต่พี่ เมื่อฉันอยู่กับฉินเฉา ฉันมักจะรู้สึกปลอดภัยเป็นพิเศษ ต่อให้ฟ้าถล่ม ฉันก็ไม่รู้สึกกดดัน และ เมื่ออยู่กับเขา ฉันก็มักจะรู้สึกผ่อนคลาย และมีความสุขอย่างมาก”
สาวน้อยพูดออกมา และเอนตัวมาพิงกับเขา “ดังนั้น ฉันชอบเจ้าเน่านี่ ต่อให้พ่อมา ฉันก็จะยืนยันกับเขา”
“ดี ไม่เลว ไม่เลว สหายผู้งดงามคนนี้น่ารักจริงๆ” ฉินเฉายิ้มขี้เล่น และยื่นมือของเขาออกมา และเชยคางเล็กละเอียดของซูจี “มา สาวน้อย ให้คุณลุงจูบหน่อย”
เพียะ! ซูจีปัดมือฉินเฉาอย่างไร้ปรานี และจากนั้นก็ยื่นฝ่ามือนุ่มนิ่มของเธอไปจับหน้าฉินเฉา ความดุร้ายของเธอ มีเต็มเปี่ยม 100%
“หนุ่มน้อย เรียกตัวเองว่าคุณลุงได้ยังไง? หนุ่มน้อย หน้าของนายน่ารักมาก มา มาติดตามป้ามา”
“พี่สาวใหญ่ ไม่...” ฉินเฉาพลันกอดแขนตัวเอง “คนอื่นเป็นแค่โชตะ (หนุ่มน้อย) ที่ยังนุ่มและสีชมพู”
ซูจีขมวดคิ้ว
“หือ! ไปเป็นโชตะแล้ว!” สาวน้อยยื่นนิ้วออกไป และชี้ไปที่หน้าผากฉินเฉา “ดู นายเป็นได้แต่ลุงของโชตะเท่านั้นแหละ!”
“ดูพูดเข้า” ฉินเฉาพูดด้วยรอยยิ้ม “ตามจริงแล้ว ใต้เสื้อผ้าของผม ผมยังชมพูจริงๆ พี่สาว พี่อยากดูมั้ย?”
“โอ้? นายคิดว่าฉันไม่กล้า?” ซูจีพูด ยื่นมือออกไปกดฉินเฉาลงกับที่นั่ง และจากนั้นเลื่อนลงมาที่เอว มือเขาเธอเริ่มถอดเสื้อผ้าของเขา
“หือ นี่เธอกำลังล้อฉันเล่นใช่มั้ย!” ฉินเฉาเป็นคนแรกที่ยอมแพ้ “ธะ เธอกำลังจะทำอะไร?”
“ฉันกำลังจะตัดไข่นาย!” ดวงตาคู่งามของซูจีฉายประกายข่มขู่
“พี่สาว ผมยอมแล้ว พี่ชนะ...” ฉินเฉาจำใจต้องยกธงขาว
“ฮึ่ม!” ซูจีที่หน้าแดง แต่ยังพูดแสดงท่าทางภูมิใจใส่ฉินเฉา และพูด “มาสู้กับแม่ใหญ่คนนี้ นายยังไม่ถึงเวลา”
แน่นอน มีเพียงแค่ซูจีที่สามารถทำให้ฉันยอมจำนนได้
ฉินเฉาพึมพำในใจ ฉันรู้จักผู้หญิงมากมาย แม้ว่าพวกเธอสวยมาก แต่ซูจีก็ยังเป็นเจ้ากรรมนายเวรของฉันเพียงคนเดียว
“พวกเธอสองคนเสียสติไปแล้วเหรอ?” หลังจากดูสองคนเล่นตลกตบมุขกันในรถ ในใจซูเฟยก็รู้สึกฝาด เธอกลอกตาและพูด
“ฮิฮิ” ซูจีฉีกยิ้ม และลุกขึ้นอีกครั้ง “พี่ ฉันไม่แยกที่รักมักที่ชังนะ”
พร้อมกันนั้น สาวน้อยก็ยื่นมือของเธอ และเริ่มดึงเสื้อของพี่สาวเธอ
“เธอกำลังจะทำอะไร?” ซูเฟยตกใจ และถามอย่างวุ่นวาย
“ถอดชุดพี่ แน่นอน ต่อให้พี่เป็นลิลลี่ น้องสาวก็พร้อมจะสละชีพเพื่อพี่แล้ว ตราบเท่าที่พี่มีความสุข น้องสาวคนนี้ก็เต็มใจจะทำทุกสิ่ง”
หน้าของซูจีดูบริสุทธิ์และไร้เดียงสา เจียงตงและฉินเฉาพูดไม่ออก สำหรับคนที่ไม่รู้จักเธอ พวกเขาคงจะคิดว่าสาวน้อยนางนี้จะต้องเป็นสาวน้อยไร้เดียงสา
“หยุด! ปล่อยฉัน!” ซูเฟยยุ่งยากใจ ปัดมือมารน้อยๆ ของน้องสาวของเธอออกไป “ถ้าเธอทำอย่างนั้นกับพี่อีกครั้ง พี่จะโยนเธอออกจากรถจริงๆ แล้วนะ”
“พี่...พะ พี่เต็มใจทำอย่างนั้นจริงๆ เหรอ....?” ดวงตาที่พร่ามัวของซูจีจ้องไปที่ตาของซูเฟย
“เธอ เธอทำหน้าน่าสงสารอีกแล้ว!” ตอนยังเด็ก ซูจีมักจะใช้ทริคนี้ ทุกครั้งที่เธอทำอะไรผิด เธอจะทำท่าทางน่าสงสารเพื่อขอความเห็นใจ พี่สาวของเธอมีภูมิต้านทานกับทริคนี้แล้วเล็กน้อย แต่พ่อของเธอ และพี่ชายมักจะยอมตลอดทุกครั้ง พวกเขาไม่มีแก่ใจจะลงโทษลูกสาวหรือน้องสาวคนเล็กคนนี้
สมกับเป็นแม่มดจริงๆ ...แต่ฉันไม่รู้ว่าจะเทียบกับอ้ายเสี่ยวเสวี่ยได้มั้ย ไม่รู้ว่าน้องสาวของเธอแข็งแกร่งกว่า หรืออ้ายเสี่ยวเสวี่ยที่ผิดปกตินั่นจะแข็งแกร่งกว่า
“พอได้แล้ว ไปจัดการแฟนที่ไร้ยางอายของเธอนู่น” ซูเฟยในที่สุดก็ไล่ และพูดกับน้องสาวเธอ “พ่อจะมาถึงเมืองซู่หนานพรุ่งนี้ พวกเธอทั้งคู่ยังไม่เตรียมอะไรอีกเหรอ?”
“เตรียม?” ฉินเฉาเอามือไขว้กันที่ท้ายทอย และพิงตัวพักกับที่นั่ง เขาถามซูเฟย “ไม่ใช่ว่าการมาถึงของพ่อตาหรอกเหรอ ผมต้องเตรียมตัวอะไรด้วยเหรอ? หรือว่า คุณอยากจะให้ผมไปรับเขาที่สนามบิน?”
“จริงจังหน่อยได้มั้ย!” ซูจียื่นนิ้วไปจิ้มหน้าผากเขา “พ่อของฉันไม่ชอบคนที่ท่าทางไม่จริงจัง ถ้าเขาเห็นนายเป็นอย่างนี้ เราตายแน่!”
“ก็ได้” ฉินเฉาสะบัดหัว หลับตา และจากนั้นก็ค่อยๆ ลืมตา
จังหวะที่พวกเธอเห็นฉินเฉาเปิดตา สองสาวพากันแข็งค้าง ร่องรอยของความหนักใจพลันเปล่งออกมาจากส่วนลึกของดวงตาของเขา ทำให้คนอดประหลาดใจไม่ได้ว่า เขาเป็นคนยังไงกันแน่?
การแสดงออกที่เปลี่ยนไปของเขา มันเปลี่ยนไปอย่างมาก มันเหมือนกับว่าเขามีประสบการณ์ มาหลายสิ่งหลายอย่าง และมีเรื่องราวที่ซ่อนไว้อย่างมากมาย
“ผมต้องเตรียมตัวยังไง บอกผมมา” เมื่อเขาเปิดปาก น้ำเสียงของฉินเฉาดูหนักแน่นและน่าดึงดูด
เขาเหมือนกับคนใหม่ ทำให้ทั้งสามคนในรถตะลึง
“นะ นายเป็นนักแสดงเหรอ?” ซูจีเบิกตากว้าง ยื่นมือไปหยิกหน้าและจมูกของฉินเฉา เพื่อจะดูว่าเขาต่างจากฉินเฉาคนก่อนยังไง
“ผมต้องขอโทษด้วยครับ คุณหนูซู” ฉินเฉาค่อยจับมือเล็กๆ ที่สร้างปัญหาของซูจีออกไปอย่างสุภาพ “เรายังไม่ได้แต่งงานกัน ได้โปรดอย่าแตะเนื้อต้องตัวจนเกินงาม ไม่อย่างนั้นผมคงลำบากใจ”
“หือ!” ซูจียื่นมือออกไปดึงหูฉินเฉา “นาย เจ้านี่ ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่านายจะเป็นอย่างนี้ได้อีกนานมั้ย!”
“คุณหนูซู คุณทำให้ผมลำบากใจจริงๆ” ฉินเฉามองไปที่ร่างของซูจีด้วยดวงตาที่เสียใจ ร่างของสาวน้อยสั่น และพลันกลายเป็นเศร้า ตาของเธอราวกับคนตาย
“ฉินเฉา...” ซูจีใจอ่อน เธออิงแอบกับอ้อมแขนของฉินเฉาอย่างสุภาพ “อย่ามองฉันด้วยสายตาอย่างนั้น ฉันเสียใจ...”
“อย่าเสียใจไปเลย....” น้ำเสียงน่าดึงดูดของฉินเฉาลอยเข้าหูซูจี และมือของเขาลูบหลังของเธอ “ผมจะอยู่ข้างคุณเสมอ ปกป้องคุณตลอดกาล และตลอดไป....”
“ฮือๆ ๆ ฉินเฉา....” สาวน้อยหลั่งน้ำตา
“นี่มันนรกอะไรกัน!” เจียงตงทนไม่ไหวอีกต่อไป “ไม่ใช่ว่านี่มันมาจากละครของซวงเหยา (นักเขียนบทของไต้หวัน) หรอกนะ!”
“คนเลว!” ซูจีเงยหน้าขึ้น จ้องเข้าด้วยดวงตาที่แดงก่ำ และมองไปที่เจียงตงด้วยท่าทางวางมาด “นายไปเรียนมาจากละครของซวงเหยา”
“ที่รัก” ฉินเฉากอดซูจี ยื่นมือออกไป เช็ดน้ำตาออกไปจากดวงตาของเธออย่างอ่อนโยน “อย่าร้องเลยนะ ถ้าคุณร้อง หัวใจของผมมันเจ็บปวด ฟังสิ ฟังเสียงร่ำไห้ของหัวใจของผมที่มีให้คุณ”
“ไม่ ฉันไม่อยากทำให้นายเจ็บ!” ซูจีวางมือไว้บนหน้าอกของฉินเฉา และพูดอย่างน่ารัก “ฉันจะทำให้มันดีกว่า”
“แค่ล้อมรอบผมไว้ด้วยความรักของคุณ” ฉินเฉาหายใจเข้าลึกๆ “มีแค่ความรักของคุณเท่านั้น ที่สามารถเยียวยาหัวใจของผมได้ มา ผมให้คุณ หัวใจของผม ดูแลมันให้ดี อย่ารังแกมัน อย่าทำให้มันผิดหวัง”
“ใช่ ใช่....” ซูจีพยักหน้า “ฉินเฉา นายไม่เคยเรียนการแสดงจริงๆ เหรอ?”
“ที่รัก ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้น? คุณสงสัยความจริงใจของผม? คุณสงสัยความรักที่ผมมีให้คุณเหรอ?” ฉินเฉาเบิกตากว้างและเอามือกุมอก “เมื่อคุณสงสัยผม หัวใจผมเจ็บมาก มันเหมือนกับถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ทำไมคุณทำอย่างนี้? ทำไมคุณถึงอยากแทงใจผมซ้ำแล้วซ้ำอีก?”
“แค่กๆ!” ซูเฟยทนไม่ไหว และพ่นนมที่อยู่ในปากออกมาอีกครั้ง
“หยุด พอได้แล้วสองคนนั้นน่ะ!” บอสสาวตะโกนอย่างโมโห “ถ้าพวกเธอยังทำอย่างนั้นอีก ก็ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ!”
“ซูเฟย...” หน้าของฉินเฉาพลันมีท่าทางเศร้าซึม ดวงตาเศร้าๆ ของเขาจ้องมาที่บอสสาว ร่างของฝั่งตรงข้ามสั่น รู้สึกเหมือนกับเป็นอัมพาต จ้องอย่างว่างเปล่าไปที่ฉินเฉา
“ทำไมคุณถึงพูดอย่างนั้น...” ฉินเฉาพูด เขาดันตัวไปข้างหน้า จนกระทั่งได้กลิ่นหอมๆ ของบอสสาว “คุณไม่รู้เหรอ ในใจของผม คุณงดงามเสมอ จนป่านนี้ ผมทำได้เพียงแหงนมองคุณ คุณเป็นราวกับนางฟ้าที่ขโมยหัวใจของผมไปอย่างโหดร้ายทารุณ”
พร้อมกันนั้น ตาของฉินเฉาก็เหมือนกับมีระลอกคลื่น กลายเป็นยิ่งเศร้ามากกว่าเดิม
“คุณรู้มั้ย ผมฝันถึงคุณตลอด ทุกครั้งที่ฝันถึงคุณ ผมจะมีความสุขอย่างมาก แต่เมื่อผมเห็นคุณอีกครั้งในวันถัดมา ท่าทางห่างเหินของคุณ มันทำให้ผมรู้สึกเจ็บปวด...ทำไม ทำไมช่องว่างของเราถึงใหญ่นัก? ทำไม ทำไมคุณถึงไม่ยอมเห็นแก่หน้าผมบ้าง....?”
“ฉินเฉา...” เหมือนกับไอติมที่เข้าเตาไมโครเวฟ ซูเฟยเริ่มละลายอย่างรวดเร็ว เธอพยายามยื่นมือออกไปแตะที่หน้าอกที่ดูหดหู่ของเขา
“นะ นายคิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ....?”
“ฮ่าๆ ๆ ๆ ...” ซูจีผู้ที่ไม่รู้กาลเทศะ เธอกลิ้งไปกับเบาะหลัง หยุดหัวเราะไม่ได้
ซูเฟยพลันถูกเสียงหัวเราะปลุกให้ตื่นขึ้นมา พระเจ้า ฉันกำลังทำอะไร!
“พี่ พี่พูดว่าเราเล่นละคร แต่ไม่ใช่ว่าพี่เพิ่งจะเล่นด้วยหรอกเหรอ!”
“ฉินเฉา นายมัน!” บอสสาวในที่สุดก็โกรธจริงๆ แล้ว “กลับบ้านไป และสำนึกผิดสามวันซะ!”
จบตอน