เรือดำน้ำของอาหนิวดำดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาบอุฟนูร์ อาศัยแสงสว่างจากมุกวิเศษสองเม็ดด้านหน้าเรือส่องทางเข้าสู่ถ้ำใต้น้ำ อันเป็ปากทางสู่นครใต้สมุทร
แล้วเรือก็ไปผุดขึ้นบนผิวน้ำกลางโถงถ้ำใหญ่ พวกเขาจอดเรือไว้และเดินเท้าขึ้นบนพื้นหิน ก้าวลึกเข้าไปความมืดสลัวแห่งคูหานั้น
แสงไฟจากคบเพลิงที่ถูกจุดอยู่หน้าถ้ำน้อยแห่งนั้น พาสองหนุ่มเข้าไปพบกับบุคคลที่เขาตามหา
ชายชราผมขาวในชุดซอมซ่อ นั่งบำเพ็ญตบะภาวนาอยู่บนหินก้อนใหญ่ เขาลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกถึงกระแสจิตของผู้มาเยือน
ริมฝีปากที่ปกคลุมด้วยหนวดเคราสีขาวขยับพูด
“พวกเ้าถอนคำสาปของพ่อมดได้แล้วหรือ”
อาหนิวน้อมคารวะก่อนจะตอบ
“ด้วยความสามัคคีร่วมใจกันของลูกสาวท่าน กับเ้าชายโฮวี่และอาร์กาลี จึงคลายมนต์เหนือทะเลสาบ ให้เราลงมาหาท่านได้”
ไป่เซียนจื่อน้ำตาซึมก่อนจะพูด
“ตลอดเวลาหลายร้อยปีมานี้ ข้าถูกกักขังไว้ที่นี่ มิมีวันใดที่ข้าไม่เสียใจ กับความบ้าคลั่งในทรัพย์สมบัติจนทำลายความสุขของลูกสาวตนเอง ทำลายชีวิตของอีกหลายพันครอบครัว ต้องตกอยู่ในคำสาปของพ่อมด”
เซียวหลิงเทียน : “ ท่านอย่าเสียใจไปเลย บัดนี้ลูกของท่านก็พ้นคำสาป ได้กลับไปครองรักกับอาร์กาลีแล้ว ส่วนเ้าชายก็เดินทางกลับบ้านเมืองของตนไป พวกเราก็จะมารับท่านขึ้นไปอยู่กับนางหงลี่ บุตรสาวท่าน”
ไป่เซียนจื่อ : “ ข้ามันแก่แล้ว อยู่ที่นี่มาจนชิน ให้ข้ากลับไปอยู่กับความฟุ้งเฟ้อดังแต่ก่อน ข้าคงมองหน้าใครไม่ติด ขออยู่บำเพ็ญเซียนที่นี่ต่อไปดีกว่า ว่าแต่ข้าจะตอบแทนพวกท่านได้อย่างไรบ้าง”
อาหนิว : “ เื่ตอบแทนนั้น ท่านอย่ากล่าวถึงเลย พวกเราต่างหากที่ต้องมาขอความช่วยเหลือจากท่าน มิทราบว่าท่านเคยรู้เบาะแสเกี่ยวกับคัมภีร์มหายุทธในตำนานบ้างหรือไม่”
เฒ่าเศรษฐีมีสีหน้าระรื่นขึ้นก่อนจะกล่าว “ รู้สิ ข้ามีจารึกโบราณ เกี่ยวกับการเปิดถ้ำเก็บรักษาคัมภีร์ รอประเดี๋ยวนะ ข้าจะเอามาให้ดู”
ชายชราเดินไปเปิดหีบสมบัติแล้วหยิบบางสิ่งออกมา เดินกลับมายื่นให้ชายหนุ่มดู
เป็แผ่นกระเบื้องจารสี่เหลี่ยมกว้างหนึ่งเชียะ สูงหนึ่งเชียะครึ่ง จารึกอักษรโบราณไว้
เซียวหลิงเทียนอ่านไม่ออก จึงหันไปหาเซียนหนุ่มฉงเซิง
“ท่านช่วยแปลหน่อยสิ”
“ได้สิ ในจารึกเขียนไว้ว่า
การเปิดถ้ำเก็บคัมภีร์มหายุทธ ต้องใช้กุญแจสามดอกไขเปิดประตูพร้อมกัน
หนึ่งคือ กุญแจฟ้า
สองคือ กุญแจมนุษย์
สามคือ กุญแจมาร
หากถามถึงสถานสถิตของกุญแจนั้น
ไม่ไกลจนสุดขอบฟ้า แต่อยู่ใกล้จนคิดไม่ถึง”
อาหนิวได้ฟังก็งุนงง
“หมายความกระไรนะ ไม่ไกล แต่ใกล้จนคิดไม่ถึง แล้วมันอยู่ไหนกันล่ะ”
“เนื้อความมีอยู่แค่นี้ เราคงต้องแกะรอยต่อไป ว่าแต่ท่านเศรษฐีไปได้แผ่นจารึกนี้มาจากหนใด” ฉงเซิงกล่าวและถาม
ไป่เซียนจื่อ “ ข้าได้จากลูกหนี้ที่นำมาจำนำไว้ แล้วไม่มาไถ่คืน ของจึงหลุดจำนำตกค้างที่ข้า จะขายต่อก็ไม่มีใครซื้อ เขาหาว่าข้าทำปลอมขึ้นมา”
อาหนิว : “ ถ้าเช่นนั้นข้อความในจารึกนี้ก็ไม่แน่ว่าจะเป็ความจริงน่ะสิ” ชายหนุ่มผู้มีหน้าที่เปิดผนึกคัมภีร์เริ่มแคลงใจ
ฉงเซิง : “ถึงอย่างไรพวกเราก็ต้องขอขอบคุณท่านเศรษฐีเป็อย่างยิ่ง และขอโอกาสนี้อำลาท่านขึ้นฝั่งไปดำเนินภารกิจต่อไป”
สองหนุ่มน้อมคารวะผู้เฒ่า แล้วเดินทางกลับด้วยเรือดำน้ำขึ้นไปยังแผ่นดิน
ณ มิติลี้ลับที่ม่อซั้งซั่งเนรมิตขึ้น
นางมารน้อยยืนอุ้มลูกมองดูเฟิงจื่อหานที่ถูกเชือกเวทย์มนตร์ของหล่อนรัดรึงไว้ โดยตัวสามีลอยอยู่กลางอากาศ
“ปล่อยข้านะนังปีศาจชั่ว แกมาหลอกลวงข้าทำไม แกทำให้พ่อของข้าตายอนาถ หากข้าหลุดไปได้จะต้องถลกหนังเ้าแล้วสับเป็หมื่นชิ้น”
“อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวลูกตื่น โอ๋ นอนหลับเสียก่อนนะลูกจ๋า แม่จะคุยกับพ่อประเดี๋ยวเดียว”
แล้วหล่อนก็เสกให้จื่อหานพูดไม่ได้ ต้องคอยรับฟังสิ่งที่นางจะกล่าว
“แต่ก่อนข้าก็เคยคิดจะหลอกท่านนั่นแหละ เพราะบิดาข้าสั่งให้ข้าคอยติดตามพวกท่าน และหาทางทำให้ท่านกับคู่หมั้นแตกแยกกัน
ครั้นเมื่อได้ใกล้ชิดกับท่านมากขึ้น จิตใจข้ากลับแปรเปลี่ยนอย่างน่าฉงน นี่หรือที่เรียกว่าความรัก
ท่านคิดหรือว่าเราพ่อลูกอยากจะเป็มารร้าย
ข้าจะเล่าเื่ราวในอดีตของบิดาข้า ม่อเทียนหลง ให้ท่านฟัง
ก่อนที่พ่อแม่ของข้าจะถูกไล่ลงจาก์นั้น
แต่เดิมาา์กับท่านพ่อเป็เพื่อนเซียนชั้นต้นร่วมบำเพ็ญเพียรด้วยกัน
จนบิดาข้าบรรลุคุณสมบัติผ่าน
ได้รับเม็ดยาวิเศษจากหยวนจี๋ต้าตี้ เทพสูงสุดผู้สร้างจักรวาล
แต่ท่านพ่อยังไม่ทันได้กิน
บังเอิญมีเสียงเรียกให้ช่วยของมนุษย์บนโลก จึงฝากยาไว้กับเพื่อนแล้วลงไปช่วยเหลือคนที่กำลังถูกปีศาจคุกคาม
เมื่อกลับมาปรากฏว่าเพื่อนแอบกินยาเม็ดนั้นไปแล้ว และบรรลุเป็เซียนระดับสูง ได้ครอง์เป็ไต้เทียนอ๋อง
ครั้นท่านพ่อไปร้องเรียนต่อหยวนจี๋ต้าตี้ก็ได้รับคำตอบว่า
‘ เป็ความประมาทเลินเล่อของเ้าเองยาเม็ดะมีให้แค่เม็ดเดียว ไม่มีให้อีก เ้าต้องรับผิดชอบเอง ’
แล้วไต้เทียนอ๋องอดีตเพื่อนผู้ทรยศก็ไล่ท่านพ่อลงไปอยู่โลกของมารปีศาจ โดยที่แม่ของข้าซึ่งเป็ลูกสาวของหยวนจี๋ต้าตี้ก็หนีตามลงมาด้วย
และให้กำเนิดบุตรสาวคือข้า ม่อซั้งซั่ง นี่เอง
แต่ต่อมาแม่ของข้าก็โดนทหาร์ตามลงมาสังหารเสีย
ด้วยความเจ็บแค้นที่ถูกสหายทรยศหักหลัง
บวกกับความเสียใจที่ต้องสูญเสียภรรยาสุดที่รัก
ความสิ้นศรัทธาในคุณธรรมของ์
บิดาข้าจึงซุ่มตัวบำเพ็ญวิชามาร
รอเวลาแก้แค้นสามโลกอย่างสาสม”
ซั่งเอ๋อเล่าจบก็คลายมนตร์ให้จื่อหานพูดบ้าง
“การจะเป็คนดีนั้น ต้องรักษาปกป้องคุณธรรมของยุทธภพและสามโลกสิ จะกระทำชั่วเยี่ยงเ้ากับพ่อได้อย่างไร”
นางมารก็หัวเราะด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ก่อนจะกล่าว
“คุณธรรมกระนั้นหรือ หากคุณธรรมของ์มีจริง ไยจึงปล่อยให้พ่อของท่านโดนกังฉินใส่ร้าย โลกมนุษย์ก็ไร้ความยุติธรรม เหลือเพียงโลกปีศาจที่จะช่วยแก้แค้นแทนท่านได้”
จื่อหานได้ฟังก็สะอึกกับคำพูด ใคร่ครวญดูก็สมจริงดั่งนางกล่าว
ซั่งเอ๋อก็เกลี้ยกล่อมเขา “ในเมื่อท่านกับข้าได้เป็สามีภรรยากันแล้ว แถมยังมีลูกน้อยเป็โซ่ทองคล้องใจเช่นนี้ ท่านจะทิ้งเราแม่ลูกไปเป็ศัตรูกันได้หรือ”
เฟิงจื่อหานมองดูเมียและลูกก็ใจอ่อน เอ่ยปาก
“หากเ้าช่วยข้า่ชิงคัมภีร์มหายุทธได้จริง และครองตำแหน่งเ้าแห่งสามภพได้แล้ว ข้าจะคืนสถานะเซียนให้บิดาเ้า”
ม่อซั้งซั่งได้ยินดังนั้นก็ดีใจนัก รีบคลายมนตร์ปล่อยตัวสามีแล้วเข้าไปแนบกายไว้ในอ้อมกอดของเขา
ณ มิติพิภพจันทรา
กู่ซิงเยว่กล่าวกับไป๋ชิงซิน
“ชิงเอ๋อ บัดนี้เ้าก็สำเร็จวิชาขั้นที่สามแล้ว ต่อไปก็จงกลับไปหาทางฝึกวิชาขั้นที่สี่ พันธสัญญา์ ซึ่งต้องฝึกร่วมกับคนรักของเ้า นี่คือตำราที่อาจารย์ขอมอบให้เ้าไว้ศึกษา”
ชิงซินรับม้วนผ้านั้นมาแล้วกราบคารวะ
“ขอบพระคุณอาจารย์ ศิษย์ขออำลา หากเสร็จสิ้นภารกิจแล้วจะหาทางกลับมาคำนับอาจารย์อีกเ้าค่ะ”
“อาจารย์ก็จะกลับ์เช่นกัน
ความจริงแล้วข้าก็คือไท่อิมแชกุน
เทพจันทราผู้ดูแลรักษาดวงจันทร์
เพราะภารกิจในฐานะกู่ซิวเยว่ได้จบลงแล้ว
หากจะได้พบกันอีก คงเนื่องในโอกาสงานเลี้ยงของสรวง์
หวังว่าเราคงได้พบกันที่นั่น
ขอให้เ้าโชคดี จงไปเถิด”
แล้วแม่นางไป๋ ศิษย์สำนักเซียนจันทราแห่งคุนหลุนก็หายตัววับมาปรากฏกายบนโลกมนุษย์ ณ ริมทะเลสาบอุฟนูร์
ในเวลาเดียวกัน
เฟิงจื่อหานกับฟางหรูพร้อมลูกน้อย ก็ปรากฏกายขึ้นริมทะเลสาบเช่นกัน
อีกทั้งเซียวหลิงเทียนกับฉงเซิงก็ขึ้นจากน้ำ ก้าวไปยังชายหาดใกล้บริเวณที่มิตรสหายอยู่
“อ้าว พี่อาหนิว ท่านมาอยู่ที่นี่หรือ พี่จื่อหานกับฟางหรูด้วย ช่างดีอะไรเช่นนี้”
ไป๋ชิงซินได้เห็นฉงเซิง บุรุษหนุ่มข้างกายอาหนิวยังไม่แปลกใจเท่าที่เห็นฟางหรูอุ้มทารกน้อยไว้ จึงถาม
“แล้วนั่นไปเอาลูกของใครมาอุ้มน่ะ”
จื่อหานทำสีหน้าไม่ถูก จึงกระซิบอย่างแ่เบา
“รอไว้เราไปยังที่พักก่อน ค่อยเล่าเื่ราวให้เ้าฟัง”
อาหนิวก็กล่าว
“ในเมื่อเราอยู่กันพร้อมหน้า ขอเชิญไปยังที่พักของข้าก่อน อยู่ในถ้ำใกล้เคียงนี้แหละ ตามมาสิ”
เย็นวันนั้น
จื่อหานเล่าเื่ราวของตนกับฟางหรูให้ชิงซินฟัง ยกเว้นเื่ที่นางเป็ม่อซั้งซั่งปลอมตัวมา
“ข้าผิดต่อเ้า ข้ายอมรับโทษทัณฑ์หากมี และขอถือโอกาสนี้ถอนหมั้นกับเ้า เพื่อเ้าจะได้ไปสานสัมพันธ์กับอาหนิวได้อย่างสะดวกใจ”
แม่นางไป๋มีสีหน้าเรียบเฉย ตอบเขา
“ข้าไม่ถือโทษท่านหรอก ด้วยเราทั้งคู่ก็ถูกผู้ใหญ่กำหนดให้เป็คู่หมั้นโดยไม่ได้สมัครใจ ครั้งนี้เห็นท่านมีครอบครัวที่อบอุ่น ข้ารู้สึกยินดีนัก และยอมถอนหมั้นกับท่าน ขออวยพรให้ท่านกับแม่นางฟางมีชีวิตคู่ที่สวยงามราบรื่นตลอดไป”
“ขอบใจเ้ามาก ขอตัวไปหาลูกและเมียก่อน” จื่อหานพูดแล้วเดินเข้าที่พักของตน
อาหนิวออกไปนั่งดูตะวันลับขอบฟ้าภายนอกถ้ำ
ไป๋ชิงซินเดินออกมาเห็นก็นั่งลงเคียงข้างกล่าวกับเขา
“น้องถอนหมั้นกับพี่จื่อหานแล้ว ต่อไปท่านกับข้าจะคบหากันก็มิต้องกระดากใจแล้ว ท่านดีใจหรือไม่”
เซียวหลิงเทียนดีใจแต่ไม่กล้าแสดงออกมากนัก
“ข้าก็เสียใจกับเ้าด้วย เื่เขากับฟางหรู แต่เ้ายังมีข้า ที่จะขออยู่เคียงข้างเ้าตลอดไป” อาหนิวกล่าวแล้วกุมมือของชิงซิน หล่อนก็ซบแก้มลงกับหัวไหล่ชายหนุ่ม โดยหารู้ไม่ว่ามีใครบางคนแอบมองอยู่หลังพุ่มไม้ปากถ้ำนั้น
เป็ฉงเซิง เซียนหนุ่มลึกลับนั้นเอง
เขาวิ่งขึ้นไปยอดภูผามองออกไปยังทะเลสาบ แล้วร้องไห้ออกมาอย่างเงียบงัน มีแต่น้ำตาใสใสที่ไหลพรากอาบแก้ม
ดอกไม้ทะเลทรายอยู่โดดเดี่ยว
ท่ามกลางเปลวแดดแผดร้อนแรงกล้า
รอคอยสายฝนจากฟากฟ้าโปรยปรายมา
แม้นานเพียงใดยังมิคลายศรัทธา
ดั่งดวงใจของข้า ที่รอคอยรักจากเขา
เขารู้สึกอย่างไรกับอาหนิวกันแน่ เขาเป็ใครกัน
คืนนั้น ภายในถ้ำลึก
ไป๋ชิงซินกับเซียวหลิงเทียนก็ใช้เวลาร่วมกันฝึกวิชาของเทพจันทราขั้นที่ 4 พันธสัญญา์ แลกเปลี่ยนพลังร้อนเย็นตามหลักหยินหยาง โคจรพลังชี่ตามแนวจักรวาลใหญ่ จักรวาลเล็ก ก่อนจะเก็บพลังไว้ที่จุดตันเถียน เป็อันสำเร็จวิชาขั้นที่ 4 อันเป็วิชาเซียนลับสูงสุดของเซียนฝึกหัดชั้นต้น
เช้าวันรุ่งขึ้น
อาหนิวนำแผ่นกระเบื้องจารให้พวกจื่อหานและชิงซินดู และกล่าว
“จารึกกล่าวถึงกุญแจสามดอก แต่มิได้บอกว่ามันอยู่แห่งหนใด พวกเราจะไปพบเจอที่ไหนกันนะ”
ชิงซินจึงแสดงความเห็น “หากเป็ลิขิตฟ้าให้เราได้พบ สักวันคงได้เจอเอง ท่านมิต้องกังวลไป”
จื่อหานก็กล่าว “แม้กระนั้น เราเองก็ต้องขวนขวายเร่งตามหา เพราะวันเวลาไม่คอยใคร ทั้งฝ่ายมารปีศาจก็กำเริบเหิมเกริมขึ้นทุกวัน”
ฟางหรูได้ฟังสามีกล่าวก็มองหน้าเขาแวบหนึ่ง แต่มิได้พูดอะไร
เซียวหลิงเทียนก็บอก “เช่นนั้นพวกเราก็ออกเดินทางในวันพรุ่งนี้เถิด”
ทุกคนก็เห็นชอบ
ในค่ำคืนนั้น
ฟางหรูนอนหลับฝันไป
ในฝันนางถูกพญาั์ร่างสูงใหญ่ดำทะมึน ตรงเข้ามาควักหัวใจของหล่อนไปกินสด ๆ
เธอก็ใตื่นขึ้น
จื่อหานได้ยินเสียงร้องละเมอก็ตื่นขึ้นถาม
“เธอเป็อะไรไป ฝันร้ายหรือ”
“ใช่ค่ะ น้องฝันว่ามีั์ตัวใหญ่มาควักดวงใจน้องไปกิน ไม่รู้เป็ลางร้ายอะไรหรือเปล่า น้องกลัวจังเลย”
หล่อนกอดสามีร้องไห้ตัวสั่น
จื่อหานก็ลูบหลังปลอบประโลม
“อย่ากลัวเลย ่นี้เราผ่านเื่อะไรมามากมาย นั่นอาจทำให้ฝันเรื่อยเปื่อยไป โบราณว่าฝันร้ายจะกลายเป็ดีนะ นอนเสียเถิด”
ฟางหรูได้ฟังก็ค่อยสบายใจขึ้น นอนกอดจื่อหานจนหลับไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
เซียวหลิงเทียนและทุกคนก็ออกเดินทางต่อไป โดยมีจุดหมายปลายทางคือเทือกเขาอัลไต
แต่ถ้ำซึ่งเก็บคัมภีร์นั้นอยู่ตรงส่วนไหนของขุนเขา
ยังเป็ปริศนาที่รอคำตอบ
จบตอนที่ 12
โปรดติดตามตอนที่ 13 กุญแจเปิดถ้ำ กับ ชะตากรรมของฟางหรู
(แต่งจบตอนที่ 12 วันที่ 19 มิ.ย. 68 ลำพูน )