ครืนนนน
คลื่นพลังสีฟ้าและสีทองสาดใส่กันอีกครั้งในอากาศสายตาของริวงะที่จ้องศิลาคล้ายกับอยากจะฆ่าศิลาทุกเมื่อเชื่อวันไม่ใช่แค่การฆ่าฟันในโลกแห่งนี้แต่มันอาจจะรามไปถึงอยากจะฆ่าศิลาถึงโลกภายนอกด้วงตาของมันทำเอาศิลาสะท้านวาบ
‘ไอ้หมอนี่ไม่ใช่ปัญญาประดิษฐ์จิตสังหารเข้มข้นแบบนี้สัมผัสแบบนี้มันของผู้เล่นชัดๆแถมบางทีในโลกจริงไอ้หมอนี่อาจจะมีจิตอาฆาตสามารถกดดันคนอื่นก็เป็นได้ยอดฝีมือของจริงแต่มันจะฆ่าเราจริงๆสัมผัสนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าบูรพาสะอีกเราไปทำแค้นอะไรมันไว้ปะวะเนี่ยหรือเคยแอบไปฟันหญิงของมันเห่ยยยไม่มีๆ’
คำถามมากมายเกิดขึ้นภายในจิตใจของศิลา
ฟุ้บ เปรี้ยงงง อ๊ากกกก
เพียงแค่พริบตาที่เขาเสียสมาธิร่างแยกน้ำก็ปรากฎด้านหลังของเขาพร้อมกับสามง้ามที่แทงจากด้านหลังทะลุอกสงเลือดสีแดงฉานสาดกระจายในอากาศพร้อมกับศิลาที่กระอักเลือดออกมาเป็นฝอย
“ย๊ากก!
ศิลาพุ่งตัวด้วยความรวดเร็วหลุดออกมาจากสามง้ามทว่าเพลิงสีฟ้าของ
สดายุกลับใช้งานไม่ได้ศิลาเข้าใจทันทีว่าเขตแดนของมันผนึกไปงั้นสกิลของสัตว์อสูรที่เชื่อมโยงกับเขา
เปรี้ยง ซุม เปรี้ยง ซูม
ศิลาใช้ก้าววรุณหลบซ้ายทีขวาทีด้วยท้วงท่าที่เลื่อนลอยคล้ายคงอยู่คล้ายไร้ตัวตนพร้อมกับดาบในมือขวาตวัดฟันใส่ร่างแยกน้ำที่พุ่งเข้ามาโจมตีทุกทิศทางจากนั้นก็ตวัดกริชในมือซ้ายต้านรับอีกร่างแยกที่เข้ามาซ้ายทีขวาทีสืบเท้าเดินหน้าถอยหลังยามนั้นเอง
ริวงะกระแทกเสียงหนัก
“ชาละวันแหวกวารี”
แว๊กกกก!!
วงเวทมนต์สีฟ้าเข้มรัสมีสองกิโลเมตรแตกระเบิดเป็นคลื่นน้ำรูป
จรเข้สีฟ้าเข้าตัวเท่าภูเขาสองลูกมารวมกันพุ่งโจมตีใส่ศิลาเสียงร้องคำรามกู่ก้องสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่นคลื่นน้ำแตกกระจายไปทั่วบริเวณความรวดเร็วของมันผิดกับขนาดที่ใหญ่โตริบรับมันเร็วยิ่งกว่าจรวดเสียอีก
“กำแพงแห่งสูญสะท้อน”
เปรี้ยงงงง ซุมมม
ศิลาต้องเบิกตาอย่างฉงลเมื่อไม่สามารถสะท้อนกลับไปได้เมื่อพลังเวทมนต์รูปจรเข้ปะทะกับกำแพงแห่งสูญกลับแตกกระจุยเป็นละอองน้ำอาบไปทั่วราวสายฝน
“แบบนี้นี่เองคล้ายน้ำไม่มีวันหยุดไหลรินต่อให้เจออะไรขว้างกั้นสายน้ำไม่สามารถกำไว้ในมือได้มันจะไหลเลี้ยวลดแตกตัวอย่างอิสระ”
วูบ วูบ วูบ
ร่างแยกน้ำริวงะปรากฎขึ้นมานับร้อย
ศิลากวาดสายตามองไปรอบๆคราหนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น
“นี่กางเขตแดนขึ้นมาเพื่อจะให้ร่างแยกสู้เนี่ยนะไม่เสียเกียรติ์ไปหน่อยหรอท่านเทพอสูรริวงะ” ซึ่งศิลานั้นไม่ได้หยามแต่อย่างใดอันที่จริงเขตแดนมันก็เปรียบเสมือนการดวลที่ทัดเทียมต่างฝ่ายต่างยอมรับในฝีมือแต่ริวงะเอาแต่หลบแล้วใช้ร่างแยก
“เกียรติ์เหรอน่าขำของแบบนั้นมันจับต้องไม่ได้” มันตอบด้วยรอบยิ้ม
“ก็ดีจงอย่าเสียใจสะล่ะห้วงเวลาแห่งศิลา” ศิลาตอบกลับพร้อมกันนั้นเองปรากฎเขตแดนของศิลาขึ้นมาทันทีจากนั้นศิลาก็รีบสวดร่ายเวทมนต์กันกายทันที
“พายุแห่งศาสตราก็มิอาจมาถูกตัว
ฉ.ไหนถึงเป็นเช่นนั้น
เพราะข้าคือเมฆา คือดาราคือเวหา
เส้นทางแห่งความตายล้วนเลยผ่าน”
ร่างของศิลาทอแสงสีเขียวก่อนจะกลายเป็นสีดำสกิลที่เขาเรียนแบบมาจากกุมภกรรณถูกใช้ออกทันที
วูบ วูบ วูบ วูบ
ร่างแยกน้ำฟันใส่ศิลาทว่าก็ฟันได้เพียงอากาศธาตุเท่านั้นร่างของศิลาเคลื่อนไหวไปมาราวกับสายลมพุ่งตรงเข้าหาริวงะอย่างรวดเร็วแต่ดูราวกับเชื้องช้าในทุกย่ามก้าว
เปรี้ยงงง
เสียงดาบปะทะกับสามง้ามดังสนั่นส่งคลื่นพลังแตกระเบิดอีกครั้งร่ำไห้ฟันกดจากบนลงร่างทำให้ริวงะต้องยกกางสามง้ามต้านรับ
ฉึก ฉึก ฉึก เช้ง เช้ง เช้ง ซุมมม
มือซ้ายของศิลาขยับวูบแทงโหยหาออกปราดเดียวสามครั้งติดทว่าคมกริชก็ถูกสะกัดด้วยร่างแยกน้ำ
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ศิลาสืบเท้ารุกไร่ริวงะทำได้เพียงถอยล่นเมื่อมันยกสามง้ามต้านทานคมดาบของศิลาก็กลายเป็นสายลมคล้ายวิญญาณทะลุผ่านสามง้ามของมันอย่างพิศดารจนมันต้องเอนตัวหลบไปมาสืบเท้าไปด้านหลังอย่างช่วยไม่ได้
วินาทีต่อมาริวงะพลันฟันแทงสาม
ง้ามออกมาด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าพร้อมทั้งต้อยหมัดซ้ายออกมาเท้าซ้ายขวาเตะสลับไปมาใส่ศิลาอย่างพิศดารทุกการโจมตีแฝงสำนึกปราณเข้มข้นชนิดที่สามารถทำให้ศิลาสาหัสได้ในคราเดียว
ยามนั้นเองศิลาหนุมตัววาดเท้าขวาใส่อากาศออกไปทางขวาคนละทิศกับริวงะที่อยู่เบื้องหน้ามันเองถึงกลับฉีกยิ้มคิดว่าศิลาคงเสียสติไปแล้ว
ฉ๊วะ!
เลือดสีแดงสดวาดกระจายพร้อมกับแขนขวาของริวงะที่ขาดสะบั่นส่งเลือดสีแดงฉานพุ่งราวน้ำพุออกจากไหล่ขวามันถึงกับเบิกตากว้างพบว่าที่ศิลาเตะไปคนละทิศนั้นแท้จริงศิลาเตะเท้าส่งคลื่นพลังจิตสีทองรูป
บูมเมอร์แรงออกไปก่อนมันจะหมุนวนกลับมาตัดแขนของเขาแต่ที่มันไม่เข้าใจคือทำไมศิลาที่ทั่วร่างปกคลุมด้วยพลังปราณเปลี่ยนไปใช้พลังจิตตอนไหน
ฉ๊วะ ฉ๊วะ
ยอดฝีมือไม่มีใครยอมปล่อยโอกาศ
ศิลาแทงร่ำไห้เข้าที่อกของมันอย่างจังก่อนจะตวัดโหยหาฟันจากบนลงร่าง
อ๊ากกกก!
เลือดสีแดงสาดกระจายอีกรอบวินาทีต่อมาโหยหาพลันหายไปจากมือ
ปรากฎหอกลวดลายกระหนกไทยโบราณหอกโมกขศักดิ์ที่ศิลาทำ
พันธสัญญาอาวุธชิงมาจากกุมภกรรณ
เปรี้ยง ซุมม
เท้าขวาของศิลาเหยีบลงบนอกของ
ริวงะจนร่างของมันติดผืนน้ำ
ฉึกกกก!
หอกสีดำแทงทะลุอกถึงด้านหลังอย่างเฉียบคมส่งเสียงฉีกกระชากเนื้อดังลั่นปนกับเสียงโหยหวน
อ๊ากกกก! อ๊ากกกก
เลือดสีแดงฉานไหลออกจากร่างของมันลงสู่น้ำผสมกันจนแดงฉานแผ่ขยายไปทั่วบริเวณศิลาค่อยๆเดินถอยหลังออกมาสายตาจับจ้องไปยังริวงะที่ดิ้นไปมาด้วยความทรมานร้องตวาดลั่นและโหยหวนปานจะขาดใจ
“ทำไม! ทำไม? ทำไมถึงดึงไม่ออก
อ๊ากกกก”
ริวงะดิ้นไปมาพยายามออกแรงสุดชีวิตเพื่อดึงหอกโมกขศักดิ์ออกจากอกมันใช้ทั้งพลังปราณพลังจิตช่วยเสริมแรงแต่หอกก็ไม่ขยับสักมินเดียวซ้ำยังทำให้มันกระอักเลือดออกมาทางปากไม่หยุด
อ๊ากกกก! อั๊กๆๆๆๆ
วินาทีต่อมาคลื่นพลังสีเขียวสดวิ่งออกจากหอกเข้าร่างของริวงะพลังธาตุลมเชือดเฉือนฉีกกระชากร่างของมันจากภายในจากนั้นก็สงบและก็แผลงฤทธิ์อีกครั้ง
ทว่ายามนั้นเองมันพลันสลายกลายเป็นน้ำหลุดลอดออกไปจากคมหอกได้ราวกับปฏิหาริย์ภาพเหตุการนั้นทำเอาศิลาถึงกลับอ้าปากค้างแต่ทว่าถึงอย่างนั้นสภาพของริวงะก็จวนเจียนเต็มทีเลือดสีแดงชุมโชกทั่วร่างหยดลงผืนน้ำเบื้องร่างไม่หยุดพร้อมกับคลื่นพลังธาตุลมที่แฝงเร้นก็ยังทำลายมันจากภายในอยู่แทบจะตลอดเวลา
“หอกบ้าอะไรเนี่ยร้ายกาจชะมัด”
ริวงะพูดด้วยสายตาแทบไม่อยากจะเชื่อแต่สายตาของศิลานั้นแสดงถึงความไม่อยากจะเชื่อมากกว่ามันเสียอีกใครจะไปคิดว่ามันจะถึงขึ้นเปลี่ยนตัวเองเป็นน้ำได้ มึงกินผลปีศาจสายโรเกียมาหรือไง
แต่นั่นก็ทำเอาศิลานึกย้อนคิดว่าทำไมมันถึงไม่ใช้สกิลนี้ตั้งแต่แรกเหตุผลเดียวที่เขาคิดได้คือมันอาจจะมีผลกระทบบางอย่างแบบอาณาเขตของเขาที่ไม่คับขันจริงเขาจะไม่ใช้แต่พักนี้รู้สึกเขาจะใช้บ่อยเหลือเกินจนเริ่มจะเป็นปกติไปเสียแล้ว
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า มีลูกไม้แค่นี้หรอไร้น้ำยามากไร้น้ำยาจริงๆ”
เสียงหัวเราะของริวงะดังลั่นเมื่อสภาพร่างกายของมันค่อยๆฟื้นฟูตัวเอง
เฟ้ววว เช้ง เช้ง เช้ง
ยามกระทันหันศิลาชิงแทงหอกในมือซ้ายออกสิบครั้งติดด้วยความรวดเร็วจนเห็นเป็นมือของชายหนุ่มหยุดนิ่งทว่าริวงะเองก็ตวัดฟันสามง้ามเข้าต้านทานได้อย่างทันท้วงทีพร้อมกับพยายามรุกไร่ใส่ศิลาสภาวะสามง้ามของมันเริ่มก้าวร้าวถึงขีดสุดทั้งรวดเร็วหนักหน่วง
สระเกล็ดไฟสาดกระจายไปมาทั่วบริเวณอีกครั้งพร้อมกับคลื่นอัดอากาศแตกระเบิดก่อกำเนิดคลื่น
สึนามิหลายสิบลูกแผ่ออกเป็นระลอกๆ
ฟุ๊บ ฟุ๊บ ฟุ๊บ
ริวงะพลันทำเรื่องบ้าบิ่นถึงขีดสุดเมื่อมันแฝงพลังปราณไปไว้ที่ปากก่อนจะใช้ปากหยุดคมดาบของศิลาไว้ได้อย่างบ้าบิ่นราวปฏิหาริย์พร้อมกับมือซ้ายจับหอกโมกขศักดิ์ที่แทงเข้ามาศิลาถึงกลับเบิกตากว้างในการกระทำของมันด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตายามนั้นเองมันดีดเท้าใส่ผิวน้ำด้วยความแผ่วเบาพร้อมทะยานร่างหมุนตัวไปด้านหลังของศิลา
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง
สามง้ามฝาดใส่ต้นคอของชายหนุ่มอย่างจังถึงสามครั้งติดในเวลาเพียงชั่วพริบตาการโจมตีนั้นแฝงสำนึกปราณมาเต็มเปรี่ยมเมื่อเท้ามันถึงพื้นก็แทงสามง้ามทะลุอกของศิลาอีกครั้งทางด้านหลังก่อนจะหมุนตัวเตะส่งร่างของชายหนุ่มลอยลิ่วคล้ายกระสุนปืน
อั๊ก! อั๊ก
ศิลากระอักเลือดออกมาเป็นสายตามทางที่พุ่งผ่านสมองของเขาพลันเลือนรางเลื่อนลอยร่างกายแผ่วเบาราวกับขนนกหนังตาหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูกสติของเขากำลังจะโบยบินไปไกลสุดขอบโลก
“พี่ศิ!!!!!
เสียงหวานใส่แสบแก้วหูดังลั่นทำเอาศิลาตาเบิกกว้างก่อนจะพลิกตัวตีรังกาสองเท้าเหยียบผิวน้ำไถ่ไปตามแรงเตะก่อนจะกระอักเลือดออกมาอีกสามครั้งชายหนุ่มรีบสะบัดหัวไปมาไร่ความมึนงงทั้งหมดทิ้งทันที
‘มันฟาดที่ต้นคอคงอยากจะให้เราหลับต้องบอกว่าได้ผลทีเดียวทำเอาสติหลุดไปวูบหนึ่งเลย’
ศิลาพรางคิดในใจทั่วร่างทอแสงสีแดง กระพิบถี่ยิบน้ำยาฟื้นพลังชีวิตของเขากำลังทำงานถึงขีดสุด
วินาทีต่อมาริวงะกลับหายไปจากสายตาของศิลาอย่างน่าประหลาดยามกระทันหันภาพในหัวเห็นอนาคตของเขาแล่นเข้ามาทันทีทำให้ศิลาหมุนตัวกลับหลังพร้อมกับตวัดร่ำไห้ฟันแผ่ระนาบจากร่างขึ้นบน
ตูมมม!
เสียงพลังปราณระเบิดอีกครั้งพร้อมคลื่นลมแตกกระจุยกระจายสาดพลังปราณไปทั่วบริเวณ
เปรี้ยง!!
เท้าซ้ายของศิลาเตะอัดใส่ริวงะอย่างจังจนมันถึงกับตัวงอกระอักเลือดออกมาทันทีศิลาหมายจะจบศึกรีบแทงหอกโมกขศักดิ์ใส่มันอย่างเฉียบคม
ซุมมม !
ร่างแยกน้ำเข้าต้านรับคมหอกเขาไว้ได้ทำให้มันดีดเท้าถอยร่นทิ้งระยะออกไปอย่างรวดเร็วห่างออกไปถึงสิบสองเมตร
ศิลาไม่รอช้าดีดเท้าทะยานร่างเข้าหามันทันทีเช่นเดียวกับริวงะก็ทะยานร่างเข้าหาศิลาอย่างรวดเร็วถึงขีดสุดเกิดเป็นคลื่นน้ำสีฟ้าสูงสิบเมตรพุ่งตามหลังทั้งสองคนมาติดๆคล้ายกับนักโต้คลื่นไม่มีผิด
วืดดด!!
เสียงสามง้ามแทงผ่าอากาศเข้าใส่ศิลาซึ่งๆหน้าศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะแทงหอกในมือซ้ายเข้าปะทะกับปรายสามง้ามแหลมคมจนเกิดขุมพลังปราณสีแดงสีฟ้าพลังเวทมนต์ศักดิ์สิทธิ์แตกระเบิดราววินาศภัยผืนน้ำผืนถ้ำสั่นสะเทือนอย่างก้าวร้าวและเกรี้ยวกราดส่งเสียงครืนดังระงม
“จะออกไปยังไงเนี่ย!”
หญิงสาวพยายามหาวิธีออกไปอย่างถึงที่สุดเธอทั้งพยายามร่ายเวทมนต์จากภายในก็ไม่เป็นผล
“วันนี้แกต้องตายที่นี่!!”
ริวงะตวาดลั่นก่อนจะกระแทกสามง้ามส่งคลื่นพลังเข้าไปอีกเช่นเดียวกับศิลาที่ส่งคลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในหอกโมกขศักดิ์วินาทีต่อมาเขาพลันส่งคลื่นพลังมารเข้าไปก่อเกิดเคล็ดวิชาทวิภาวะพลังศักดิ์สิทธิ์พลังมาร
ตูมม!! อั๊ก! วูบ วูบ
เสียงระเบิดดังสนั่นปานฟ้าถล่มผืนน้ำที่ทั้งสองคนยืนกำลังเดือดปุดๆราวกับน้ำพุร้อนส่งควันสีขาวลอยฝุ้งราวกับห้องอบไอน้ำร่างของริวงะลอยระลิ่วในอากาศพ่นเลือดออกมาเป็นสายตามทางศิลาดีดเท้าปราดเข้าหาอย่างรวดเร็ว
“เคล็ดวิชาทวิภาวะ ศิวนาศราช”
ศิลาฟันร่ำไห้ใส่อากาศส่งคลื่นพลังสีทองผสมสีดำพลังมารและพลังศักดิ์สิทธิ์พุ่งแหวกอากาศนับหมื่นสายราวห่าฝนเข้าโจมตีริวงะที่กำลังลอยเคว้งในอากาศ
“ลำแสงวารี”
มันตวาดลั่นก่อนจะแทงสามง้ามออกมาเกิดเป็นแสงสีฟ้าราวกับปืนใหญ่ยิงลำแสงพุ่งโจมตีศิลากลับทันทีด้วยความเร็วยิ่งกว่าสายฟ้า
ตูมมมม! อ๊ากกกก
ตูมมๆ ตูมมๆๆๆๆๆ ตูมมมม! อ๊ากๆๆๆๆ
ทั้งศิลาและริวงะต่างฝ่ายต่างรับการโจมตีของกันและกันส่งเสียงร้องโหยหวนแทบขาดใจออกมาด้วยกันทั้งสองฝ่ายทว่าริวงะกลับมีสภาพย่ำแย่กว่าเนื่องจากศิลาใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาทวิภาวะทำให้พลังทำลายมันเกรี้ยวกราดขัดแย้งกัน
วูบ วูบ
ทั้งศิลาและริวงะดีดเท้าเข้าหากันทันทีเมื่อทุกอย่างสงบลง
“เทพดาบหนึ่งดาบผ่าขุนเขา”ศิลา
“ง้าววารีฉีกฟ้า”ริวงะ
ง้าวของริวงะทอแสงสีฟ้าเข้มแทงพุ่งแหวกอากาศจนเกิดเป็นคลื่นหมุนวนเป็นเกลียวคุมไปทั่วสามง้ามร่ำไห้เองก็อาบไปด้วยคลื่นสีทองและสีดำฟันแผ่อากาศเกิดเป็นรูปปีกนก
ฟิ้วววววววว เปรี้ยงงงง ครืนนน ตูมม!
เสียงระเบิดดังสนั่นกว่าครั้งไหนๆพร้อมกับแสงสว่างวาบผาหินที่ตระหง่าด้านที่ศิลาผ่านเข้ามาพลันแตกกระจุยพังพินาศส่งฝุ่นควันลอยฝุ้งในอากาศพร้อมกับเศษหินชิ้นเล็กลิ้นน้อยเศษผลึกเวทมนต์ผลึกธาตุลอยเคว้งในอากาศก่อนจะตกลงพื้นบ่างก็กระเด็นลงมายังพื้นน้ำและเมื่อถ้ำพังถลายน้ำในทะเลสาปก็ไหลบากราวกับน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่ป่าบริเวณโดยรอบน้ำสีฟ้าใส่เปลี่ยนเป็นสีดำขุ่นทันที
ซูมมม
เสียงอาณาเขตพังทลายลงพร้อมกับค่อยๆเผยให้เห็นภาพที่ไร้หัวของริวงะซึ่งศิลาเองก็ถูกหอกเสียบทะลุอกเลือดสีแดงสดไหลหยดลงพื้นราวเปิดน้ำทิ้งไว้ร่างกายของศิลาค่อยๆชุ่มไปด้วยเลือดแต่ร่างกายของริวงะค่อยๆกลายเป็นละอองแสงสีทองหายไปในอากาศธาตุทิ้งไว้เพียงเหรียญทองกองโตสูงถึงสองเมตรพร้อมกับสามง้ามและชุดเกราะหนังสัตว์
ศิลารีบดึงสามง้ามออกพร้อมกับเพลิงสีฟ้ารุกไหม้ก่อนจะสลายเขตแดนออกไป
“พี่ศิ!ขอเค๊าดูหน่อย”
เมื่อออกมาได้เจ้าหล่อนก็รีบจับศิลาหมุนตัวว่ามีอะไรผิดปกติหรือเปล่าทันมีก่อนจะตามมาด้วยสัมพาทีซุนหงอคงและสดายุ
“พี่โอคะ แต่คงต้องพักสักสี่ชั่วโมงล่ะนะ” ศิลาพูดขึ้นพร้อมกับเดินเคียงไปกับหญิงสาวที่อุ้มสดายุน้อยไปด้วยเพื่อไปนั่งพังยังซากผาที่ถล่มจากนั้นก็มีการติดต่อเข้ามาหาเขาจากNPCของระบบศิลาจึงรีบรับสายทันทีเมื่อรับสายรีโด้เจ้าเก่าก็ยิ้มล่ามาเลย
“จะรีดไถ่อะไรผมอีกเหรอครับ” คำแรกที่ศิลาเอ่ยทักรีโด้ผู้หวังโบนัส
“เรื่องนี้เร่งด่วนนะครับทางเราอยากจะให้คุณศิลาสร้างเมืองแกรนด์ตอนนี้เลยนะครับ” รีโด้พูดด้วยรอยยิ้ม
“ทำไมล่ะครับ”
“เนื่องจากแพตช์ที่จะอัพใหม่มีระบบเลือกเผ่าพันธ์คุณได้สิทธิ์เป็นผู้ตั้งภารกิจการจะเปลี่ยนเผ่าถึงสี่เผ่าจากในหกต้องไปรับภารกิจที่เมืองของคุณเนื่องจากคุณเป็นมารคนแรก คุณเป็นผู้เล่นคนแรกที่เป็นเทพ คุณเป็นผู้เล่นคนแรกที่ได้เผ่ามังกร คุณเป็นคนแรกที่ได้เผ่าวิญญาณซึ่งอันที่จริงทางเราตั้งใจจะให้มีสี่เผ่าธ์แต่ยอดผู้เล่นสูงเกินค่าจึงจำเป็นต้องเพิ่ม”รีโด้อธิบายฉะฉานทันที
“แต่ตอนนี้ผมกรอบมากเลยคิดว่าเงินคงมีไม่ถึง” ศิลาตอบอย่างจริงจังเนื่องจากพึ่งสร้างเมืองอาคมไปมาดๆ
“เรื่องนั้นทางเราเตรียมไว้แล้วครับเราจะออกค่าใช้จ่ายให้คุณทั้งหมดโดยที่คุณศิลาสามารถผ่อนคืนได้โดยไม่เสียค่าดอกเบี้ย”
“โด่วววไอ้เราก็นึกว่าจะสร้างให้ฟรีๆเกมขี้งก เอ่ยยยไม่ใช่” สายตาของหญิงสาวหันควับทันทีก่อนที่ศิลาจะรีบยื่นมือไปโอบหัวเธอมาซบไหล
“นี่คือแบบพิมพ์เขียวคร่าวๆนะครับเราอ้างอิงจากอาบูดาบีเมืองที่มั่งคลั่ง”
ซึ่งศิลากวาดสายตามองก็พบว่ามันเต็มไปด้วยตึกสูงมากมายป้อมปราการและร้านค้าต่างๆมากมายนับไม่ถ้วนเพราะผู้เล่นต้องแห่มาเมืองของเขาแน่ๆก็เขามีสิทธิ์ตั้งถึงสี่เผ่า
“ผมขอแบบญี่ปุ่นยุคสมัยสงครามเซ็นโงคุได้ไหมครับแล้วก็ป้อมปราการขอแบบที่คล้ายๆกับปราสาทคืนเดียวที่โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ เป็นคนสร้างแล้วก็ขอสวนต้นซากูระ” คำพูดของศิลาทำเอาหญิงสาวถึงกับหันมามองพรางคิดว่าพ่อท่านยังไม่ได้ลืมที่บอกไว้กับเธอนึกว่าในหัวจะมีแต่วิ่งสู่ฟัดท้านรกทุกเมื่อเชื่อวัน
“ได้ครับถ้างั้นเชิญคุณศิลาเอานิ้วมือวางบนหน้าจอด้วยครับผมจะสแกร์นส่วนค่าจ่างNPCช่างคุณศิลาไม่เสียนะครับค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 78,000,000เหรียญทอง” จากนั้นก็เสร็จสรรพรวม
“ยินดีที่ได้ทำธุระกิจร่วมกันอีกครั้งครับขอให้คุณศิลาโชคดีนะครับพิชิตเกมให้ได้ล่ะครับผมแทงคุณไปเยอะคิดภารกิจเปลี่ยนเผ่าพันธ์คร่าวๆไว้ด้วยนะครับบบบบ”
สุดท้ายก่อนตัดสายไปรีโด้ก็ยังไม่วายไม่พ้นเรื่องเงินจนศิลาเริ่มรู้สึกกลัวหน้าไอ้หมอนี่มากกว่าสัตว์อสูรสะแล้ว
ไม่ได้เงินยังพอว่าแถมยามนี้เขามีหนี้อีกเจ็ดสิบแปดล้านเหรียญทอง
ก่อนที่ชายหนุ่มจะยิ้มออกมาแบบชั่วร้ายในการตั้งภารกิจเปลี่ยนเผ่าพรางคิดว่ามันช่างคุ้มจริงๆแถมมาเหมาะเจาะ
“พี่ศิไม่เห็นต้องสิ้นเปลืองกับสวน
ซากูระเลยนี่คะเดี๋ยวเรากลับก็ไปดูที่กระท่อมหลวงจีนก็ได้” หญิงสาวเอ่ยถามเธอเองก็ไม่อยากให้ศิลาหมดอะไรที่สิ้นเปลือง
“เผื่อเรากลับไปแล้วสถานที่นั้นไม่มีล่ะพี่ก็ผิดคำพูดสิคะ พี่ยากทำให้คนสำคัญของพี่บางแค่นี้สบาย”
“ทำมากี่คนแล้วคะ” หญิงสาวถามด้วยสายตางอนนิดๆเล่นเอาศิลางงตึบเลย
“กี่คนพี่ลืมไปแล้วแต่ไม่มากหลอกแต่ฟ้าจะเป็นคนสุดท้ายพี่สัญญาถ้าฟ้าไม่ไปจากพี่ล่ะนะ”
ศิลาตอบซึ่งอันที่จริงเขาก็ไม่กล้าบอกหลอกว่ามีแค่พลัมคนเดียวเท่านั้นซึ่งฟ้าครามคือหญิงสาวคนที่สองของเขาพูดจบศิลาก็ดึงเจ้าหลอนมาโอบกอดทางด้านหลังก่อนจะค่อยๆมุ่ยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียซึ่งสามพี่น้องก็ตามเคยกำลังปิ้งเนื้อไดโนเสาร์นั่งรออย่างใจจดจ่อสดายุน้อยเหมาคนเดียวสองตัว
ฟ้าครามเองก็นอนเงยหน้ามองชายหนุ่มในยามหลับใบหน้าเขาก็ยังคมอ่อนบาทาไม่คลายทำเอาเธอ อดอมยิ้มไม่ได้พรางคิดว่าอีกแค่วันเดียวจะเป็นครั้งแรกที่เธอและเขาได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการเธอเองจะทำตัวยังไงทำตัวแบบไหนแค่คิดเธอก็อมยิ้มไม่หุบหน้าแดงซาบซ่านพรางนึกขอบคุณพ่อของเธอที่สร้างโลกแห่งนี้ขึ้นมาเธอเคยตัดใจเรื่องที่จะกลับไปเดินได้อีกครั้งไปนานแล้ว
จนกระทังได้เจอคนบ้าที่ฉกชิงวิ่งราวเด็กที่ยืนร้องไห้หน้าด่านๆโดดน้ำด้วยบล็อกเซอร์ตัวเดียวรายไซตามะก็ทำมาแล้วแถมยังมายืนโชเกงลิงต่อหน้าเธอเพื่อจับเธอทำพันธสัญญาอีกแถมยังทำอะไรไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมใครขวางพ่อฆ่าเรียบใครเกาะแกะพ่อฟันทิ้งค่าหัวจะขึ้นก็ช่างจะโดนตามล่าก็ช่างปล่อยเทพอสูรมาพังเมืองวอดวายก็ทำมาแล้ว
เท่าที่เธอคิดได้คือไม่มีที่ไหนเลยที่ชายหนุ่มคนนี้ไปแล้วไม่มีความบรรลัยเกิดขึ้นแต่ละที่ที่เขาย่ามก้าวไปล้วนวอดวายทั้งสิ้นพาเรื่องปวดหัววิ่งสู้ฟัดมาหาได้ตลอดเป็นการใช้ชีวิตตั้งอยู่บนเส้นด้าย
แต่ยามเขาอ่อนโยนก็เล่นเอาเธออ่อนยวบยาบหวั่นไหวแล้วหวั่นไหวอีกยามเมื่อหน้าตาแสนกวนยั่วบาทาเปลี่ยนมาเป็นออดอ่อน อ่อนไหวเสน่หาเขาดูน่าดึงดูน่าค้นหารู้ตัวอีกเธอก็มองหัวใจให้เขาไปหมดเสียแล้วถ้ามีใครถามเธอว่ารักชายคนนี้ตรงไหนเธอตอบอย่างมันใจเลยว่าที่จิตใจทั้งแข็งกล้าไม่สั่น
คล่อนแต่สั่นไหวกับสิ่งสำคัญเท่านั้นแถมสู้ยิบตาชนิดหัวเด็ดตีนขาดตัวตายใจข้าก็สู้อยู่ครั้งยามชายหนุ่มหลับที่สงครามโลกครั้งที่หนึ่งยังฝันว่าตัวเองออกไปสู้อยู่เลยมันก็เป็นความน่ารักที่แอบคล้ายเด็กๆของชายหนุ่ม