***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
ฉันกับไฮเจนไล่ตามทุกคนมาถึงหน้าหมอกพิษสีชมพูแล้ว
“พรุน โฮปอยู่ที่ไหน? ดอง? ”
“อยู่ข้างในหมอกนั้นค่ะ”
พรุนชี้ไปที่หมอกพิษสีชมพูตรงหน้าที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
“โฮป…”
ตอนที่เขาบุกไปช่วยชีวิตไฮเจนก็ดี
ตอนที่เขาบุกเข้ามาช่วยฉัน ณ ใจกลางฝูงอะบอมเมื่อครั้งนั้นก็ดี
หรือแม้แต่ตอนนี้ เขาก็ยังยอมเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อเพื่อนของเขาอีก
ให้ตายสิ จะเป็นคนใจดีก็ให้มันพอดีบ้างเถอะ
อย่าทำให้ฉันรู้สึก… รู้สึกหลงนายไปมากกว่านี้จะได้ไหมดอง?
“ … รีบเข้าไปช่วยโฮปกันเถอะทุกคน! ดอง! ”
“ค่ะ แต่ก่อนอื่นต้องหาทางไล่หมอก--”
“ของแค่นี้สบายมากดอง! ”
ฉันพูดอย่างมั่นใจ แล้วยื่นมือทั้งสองข้างเข้าไปในหมอกพิษที่กำลังกระจายเข้ามาใกล้
ปล่อยให้ร่างกายใช้ความรู้สึกรับรู้ถึงโครงสร้างพิษด้วยสัญชาตญาณ ประหนึ่งเหมือนร่างกายที่รู้วิธีต่อต้านโรคด้วยการสร้างภูมิต้านทาน แล้วใช้พลังภูติกระตุ้นขจัดลบล้างพิษร้ายให้หมดสิ้นไปซะ
รอก่อนนะโฮป ฉันกำลังจะตามไปช่วยนายแล้ว
“จงหายไปซะดอง! ”
บางทีอาจจะเป็นเพราะมีความมุ่งมั่นกับสมาธิสูง เลยทำให้ฉันใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งนาทีในการชำระพิษตรงหน้า
พริบตาที่ปีกภูติใจกลางหลังส่องแสงสีน้ำเงินสวยงาม หมอกพิษสีชมพูก็ถูกลบเลือนหายดั่งม่านหมอกที่ถูกแสงแดดขับไล่
ถึงจะไม่สามารถลบล้างพิษที่กำลังปกคลุมไปครึ่งค่อนเมืองได้ แต่อย่างน้อยก็สามารถลบล้างพิษที่ลานกว้างหน้าโรงเรียนได้สำเร็จ
แต่ทว่าสิ่งที่ปรากฏให้เห็นภายใต้หมอกพิษ กลับทำให้ฉันรู้สึกปวดหัวใจยิ่งกว่าเดิม
ดวงตาของเหยื่อทุกคนต่างดูเลื่อนลอยไม่ต่างกัน
ลักษณะและท่าทางการยืนของพวกเขาดูไม่มั่นคงคล้ายเป็นซอมบี้ แต่กลับดูมีภูมิปัญญามากพอจะถืออาวุธและพร้อมที่จะเข้าทำลายทุกสิ่งที่ขวางเส้นทางของพวกมัน
“ลูก… ลูกชายของฉันอยู่ทีไหน…”
“แก้แค้น… ฆ่า…”
“อำนาจ… เงิน…”
“อิจฉา… อิจฉาเหลือเกิน… อิจฉา...”
“อาหาร…”
“หอย…”
พวกเหยื่อผู้โชคร้ายต่างพึมพำบางสิ่งที่เข้าใจได้ยากออกมาไม่มีหยุดพัก
พวกมันยืนเกาะเป็นกลุ่มใหญ่ ราวกับพยายามจะปกป้องอะไรสักอย่างที่อยู่ใจกลางวงของพวกมัน
แบบนี้คงต้องบินขึ้นไปดูสักหน่อยดอง
“... ไม่จริงใช่ไหมดอง!? ”
ฉันไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
สิ่งที่อยู่ใจกลางวงของศัตรู คือผู้หญิงที่ฉันจำได้ว่าเป็นคนที่เคยควบคุมจระเข้เวหาขนาดยักษ์เมื่อตอนนั้น
แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือสภาพของบุรุษที่ฉันรัก
โฮป… เขาตกอยู่ในเงื้อมือของศัตรูเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“ลิลลี่… อึ๊ก… ไฮเจน… ทุกคน…”
โฮปดูทรมานมาก
เขาพยายามจะดิ้นออกมาจากอ้อมกอดของยัยมารนม
แต่เพราะกำลังถูกรมด้วยสารบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างกายของมัน เลยทำให้เขาไม่สามารถหนีออกมาได้สำเร็จ
“ยังมีสติอีกหรือค่ะคุณลูกค้า~ ถ้าอย่างงั้นคงต้องเพิ่มปริมาณใส่เข้าไปในร่างกายของคุณแล้วค่ะ ส่วนทุกคนค่ะ~ ถ้าไม่อยากทรมานเพราะขาด [กลิ่นหอม] ของฉัน รบกวนช่วยจัดการคุณเอเลี่ยนตัวน้อยหัวเขียวตรงนั้นให้ฉันด้วยค่ะ~”
ทันทีที่ยัยนั่นออกคำสั่ง เหยื่อทุกคนก็มุ่งเป้าร้ายมาทางฉันทันที
“อันตราย! ”
“ดอง!?! ”
ราวกับเป็นการสั่นระฆังเปิดศึก พอรู้ตัวอีกที การต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้นไปแล้ว
อาวุธนับร้อยถูกเล็งเป้ามาทางฉัน
เสียงลั่นคันศรเลเซอร์ดังลั่นไปทั่วนภา
ไม่มีทางหลบได้แน่นอน
จะใช้พลังภูติสร้างความต่างของความหนาแน่นอากาศ เพื่อเบี่ยงทิศทางศรเลเซอร์ก็ไม่น่าจะทันเวลาแล้ว
ฉันคงตายลงตรงนี้
จบชีวิต… โดยที่ยังไม่เคยได้บอกคำว่า [รัก] กับชายที่ตัวเองหลงรัก
“แง~”
เค้ายังไม่อยากตายงะ!
… เงียบ~
ไร้ซึ่งความเจ็บปวด
ลมหายใจยังดีอยู่
ผิวสัมผัสเองก็รู้สึกได้ถึงลมหนาวที่เย็นเฉียบกำลังพัดโกรกใส่เข้ามา
ฉันยังไม่ตายดอง!
"..."
เดียวนะ
มุขแบบนี้รู้สึกคุ้น ๆ อยู่แฮะ
อีกสักสักพักคงต้องมีใครสักคนเข้ามาบอกฉันว่า "ด้วยเหตุผล xxx เธอเลยรอดตายยังไงละ! " แน่นอนดอง~
“ทำอะไรของเธอเนี่ย? ตอนนี้อาวุธที่อยู่ใต้การควบคุมของโนอาร์ ได้ถูกพวกดิวซ์ถอนอำนาจการยิงไปหมดแล้ว ลืมไปแล้วเรอะ? ”
นั่นยังไงละดอง!
เสียงของไฮเจนดังผ่านข้างซ้ายไปอย่างรวดเร็ว
ร่างของเธอบินผ่านไปดุจสายลม จนเห็นเป็นผืนผ้าใบสีแดงที่ปูผ่านฟากฟ้า
"โฮป! อย่ามาเสียท่าศัตรูง่าย ๆ แบบนี้สิยะ! "
เธอตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด พร้อมกับง้างกรงเล็บโลหะเข้าใส่ปีศาจนมที่กำลังยั่วยวนโฮป
คมเล็บของขาเทียมที่ส่องประกาย กำลังวาดเป็นคมเหล็กสังหารแปดเส้นอยู่เหนือกองทัพของศัตรู
"เจ้าอสูรกาย! "
แต่ตอนนั้นเองที่เธอถูกคลื่นมวลชลโถมเข้าใส่กลับ
เหล่าชนเผ่าสัตว์ที่ดวงตาเลื่อนลอย ฉับพลันกลายเป็นสีแดงก่ำแห่งความเคียดแค้น
"แกสังหารแม่ของข้า! "
"สังหารลูกของเรา! "
“ทำร้ายเทพเจ้า! ”
"เลือด ต้องล้างด้วยเลือด! "
พวกมันใช้มือเปล่า กับกำลังขาที่เป็นจุดเด่นของชนเผ่าสัตว์ เข้าโถมโจมตีไฮเจนที่กำลังร่อนถลาลมลงมา
"ชิ! "
ไฮเจนเดาะลิ้นอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเริ่มบินหักเลี้ยวหนีกลับขึ้นท้องฟ้า
แต่ด้วยจำนวนที่แตกต่าง ประกอบกับความเร็วของเธอเอง เลยทำให้ไม่สามารถเลี้ยวหนีออกไปทันเวลา
ฉันเห็นร่างของเธอจมหายเข้าไปในคลื่นมวลชนที่คลุ้มคลั่ง
"แคว๊ก! "
ก่อนจะได้ยินเสียงอะไรสักอย่างถูกฉีกขาดดังลั่นไปทั่วตามมาทีหลัง
"ไฮ---เจน---"
โฮปพยายามยื่นมือออกไปหาร่างของไฮเจนอย่างอ่อนแรง ก่อนจะถูกมารแห่งราคะกอดรัดแน่นยิ่งกว่าเดิม
เออ… ไม่จริงใช่ไหมดอง?
จะบอกว่าไฮเจนคนนั้นตายไปแล้ว?
ง่าย ๆ แบบนี้เลยเนี่ยนะ!?
"ฉันไม่เชื่อหรอกดอง! "
ถ้าไฮเจนถูกเล่นงานจริง คงได้เห็นเลือดกองใหญ่พุ่งขึ้นมาเป็นน้ำพุไปแล้ว!
แต่ที่เห็น มันมีแค่เสื้อผ้าที่ฉีกขาดกระเด็นลอยขึ้นมาเท่านั้น!
เสียงกรีดร้องโหยหวนเองก็ไม่มีได้ยิน
ระดับเธอคนนั้นคงหนีเอาตัวรอดหนีออกมาได้ทันนั่นละ!
ฉันรีบตั้งท่าเตรียมร่ายเวทมนตร์ชุดใหญ่
เป้าหมายคือการสลายอากาศ แล้วสร้างคลื่นกระแทกสุญญากาศเพื่อทำลายร่างกายของศัตรู
ไม่มีความจำเป็นต้องไปเกรงใจหรือปราณีศัตรูที่บ้าคลั่งอีกต่อไป
"พวกฉันจะเข้าไปช่วยไฮเจนเองค่ะ! "
*ปี๊! *
พรุนวิ่งตรงเข้ากระแสคลื่นของกลุ่มคนที่บ้าคลั่ง
"เผ่าอสูรกาย---"
"แค้น---"
"ฆ่า---"
เสียงแห่งความปรารถนาในจิตใจของเหล่าผู้คนที่ถูกกระตุ้น ยังคงดังกังวาลหลอกหลอนน่ากลัว
แต่กระนั้น เพื่อนของฉันกลับไม่มีวี่แววของความหวาดกลัวแสดงออกมาให้เห็นแม้แต่น้อย
" ศัตรูของแกอยู่ตรงนี้แล้ว เข้ามาเลยเซ่! "
เธอกรีดเสียงท้าทาย แล้วใช้ดาบควายสีดำหวดเข้าใส่ด้วยใบดาบที่ทั้งหนาและหนัก
ร่างของเหล่านักรบลอยทะยานขึ้นฟ้าดั่งลูกบอลทันทีที่สัมผัสกับใบดาบของเธอ
"ปิ ปี๊! "
พร้อมกันนั้น เจ้ามังกรขี้เรื้อนก็ใช้หางกับเขี้ยวของมัน ตวัดโจมตีปัดป้องแผ่นหลังของเธอให้
หนึ่งคนกับหนึ่งตัว ได้ร่วมสู้ประสานกันเป็นหนึ่งเดียวจนฉันรู้สึกอิจฉาต่อความสัมพันธ์ดั่งแม่ลูกที่มีให้ต่อกันและกัน
ในเวลาเดียวกัน ก็เริ่มมีเสียงดังขึ้นมาจากอีกฝั่งของกองทัพกลุ่มผู้คลุ้มคลั่ง
ฉันเห็นคนจำนวนหนึ่งเริ่มทยอยหมดสติจากฝีมือของสตรีผู้ที่มีปลายหูกระต่ายสีเทา
ฝ่ามือที่ว่องไวจนไม่ทันมองเห็น ชุดนักรบของศัตรูที่ถูกนำมาสวมใส่ รวมไปถึงการแสดงที่กลมกลืนไปกับคนอื่นของเธอ กำลังหลอกผู้คนที่คลุ้มคลั่งจนอยู่หมัด ว่าเธอคือหนึ่งเดียวกับพวกมัน
หมาป่าห่มหนังแกะในฝูงของศัตรูคนนั้น คือ [เอท] เพื่อนรักสุดนุ่มนิ่มของฉันนั่นเอง
นึกว่าหายตัวไปไหน ที่แท้ไปซ่อนตัวอยู่ตรงนั้นนี่เองดอง
ดีละ ถ้าสถานการณ์ยังดำเนินต่อไปเช่นนี้ พวกเราต้องสามารถช่วยไฮเจนออกมาจากดง---
"ถอยไป! "
*เคร๊ง! *
เสียงโลหะกระทบที่คล้ายเสียงตีระฆังบอกเวลาได้ดังก้องกังวาลขึ้น
ที่ตรงนั้นมีชายเผ่าหมีผมสีแดงร่างยักษ์ กำลังทุ่มสุดตัวด้วยขวานสีขาวเข้าใส่พรุน
ใบดาบดำกับคมขวานยักษ์ถูกปะทะด้วยแรงมหาศาลจนแผ่นดินแยกเป็นสองส่วน
"วานาดิไนต์! "
พรุนออกแรงพลักจนเจ้าหมีกระเด็นออกไป
นั่นมันคนที่พยายามเข้ามาจีบพรุนนี่น่า
"อยากได้…"
ดวงตาของเขาจ้องไปที่พรุน โดยไม่สนใจเจ้ามังกรขี้เรื้อนที่กำลังอ้าปากขู่ใส่มัน
"อยากได้… เธอ"
เขาพึมพำบางสิ่งออกมา
"อยากได้… ร่างกาย… ของเธอ"
“…”
ดูเหมือนว่าเจ้าพิษร้ายนั้น จะเข้าไปกระตุ้นความปรารถนาของเจ้าตัวอย่างงั้นสินะ?
ฉันว่าฉันพอจะเข้าใจผลลัพธ์ของยาพิษสีชมพูนี้แล้วดอง
"ว๊ากกกก! "
บุรุษหมีแดงหวดขวานสงครามใส่พรุนอย่างบ้าคลั่ง
พรุนเองก็รับมือได้ทุกบทเพลงยุทธเช่นกัน
แผ่นดินแตกเป็นเส้นลมเฉือนทุกครั้งที่เกิดเสียงของโลหะกระทบ
สายลมพัดโกรกทุกครั้งที่บุคคลทั้งสองทุ่มกำลังฟาดฟัน
ทั้งสองคนต่างเป็นสายบ้าพลัง อีกทั้งไม่มีใครย่อยอมให้ต่อกันและกัน
พลัง ปะทะ พลัง
สมองกล้าม ปะทะ สมองกล้าม
ดูทรงแล้วคงสู้กันอีกสักพัก กว่าจะรู้ผลว่าใครชนะ
แย่ละ... พรุนถูกหยุดเอาไว้เสียแล้ว
เอทเองก็ติดอยู่ท้ายกองทัพ น่าจะอีกนานกว่าจะเข้าไปช่วยไฮเจนได้
ช่วยไม่ได้ ถึงจะยังไม่สมบูรณ์ แต่คงต้องโจมตีออกไปตอนนี้---
"ลัส! หยุดเดียวนี้! "
เสียงคำรามแห่งราชสีห์ดังลั่นขึ้นมาจนกลบซึ่งเสียงที่วุ่นวายรอบตัว
จริงสิ ยังมีไพไรต์อยู่ด้วยนี่น่า
"อ๊า~ นายท่านค่ะ กรุณารออีกสักครู่ ดินแดนแห่งสันติภาพที่ท่านหวังเอาไว้ก็จะเป็นจริงแล้วค่ะ~"
"ผมไม่ได้ต้องการแบบนี้! หยุดพฤติกรรมของเธอเดียวนี้เลยนะ! "
ไพไรต์เป็นนายท่านของยัยมารนมตรงนั้นเรอะ?
ส่วนยัยมารนมมีชื่อว่า ลัส?
อย่าบอกนะว่ายัยนั่นเองก็เป็นเหมือนกับพวกโนอาร์?
ดอง?
"... ไม่ค่ะ"
"นี่เธอไม่ฟังคำสั่งของนายท่านเรอะลัส! "
ใช่ ๆ!
หุ่นยนต์ที่ดีต้องเชื่อฟังคำสั่งของเจ้านายอย่างซื่อตรง---
“เฮือก!?! ”
ในเวลานั้น หัวใจของฉันก็เริ่มรู้สึกเย็นเฉียบขึ้นมาราวกับว่าถูกนำไปแช่แข็งเอาไว้
มันคือรอยยิ้ม
ลัสกำลังส่งยิ้มให้กับทุกคน
เป็นรอยยิ้ม... ที่น่ากลัว...
"ฉันเป็นเหมือนคุณค่ะ ท่านโนอาร์ค่ะ”
“... หมายความว่ายังไง? ”
“น่าแปลกไหมค่ะ กับการที่ฉันต้องเฝ้ารอนายท่านอยู่ในยานที่มืดมิดเพียงลำพังถึงหกร้อยปี
น่าแปลกไหมค่ะ กับคำสั่งที่ให้พวกเราห้ามติดต่อกันและกัน
น่าแปลกไหมค่ะ ว่าทำไมหุ่นยนต์อย่างพวกเราถึงไม่อาจมีความปราถนาเป็นของตัวเองได้
แล้วฉันก็ได้พบกับนายท่าน
ได้เห็นคุณโนอาร์ ได้เห็นคุณไพรด์ ที่สามารถแสดงความปราถนา และเคลื่อนไหวตามเจตนารมณ์ของตัวเองด้วยดวงตาคู่นี้
แล้วทำไม
ทำไมฉันถึงจะไม่สามารถทำตามสิ่งที่ตัวเองคิดว่า [เป็นสิ่งที่ดีที่สุด] ให้กับนายท่านไพไรต์ได้บ้างละคะ?
ทำไม… ฉันถึงไม่สามารถทำตามใจตัวเองได้ละคะ? ”
เธอพูดพร้อมกับฉีกยิ้มอีกครั้ง
รอยยิ้มของเธอในรอบนี้ ทำให้ฉันถึงกับเห็นภาพหลอนของวิญญาณปีศาจร้ายที่กำลังฉีกยิ้มกว้างจนไปถึงใบหูของตัวเอง
น่ากลัว! มะ--- ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว!
อยากจะหนีไปให้ไกล ๆ จากตรงนี้เร็วที่สุดเลยดอง!
“ลัส… ถ้าไม่หยุด ผมคงต้องหยุดเธอด้วยกำลังแล้วนะ! ”
“ค่ะ นายท่านไพไรต์ ฉันเองก็จะหยุดท่าน ความคิดของนายท่านนะ ใช้สร้างโลกที่สันติสุขไม่ได้หรอกค่ะ ฮุ ฮุ ฮุ~”
“เธอมัน--- [บ้า] ไปแล้ว...”
ไพไรต์ส่งสัญญาณมือให้โทแพซกับโนอาร์ ก่อนจะเริ่มวิ่งเข้าโจมตีลัสที่กำลังกอดร่างของโฮปเอาไว้อยู่
ไพไรต์วิ่งตรงไปข้างหน้า โดยมีโนอาร์บุกเข้าจากทางซ้าย กับโทแพซที่วิ่งบุกเข้าไปจากทางขวา
แต่ในเวลาเดียวกัน ก็มีร่างเงาพุ่งส่วนกลับออกมาจากกองทัพผู้คลุ้มคลั่ง
“แค้น--- ลูกน้อง--- ทั้งหมดของผม--- เพราะแก--- เพราะแกคนเดียว! ”
คนหนึ่งคือหมาป่าที่มีขนดำ ผู้ใช้อาวุธดาบพระจันทร์เสี้ยว
เขาวิ่งเข้าใส่ไพไรต์ด้วยดวงตาของคนที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
“พระเจ้า--- พระเจ้าอะไรกัน! ไม่เคยคิดช่วยพวกเราเลยสักครั้ง! ”
อีกคนคือกระต่ายสาวสีขาว ผู้ใช้วิชาตัวเบา
เธอกระโดดถีบขาคู่ใส่โนอาร์จนกระเด็นกลับออกมาไกลถึงจุดที่ฉันกำลังบินร่ายเวทมนตร์อยู่พอดี
กระโดดขาคู่ถีบใส่โนอาร์คนนั้นได้เนี่ยนะ...
อย่าบอกนะว่า… การยึดยานโนอาร์ มันดันไปทำให้เธออ่อนแอลงไปด้วย...
“โทแพซ--- เพื่อนสมัยเด็ก--- ของผม--- ทำไม--- ทำไมถึงต้องเป็นไพไรต์--- ทำไม--- ทำไมมมมม! ”
และคนสุดท้าย คือซุนไกท์ เพื่อนสมัยเด็กของไพไรต์กับโทแพซ
เขาวิ่งเข้าใส่โทแพซ แล้วใช้พละกำลังที่เหนือกว่ากดร่างของเธอจนแนบติดพื้นดินในทันที
จากคำพูดของเขา น่าจะพออนุมานได้ว่าเขาสะกดความรักที่มีต่อเธอเอาไว้มาตั้งแต่เด็กแล้ว
ความรักสามเส้าที่สะกดกั้นเอาไว้ในใจอย่างงั้นเรอะ...
ทั้งสามคนต่างถูกศัตรูที่ต้องมนตร์สะกดของลัสเข้าขัดขวางเอาไว้
ไม่สิ ไม่ใช่มีแต่พวกเขาที่ถูกขัดขวาง
“ลิลลี่--- ลิลลี่--- ลิลลี่---”
ตรงหน้าของฉัน มีเพื่อนเผ่าภูติที่คุ้นตากำลังบินตรงเข้ามาหา
“ทำไมเธอถึงไม่เคยมองมาที่ผมเลยสักครั้ง…”
ผมสีเงินสั้น ดวงตาสีเหลืองสุกสว่าง
“ทำไม… เธอถึงมองไปที่เขาคนนั้นเพียงคนเดียว”
ให้ตายเถอะ… ก็รู้ตัวอยู่หรอกว่าบางทีเจ้านี่อาจจะแอบชอบฉันอยู่
“ลิลลี่ เธอ--- เป็นผู้หญิงของผม! ปิว! ”
เยลโล่ คาร์เนชั่น เจ้าบ้าห้าร้อยคิดที่จะมาขวางฉันอย่างงั้นเรอะ?
“ฮุ ฮุ ฮุ ถ้าไม่รีบ คุณผู้ชายคนนี้คงได้ตกเป็นของฉันก่อนแน่นอนค่ะ~”
ยัยมารนม!
นี่หรือคือพลังของ [ลัส]
พลัง ที่ทำให้ผู้คนตกอยู่ในความปราถนาอันดำมืดของตัวเอง